อ่อนแรงเป็นดีเปรสชันเตือนเจ้าพระยาล้นตลิ่งเสริมแนว-พร้อมอพยพ
‘มู่หลาน’ ขึ้นฝั่งเวียดนามแล้ว จากพายุโซนร้อนอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชัน กรมอุตุฯ เตือน 27 จังหวัดเหนือ-อีสาน-กลาง และกทม. ระวังน้ำหลากท่วมฉับพลัน เจ้าพระยาล้นตลิ่ง 11-17 ส.ค. ทะเลหนุนซ้ำ นายกฯ จี้เสริมคันกั้นน้ำจุดเสี่ยงท่วม-ตามแนวฟันหลอ พร้อมอพยพ 24 ชั่วโมง มหาดไทยสั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศจัดแผนรับมือ-พร้อมอพยพพื้นที่เสี่ยง สั่งปิดเที่ยวน้ำตก-ถ้ำ ชาวประจันตคาม ปราจีนบุรี โกลาหลกลางดึก อพยพหนีน้ำป่าเขาใหญ่ บ่าเข้าท่วม 3 ตำบล 500 หลังคาเรือน ผู้ค้าหวั่นกระทบท่องเที่ยววันหยุดยาว นักท่องเที่ยวไม่กล้ามา
‘มู่หลาน’หอบฝนซัด 27 จว.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ส.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนพายุดีเปรสชัน “มู่หลาน” ฉบับที่ 9 ว่า พายุโซนร้อนมู่หลาน บริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน เมื่อเวลา 07.00 น. วันเดียวกัน ที่เมืองลางซอน โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 125 ก.ม. ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม หรือละติจูด 22.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 106.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 ก.ม. ต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 30 ก.ม.ต่อชั่วโมง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงในระยะต่อไป
ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย และสปป.ลาวตอนบน ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย
จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้ วันที่ 11 ส.ค. ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก และพิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น และมุกดาหาร ภาคตะวันออก จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ส่วนวันที่ 12 ส.ค. ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย หนองบัวลำภู หนองคาย และอุดรธานี
สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
ระวังน้ำป่า-ท่วมฉับพลัน
ด้านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำ โดย กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ประเมินสถานการณ์น้ำ จากฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบว่าจะมีปริมาณฝนตกสะสม ต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์น้ำในลำน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติบางพื้นที่ที่ฝนตกหนักอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก อาจส่งผลให้เกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน รวมทั้งมีบางพื้นที่มีน้ำท่วมขังอยู่เดิมอาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ระหว่างวันที่ 11-17 ส.ค.
แยกเป็น 1.พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลากและน้ำท่วมขัง ภาคเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน (อ.เมือง ปาย แม่สะเรียง แม่ลาน้อย ขุนยวม ปางมะผ้า สบเมย) เชียงใหม่ (อ.แม่แตง เวียงแหง) เชียงราย (อ.เวียงแก่น ขุนตาล เทิง ดอยหลวง เชียงของ) พะเยา (อ.เชียงคำ ปง) น่าน (อ.เฉลิมพระเกียรติ เชียงกลาง ท่าวังผา ทุ่งช้าง บ่อเกลือ ปัว สองแคว) พิษณุโลก (อ.นครไทย) และตาก (อ.อุ้มผาง)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ เลย (อ.ด่านซ้าย วังสะพุง) หนองคาย (อ.รัตนวาปี) บึงกาฬ (อ.เมือง บึงโขงหลง โซ่พิสัย เซกา ปากคาด) นครพนม (อ.เมือง ท่าอุเทน โพนสวรรค์ บ้านแพง ศรีสงคราม) และศรีสะเกษ (อ.เมือง ยางชุมน้อย ราษีไศล)
รับมือเจ้าพระยาล้นตลิ่ง
ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ นครนายก (อ.เมือง บ้านนา ปากพลี องครักษ์) ปราจีนบุรี (อ.เมือง กบินทร์บุรี ประจันตคาม ศรีมหาโพธิ บ้านสร้าง นาดี) ระยอง (อ.แกลง) จันทบุรี (อ.เมือง นายายอาม แก่งหางแมว ขลุง เขาคิชฌกูฏ โป่งน้ำร้อน มะขาม แหลมสิงห์ ท่าใหม่ สอยดาว) และตราด (อ.เกาะช้าง เกาะกูด แหลมงอบ เขาสมิง)
2.พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่าง ฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่ง บริเวณแม่น้ำ สายหลักและลำน้ำสาขาของแม่น้ำกก แม่น้ำวัง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำเลย แม่น้ำชี แม่น้ำมูน แม่น้ำบางปะกง และแม่น้ำตราด
3.พื้นที่เฝ้าระวังแหล่งน้ำขนาดใหญ่และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาตรน้ำสูงกว่าเกณฑ์ปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำกักเก็บสูงสุด 9 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ อ่างเก็บน้ำกิ่วลมและกิ่วคอหมา จ.ลำปาง บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ อ่างเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี อ่างเก็บน้ำน้ำพุง จ.สกลนคร อ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี และอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จ.ระยอง รวมทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดกลางมีปริมาตรน้ำมากกว่าร้อยละ 80 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้นกระทบพื้นที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ และ 4.พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ
กอปภ.ก ได้ประสานแจ้งจังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพฯ รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและปริมาณน้ำอย่างต่อเนื่อง และแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนสะสมที่อาจส่งผลให้เกิดอุทกภัยได้ พร้อมทั้งจัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) รถปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัย ให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที
ปิดเที่ยวถ้ำ-น้ำตก
ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำ น้ำตก ถ้ำลอด หากฝนตกหนักมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัย ให้มีประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ห้ามบุคคลใดเข้าพื้นที่ พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง ในส่วนของพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ประสานให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังและติดตามผลกระทบบริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งอาจทำให้เกิดสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ
สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยที่แอพพลิเคชั่น “THAI DISASTER ALERT” แจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” ไลน์ไอดี @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
มท.พร้อมอพยพพื้นที่เสี่ยง
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการรับมือกับสถานการณ์พายุมู่หลานว่า ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประกาศ แจ้งเตือน ประชาชนและส่วนราชการให้เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์แล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมน้ำหลากและดินถล่มใน ขณะเดียวกันได้ตรวจสอบสภาพหอเตือนภัยพิบัติเรียบร้อยแล้ว หากเกิดเหตุจะช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด ซึ่งได้เน้นย้ำไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว
ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ฐานะกำกับดูแล ปภ. กล่าวว่า ได้สั่งการไปยัง ปภ.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงในการช่วยเหลือประชาชนหากได้รับผลกระทบจากพายุ พร้อมทั้งกำชับไปยัง ผวจ. นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร ประสานการปฏิบัติงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในทุกพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดความ เสียหายจากพายุ ให้อยู่ในพื้นที่เพื่อเตรียมพร้อมปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนได้ทันเหตุการณ์หากเกิดความรุนแรงจากผลกระทบ ยืนยันว่าทุกฝ่ายได้เตรียมความพร้อมเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนในส่วนนี้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรง ให้สั่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงที่จัดเตรียมไว้ โดยทันที
นายกฯจี้รับมือทะเลหนุนซ้ำ
ขณะที่ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นห่วงประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนมู่หลาน จึงได้สั่งการให้กรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ฝ่ายปกครอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่ ติดตามสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา และน้ำทะเลหนุนสูงในช่วง 10-16 ส.ค.นี้ โดยเตรียมพร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เตรียมแผน เผชิญเหตุ โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจ ต้องป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วม เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ เน้นตรวจสอบความมั่นคงอาคารป้องกันริมแม่น้ำ เสริมคันบริเวณจุดเสี่ยงเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ประชาสัมพันธ์ข้อมูล แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ แนวเขื่อนชั่วคราวในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร หรือแนวฟันหลอ และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำทราบล่วงหน้า เตรียมความพร้อมของเครื่องจักรเครื่องมือ เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือ บรรเทาผลกระทบต่อประชาชนที่ประสบภัยได้ทันที เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน

น้ำเขาใหญ่ – น้ำป่าเขาใหญ่ไหลหลากท่วมหลายตำบลของอ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 100 หลังคาเรือน ขณะที่พายุโซนร้อน ‘มู่หลาน’ ขึ้นฝั่งเวียดนามแล้วส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก เมื่อวันที่ 11 ส.ค
น้ำป่าเขาใหญ่ถล่มกลางดึก
ด้านจ.ปราจีนบุรี หลังจากน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเกาะตามอย หมู่ 7 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ตั้งแต่ช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา สืบเนื่องมาจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนมู่หลาน และมวลน้ำได้ไหลกระจายเข้าท่วมอีกหลายพื้นที่ ประกอบด้วย หมู่ 13, 17, 5, 4, 1 และ 8 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม พื้นที่ต่อเนื่องกัน ต่อมาช่วงเช้าวันเดียวกัน สถานการณ์น้ำท่วม พื้นที่แรกๆ ในเขตสูงใกล้อุทยาน น้ำที่ท่วมได้ลดระดับลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ขณะที่ผู้นำ ท้องถิ่นท้องที่ ทหารจากมทบ.12 พล.ร.2 รอ. ปภ. และหน่วยกู้ภัยต่างๆ ทั้งสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน และร่วมกตัญญู ได้นำกำลังกว่า 70 นาย เข้าพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง
นายบันเทิง ปัญญาดี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโพธิ์งาม กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจ บ้านเรือนประชาชนที่ถูกน้ำท่วมกว่า 100 หลังคาเรือน ยังไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตแต่อย่างใด สภาพโดยทั่วไป พบว่าน้ำได้ลดปริมาณลงเรื่อยๆ และเริ่มไหลเข้าสู่ที่ลุ่มต่ำกว่า อาทิ พื้นที่บริเวณบ้านโง้ง บ้านประตูดาน, บ้านอินไตรย์, บ้านโคกบ้าน, บ้านนา, บ้านคุ้ม, บ้านต้น และบ้านห้วยขื่อ ต.โพธิ์งาม ที่ต่ำกว่าลงมาตามลำดับ และเฝ้าระวังฝนที่จะตกลงมาเพิ่มในอีก 1-2 วันนี้
ขณะที่ ปภ.ปราจีนบุรี ได้รับรายงานจากเทศบาลตำบลโพธิ์งาม และ อบต.หนองแก้ว อ.ประจันตคาม ว่า เกิดเหตุน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งไหลจากน้ำตกธารทิพย์ น้ำตกสาวน้อย ระบายลงคลองช้างคลาน ได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่การเกษตร ในเขตพื้นที่ จำนวน 6 หมู่บ้าน โดยระดับน้ำสูง 50-100 ซ.ม. โดยมีประชาชนได้รับผลกระทบ ดังนี้ ต.โพธิ์งาม บ้านเกาะตาม้อย หมู่ 7 จำนวน 50 ครัวเรือน บ้านยาง หมู่ 17 จำนวน 10 ครัวเรือน และที่ต.หนองแก้ว บ้านประเถท หมู่ 8 จำนวน 185 ครัวเรือน, หมู่ 5 จำนวน 80 ครัวเรือน และบ้านนา หมู่ 1 จำนวน 150 ครัวเรือน
ส่วนที่ต.บุฝ้าย บ้านนาแขม อ.ประจันตคาม น้ำได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนถนนสายหน้าหมู่บ้านรถจักรยานยนต์และรถเก๋งไม่สามารถวิ่งได้ โดยน้ำมาเยอะกว่าที่ผ่านมา
ขนของอพยพวุ่น
นายพรเทพ ไกรสิงห์ กำนันตำบลโพธิ์งาม อ.ประจันตคาม กล่าวว่า ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนร่วมกับทหารและหน่วยกู้ภัยต่างๆ ถึงตี 3 โดยต้นน้ำมาจากน้ำตกธารทิพย์ น้ำตกสาวน้อย ติดตีนเขา น้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตรเศษ น้ำมาเร็วและแรงมาก ปกติ น้ำไม่ท่วมสูงขนาดนี้ มีทหาร และ กู้ภัยมาช่วย ช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมามีบ้านเรือนจำนวน 30-40 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วมหนัก
ก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยและฝ่ายปกครอง ให้แจ้งเตือนและช่วยชาวบ้านขนของขึ้นที่สูงไว้คอยอยู่แล้ว แต่ยังคงกังวลอิทธิพลของพายุมู่หลาน อาจทำให้ฝนตกหนักตลอดทั้งวัน ทำให้มีมวลน้ำเข้าถล่มหนักกว่านี้อีก
ด้านพ่อค้าและแม่ค้าที่อยู่ทางด้านน้ำตกธารทิพย์ เผยว่า ต้องรีบเก็บข้าวของขึ้นที่สูง แต่เนื่องด้วยมวลน้ำมหาศาล ทำให้บางร้านไม่สามารถเก็บข้าวของได้ทัน และกระแสน้ำทำให้ตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นมวลน้ำได้ไหลเข้าท่วมหมู่บ้านโดยเริ่มจากหมู่ 13 หมู่ 7 หมู่ 17 หมู่ 11 หมู่ 5 และหมู่ 1 ขณะที่ชาวบ้านเตรียมตัวรับมือก่อนหน้านี้อยู่แล้ว จึงทำให้ไม่มีอะไรเสียหายมาก โดยปริมาณน้ำมหาศาลนั้นใช้เวลาไหลผ่านทั่วพื้นที่นาน 1 ชั่วโมง จากนั้นสถานการณ์ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ
จม 3 ตำบล 500 บ้าน
ขณะที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่อยู่ทางด้านลาดคลองเพกา ซึ่งเป็นทางเข้าไปยังน้ำตกธารทิพย์ โดยบริเวณดังกล่าวมีน้ำสูงกว่า 1 เมตร ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเดินฝ่าน้ำออกมาหาซื้ออาหารทาน เนื่องจากไม่สามารถนำรถออก มาได้
ชาวบ้านที่อยู่ในทางผ่านของน้ำเผยว่า บริเวณบ้านของชาวบ้านในบริเวณนี้จะถูกน้ำท่วมทุกปี แต่ละปีนั้นจะมามากน้อยไม่เท่ากัน รอบนี้น้ำมาช้ากว่าปีที่แล้ว แต่มวลน้ำมาก และแรงกว่า ประกอบกับได้มีทางหน่วยงานมาแจ้งเตือนให้เก็บข้าวของขึ้นที่สูงไว้ บ้างแล้ว เลยทำให้เกิดเสียหายแต่ไม่มาก เท่าไหร่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดน้ำป่าเขาใหญ่ได้หลากเข้าท่วมในพื้นที่อ.ประจันตคามแล้ว 3 ตำบล คือ ต.โพธิ์แก้ว ต.หนองแก้ว และต.บุฝ้าย รวมแล้วกว่า 500 บ้าน ขณะน้ำป่าที่ท่วมบ้านที่อยู่ติดเชิงเขาระดับน้ำได้ลดลงแล้ว อย่างไรก็ตาม จากน้ำท่วมครั้งนี้ คาดว่าจะมีผลกระทบกับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวมหาศาล เนื่องจากเป็นช่วงหยุดยาวต่อเนื่อง 3 วัน นักท่องเที่ยวอาจไม่กล้าเข้ามาเที่ยวในพื้นที่อ.ประจันตคาม ที่มีแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกมากกว่า 100 แห่ง