กับปาร์ตี้ลิสต์อีก 92 คนปชป.คุยเสริมพลังบวก หลัง‘มาร์ค’ ขึ้นปราศรัย ชัยเกษมเปิดใจน้อมรับถ้าพท.ให้นั่งแคนดิเดต

‘บิ๊กตู่’ ยันเอง โผรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ รทสช. จัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดีเดย์ 7 เม.ย.เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในกทม. พลังประชารัฐกระหึ่ม เปิดตัวผู้สมัครครบ 400 เขต กับปาร์ตี้ลิสต์อีก 92 คน ‘บิ๊กป้อม’ ปลื้มใจกองเชียร์ร่วมงาน พรึ่บ ประกาศจุดยืนพาคนไทยก้าวข้ามความขัดแย้ง ความยากจน ปัดพูดถึง ‘แม้ว’ บอกให้ยึดกระบวนการยุติธรรม ‘องอาจ’ โว ‘อภิสิทธิ์’ ขึ้นเวทีปราศรัย เสริมพลังบวก ‘รัชดา’ โพสต์แจงโควตา ผู้สมัครหญิง ปชป. ไม่ใช่แค่ไม้ประดับ ‘ชัยเกษม’ แจง ยังไม่ได้รับทาบทาม นั่งแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทยคนที่ 3 ศาลปกครองสูงสุดนัดชี้ปมแบ่งเขต กทม. วันที่ 7 เม.ย.

‘บิ๊กตู่’ซัดคนขาดสติพ่นสีวัด
เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธาน การประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 3/2566 ถึงกรณีกลุ่มศิลปินอิสระ พ่นสีกำแพงวัดพระแก้ว เพื่อแสดงออกถึงการยกเลิกมาตรา 112 ว่า “ผมได้ย้ำและสั่งการไปแล้วกับตร. ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ทั้งนั้น แล้วมนุษย์บางคนก็ขาดสติ เข้าใจกันหรือยัง และบางอย่างไม่ใช่ว่าจะต้องเฝ้าทั้งหมด แต่คนเราต้องมีสำนึก ไม่เช่นนั้นตำรวจต้องวางเรียงรายทางทั้งหมด ถ้าประชาชน คนในชาติไม่รัก ไม่สามัคคีกัน มันทำอะไรเขาไม่ได้ จะแย่ไปเรื่อยๆ ถ้าปล่อยปละละเลย

“ทางตำรวจก็พยายามใช้กฎหมายอย่างระมัด ระวังที่สุด ใช้มากไปจะหาว่ารังแกประชาชน ใช้น้อยไปก็หาว่าไม่เด็ดขาด แล้วจะให้ทำอย่างไร สื่อก็ต้องช่วยกัน มันควรหรือไม่ที่ไปทำอย่างนั้น ถ้าใครไปพ่นหน้าบ้านตัวเอง ยอมไหม ถ้าเราไม่ยอมก็ต้องไปเตือนพวกเขาเหล่านั้น ไม่ใช่เสนอข่าวว่าไอ้นี่ไปทำโน้น ไอ้โน้นไปทำนี่ ไอ้นี่ขัดแย้งกันอย่างนี้ หรือไอ้นี่ ไปขัดแย้งกับทางนั้น มันก็อยู่กันอย่างนี้ ไม่มีอะไรดีขึ้น แก้กันให้ตาย กี่นายกฯ ก็ทำกันไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ก.ตร.ว่าได้กำชับในที่ประชุมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมายและเป็นไปตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ซึ่งกำหนดไว้ว่าจะต้องเตรียมความพร้อม ให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.ฉบับนี้ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เนื่องจากกฎหมายเยอะมาก ผู้สื่อข่าว ถามว่าช่วงเลือกตั้งมีการกำชับตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว ไม่ดูแลก็มีเรื่องเท่านั้นเอง หน้าที่ความรับผิดชอบของเขา ไม่ว่าจะเลือกตั้ง หรือไม่เลือกตั้ง เป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้ว

จัดคิวร่วมงานรทสช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 3 เม.ย. ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตวันแรก พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทาง และยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้ารทสช. พร้อมแกนนำพรรคจะนำ ผู้สมัคร ส.ส.เขตไปสมัครที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กทม. และวางกำหนดการไว้ว่า พล.อ.ประยุทธ์อาจนำขึ้นรถแห่เพื่อรณรงค์เลือกตั้งด้วย

ส่วนวันที่ 4 เม.ย. ที่เปิดรับสมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) เป็นวันแรก พล.อ.ประยุทธ์จะไปให้กำลังใจและนำผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไปสมัคร ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง กทม. หลังจากได้หมายเลขบัญชีรายชื่อเรียบร้อย พล.อ.ประยุทธ์ นายพีระพันธุ์ และแกนนำพรรคจะขึ้นรถแห่หาเสียง กระทั่งเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์จะเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรีฐมนตรี (ครม.) ที่ขยับจากช่วงเช้ามาเพื่อให้รัฐมนตรีหลายคนไปสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ

นอกจากนี้ รทสช.ยังเตรียมจัดตารางรณรงค์ หาเสียงของ พล.อ.ประยุทธ์ นายพีระพันธุ์ และแกนนำพรรคไว้แล้ว จะเริ่มเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ใน กทม.เป็นแห่งแรกวันที่ 7 เม.ย. จากนั้นจะเดินสายหาเสียงไปตามภาคต่างๆ ควบคู่กับการลงพื้นที่ในภารกิจของนายกฯ ที่จะสลับกันไป โดยจะเน้นงานตรวจความ คืบหน้านโยบายของรัฐบาลเพื่อไม่ให้ข้าราชการ เกิดเกียร์ว่าง และช่วงท้ายก่อนถึงวันลงคะแนน ในวันที่ 14 พ.ค. วางแผนไว้ว่าจะจัดเวทีปิดการ ปราศรัยใน กทม.เช่นกัน

เผยโผปาร์ตี้ลิสต์เสร็จแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ ถึงการไป ให้กำลังใจผู้สมัครในวันลงสมัครว่า คิดว่า น่าจะไป ผู้สื่อข่าวถามว่าไปทั้ง 2 วันเลยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ดูก่อนสิ ถามต่ออีกแล้ว ตรงไหนมันควรจะไปก็ไป แต่ถ้าไปก็ต้องลาราชการ ผู้สื่อข่าวถามว่า วันพาผู้สมัครไปสมัครส.ส.จะขึ้นรถแห่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องทีละขั้นสิ ไปให้กำลังใจเขาก่อนและจะดูว่าเขาจะไปไหนอย่างไร และควรไม่ควรอย่างไรก็ต้องดูกัน ถ้ามาถามล็อกแบบนี้ตอบไม่ได้ การตัดสินใจขึ้นอยู่กับเวลาอะไรต่างๆ ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การจัดบัญชีรายชื่อส.ส.ของ รทสช. เรียบร้อยแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็เรียบร้อย อาจจะมีการแก้ไข เมื่อแก้ไข ก็ต้องทำใหม่หมด นั่นคือหลักการของกกต. เมื่อส่งไปก็ต้องดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงอีก หรือไม่ มีคนลาออก มีคนย้ายอีกหรือเปล่า ยังไม่รู้เหมือนกัน กำลังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบอยู่ แต่ทันเวลาอยู่แล้ว

ต่อข้อถามว่า การจัดบัญชีรายชื่อ มีข่าวว่าแบ่งเป็นสัดส่วนของพรรคและสัดส่วนของ นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อย่ามาบอกว่าเป็นสัดส่วนของใครเลย เราก็พิจารณาคน ที่ทำงาน ก็ทำงานมาด้วยกัน ต้องดูว่างานมากงานน้อย ใครควรจะอยู่ระดับไหนก็ว่ากันไปตามความเหมาะสม เรียกว่าให้ความเป็นธรรมทุกคนและทุกคนอยากจะอยู่ในบัญชีรายชื่อ อยากอยู่ต้นๆ อะไรทำนองนี้ ต้องไปดูผลงานต่างๆ เป็นอย่างไร ซึ่งต้องยอมรับกันในมติส่วนใหญ่

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะนำเวทีปราศรัยใหญ่ในกทม. วันที่ 7 เม.ย.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า ควรจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า ต่อข้อถามว่า ผลสำรวจยังเป็นรองพรรคการเมือง อื่น จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หาเสียงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่เห็นเป็นไรเลย กลยุทธ์ ของตนคือการพูดความจริงและข้อเท็จจริง ตนพูดจากประสบการณ์ที่มีมาตลอดระยะเวลาหลายปี 4 ปีแรกตนไม่พูดก็ได้ ตนพูดถึง 4 ปีหลังได้ทำงานร่วมกับนักการเมือง พรรคการเมืองมาโดยตลอด ตนรู้ว่าอะไรเป็นอย่างไรก็แล้วกัน ขึ้นอยู่กับว่าประชาชนจะฟังอย่างไร มีเหตุมีผลหรือเปล่า

‘บิ๊กป้อม’ลุยประจวบฯ-เพชรบุรี
ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจ ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ว่า วันที่ 31 มี.ค. พล.อ.ประวิตร มีกำหนดการลงพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และจ.เพชรบุรี เพื่อตรวจราชการ และติดตามการดำเนินการโครงการด้านทรัพยากรน้ำ

ช่วงเช้า ไปจ.ประจวบคีรัขันธ์ ตรวจติดตาม สถานการณ์น้ำบริเวณสันเขื่อนปราณบุรี และรับฟังแผนบริหารจัดการน้ำ จากอธิบดีกรมชลประทาน ก่อนเดินทางไปสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 14 ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ติดตามการดำเนินการอ่างเก็บน้ำห้วยมงคล จากนั้น เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ และแผนการผลิตน้ำประปา เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง ในเขตพื้นที่ จ.เพชรบุรี และจ.ประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงความก้าวหน้าการก่อสร้างโครงการด้านทรัพยากรน้ำ จากหน่วยงานที่รับผิดชอบ และกล่าวมอบนโยบายแก่ข้าราชการ ก่อนพบปะประชาชนที่มารอรับ

ช่วงบ่ายพล.อ.ประวิตร และคณะ สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และประชุมติดตามแผนงานและโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ที่ห้องประชุมเทศบาล ต.บางตะบูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เพื่อรับฟังสภาพปัญหาและผลกระทบ ของน้ำเน่าเสียในพื้นที่ ต.บางตะบูน และแผนงาน และโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญ รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในพื้นที่ จ.ราชบุรี สมุทรสงคราม และเพชรบุรี ก่อนเดินทางกลับกทม.เย็นวันเดียวกัน

พปชร.คึกคักเปิด 492 ผู้สมัคร
เมื่อเวลา 14.30 น. ที่บางกอก อารีน่า เขตหนองจอก กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดกิจกรรมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เขต 400 คน และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 92 คน และเปิดนโยบายพรรค นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้า นายสกลธี ภัททิยกุล และแกนนำภาค มีกองเชียร์ที่เดินทาง มาจากทุกภาคมาร่วมงานเต็มความจุอัฒจันทร์

ก่อนเริ่มกิจกรรม เจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ผู้สมัคร ส.ส.ลงทะเบียนและรับคู่มือชี้แจงขั้นตอนการเตรียมเอกสมัคร และข้อห้ามในการหาเสียง ขณะที่บรรยากาศในงานได้เปิดวีดิทัศน์ การลงพื้นที่ของพล.อ.ประวิตร ในการปราศรัย ช่วยผู้สมัครของพรรค ให้กองเชียร์รับชม ก่อนที่พิธีกรเปิดตัวผู้สมัครส.ส. เป็นรายภาค ให้เดินทักทายและถ่ายรูปกับกองเชียร์ ที่ถือป้ายไฟส่งเสียงต้อนรับผู้สมัครอย่างสนุกสนาน

นอกจากนั้น มีศิลปินดารา อาทิ กิก ดนัย จารุจินดา, โก้ บีมิกซ์, ป๊อก โฆษวิส ปิยะสกุลแก้ว, โชกุน, ตะวัน นิรุติ สาวสุชาติ, กลุ่มนางงาม, นายแบบ, อินฟลูเอนเซอร์จากหลากหลายอาชีพ, LGBTQ, กลุ่มนักแข่งเกมส์ อีสปอร์ต มาร่วมรับฟังนโยบายของพปชร.ด้วย

พปชร.โชว์ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมกรรมการบริหารพรรค แถลงเปิดนโยบาย เปิดตัวผู้สมัครส.ส. 400 เขต และส.ส.บัญชี รายชื่อ 92 คน ที่บางกอก อารีน่า เขตหนองจอก กทม. เมื่อวันที่ 30 มี.ค.

‘ประวิตร’ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 1
สำหรับบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. 92 คนอาทิ 1.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 2.นายสันติ พร้อมพัฒน์ 3.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ 4.นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ 5.นายอุตตม สาวนายน 6.นายไพบูลย์ นิติตะวัน 7.นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ 8.น.ส.พิม อัศวเหม 9.นายวิรัช รัตนเศรษฐ 10.นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ 11.นายสกลธี ภัททิยกุล 12.นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ 13.นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ 14.นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ 15.นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ 16.น.ส.ธนพร ศรีวิราช 17.นายนิพันธ์ ศิริธร 18.นายอภิชัย เตชะอุบล 19.พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ 20.นายปัญญา จีนาคำ

21.นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ 22.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ 23.นางสมพร จูมั่น 24.นายชวน ชูจันทร์ 25.นายวิเชียร ชวลิต 26.นายโกมินทร์ ทีฆธนานนท์ 27.นางวลัยพร รัตนเศรษฐ 28.นายสุพร ดนัยตั้งตระกูล 29.นายธนสาร ธรรมสอน 30.นายสุธี พงษ์เพียรชอบ 31.นายพิริยะ โตสกุลวงศ์ 32.นายไพรัตน์ ตันบรรจง 33.นายธนากร มณีโชติ 34.นายคุณปิน ติรณศักดิ์กุล 35.นายบำรุง สักลอ 36.นายเกรียงศักดิ์ ภู่พันธ์ตระกูล 37.นายราม คุรุวาณิชย์ 38.นายทักษิณ แก้วสามดวง 39.นายสมพร ดำพริก 40.นายภัฎ สุริวงษ์

ก่อนหน้าที่ได้มีผู้ประสงค์ลาออก 7 คน และรายชื่อซ้ำ 1 คน ในการเสนอรายชื่อให้กก.บห.สรุป เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ทำให้พปชร.ส่งรายชื่อผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ 92 คนเท่านั้น

ขายนโยบาย 3 เร่งด่วน 8 เร่งรัด
สำหรับนโยบายพปชร.จะมุ่งฟื้นเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาครบทุกมิติให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วย“นโยบาย 3 เร่งด่วน 8 เร่งรัด” โดย 3 นโยบายเร่งด่วน ได้แก่ 1.แก้หนี้ประชาชน ผู้ประกอบการให้เบ็ดเสร็จ เติมทุนด้วยวิธีใหม่ ควบคู่สร้างโอกาสใหม่ โดยทำทันที 2.ดูแลสวัสดิการ เสริมทักษะ ผ่านบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐ 3.การยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย

“8 นโยบายเร่งรัด” วางรากฐานเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ 1.ยกระดับเศรษฐกิจ ฐานราก ส่งเสริมภาคการเกษตร วิสาหกิจชุมชนเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว 2.ยกเครื่องภาคอุตสาหกรรมเดิม สู่เศรษฐกิจใหม่ในอุตสาหกรรม S-curve เพื่อขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และเศรษฐกิจ BCG 3.เร่งพัฒนาพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ ทั้งอีอีซี และขยายพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ 4.ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทุกระบบทั้งถนน ราง น้ำ และอากาศ รวมถึงพัฒนาโครงเครือข่าย 5G ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ การต่อยอดพร้อมเพย์ และเป๋าตัง ให้คนไทยเข้าสู่ Digital Economy อย่างแท้จริง

5.พัฒนาทรัพยากรมนุษย์รองรับอุตสาหกรรม แห่งอนาคต ทั้งระดับปวช. ปวส. ให้เรียนฟรีมีงานทำ พัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมแหล่งงาน เพื่อสร้างรายได้ระหว่างเรียน ส่วนแรงงานเดิมจะส่งเสริมเข้าโปรแกรมเพิ่มทักษะให้สอดรับกับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ 6.ปฏิรูประบบราชการ แก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค เพื่อส่งเสริมให้เกิดเอสเอ็มอีที่มีความเข้มแข็ง 7.ปฏิรูประบบงบประมาณ กระจายอำนาจการปกครอง ส่วนท้องถิ่น สู่การพลิกฟื้นเศรษฐกิจ เพื่อเข้าสู่งบประมาณสมดุลในระยะยาว เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนพื้นที่ได้อย่าง ตรงจุด

8.ต่อต้านคอร์รัปชั่นเต็มรูปแบบ สร้างระบบ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพิ่มโทษนักการเมืองที่ทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นสองเท่า รวมถึงใช้เงินดิจิทัล มีเทคโนโลยีบล็อกเชนที่จะนำมาใช้ในโครงการ ประมูลภาครัฐขนาดใหญ่ มีกองทุนประชารัฐ 3 แสนล้านบาท

ย้ำก้าวข้ามขัดแย้ง-ยากจน
พล.อ.ประวิตรกล่าวบนเวทีว่า วันนี้รู้สึกอบอุ่นใจเป็นอย่างยิ่ง ขอยืนยันกับพี่น้อง ทุกท่านว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พปชร. พร้อมแล้วที่จะเข้ามารับใช้ประชาชนทุกคน ตนอยากจะสื่อสารให้พี่น้องประชาชนทราบว่าคนไทย ทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นพี่น้องร่วมชาติ ที่มีสายเลือดเดียวกัน ที่ผ่านมาประเทศของเราพัฒนาได้ยากเพราะความขัดแย้งและแตกแยก จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมใจกันก้าวข้ามความขัดแย้งด้วยความรักความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน

ผมพร้อมที่จะประสานประโยชน์กับ ทุกฝ่าย พร้อมที่จะนำความรักความสามัคคี มาสู่ประเทศชาติอย่างยั่งยืนตลอดไป คนไทยทุกคนต้องรักกันสามัคคีกัน เป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างความสงบสุขความเจริญรุ่งเรืองให้กับ ประเทศชาติและประชาชน เมื่อเราก้าวข้ามความขัดแย้งได้ เราจะมีพลังที่จะก้าวข้ามความยากจนไปด้วยกัน จะก้าวทั้งความขัดแย้งและความยากจน

การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนี้เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของท่านทั้งหลายที่จะให้พรรคใดมาบริหารประเทศ พปชร.ได้นำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากมายดังที่ได้รับชมในวีดิทัศน์ไปแล้ว ทีมเศรษฐกิจของเราคิดไว้มากมาย การเลือกตั้งครั้งนี้ถ้าเราได้คะแนนมาเป็นที่หนึ่งจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ทันที ขับเคลื่อนนโยบายที่ทำไว้ ทั้งนโยบาย บัตรประชารัฐ 700 บาท ต่อเดือน การลดราคาน้ำมัน ลดราคาแก๊สและลดค่าไฟฟ้า การดูแลคนไทยทุกช่วงวัย ทั้งเบี้ยประชาชน ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มารดาที่ตั้งท้องตั้งแต่ เดือนที่ 5 จะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายจนถึงวันคลอดและดูแลทารกหลังคลอด จนถึง 6 ขวบ

14 พ.ค.เลือกทั้งคนทั้งพรรค
นโยบายในเรื่องน้ำ มีเราต้องไม่มีแล้ง โดยจะพัฒนาแหล่งน้ำ ระบบชลประทาน แก้ปัญหา น้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตรส่งเสริม ยืนยันว่ามีเรา จะไม่มีแล้งอีกต่อไป ส่งเสริมสิทธิที่ดินทำกิน มีเราต้องมีที่ดินทำกิน ถ้ามีที่ทำกินไม่มีจน จะก้าวข้ามความยากจนได้ เราจะแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างงาน สร้างรายได้ ยกระดับการศึกษา เศรษฐกิจฐานรากภาคอุตสาหกรรม การคมนาคมและนโยบายอื่นๆ อีกมากมาย

รวมถึงการแก้ปัญหายาเสพติด ทั้งการป้องกันปราบปรามและบำบัดฟื้นฟูอย่างจริงจัง เราจะปราบปรามผู้มีอิทธิพล อาชญากรรมข้ามชาติการฉ้อโกงออนไลน์ แชร์ลูกโซ่ และหนี้นอกระบบ จะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราคือครอบครัวเดียวกัน เราจะรักสามัคคีกันเป็นหนึ่งเดียว

“ขอให้เชื่อมั่นผม เชื่อมั่นในพปชร. และผู้สมัครทั้ง 492 คน ที่ยืนอยู่ตรงนี้ ผมขอประกาศ กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่าพวกเราทำได้ และพร้อมแล้วที่จะรับใช้ประชาชน พี่น้อง วันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.นี้โปรดกาบัตรเลือกพปชร. ทั้ง 2 ใบ เลือกทั้งคน เลือกทั้งพรรค เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง และก้าวข้ามความยากจนไปด้วยกัน” พล.อ.ประวิตรกล่าว

ลั่นพร้อมแล้วสู้เลือกตั้ง
พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้รู้สึกภูมิใจ ผู้สื่อข่าวถามว่าตื่นเต้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ดูรึเปล่า ถ้าดูก็จบแล้ว ก้าวข้ามความขัดแย้ง และก้าวข้ามความยากจน” ต่อข้อถามว่าวันนี้ได้รับกระแสตอบรับที่ดี จากประชาชน แสดงว่ามั่นใจจะแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ใช่หรือไม่ พล.ประวิตรกล่าวว่า เราก็แก้ไขให้ประชาชนคนไทยเป็นหนึ่งเดียว ผู้สื่อข่าวถามว่าพร้อมเลือกตั้งมากที่สุดแล้ว ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พร้อมแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่นายทักษิณ ชินวัตร อยากกลับไทย อยู่ในเงื่อนไขก้าวข้ามความขัดแย้งด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ขอพูดถึง เพราะเขาถูกลงโทษไม่ใช่หรือ ก็ว่าไปตาม กระบวนการยุติธรรม ต่อข้อถามว่าหวังว่า จะได้กี่ที่นั่ง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขอให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อถามว่าการจะผลักดัน ให้พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ ต้องได้จำนวน ส.ส. 120 ขึ้นไป ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็แล้วแต่

ปชป.ติวทีมกทม.ก่อนสมัคร
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ดูแลกทม. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. และ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. เชิญว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. และผอ.ศูนย์เลือกตั้งกทม. ทั้ง 33 เขต ร่วมประชุมวางแผนการเลือกตั้ง และซักซ้อมความเข้าใจก่อนสมัครวันที่ 3 เม.ย.นี้

นายองอาจให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมว่า ในวันที่ 3 เม.ย. พรรคนัดผู้สมัครส.ส.กทม.มาที่พรรคตั้งแต่เวลา 05.30 น. โดยใช้รถบัสพลังงานไฟฟ้า หรือรถ EV ไปที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เพื่อให้ประชาชนได้รู้ว่า ปชป.เอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 จากนั้นเวลา 10.30 น. แกนนำพรรคจะพาผู้สมัครทั้ง 33 คน ไปสักการะศาลหลักเมือง และเดินเท้าไปยังวัดพระแก้ว เพื่อสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

สำหรับวันที่ 31 มี.ค. เวลา 09.30 น. ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ผ่านการรับรองทั้ง 100 รายชื่อ จะมารวมตัวกันที่พรรค สักการะ พระแม่ธรณีบีบมวยผม เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยก่อนที่ไปสมัครในวันที่ 4 เม.ย.โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค เป็นผู้นำผู้สมัครไปยื่นสมัครด้วยตนเอง

โว‘มาร์ค’ขึ้นเวทีเสริมพลังบวก
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสตอบรับจากกิจกรรม โรดโชว์ โพลิซี (Roadshow Policy) ซึ่งพรรคอื่นไม่มี นายองอาจกล่าวว่า ประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี ทางพรรคพยายามหาช่องทาง หลายรูปแบบที่จะเข้าถึงประชาชนมากที่สุด กิจกรรมโรด โชว์ โพลิซี เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนฟัง คิด ทำ คือการฟังประชาชน คิดร่วมกับประชาชน

ต่อข้อถามว่า เมื่อวันที่ 29 มี.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ อดีตหัวหน้าปชป. ร่วมขึ้นเวทีพบปะประชาชนที่สวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี จะยิ่งเสริมพลังปชป.มากขึ้น นายองอาจกล่าวว่า บุคลากรของพรรคล้วนแต่มีคุณค่า ท่านใดก็ตามที่เข้ามา มีส่วนช่วย ถือว่าช่วยเพิ่มความนิยมในปชป.มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนายอภิสิทธิ์ นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ทุกท่าน ล้วนแล้วแต่มีผู้สนับสนุน หรือมีแฟนคลับ จึงมีแต่บวก มีแต่เพิ่ม ไม่มีลดแน่นอน

‘รัชดา’โพสต์แจงสัดส่วนสตรี
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกก.บห. ปชป. โพสต์เฟซบุ๊ก ทำความเข้าใจโควตาผู้หญิง #ประชาธิปัตย์ว่า ชวนมองให้ลึกไม่ใช่แค่ว่าใครอยู่เบอร์ไหน ใครพวกใคร จะเห็นชัดเจน ว่าปชป.เป็นพรรคการเมืองที่มีผู้หญิงเข้ามาทำงานการเมืองจำนวนมาก เป็นผู้มีประสบการณ์ ในสภาผู้แทนราษฎร และความเชี่ยวชาญในงาน ด้านต่างๆ ที่จะเป็นตัวแทนประชาชน เป็นปากเป็นเสียงสะท้อนมุมมองที่หลากหลาย และผลักดันนโยบายที่จะสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ประชาชนมั่นใจได้ว่าพวกเรา ไม่ได้มาเล่นๆ ไม่ได้มาเป็นแค่ไม้ประดับ แต่เรา ตั้งใจจริงและทำได้จริง

ปชป.ส่งเสริมให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาททางการเมือง แต่ก่อนหน้านี้มีผู้หญิงเข้าสู่การเมืองน้อยมาก การกำหนดสัดส่วนหญิง-ชาย หรือโควตาผู้หญิงในการสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงเป็นเรื่องจำเป็น ทำให้พรรคกำหนดให้อย่างน้อยทุกๆ 5 คน ต้องมีผู้หญิง 1 คน แต่เมื่อบริบทเปลี่ยนไป มีผู้หญิงเข้าสู่การเมืองมากขึ้น ผลงานเป็นที่ประจักษ์ การจัดอันดับบัญชีรายชื่อจึงไม่ใช่ว่าผู้หญิงต้องอยู่ที่อันดับ 5, 10, 15 ฯลฯ เท่านั้น เพราะจะกลายเป็นการปิดโอกาสผู้หญิงที่มีความสามารถ

จึงต้องขอย้ำว่า “โควตา” เป็นการกำหนดให้ “อย่างน้อยต้องมีผู้หญิงในทุกๆ 5 คน” การพิจารณาจะเป็นไปตามความเหมาะสมและใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน ทั้งหญิงและชาย ซึ่งทางพรรคมีเกณฑ์การพิจารณาที่ใช้เป็นหลักมาตลอด อยู่แล้ว ผลการจัดลำดับย่อมจะมีคนที่ผิดหวังทั้งชายและหญิง ในเมื่อลำดับบัญชีรายชื่อแต่ละลำดับมีได้เพียงคนเดียว แต่ที่สำคัญ ทุกการตัดสินใจต้องตอบผู้มีส่วนได้ส่วนเสียว่าลำดับนั้นมาได้อย่างไร

‘ชัยเกษม’ไม่ปฏิเสธแคนดิเดต
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทาง การเมืองพท. ให้สัมภาษณ์กรณีมีชื่อเป็น 1 ใน 3 ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ของพท.ว่า ตนอยู่ในการเมือง หากถูกเสนอชื่อก็มีความพร้อม แต่จะทำได้ดีแค่ไหนคนอื่นเป็นผู้พิจารณา ไม่ใช่ตนเป็นผู้พิจารณา และหากพรรคเสนอมา ตนก็ต้องน้อมรับ เพราะพรรคคิดว่ามีความเหมาะสม แม้ว่าจะเสนอชื่อเรียง 1, 2, 3 แต่ถึงเวลาพรรคต้องพิจารณาคนที่เหมาะสมที่สุดในช่วงวลานั้นอีกครั้ง

ขณะนี้พรรคยังไม่ได้มาทาบทาม และยังไม่ได้มีการประชุมกก.บห. ข่าวออกมาเป็นการคาดเดากันไปเอง ตนก็ไม่มีสิทธิ์มาออกมาปฏิเสธว่าใช่หรือไม่ใช่ หากเขาไม่ให้เป็น ก็ไม่ได้สนใจอะไร อาจจะสบายใจเสียด้วยซ้ำ ฉะนั้นต้องรอความชัดเจนในวันที่ 4 เม.ย. ตนเคยบอกกับพรรคไว้ว่าถ้าจะหาใครมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ คนที่สาม หากเปิดชื่อแล้วคะแนนพรรคพุ่งสูงปรี๊ด ให้เลือกคนนั้นเลย เพราะเราอยากได้คนที่ประชาชนต้องการ และเชื่อว่านายกฯ ต้องมาจากพท.เท่านั้น หากเราได้เสียงข้างมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่าแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 คนจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้หรือไม่ นายชัยเกษม กล่าวว่า มั่นใจได้แน่นอน ถ้าท่านมั่นใจในพท. ท่านก็ต้องมั่นใจในคนที่พท.เลือกด้วย เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลหน้าจะเป็นของพปชร. เพราะมี ส.ว.250 คน พท.กังวลหรือไม่ นายชัยเกษมกล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลต้อง ขอให้ผ่านการเลือกตั้งไปก่อน จึงจะบอกได้ว่าใครจะร่วมกับใครหรือไม่อย่างไร แต่เราต้องพิจารณาคนที่เป็นประชาธิปไตย หากจะให้เราไปอยู่กับพรรคที่เป็นเผด็จการ 100% เป็นไปไม่ได้

พท.ชูธงเป็นรบ.ชงแก้รธน.
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการด้านประชาธิปไตย กระบวนการยุติธรรม และความเสมอภาค เท่าเทียมเป็นครั้งแรก นำโดยนายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองประธาน พร้อมคณะกรรมการ ได้แก่ นายภูมิธรรม เวชยชัย นายนพดล ปัทมะ นายจาตุรนต์ ฉายแสง

นายชูศักดิ์แถลงผลการประชุมว่า วันนี้คณะกรรมการมีความเห็นร่วมกัน 4 ข้อคือ 1.พท.มีนโยบายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เป็นประชาธิปไตยผ่านกระบวนการของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แต่ที่ผ่านมา ส.ว. ไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติ ซึ่งขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ทำประชามติก่อน ดังนั้น หาก พท.เป็นรัฐบาล คณะรัฐมนตรี จะมีมติให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยการ ทำประชามติสอบถามประชาชน

2.เรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เคยบัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญปี 2540 แต่เมื่อเกิดการรัฐประหาร ไม่มีเรื่องนี้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญอีก ดังนั้น ต้องมีการรื้อฟื้น ฟื้นฟูเพื่อเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพ การใช้ชีวิตของประชาชน โดยกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ วิธีปฏิบัติใดที่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องได้รับการแก้ไข

3.เรื่องความเหลื่อมล้ำ ความเสมอภาค เท่าเทียม ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ของสังคม ทั้งทางกฎหมายและการปฏิบัติ ต้องได้รับการแก้ไขโดยพลัน

4.ที่ผ่านมาประชาชนถูกคุมขังโดยไม่ได้รับการประกัน ด้วยเหตุผลที่ใช้ดุลพินิจกว้างขวาง ดังนั้น ต้องแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือ ป.วิอาญา เพื่อให้หลักประกันต่อประชาชนในสิทธิของการประกันตัว ซึ่งพรรคเห็นว่าการให้ประกันตัวต้องเป็นหลัก การไม่ให้ประกันต้องเป็นข้อยกเว้น และเขียนไว้ อย่างชัดเจนว่าไม่ให้ประกันเรื่องอะไร เหล่านี้ พท.จะใช้เป็นนโยบายหาเสียง ต้องไม่ให้ตีความอย่างกว้างขวาง

ปัดตอบรับมือ‘โทนี่’จะกลับไทย
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ภาคสังคมออกมาเรียกร้องความเท่าเทียมกฎหมายต่างๆ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เราต้องเริ่มที่การแก้โครงสร้างรัฐธรรมนูญ อะไรที่ขัดกับหลักการ เราจะดำเนินการ ส่วนรายละเอียดจะศึกษา และประกาศต่อไป ขอให้คำมั่นว่าจะดำเนินการ ในเรื่องความเท่าเทียมทันทีเมื่อเราเป็นรัฐบาล

เมื่อถามถึงกรณีที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ปรึกษาพรรคเพื่อชาติ ระบุว่า หากนายทักษิณ ชินวัตร กลับมารับโทษ จะมีคนไปนอนเฝ้าหน้าเรือนจำและเกิดความวุ่นวาย คณะกรรมการ ได้พิจารณาเรื่องนี้หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ได้หารือเรื่องนี้ การตัดสินใจของนายทักษิณ เป็นความคิดของท่าน พท.เห็นว่าสถานการณ์ปัจจุบันต้องการเปลี่ยนแปลงโดยประชาชน เราจะเป็นเครื่องมือเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงร่วมกับประชาชน ดังนั้น ปัญหาสำคัญทั้งเศรษฐกิจ กฎหมาย ระเบียบที่ทำลายสิทธิ ขั้นพื้นฐาน เราจะทำควบคู่กันไป และหากเราเป็นแกนนำรัฐบาล นโยบายเหล่านี้จะเป็นหลักในการขับเคลื่อนของรัฐบาล

ปช.ส่ง‘วันนอร์-ทวี’ชิงนายกฯ
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำการพรรคประชาชาติ (ปช.) ซ.เดชะตุงคะ กทม. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุมกก.บห. พร้อมด้วยแกนนำพรรค โดยรับรองรายชื่อผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขต 19 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 77 คน ซึ่งได้ผ่านขั้นตอนการทำไพรมารีโหวตจากศูนย์ อำนวยการเลือกตั้งแต่ละจังหวัดมาแล้ว

นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ปช.เน้นส่งผู้สมัครเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเท่านั้น ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญ และเป็นแชมป์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 โดยได้รับเลือกตั้ง ส.ส. 6 เขต จาก 11 เขต ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคหวังชนะ การเลือกตั้งทุกเขตที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง

สำหรับผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ 77 คน กก.บห.ได้รับรองรายชื่อแล้ว แต่ยังไม่มีการจัดอันดับว่าใครจะได้อยู่ในอันดับที่เท่าใด นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือเรื่องการเสนอชื่อ แคนดิเดตนายกฯ ซึ่งพรรคการเมืองสามารถ เสนอชื่อได้พรรคละไม่เกิน 3 คน ที่ประชุมปช.เห็นควรเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ 2 คน คือนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค

ถก‘ก.ตร.’ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เดินทางไปเป็นประธานประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 3/2566 โดยมีพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูง ร่วมต้อนรับ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 30 มี.ค.

กำนัน-ผญบ.ขอบคุณนายกฯ
นายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย และประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ตนพร้อมด้วย นายธวัชชัย นิมา ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 25 จังหวัดภาคกลาง นำผู้แทนกำนันผู้ใหญ่บ้าน กว่า 100 คน นำกระเช้าดอกไม้มามอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพื่อแสดงความขอบคุณที่ผลักดันเรื่องเพิ่มอัตราเงินตอบแทนตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและแพทย์ประจำตำบลเป็นผลสำเร็จ

โดยมี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการ นายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการเร่งรัดการปฏิบัติงานราชการ เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรีรับมอบกระเช้าดอกไม้ พร้อมด้วย นายประทีบ กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง และ นายหิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานในการเข้าพบมาร่วม

7เม.ย.ศาลชี้ชะตาแบ่งเขตกทม.
เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ศาลปกครองสูงสุด นัดไต่สวน 4 คดี ที่มีผู้ยื่นฟ้องขอเพิกถอนประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งส.ส.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยผู้ถูกฟ้องคดี นำโดย นายปกรณ์ มหรรณพ กกต. และ เจ้าหน้าที่ของ กกต. ได้มาร่วมไต่สวนมูลฟ้องอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งศาลใช้เวลาไต่สวนนานกว่า 2 ชั่วโมง

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า เปิดเผยหลังการไต่สวนว่า วันนี้ศาลรับการไต่สวนครบถ้วน และนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 7 เม.ย.2566 วันนี้ตนได้ยื่นข้อเท็จจริงให้ศาลหมดทุกกรณีแล้วว่าเป็นความจงใจของกกต. ที่จะละลายเขตเลือกตั้งในกทม. มองว่าจะเป็นการทำลายระบบตัวแทน และส่อที่จะทำให้ความเป็นตัวแทนของส.ส.ต่อประชาชน มีปัญหาได้

ยืนยันว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้ จะไม่กระทบต่อวันเลือกตั้ง คือ 14 พ.ค.2566 แต่อาจกระทบต่อกรอบเวลาการรับสมัครเลือกตั้งส.ส.ในวันที่ 3-7 เม.ย. หากต้องเลื่อนวันรับสมัครออกไปจะต้องเป็นวันที่ 14-18 เม.ย. ยังอยู่ในกรอบเวลา ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้าก็ไม่มีผลกระทบ สามารถขยายการลงทะเบียนการเลือกตั้งล่วงหน้าออกไปได้เช่นกัน แต่ท้ายที่สุดขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

หากเห็นว่า กกต. มีอำนาจเบ็ดเสร็จทำได้นั้น มองว่าจะทำให้กกต.มีอำนาจในการหั่นเขต เท่ากับว่าการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป กกต.สามารถขยับตัวเลขเกณฑ์สัดส่วนประชากรต่อ ส.ส. 1 คนได้ตามอำเภอใจ หากกกต.ต้องแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ไม่จำเป็นต้องแบ่งทั้งประเทศ อาจเป็นบางพื้นที่มีการยื่นคำร้อง เช่น กทม. สุโขทัย สกลนคร แต่อาจกระทบต่อการทำ ไพรมารีโหวต ซึ่งตนเคยเตือน กกต.ไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันที่ 3 เม.ย.จะรับสมัครเลือกตั้งแล้ว แต่ศาลนัดอ่านวันที่ 7 เม.ย. จะทันหรือไม่ นายอรรถวิชช์กล่าวว่า หากศาลตัดสินให้แบ่งเขตใหม่ แล้วมีการรับสมัครเลือกตั้ง ไปแล้วในกทม.นั้น ก็ต้องยกเลิกการสมัครที่ดำเนินการไป

ส่วนคดีที่ 2 นายพัฒ ตั้งเบญจผล ผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.สุโขทัย ในนาม พรรคประชาธิปัตย์ คดีที่ 3 นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ฟ้องประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง จ.สุโขทัย คดีที่ 4 นายพัฒนา สัพโส ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นส.ส.ฟ้องประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง จ.สกลนคร ทั้ง 4 คดีศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษาวันที่ 7 เม.ย.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน