ปมเงินวัดตร.ชี้แล้วผิดสำเร็จตองมีลุ้นกรรโชก!
ส่งทีมตำรวจสืบสวนลงพื้นที่นครศรีธรรมราชแล้ว ผู้การปปป. จ่อเรียกสอบ ‘กาโตะ-สีกาตอง’ คลี่ปมเบิกเงินวัดไปใช้ ชี้แม้นำมาคืนก็ถือว่ายังไม่พ้นผิด เพราะความผิดสำเร็จแล้ว ส่วนฝ่ายหญิงอาจโดนข้อหากรรโชกทรัพย์ แนะเข้าให้ปากคำตำรวจเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ ระบุผู้ที่เป็นพยาน-เซ็นรับรองก็อาจเข้าข่ายสมรู้ร่วมคิดด้วย ด้านตำรวจสภ.เมืองนครศรีฯ ถือหมายศาลคดีเช็คเด้ง บุกค้นกุฏิล่าตัวพระครูวินัยธรคนกลางที่รับเงินอ้างนำมาเคลียร์ ล่าสุดพบว่าเผ่นหนีไปจากวัดแล้ว บิ๊กตู่เรียกคุยวิษณุ-อนุชาคาดหารือปัญหาเกี่ยวกับวงการสงฆ์
เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีพระผู้ใหญ่หรือพระคนกลางที่รับเงินจากอดีตพระกาโตะ หรือนายพงศกร จันทร์แก้ว จำนวน 3 แสนบาท เพื่อปิดข่าวอดีตพระกาโตะมีความสัมพันธ์กับสีกาตองขณะดำรงสมณเพศ และพระคนกลางรายนี้ มีหมายจับในคดีฉ้อโกง เลขที่ 258/2561 ลงวันที่ 13 มี.ค.61 ออกโดยศาลแขวงนครศรีธรรมราช ข้อกล่าวหา ออกเช็คชำระหนี้ที่มีอยู่จริง และบังคับได้ตามกฎหมาย อันพึงจะใช้เงินได้และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น หรือเช็คเด้งอายุความ 5 ปี จะหมดอายุความ 15 ก.ย.65

คืน 6 แสน – อดีตพระกาโตะคืนเงิน 6 แสนบาทให้ วัดเพ็ญญาติ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ขณะที่ตร.ปปป.ระบุแม้คืนเงินแต่ความ ผิดสำเร็จแล้ว ส่วน สีกาอาจถูกตั้งข้อหากรรโชกทรัพย์ โดยเตรียมออกหมายเรียกทั้งคู่มาให้ปากคำ
ที่วัดประดู่ ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรม ราช พระครูปลัดณัฐพัชร วชิโร เลขานุการ เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ฝ่ายมหานิกาย กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลที่ได้รับทั้งหมด รวมทั้งติดตามข้อมูลที่ปรากฏผ่านทางสื่อต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลที่จะนำเสนอให้กับคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่พิจารณา ส่วนของการดำเนินการทางโลก ขอให้ศาลเป็นผู้พิจารณา เมื่อศาลพิจารณาแล้วจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะสงฆ์เพื่อดำเนินการต่อไป ขอให้ผู้เสียหายที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการที่ไม่สมควรหรืออาจจะเกี่ยวข้องกับการพิจารณาในคดีอาญา และยินดีที่จะรับข้อมูลมายังสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ฝ่ายมหานิกาย ได้ตลอดเวลา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวกระทบในภาพรวมของคณะสงฆ์ โดยพระผู้ใหญ่เป็นห่วงอยู่แล้ว และสอบถามให้กำลังใจคณะสงฆ์ทำงานความเป็นจริง และไม่หนักใจอะไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพระคนกลางรูปดังกล่าวนั้น เป็นพระฝ่ายมหานิกาย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราช ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งชุดสืบสวนและสายงานป้องกันปราบปรามของ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้เร่งติดตามตัวหลังจากมีหมายจับ โดยส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าติดตามที่วัด แต่ปรากฏว่าไม่อยู่แล้ว ซึ่งหลังรับเงินเคลียร์นักข่าวก็เก็บตัวเงียบ และคาดว่าน่าจะหนีออกจากพื้นที่ไปแล้ว
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 4 พ.ค. ที่วัดมังคลาราม” ต.พิปูน อ.พิปูน จ.นคร ศรีธรรมราช อดีตพระกาโตะ หรือ นายพงศกร จันทร์แก้ว ได้นำเงินมาคืนให้วัดมังคลาราม มีพยานรับทราบคือ 1.พระครูอรรถธรรมโกวิท เจ้าคณะอำเภอฉวาง วัดวังม่วง 2.พระครูบุญการโกศล เจ้าคณะตำบลพิปูน วัดมังคลาราม 3.นายบำรุง ยอดมณี นายกอบต.กะเปียด 4.นายกิตติ หนูเนตร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.กะเปียด อ.ฉวาง และ 5.นายจิรรัชญ์ เกษมเพชร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.กะเปียด มีการเซ็นรับทราบการรับเงินคืน เพื่อนำเข้าธนาคารบัญชีของวัดเพ็ญญาติในวันที่ 5 พ.ค. โดยให้นายบำรุงเป็นผู้นำไปฝากธนาคาร นอกจากนี้ยังมีนายโชคดี นุมาศ กับนายวสันติ จงรวย กรรมการวัด มาเซ็นชื่อรับทราบเช่นกัน
พระครูอรรถธรรมโกวิทกล่าวระหว่างรับคืนเงินว่า ตามที่ทิดกาโตะได้นำเงินของวัดไป 6 แสนบาทในครั้งนี้ ได้นำเงินมาคืนโดยมีพยานรับทราบซึ่งมีเจ้าคณะอำเภอฉวาง, นายก อบต.กะเปียด และผู้ใหญ่บ้าน 2 หมู่บ้าน ซึ่งจะมีการนำเข้าบัญชีวัดเพ็ญญาติในวันที่ 5 พ.ค. โดยสักขีพยานทุกคนได้เซ็นรับทราบซึ่งถือว่าทิดกาโตะเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบที่นำเงินมาคืนเพื่อให้สถานการณ์เบาบางลงไปบ้าง
ขณะที่นายวสันติ จงรวย เป็น 1 ในคณะกรรมการวัดเพ็ญญาติ กล่าวว่า ตอนนั้นเรารับทราบว่ามีการถอนเงินจากธนาคารไปจริง แต่ไม่ทราบว่าจะเอาไปใช้อะไรเราไม่รู้ แต่มีการทำเรื่องขอยืมไปจำนวน 6 แสนบาท โดยกรรมการวัดรับทราบในการยืมเงินไปของทิดกาโตะ แต่ไม่ทราบว่าเอาไปใช้ทำอะไร กระทั่งมีการนำเงินมาคืนดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ นายบำรุงได้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปเข้าบัญชีวัดเพ็ญญาติซึ่งเป็นบัญชีธนาคารกรุงไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ทิดกาโตะนั้นไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใด เนื่องจากพระผู้ใหญ่บอกให้หยุดพูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในส่วนของการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายนั้นยังไม่การดำเนินการแต่อย่างใด
สำหรับกรณีกระแสโลกโซเชี่ยลแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับป้ายโฆษณาการจัดงาน กระตุ้นเศรษฐกิจอำเภอพระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งจัดโดยชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอพระแสง ทำให้เสียงแตกและวิพากษ์วิจารย์กันเป็นอย่างมากถึงเรื่องของความเหมาะสมหรือไม่
นายทนุพงษ์ คงคชวรรณ์ กำนันตำบลอิปัน และเป็นประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอพระแสง ออกมาเปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองได้สั่งการให้นำภาพอดีตพระกาโตะออกแล้ว เนื่องจากเป็นการเข้าใจผิดของออร์แกไนซ์ที่จัดงาน ที่เชิญอดีตพระกาโตะมาโชว์ตัวและร้องเพลงในงาน กระตุ้นเศรษฐกิจที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พ.ค. ถึงวันที่ 7 มิ.ย. ที่จะถึง และได้ให้ยกเลิกการเชิญอดีตพระกาโตะมาร่วมงานอย่างเด็ดขาด เพราะส่วนตัวเห็นว่าไม่เหมาะสม และจะทำให้เป็นกระแสดราม่ากับสังคมทั่วไปและเพื่อความสบายใจกับทุกฝ่ายด้วย
ส่วนตัวต้องขออภัยกับสังคมด้วยที่ไม่ได้ตรวจสอบในรายละเอียดการจัดงานให้ดี และจะตรวจสอบการดำเนินงานที่จะเกิดขึ้นอย่างละเอียดต่อไป
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. เปิดเผยกรณีอดีตพระกาโตะเบิกเงินวัดจำนวน 6 แสนบาท ไปจ่ายให้คนกลางและสีกาใบตองและล่าสุดนำมาคืนให้กับทางวัดแล้วว่า คดีนี้ถึงไม่มีเจ้าทุกข์เข้าแจ้งความ แต่กรณีการเบิกเงินของวัดไปใช้ส่วนตัวก็ถือเป็นการยักยอก เป็นคดีอาญา เจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ปปป. มีอำนาจเข้าตรวจสอบได้ตามหน้าที่โดยตรง รวมทั้งสามารถเข้าสอบสวนข้อเท็จจริงได้ หากพบกระทำความผิด ก็สามารถขออำนาจศาลออกหมายจับได้เหมือนคดีทั่วไป ซึ่งตนก็ได้ส่งชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่สืบหาข้อเท็จจริงแล้ว คาดว่าอีก 3-4 วัน ก็น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นว่ามีความผิดหรือไม่ จากนั้นก็จะพิจารณาดำเนินการต่อไป
พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวต่ออีกว่า ส่วนกรณีที่อดีตพระกาโตะ จะชี้แจงว่าเป็นเงินส่วนตัว ตอนนี้ยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ เพราะยังไม่เห็นรายละเอียด ต้องรอผลพิสูจน์ให้แน่ชัดก่อนว่าเป็นเงินของวัดหรือเงินส่วนตัว เพราะหากเป็นการเบิกถอนเงินออกจากบัญชีวัดจริง ก็ต้องเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบสวน ส่วนข้อสงสัยที่ว่าหากอดีตพระกาโตะ เข้ามาบริหารวัดในฐานะรักษาการเจ้าอาวาสวัดชั่วคราว แต่ยังไม่มีการแต่งตั้ง จะมีผลต่อการตรวจสอบหรือไม่นั้น คงต้องขอดูรายละเอียดให้แน่ชัดก่อน แต่เชื่อว่าการดำเนินการใดๆ จะต้องมีหนังสือแต่งตั้งก่อน ไม่เช่นนั้น อดีตพระกาโตะจะมีอำนาจดำเนินการภายในวัดได้อย่างไร เพราะผู้ที่ต้องรับผิดชอบเรื่องเงินวัดก็จะต้องเป็นหน้าที่ของไวยาวัจกร
พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวอีกว่า การให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ ของอดีตพระกาโตะ ก็ถือเป็นการรับสารภาพเป็นนัยๆ อยู่แล้วว่าหมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิด ซึ่งก็จะถือเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ที่ไม่สามารถยอมความได้ ส่วนเรื่องการนำเงินกลับมาคืนวัดแล้ว ก็ไม่ถือเป็นการลบล้างความผิด เพราะความผิดสำเร็จแล้ว รวมทั้งพยานผู้ที่ลงชื่อรับรู้ก็น่าจะมีส่วนในการสนับสนุนให้กระทำผิดด้วย
พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวด้วยว่า คดีระหว่างอดีตพระกาโตะ กับสีกาตองนั้นถือเป็นการกระทำผิดที่ต่างกรรมต่างวาระ ตนยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งหลังตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดเสร็จสิ้น ก็จะออกหมายเรียกอดีตพระกาโตะกับสีกาตองมาเข้าให้ปากคำกับบก.ปปป. ส่วนการกระทำของสีกาตองกรณีเรียกรับเงินจากอดีตพระ กาโตะนั้นจะเข้าข่ายความผิดฐานกรรโชกทรัพย์หรือไม่ คงต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน หากพบความผิด ก็จะรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งให้ตำรวจท้องที่เกิดเหตุดำเนินคดีต่อไปด้วย
“ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่มีข้อมูลเชิงลึกอยู่บ้าง หากทั้งคู่บริสุทธิ์ใจจริงก็อยากให้มาเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ส่วนเรื่องที่มีผู้รู้สึกเห็นใจอดีตพระกาโตะ เพราะเป็นคนดี บริหารพัฒนาวัดจนเป็นที่รู้จัก คงต้องแยกแยะว่า การทำความดีกับการทำความผิด เป็นคนละส่วนกัน ต้องทำให้เป็นบรรทัดฐาน ผิดก็ว่ากันไปตามผิด” ผบก.ปปป.กล่าว
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เรียกนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งทั้งสองร่วมกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าพบเป็นการด่วน ที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยใช้เวลาคุยประมาณ 1 ชั่วโมง
นายวิษณุให้สัมภาษณ์หลังการหารือ ว่าได้คุยถึงปัญหาเกี่ยวกับวงการสงฆ์ในปัจจุบันหรือไม่ว่า เรื่องพระ ได้คุยกับผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่บังเอิญเจอกันบนตึกไทยคู่ฟ้า แต่ไม่ได้คุยเรื่องนี้กับนายกฯ
เมื่อถามว่า การพูดคุยกับผอ.พศ.มีเรื่องการเพิ่มโทษอะไร หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนั้นยังไม่ขอตอบในตอนนี้ เมื่อถามว่าจะมีการสังคายนากฎหมายเกี่ยวกับพระหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่ตอบในตอนนี้ ขอให้ผอ.พศ.ไปศึกษาก่อน เพราะเขายังใหม่ ยังนึกไม่ออก และต้องยังตามหาเงินที่อดีตพระ กาโตะ หรือนายพงศกรนำไปใช้อยู่
ด้านนายอนุชากล่าวว่า ในวงประชุม ไม่มีการคุยปัญหาในวงการพระสงฆ์ มีแต่เกี่ยวกับเรื่องสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องพระ ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการพูดถึงการสังคายนากฎหมายเกี่ยวกับพระหรือไม่ อนุชากล่าวว่า ไม่มี แต่เป็นการปรึกษาข้อราชการบางส่วนเท่านั้น
ที่วัดวังตะวันออก ต.คลัง อ.เมือง จ.นคร ศรีธรรมราช พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ ผกก.สภ.เมือง และพ.ต.ท.ธีรพล พุ่มชัย รอง ผกก.ป.สภ.เมือง นำกำลังตำรวจพร้อมหมายจับศาลแขวงนครศรีธรรมราช ข้อหาจ่ายเช็คเด้ง เข้าตรวจค้นและจับกุมพระสุวิจักษณ์ ชุ่มโชติ หรือพระครูวินัยธรสุวิจักขณ์ ปัญญาวโร คนกลางที่นำเงินของอดีตพระกาโตะ 3 แสนบาทไปเคลียร์กับสื่อเพื่อหยุดยั้งข่าวอื้อฉาว
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณกุฏิที่พักของพระครูวินัยธรสุวิจักขณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด วังตะวันออก แต่พบว่าไม่มีใครอาศัยอยู่ภายในเลย และมีข้อมูลว่าได้เดินทางหายออกไปจากวัดเมื่อ 2 วันก่อนแล้วหลังจากที่มีการเปิดเผยว่ามี “พระคนกลาง” เป็นผู้รับเงิน 3 แสนไปวิ่งเต้นเคลียร์ปัญหา
ล่าสุดจากการตรวจสอบคดีติดตัวพระครูวินัยธรสุวิจักขณ์พบว่ามีหมายจับติดตัว 3 หมาย 1 หมายได้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยเพิกถอนแล้วคือหมายจับที่ 97/2561 แต่อีก 2 หมายคือ 25/2561 และอีก 1 หมายที่เกี่ยวเนื่อง ยังมีผลบังคับใช้ ผู้ต้องหาอยู่ในสถานะหลบหนี โดยหมายแรกมีมูลหนี้จำนวน 2 แสนบาทจากค่าเช่าพระเนื้อทองคำ 2 องค์ อีกหมายมีมูลหนี้ 4 หมื่นบาทจากการไม่ชำระค่าเฟอร์นิเจอร์ภายในกุฏิ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีนักธุรกิจในตัวเมืองนครศรีธรรมราชหลายรายออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของพระรายนี้ โดยมีผู้ประกอบการร้านผ้าม่านและทำอะลูมิเนียมรายหนึ่งเล่าว่าเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ช่วงที่มีการทำกุฏิ ได้จ้างร้านผ้าม่านให้ทำผ้าม่านและกระจกโดยมีวงเงินทั้งหมด 400,000 บาท แต่เมื่อทำเสร็จกลับไม่ยอมจ่าย เมื่อไปทวงถามหลายครั้งก็จะมีนายทหารมาข่มขู่ จนต้องยอมให้เป็นหนี้สูญ