บีบีซีรายงานวันที่ 15 ก.ย. ถึงความคืบหน้าสถานการณ์ในยูเครนว่า ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เดินทางไปยังเมืองอีซุม ทางตะวันออกเฉียงเหนือ หนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่กองทัพยูเครนสามารถยึดคืนจากการครอบครองของกองกำลังรัสเซีย ประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวขอบคุณเหล่าทหารกล้าที่ทุ่มเทปฏิบัติภารกิจยึดคืนดินแดน จากนั้นร่วมพิธีชักธงชาติขึ้นยอดเสา
“ธงชาติสีฟ้า-เหลืองของเรากำลังโบกสะบัดในเมือง อีซุม ดินแดนที่ยึดคืนกลับมาได้ และจะเกิดขึ้นเช่นกันในทุกๆ เมืองและทุกๆ หมู่บ้านของยูเครน เราเดินไปยังเส้นทางเดียวเท่านั้น เส้นทางที่มุ่งหน้าและก้าวหน้าสู่ชัยชนะ” ผู้นำยูเครนแถลง
ขณะที่การรุกรานยืดเยื้อของรัสเซียกำลังเข้าสู่เดือนที่เจ็ด แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมากองทัพยูเครนสามารถโจมตีกองกำลังรัสเซียจนถอยร่นจากหลายพื้นที่ยึดครองทางตะวันออกและตอนใต้ของยูเครน นายเซเลนสกีแถลงเมื่อวันอังคารที่ 13 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่นว่า กองทัพยูเครนยึดคืนพื้นที่ในแคว้นคาร์คิฟจากรัสเซียได้อย่างน้อย 8,000 ตารางกิโลเมตร หรือราว 5 ล้านไร่

พาล – เจ้าหน้าที่ยูเครนเร่งช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเมืองครีวีริก หลังจากรัสเซียยิงขีปนาวุธร่อนถล่มโครงสร้างทางชลศาสตร์ (รอยเตอร์)
วันเดียวกันมีรายงานว่ารัสเซียพุ่งเป้ายิงขีปนาวุธร่อนถล่มระบบชลศาสตร์ในเมืองครีวีริก ทางตอนกลาง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำใกล้เคียงสูงขึ้นและไหลท่วมชุมชน
นายเซเลนสกีกล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่ารัสเซียในฐานะรัฐก่อการร้ายพยายามทำให้น้ำท่วมเมืองครีวีริก “กองกำลังที่เข้ายึดครองต้องการสร้างความแตกตื่น สร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน พยายามทำให้ประชาชนต้องใช้ชีวิตในความมืด ไม่มีความอบอุ่น น้ำ และอาหาร พวกเขา จะทำให้เราแตกสลายงั้นเหรอ ไม่มีทางหรอก พวกเขา จะต้องเผชิญหน้ากับการตอบโต้ที่สาสมและประสบกับวิบากกรรม แน่นอนพวกเขาต้องเจอ”