ออกหมายล่าอีก12คน ตั้งบิ๊กหินปธ.สอบทุกปม

ผบ.ตร.-อัยการร่วมแถลงคดีตู้ห่าว ออกหมายจับเพิ่มอีก 12 เครือข่ายจีนเทา ฐานสมคบคิดค้ายาเสพติด เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันฟอกเงิน ตามจับมาได้แล้ว 2 คณะกรรมการอัยการ-ตร.ยันสำนวนคดีตำรวจทำมาดีแล้วไม่มีข้อบกพร่องตามที่ ‘ชูวิทย์’ กล่าวหา ผบ.ตร.เซ็นตั้งกก.ชุดใหญ่สอบข้อเท็จจริงให้ วิสนุ- จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน สางปมคลิป-พิสูจน์ข้อสงสัยใน 15 วัน ขออัยการร่วมเป็นที่ปรึกษาด้วย ยืนยันผบ.ตร. เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนเอง ไม่ใช่ผบช.น. แจงตั้งแต่ 26 ต.ค.65 ดำเนินคดีผู้ต้องหาแล้ว 114 ราย คาด 2 สัปดาห์สรุปสำนวนได้ ส่งอัยการสูงสุดฟ้องศาลภายใน 20 ม.ค.นี้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 ม.ค. ที่สำนักงาน อัยการสูงสุด ถนนเเจ้งวัฒนะ มีการประชุมคณะทำงานกำกับการสอบสวนและการดำเนินคดี สำคัญ แต่งตั้งคณะทำงานกำกับการสอบสวนและการดำเนินคดี กับนายชัยณัฐร์ หรือตู้ห่าว กรณ์ชายานันท์ กับพวก ผู้ต้องหา ฐานร่วมกันจำหน่าย ยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาอี, เฮโรอีน) อันเป็นการมีไว้จำหน่ายเพื่อการค้า อันเป็น การกระทบต่อความมั่นคงของรัฐฯ, สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฯ, ร่วมกันเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และมี ส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ได้ประชุมคณะทำงานจนถึงเวลา 11.00 น.

ต่อมา นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ร่วมแถลงความคืบหน้าการสอบสวนคดี

นายโกศลวัฒน์กล่าวว่า การประชุม มีน.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด และพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ผบ.ตร. ในฐานะที่ปรึกษา เข้าร่วมประชุม โดยนายสมเกียรติ คุณวัฒนานนท์ รองอัยการสูงสุด หัวหน้าคณะทำงาน และคณะทำงานได้รายงานความคืบหน้าการสอบสวนคดี นายชัยณัฐร์ หรือตู้ห่าว กับพวก โดยพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการที่ร่วมสอบสวน ได้ดำเนินการร่วมกันสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอให้ศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับผู้ต้องหา ไว้แล้ว รวม 25 หมาย จับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 17 คน

ลุยคดีตู้ห่าว – พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีตู้ห่าว กลุ่มทุนจีนธุรกิจ สีเทา ออกหมายจับเพิ่มอีก 12 ราย ที่สำนักงานอัยการสูงสุด กทม. เมื่อวันที่ 4 ม.ค.

ต่อมา วันที่ 31 ธ.ค.2565 ได้ขออนุมัติให้ศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับ ผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 12 หมาย และจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 2 คน ได้แก่ นายฟู จี เซียง และ นายกฤติธี เหมหงส์ ในความผิดฐานสมคบกัน เพื่อกระทำความผิด ร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด โดยการกระทำมีลักษณะเป็นการกระทำขององค์กรอาชญากรรม ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ประเภท 2 ไว้ในครอบครอง และจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็น การกระทำเพื่อการค้า มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ สมคบกันตั้งแต่ สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานร่วมกัน ฟอกเงิน จำนวน 2 หมาย และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน 10 หมาย และคณะทำงานจะพิจารณาขยายผลการสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าสำนวนคดี ที่บช.น. ส่งให้อัยการดำเนินการต่อมันเละอ่อน ตามที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง กล่าวหาหรือไม่ นายกุลธนิตกล่าวว่า จากการตรวจสอบสำนวนโดยละเอียด ความจริงแล้วมีความครบถ้วน อัยการ เพียงแต่มาหาจุดเชื่อมโยงเพิ่มเติม

เมื่อถามว่าการแจ้งข้อกล่าวหาล่าช้าจะเป็น ช่องโหว่ ให้เป็นข้อต่อสู้ของนายตู้ห่าวหรือไม่ นายกุลธนิตกล่าวว่า ไม่เป็นช่องโหว่ เพราะการแจ้งกล่าวข้อหาเป็นเพียงกระบวนการหนึ่ง ส่วนเนื้อหาที่สอบสวนมา ได้รวบรวมการกระทำของผู้ต้องหาว่าเป็นความผิดฐานใด เพื่อให้การสอบสวนลุล่วง โดยคณะทำงานจะส่งสำนวนโดยให้มีระยะเวลาเหลือให้อัยการสูงสุดพิจารณาพอสมควร ซึ่งคาดว่าจะครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 7 ในวันที่ 20 ม.ค.2566 ซึ่งตามกำหนดก็จะต้องเหลือให้อัยการสูงสุดพิจารณา 1 ฝาก ซึ่งอาจจะเป็นวันที่ 8 ม.ค. หรืออาจจะเกินไป ไม่มาก

ด้านพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีนี้การกระทำนายตู้ห่าวถือเป็นตัวการหลัก และจากการร่วมกันสอบสวนกับอัยการตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. จนถึงวันนี้ มีความคืบหน้าชัดเจน ผู้ต้องหาทั้งหมด ก็เป็นเครือข่ายเดียวกัน กรณีที่นายชูวิทย์ปล่อยคลิปออกมาพาดพิงถึงการทำงานของ บช.น. และนายตำรวจอีกหลายคนนั้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความชัดเจนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างนั้นหรือไม่ที่มีการทำสำนวนอ่อนและสำนวนเสียหาย ตนได้ออกคำสั่งตั้งคณะคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดย พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย นายตำรวจระดับผู้บัญชาการ 2 นาย สังกัดจเรตำรวจเเห่งชาติ ผบช.ก.,และรอง ผบช.ก และผู้บังคับการกองปราบปราม ร่วมเป็นคณะกรรมการ ประเด็นคลิปต่างๆ ที่มีการกล่าวหา โดยได้สั่งการไปว่าให้รายงานผลข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า ได้เรียน อสส.ว่า จะขอเรียนเชิญพนักงานอัยการ 2-3 คน มาเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการ เพื่อให้เรื่องที่มีการกล่าวหาว่ามีการทำให้เกิดความเสียหายต่อรูปคดีจะทำให้สังคมเกิดความชัดเจน โต้กันไปโต้กันมามันก็พูดไม่จบข้อสงสัยอะไรถ้าใครมีคลิปหรือข้อสงสัยอะไรก็เอามาให้คณะกรรมการชุดนี้ดู คณะกรรมการชุดนี้จะเป็นผู้ให้ความกระจ่าง ทั้งหมด ส่วนที่มีการเข้าใจผิดกันว่า ผบช.น. เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้ ตามหนังสือซึ่งตามหนังสือที่ ผบช.น.ส่งสำนวนให้ อสส.พิจารณาคดีนอกราชอาณาจักร ซึ่งทางอสส.ได้พิจารณาแล้วว่าคดีนี้เป็นคดีนอกราชอาณาจักรและตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด

ชุดแรกเป็นคณะทำงานกำกับคดีมีรองอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะทำงาน โดยมีอัยการสูงสุดและตนเป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน และชุดที่ 2 อสส.ได้ตั้งตนเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ลงนามในสำนวนเสนอ อสส.พิจารณา และมีพนักงานสอบสวนของ 4 กองบัญชาการประกอบด้วย ตำรวจ ปส. ตำรวจ ผสอบสวนกลาง และปอท. ส่วน บช.น. มีตำรวจที่ร่วมรับผิดชอบคดีนี้อีก 42 คน จะเห็นว่าเราทำงานอย่างต่อเนื่อง อยากให้ประชาชนมั่นใจว่าตนเป็นผู้กำกับดูแลคดี ไม่ใช่ ผบช.น.

ส่วนความคืบหน้าคดีจากการที่เข้าร่วมประชุมทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการที่ทำงานร่วมกับอัยการก็มั่นใจว่าพยานหลักฐานว่าจะสามารถดำเนินคดีกับนายตู้ห่าว และพวกได้ส่วนพวกที่กล่าวหาว่าตำรวจทำสำนวนไม่ดีสักวันจะทำให้ความจริงปรากฏว่าเรื่องที่กล่าวหามานั้นมันจริงหรือไม่ อย่างไร

เมื่อถามว่าในวันที่ 27 ธ.ค. มีนายตำรวจระดับสูง และป.ป.ส. ไปตรวจผับจินหลิง รวมถึงรถยนต์ จะมีผลกระทบต่อพยานหลักฐานหรือรูปคดีหรือไม่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า เท่าที่คุยกับทางอัยการเรื่องนี้ไม่มีผลกระทบทางรูปคดี เพียงแต่ว่าการเข้าไปดังกล่าวถูกต้องตามระเบียบขั้นตอนหรือไม่ ต้องให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ตั้งขึ้นมาเป็นคนชี้แจงว่ามีใครทำอะไร ผิดขั้นตอนหรือไม่

เมื่อถามว่านายชูวิทย์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์องค์กรตำรวจและอัยการจะเข้าข่ายฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ต้องมาดูกันว่ามีใครได้รับความเสียหายหรือไม่อย่างไรและต้องไปดูแต่ละคำพูด แต่ตอนนี้ขอเน้นเรื่องการขยายผลทำคดี เป็นหลักก่อนส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที

“อยากให้สื่อมวลชนเข้าใจการทำงานว่า การทำงานมันไม่ได้ง่ายอย่างเช่นนักมวย เวลาไปชกมวย กองเชียร์ก็มองว่าทำไมไม่เตะตัดขา ไม่ต่อย โดยที่กองเชียร์ไม่ได้รู้ว่านักมวยทำอะไรอยู่ การสอบพยานคดีตู้ห่าว มีการสอบพยานไปแล้ว 400 ปาก ยื่นคำร้องขอออกหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับรวมแล้ว จำนวน 37 ราย มีทั้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติด ให้โทษประเภท 1, จำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 และ 4 สมคบยาเสพติดฯ และข้อหาฟอกเงิน จับกุมแล้ว จำนวน 19 ราย เหลืออีก 18 รายอยู่ระหว่างติดตามจับกุม โดยตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.65 เป็นต้นมา มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีเรื่องนี้ทั้งหมด 114 ราย (รวมคดีเสพ) ทั้งนี้จะสรุปสำนวนเสนออัยการสูงสุด ซึ่งคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์ นับจากนี้ และอัยการสูงสุดจะพิจารณาฟ้องคดีต่อศาลภายใน 20 ม.ค.นี้” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าว

เมื่อถามว่ารู้สึกกดดันหรือไม่ที่มีการนำหลักฐานในคดีออกมาโชว์ต่อสื่อมวลชน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพล การเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อซึ่งไม่น่าเป็นผลดีต่อคดี เเต่จะเป็นผลลบ เนื่องจากทางฝ่ายผู้ต้องหาจะเห็นช่องทางและนำมาต่อสู้ในคดี ขอให้มั่นใจว่า ตนเข้ามาเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนแล้ว และทางอัยการก็ส่งทีมชุดใหญ่มา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันทำงานเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคําสั่งสํานักงาน ตำรวจแห่งชาติ ที่ 2/2566 ที่พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ผบ.ตร. ลงนามแต่งตั้ง คณะกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ประกอบด้วย

1พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการ 2.พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นรองประธานกรรมการ 3.พล.ต.ท.โพธ สวยสุวรรณ จเรตำรวจ (สบ8) 4.พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย จเรตำรวจ (สบ8) เป็นรองประธานกรรมการ 5.พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. 6.พล.ต.ต.ชนวีร์ ชมาฤกษ์ รองจเรตำรวจ (สบ7) 7.พล.ต.ต.โอภาส คงเมือง ผบก.กองตรวจราชการ 6 สำนักงานจเรตำรวจ 8.พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการปราบปราม 9.พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ รองผบก.ป. 10.พ.ต.ท.บุญนำ ลบโลกา รองผกก. (สอบสวน) กก.4 บก.ป. 11.ว่าที่พ.ต.ท.ปราโมทย์ สุขศรีไพศาล สารวัตร (สอบสวน) กก.1 บก.ป. 12.ว่าที่พ.ต.ท.รชต ฉัตรวชิระวงษ์ สารวัตร (สอบสวน) กก.4 บก.ป. 13.พ.ต.ต.ชัยภักดิ์ สมภักดี สารวัตร ฝอ.บก.ป. เป็นกรรมการ 14.พล.ต.ต.เจนกมล คำนวล ผบก.กองตรวจราชการ 4 สํานักงาน จเรตำรวจ เป็นกรรมการและเลขานุการ 15.พ.ต.อ.เสวก บุญจันทร์ ผกก. (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.ป. เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการตรวจสอบ ข้อเท็จจริง รายงานผลการตรวจสอบ ข้อเท็จจริง เสนอให้ผบ.ตร. เพื่อพิจารณาสั่งการ ภายใน 15 วัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน