เมื่อวันที่ 5 เม.ย. เอเอฟพีรายงานว่า เกิดเหตุปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงของทางการอิสราเอลกับชาวปาเลสไตน์ที่มัสยิด “อัลอักซอ” ซึ่งตั้งอยู่บนเนิน พระวิหารในเขตเมืองเก่าของนครเยรูซาเลม หลังอิสราเอลส่งกำลังตำรวจเข้าจับกุมคนร้าย ที่เข้าไปซ่อนตัวภายในมัสยิดดังกล่าว ทำให้ขบวนการฮามาสเรียกร้องให้ชาวปาเลสไตน์เข้าปกป้อง พื้นที่มัสยิดอย่างพร้อมเพรียง ล่าสุด มีผู้ถูกตำรวจอิสราเอลจับกุมแล้วกว่า 350 คน เรียกเสียงประณามจากกลุ่มชาติสันนิบาตอาหรับ

กองกำลังติดอาวุธฮามาส ประณามการบุกรุกของตำรวจอิสราเอลว่าเป็นอาชญากรรม ร้ายแรง ขณะที่ตำรวจอิสราเอลระบุว่า กลุ่มคนร้ายขังตัวเองอยู่ภายในมัสยิด โดยเหตุนี้เกิดขึ้นในช่วงรอมฎอน หรือเทศกาลถือศีลอดทำให้มีชาวมุสลิมเดินทางมาหลายหมื่นคน

อัลอักซอยังถือเป็นมัสยิดสำคัญเป็นอันดับสามของชาวมุสลิม รองจากมัสยิดอัลหะรอม ที่นครเมกกะ และมัสยิดอัลนะบะวีย์ ที่นครมาดีนะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย แต่มัสยิดอัลอักซอ นั้นตั้งอยู่บนบริเวณเนินพระวิหาร หรือเทมเพิล เมาต์ ซึ่งชาวยิวถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้เกิดปะทะกันบ่อยครั้งระหว่างทางการอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์ โดยเฉพาะช่วงรอมฎอน

แถลงการณ์ตำรวจอิสราเอลระบุว่า เจ้าหน้าที่ถูกบีบให้ต้องนำกำลังบุกเข้าไปจับกุมคนร้ายในมัสยิด เนื่องจากกลุ่มคนร้ายช่วงอายุวัยรุ่นที่สวมใส่หน้ากากปิดบังอำพรางใบหน้าก่อเหตุวุ่นวายฝ่าฝืนกฎหมายหนีเข้าไปหลบอยู่ในมัสยิดข้างต้น ทั้งยังพยายามโจมตีเจ้าหน้าที่ด้วยพลุ ก้อนหิน และท่อนไม้ ซึ่งตำรวจนำคลิปที่เจ้าหน้าที่ถูกโจมตีขณะเข้าไปยังมัสยิดมาเปิดเผย

ด้านกองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า หลังเกิดการปะทะมีกลุ่มคนร้ายใช้จรวดยิงเข้ามาโจมตีอิสราเอลอย่างน้อย 9 ลูก ในจำนวนนี้ ถูกยิงสกัดไว้ได้จำนวน 5 ลูก ส่วนที่เหลือนั้นพุ่งไปตกในพื้นที่รกร้าง ส่งผลให้กองทัพอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศตอบโต้ทันที

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน