ก้าวไกลจี้ให้ขยายวัน ‘เศรษฐา’โต้นอมินีแม้ว พร้อมชี้แจงเป๋าดิจทัล ธรรมนัสเบรกชัยวุฒิ ออกตัวชู‘เกณฑ์ทหาร’
กกต.ขอโทษ ระบบลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าสะดุดเกือบ 3 ช.ม. วันสุดท้ายก่อนปิด อ้างเหตุประชาชนแห่เข้า ระบบ จนเว็บล่ม เร่งประสานหาทางแก้ไข ไม่ให้เสียสิทธิ์ มหาดไทยยันเก็บตกข้อมูลคนลงทะเบียนได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ‘เศรษฐา’ ฟิตเปรี๊ยะ เช้านำคณะทัวร์เชียงใหม่ ตกเย็น ลุยกทม. เมิน ‘ชัยวุฒิ’ พปชร.โจมตี โต้ไม่ใช่ นอมินีทักษิณ ไม่ถูกครอบงำ มั่นใจแจงนโยบายกระเป๋าตังค์ดิจิทัลได้ทุกประเด็น ปชป.ตั้ง 5 คำถาม เอื้อธุรกิจครอบครัวหรือไม่ ‘พิสิฐ’ แถลงชูอัดฉีด 1 ล้านล้านเข้าระบบเศรษฐกิจ โดยไม่ต้องกู้ ‘ไพบูลย์’ ยัน พปชร.ไม่จับมือเพื่อไทย-ก้าวไกล ตั้งรัฐบาล อ้างไม่สบายใจนโยบายหลายเรื่อง พร้อมขวาง ‘กระเป๋าตังค์ดิจิทัล’ ในสภา
ตู่เปิดทำเนียบทำบุญสงกรานต์
วันที่ 10 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เวลา 10.13 น. ได้ไปร่วมเปิดบ้านใหม่ไทยโพสต์ โดยเป็นการลาราชการไปด้วยรถยนต์ส่วนตัว ก่อนจะเดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลในเวลา 11.30 น.
สำหรับวันอังคารที่ 11 เม.ย. นายกฯ จะเป็นประธานการประชุมครม.ตามปกติ ที่ตึกสันติไมตรี และวันที่ 12 เม.ย. เวลา 07.30 น. นายกฯ และภริยาเป็นประธานในพิธีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เนื่องในประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2566 ที่ตึกภักดีบดินทร์ จากนั้น เวลา 08.15 น. ร่วมเป็นประธานในพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปและรดน้ำขอพร เนื่องในประเพณีสงกรานต์ ที่ตึกภักดีบดินทร์
กกต.ขอโทษระบบล่ม
ที่โรงแรมทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ถ.แจ้งวัฒนะ นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. กล่าวกรณีประชาชนแห่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อ 9 เม.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายจนระบบล่ม ว่า อย่างแรกต้องขอโทษประชาชนที่ไม่สามารถลงทะเบียนได้ เหตุที่ระบบล่มเพราะประชาชนเข้าไปลงทะเบียนจำนวนมากช่วง 21.00 น. สำนักทะเบียนฯ ชี้แจงว่าศักยภาพของระบบรองรับคนละลงทะเบียนได้ 4,000 คนต่อวินาที ขณะนี้กำลังพยายามแก้ไข เมื่อเช้ามีการประสานว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้คนที่เข้าไปลงทะเบียนแต่ ลงทะเบียนไม่สำเร็จ เพราะระบบมีปัญหา เสียก่อน เป็นผู้ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า โดยมีการติดต่อผู้ขอใช้สิทธิ์เพื่อให้ยืนยันว่าจะใช้สิทธิ์ที่ใด
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะขยายเวลาการลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า นายแสวงกล่าวว่า ขอให้สำนักทะเบียนพิจารณาแก้ไขปัญหาก่อน ตัวเลขของผู้ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าขณะนี้ใกล้เคียงกับปี 62 คือกว่า 2 ล้านคนซึ่งบ่งชี้ว่าคนกลุ่มนี้ไม่สะดวกที่จะไปใช้สิทธิ์ในวันเลือกตั้ง
ส่วนการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กกต.ประสานกระทรวงการต่างประเทศ บริษัท ท่าอากาศยานไทย กรมการกงสุล มีการซักซ้อมกับกระทรวงการต่างประเทศ เรามีบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งก่อน จะไม่ให้เกิดเหตุนำบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรมานับไม่ทันอีก โดยเลือกตั้งครั้งนี้กกต.ตั้งเป้าใช้สิทธิ์ เลือกตั้งร้อยละ 80
ชี้มี 6 พรรคแจ้งนโยบายใช้เงิน
นายแสวงยังกล่าวถึงกรณีให้ พท.ชี้แจงที่มาของเงินและวงเงินที่ต้องใช้ในนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลว่า ตามกฎหมายกำหนดว่า นโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงิน ต้องมี 3 เงื่อนไข คือ 1.วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงิน 2. ความคุ้มค่าและประโยชน์ 3.ผลกระทบและความเสี่ยง เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนพิจารณาตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคนั้นหรือไม่
ตอนนี้มี 6 พรรคที่มีการแจ้งว่ามีนโยบายที่เกี่ยวการเรื่องการใช้จ่ายเงินมายังกกต. โดยวันนี้ให้สำนักงานแจ้งไปยังทุกพรรคที่รายงานมาว่าต้องมีการชี้แจง 3 เงื่อนไขดังกล่าวมาให้ครบถ้วน ซึ่งนโยบายแบบนี้จะถือว่าไม่ใช่การสัญญาว่าจะให้ แต่ถ้าไม่มีข้อมูล 3 เงื่อนไขดังกล่าวอาจผิดเข้าข่ายหลอกลวงตามกฎหมายเลือกตั้งมาตรา73(5) ก็ได้ อย่างไรก็ตาม กฎหมายไม่ได้บอกว่าถ้ารายงานไม่ครบแล้วจะมีความผิดเพียงแต่กำหนดว่าให้ กกต.แจ้งให้ดำเนินการให้ครบถ้วน และมีโทษเป็นการปรับจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน
จ่อไม่ขยายเวลาลงทะเบียน
ที่ศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกตั้ง ส.ส.2566 ว่าที่ร.ต.ศราวุธ จันทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เนื่องจากช่วงหัวค่ำของวันที่ 9 เม.ย. จนกระทั่งถึงตอนดึกมีประชาชน เข้ามาลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก แต่ระบบรองรับได้ 5 พันต่อวินาที ทำให้มีประชาชนจำนวนมากกว่าระบบที่จะรองรับได้ ส่งผลให้เว็บสะดุดเป็นบางช่วง แต่ทีมงานของสำนักบริหารกลางทะเบียน สแตนด์บายแก้ปัญหาอยู่ตลอดจนถึงเวลา 24.00 น. โดยรายชื่อที่ประชาชนได้ลงทะเบียนไว้ยืนยันว่าได้เข้าสู่ระบบของสำนักบริหารกลางลงทะเบียน และภายหลังเวลา 24.00 น.ทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามเก็บตก รายชื่อประชาชนที่แจ้งลงทะเบียนไว้ในระบบเซิร์ฟเวอร์ พยายามดึงข้อมูลออกมาให้มากที่สุดเกือบ 100 % ส่วนจะมีการขยายเวลาลงทะเบียนเพิ่มเติมหรือไม่ พร้อมปฏิบัติถ้าได้รับการประสานจากทางกกต.
ขณะที่นายแสวงกล่าวว่า หากดึงข้อมูลเสร็จก็ไม่จำเป็นที่ต้องขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าเพิ่มเติม
ก้าวไกลจี้ขยายวันเพิ่ม
ด้านนายรังสิมันต์ โรม โฆษก ก.ก. กล่าวว่า วันสุดท้ายของการลงทะเบียนแต่เว็บล่ม ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถลงทะเบียนได้ ถ้าจะอ้างว่าเพราะมีคนใช้งานเยอะเป็นเรื่องปกติที่เว็บล่ม ต้องดูด้วยว่าประชาชนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ เต็มที่ก็ประมาณ 1,000,000 คน เป็นไปได้อย่างไรที่เว็บ กกต. ซึ่งมาจากเงินภาษีประชาชน มีเวลาเตรียมตัวในการทำงาน และคาดหมายได้อยู่แล้วว่าคนจำนวนมากจะเข้าใช้งาน ไม่เตรียมความพร้อมรับเหตุการณ์แบบนี้ได้
จึงขอเรียกร้องไปยัง กกต.ให้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 106 ขยายวันลงทะเบียนเพิ่ม เช่น กำหนดไปถึงวันสงกรานต์ เพื่อรองรับให้พี่น้องประชาชนที่พลาดการลงทะเบียน เพราะไม่ใช่ความผิดของเขา หวังว่า กกต.จะนำเรื่องนี้ไปพิจารณา แต่หากไม่ดำเนินการโดยถูกต้องปล่อยให้ประชาชนเสียสิทธิ พรรคก้าวไกลจะไม่อยู่นิ่งเฉยแน่นอน
พปชร.ไม่สังฆกรรมพท.-ก้าวไกล
เวลา 11.15 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงจุดยืนทางการเมืองของพปชร. ว่า พปชร.มีนโยบายก้าวข้ามความ ขัดแย้ง เดินหน้ากำจัดปัญหาความขัดแย้งที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ขจัดความยากจน เราเชื่อมั่นในหลักการที่จะดำเนินกิจการต่างๆ ของพรรคให้เป็นไปอย่างถูกต้อง
กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่าจะไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ยืนยันว่าเราไม่ร่วมกับพท. และก.ก. แต่ต้องการสร้างพปชร.ให้เป็นพรรคที่เป็นตัวแทนทำหน้าที่ในจุดยืนที่ประชาชนยึดมั่น และเป็นที่พึ่งของประชาชน ดังนั้นที่บางพรรคไปกล่าวอ้างหรือมีกระแสข่าวแพร่ออกมาไปจนเข้าใจผิดว่า พพปชร.ไปมีดีลร่วมกับ พท. หรือ ก.ก. ยืนยันว่าไม่จริง และไม่ประสงค์ที่จะร่วมมือ เราต้องการเป็นพรรคที่มีอิสระมีเอกภาพแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนให้ได้อย่างสมบูรณ์
ยันคุยผู้ใหญ่ของพรรคแล้ว
เมื่อถามว่าที่ประกาศว่าจะไม่จับมือ ได้คุยกับหัวหน้าพรรคและแกนนำพปชร. แล้ว ใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า คุยกับผู้ใหญ่ของพรรคแล้ว ว่าไม่ร่วม เพื่อให้เกิดความชัดเจน เมื่อถามว่าการประกาศไม่ร่วมเฉพาะช่วงนี้หรือหลังเลือกตั้งค่อยว่ากันอีกที นายไพบูลย์กล่าวว่า หลักการคือไม่ร่วม และเหตุผลที่ไม่ร่วมเพราะมีนโยบายที่รับไม่ได้หลายเรื่อง และไม่เห็นด้วยกับนโยบาย เหล่านั้น
เมื่อถามว่าจะสวนทางกับแนวทางพรรคที่ก้าวข้ามความขัดแย้งหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า การที่เราไม่ร่วมเกิดจากการไม่เห็นด้วยกับนโยบายของพรรคเหล่านั้น เป็นการใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่ได้ไปสร้างความรุนแรงหรือไปทำอะไร เพียงแค่แถลงจุดยืนว่าเราไม่สบายใจกับนโยบายต่างๆ ของพรรคที่เอ่ยไป เมื่อถามว่านโยบายเรื่องอะไรบ้างที่ไม่เห็นด้วย นายไพบูลย์กล่าวว่า ขอเว้นส่วนนั้นไว้แต่คงจะทราบกัน ขอให้ดูเอาก็แล้วกัน
ไม่เห็นด้วยในหลายนโยบาย
เมื่อถามว่าที่แถลงในวันนี้เพราะพท. ประกาศไม่ร่วมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกฯ และรมว.กลาโหม แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) หรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ไม่จริง ช่วงที่ผ่านมาเราไม่แสดงความเห็น เพราะการเสนอนโยบายยังไม่มีความชัดเจน แต่เมื่อพรรคต่างๆ เสนอนโยบายแล้ว ก็มีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าพรรคไหนที่ร่วมได้และไม่ได้ และรับนโยบายเหล่านั้นได้หรือไม่ เมื่อเราดูทั้งสองพรรคนั้นเรารับไม่ได้ ซึ่ง ก.ก.มีปัญหามากที่สุด พท.เป็นลำดับที่สอง ทั้งสองพรรคอยู่ในเกณฑ์ที่เราไม่สบายใจกับนโยบาย จึงคิดว่าไม่น่าร่วม
เมื่อถามว่า พท.และก.ก.อยู่ในโพลมาตลอด การแถลงเช่นนี้จะถือเป็นการตัดโอกาสการร่วมรัฐบาล นายไพบูลย์กล่าวว่า ย้ำว่าเห็นนโยบายทั้งสองพรรคแล้วไม่สบายใจ ดังนั้นไม่สบายใจจึงไม่ร่วมขอให้ประเด็นเหล่านี้อยู่ในชั้นนี้ก่อน เมื่อถามว่าการแถลงเรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร รับทราบหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวเลี่ยงว่า “ผมรับผิดชอบคำพูดผม”
ซัดนโยบายเป๋าตังค์ดิจิทัล
นายไพบูลย์ยังกล่าวถึงนโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ที่พท.เสนอว่า มีปัญหาร้ายแรงมาก จะทำให้เกิดปัญหาข้างหน้า ประชาชนต้องใช้วิจารณญาณในการพิจารณา เมื่อถึงเวลาปฏิบัติจริงต้องมีกฎหมายรองรับ เมื่อไม่มีกฎหมายรองรับต้องนำเสนอกฎหมายเข้าสู่สภา การแจกเงินในลักษณะหว่านแหไป ทั่วหมด มหาเศรษฐี คนร่ำรวย คนมีงานทำ มีเงินหลายแสนก็ได้เงินเหมือนกันหมด เป็นแนวทางที่ไม่ควรเกิดขึ้นในนโยบายของพรรคการเมือง กระบวนการที่จะทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้จะต้องเสนอกฎหมาย เชื่อว่าจะได้รับการต่อต้านในสภาอย่างมาก ทั้งในสภา ผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
การหาเสียงในลักษณะที่ไปตายเอาดาบหน้า ตนไม่เห็นด้วย จะเป็นการทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ในส่วนของ พปชร. เราเสนอเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีกฎหมายรองรับไว้ชัดเจน เป็นการช่วยเหลือ กลุ่มเปราะบาง นโยบายของ พปชร.คือ ช่วยเหลือให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจน ก้าวข้ามความยากจนให้ได้ เป็นการดำเนินการภายใต้กฎหมายที่รองรับทั้งสิ้น ซึ่งแตกต่างกันปชป.ตั้ง 5 คำถามเติม 1 หมื่น
เวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายเกียรติ สิทธีอมร ทีมเศรษฐกิจพรรค กล่าวถึงนโยบายแจกเงินดิจิทัลคนละ 10,000 บาท ของ พท. ว่า การออกนโยบายของ พท.แตกต่างจาก ปชป.ที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ 5% ไม่สร้างหนี้เพิ่ม เปลี่ยนเงินที่มีอยู่ในระบบมาใช้การเจริญเติบโตกระจายเศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ตนได้รับคำถามเยอะมากและมีข้อสังสยและคำถาม 5 ข้อ 1.มีความเชื่อว่าพรรคต้องออกแบบนโยบายที่รับผิดชอบตอบโจทย์ชัดๆ ไม่ใช่วันหนึ่งพูดอย่างอีกวันพูดอย่าง ตอนนี้ยังงงว่าจะจัดกี่รอบทุก 6 เดือน 1 ครั้ง และนำเงินมาจากไหน วันหนึ่งบอก 5 แสนล้าน อีกวันบอกเอาจากงบส่วนกลาง 30% หรือ 3 หมื่นล้านบาท ล่าสุดทราบว่าได้ไปชี้แจง กกต.แล้ว คำถามจึงอยู่ที่กกต.ว่า พรรคเสนอนโยบายแบบนี้ได้หรือไม่
2.ปชป.ไม่เห็นด้วยกับนำเงินภาษีประชาชนไปแจกคนรวย ใน 55 ล้านคนอาจมีคนที่ต้องการความช่วยเหลือ 10-15 ล้านคน ที่เหลือ 35 ล้านคน ไม่ได้ต้องการเงินช่วยเหลือ แต่เอาภาษีไปให้เขาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หากเป็นเช่นนี้เราไม่เห็นด้วย กลายเป็นเอาเงินภาษีประชาชนไปใช้ และไปช่วยคนที่มีรายได้เพียงพออยู่แล้ว จะอ้างกระตุ้นเศรษฐกิจฟังไม่ได้เพราะมีอีกหลายวิธีที่จะทำ
เอื้อธุรกิจครอบครัวหรือไม่
3.ทำไมถึงเริ่มแจกตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป หากบอกว่าจะช่วยนักเรียนกู้เงินกยศ. เรายินดี เพราะถือว่าตรงเป้า แต่หากจะช่วยนักเรียนที่ไม่เดือดร้อน ตนไม่เห็นด้วย เช่น นักเรียนที่ขับรถไปเรียน หรือพ่อแม่ขับรถมาส่งทุกวัน ภาษีของประชาชนได้มายากนำไปใช้แบบนั้นไม่ได้ 4.ภาษีมีจำกัด ภาระของประเทศมีเยอะ ทุกบาททุกสตางค์ไม่ใช่กระจายเป็นเบี้ย หัวแตก เสนอวิธีง่ายๆ คือ คนไหนไม่มีบัญชีธนาคาร หรือมีบัญชีธนาคารแต่มีเงินไม่ถึง 10,000 บาท นำเงินเติมไปให้เขาจึงจะตรงเป้า ถึงมือคนที่จำเป็นต้องช่วยจริงๆ และไม่ต้องผ่านกระเป๋าดิจิทัลใคร
5.ทำไมต้องเป็นเงินดิจิทัล ทราบมาว่า บริษัท แสนสิริ เข้าไปซื้อหุ้นบริษัทเอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (XPG) เมื่อปี 2021เป็นที่เรียบร้อย เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจทรัพย์สินดิจิทัล ทำไมบังเอิญแบบนี้ไม่ทราบ เราเคยผ่านวิกฤตการเมืองเพราะนายกฯ ไปเจรจาเอฟทีเอทีไรก็ต้องพ่วงธุรกิจดาวเทียมไปด้วยทุกครั้ง ทำไมต้องบังคับให้ 80% ของประชากรต้องใช้เงินดิจิทัล คนที่จะขายเงินสกุลดิจิทัลเป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวหรือ ไม่ตนก็ไม่ทราบ แต่วันที่ขายทรัพย์สินดิจิทัลเพื่อแจกประชาชนบริษัทนี้รวยทันที
ยังพบปัญหาร้านค้าว่าพร้อมหรือไม่ที่จะรับเงินดิจิทัล จะไปขึ้นเงินกับใคร จะโดน ลดค่าเงินหรือไม่ ผลดีไม่พอเห็นแต่ประโยชน์ของบริษัททรัพย์สินดิจิทัล แต่ไม่เห็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติ ขอให้ช่วยตอบทีเพราะเป็นเรื่องใหญ่ หากจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ตรงเป้า ใช้เงินน้อย ได้ผลมากมาหลายวิธี แต่วิธีนี้ใช้เงินมากได้ ผลน้อย
ทีมศก.แจงอัดฉีด 1 ล้านล้าน
เวลา 10.00 น. ทีมเศรษฐกิจปชป. ร่วมกันแถลง “อัดฉีดเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท ใครได้อะไร” นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานคณะกรรมการนโยบาย ปชป. กล่าวว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท ไม่ใช่การแจกเงินทั่วไปๆ ปชป.ดูแลเศรษฐกิจมหาภาค เราต้องการให้เศรษฐกิจโต 5 % ตามศักยภาพที่มี โตอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมาเรามาผิดทางเพราะไปกระตุ้นให้คนใช้จ่ายหมดเปลือง เราต้องกระตุ้นโดยนำเงินเก่าที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ ให้ได้ถึง 1 ล้านล้านบาท ไม่ใช่กู้หรือก่อหนี้ หลายพรรคเสนอแก้ปัญหาหนี้โดยการพักหนี้ บายพาสระบบเครดิตบูโร ทั้งหมดทำให้เศรษฐกิจอ่อนแอลง ใครจะกล้าเอาเงินใหม่เข้ามา
ปลดล็อกกบข.-กองทุนเลี้ยงชีพ
เงินก้อนแรกธนาคารหมู่บ้าน ชุมชนละ 2 ล้านบาทนั้น ธนาคารออมสินและธกส.มีเงินอยู่แล้ว รัฐบาลเป็นหนี้ธกส.อยู่ 8 แสนล้าน ต้องคืนหนี้ธกส. แล้ว ธกส.จะเอาเงินนี้มาใช้เรื่องนี้ได้ และถ้าทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน มีเงินเข้าในระบบ โดยมีออมสินและธกส.เข้าไปช่วยกำกับเรื่องบัญชี เราจะมีระบบสถาบันการเงินที่ให้ประโยชน์อย่างแท้จริงในระดับรากหญ้า
ชนชั้นกลางที่มีเงิน กบข.คือข้าราชการ เอาเงินออกมาซื้อบ้านได้ และปลดล็อกเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ให้เอาเงินมาใช้ซื้อบ้าน ผ่อนบ้านได้ ปล่อยออกมาได้ 30 % หรือ 4 แสนล้านบาทของ 1.4 ล้านล้านบาท ครึ่งหนึ่งอาจไม่เอามาใช้เพราะฐานะดีแล้วจึงอาจปล่อยออกมาใช้ 2 แสนล้านบาท บวกเงิน กบข. 1 แสนล้าน รวม 3 แสนล้านบาทในกลุ่มนี้ ไม่ได้ใช้เงินหลวงหรือเงินกู้เลย ส่วนเอสเอ็มอีและสตาร์ตอัพที่ผ่านมาซอฟต์โลนช่วยไม่ได้ ต้องใส่ทุนลงไปโดยตั้งไว้ 3 แสนล้านบาท จากเงินนอกงบประมาณ นโยบาย ปชป.ไม่ได้ก่อหนี้เพิ่ม แต่เป็นการลดหนี้และทำได้จริง
จุรินทร์บุกตลาดมหาชัย
เวลา 11.00 น. ที่ตลาดมหาชัย จ.สมุทรสาคร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้า ปชป. นำคณะจุรินทร์ ออนทัวร์ เดินทางถึงจ.สมุทรสาคร เข้าสักการะองค์พระหลักเมือง พร้อม นายชวพล วัฒนพรมงคล ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 สมุทรสาคร เบอร์ 5 นายธนวัฒน์ ทองโต ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 สมุทรสาคร เบอร์ 5 และนายนิติรัฐ สุนทรวร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 สมุทรสาคร เบอร์ 5 มีประชาชนในพื้นที่เข้ายื่นหนังสือเพื่อร้องเรียนปัญหาแรงงานต่างด้าว เข้ามาแย่งงานในประเทศ
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ว่า ปชป.สมุทรสาคร 3 เขต เบอร์ 5 ทั้งหมด ส่วนพรรคเบอร์ 26 ที่สมุทรสาครเสียงตอบรับดีขึ้นมาก มั่นใจเที่ยวนี้จะได้รับเลือกตั้ง ส่วนเรื่องต่างด้าวแย่งงานคนไทย ปชป.มีนโยบายชัดเจนเราไม่ปฏิเสธแรงงานต่างด้าว แต่ต้องมีข้อจำกัดว่าแรงงานต่างด้าวจะเข้ามาทำอะไรผิดกฎหมายไม่ได้ โดยเฉพาะการจะมาทำธุรกิจเองในไทย
เมื่อถามถึงผลโพลระบุผลงานที่โดดเด่น ของปชป. คือนโยบายประกันรายได้เกษตรกร นายจุรินทร์กล่าวว่า ขอบคุณโพล คะแนนปชป.ก็ถือว่าดีขึ้นมากเป็นลำดับ ภาพจำนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ถือเป็นความสำเร็จของพรรค เพราะเป็นนโยบายของปชป.ถ้าพรรคอื่นมา ไม่แน่ใจว่าจะเดินหน้าต่อหรือเปล่า แต่เราเดินหน้าต่อแน่นอน นอกจากภาพจำเรื่องประกันรายได้แล้ว เรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเราก็ยึดมั่นมาตลอด
เดินสายต่อเมืองกาญจน์
เวลา 17.00 น. ที่จ.กาญจนบุรี นายจุรินทร์ พบปะพี่น้องประชาชนที่ตลาดท่าม่วง ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง พร้อมแนะนำ ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี โดยมีชาวบ้านมารอพบจำนวนมาก พร้อมระบุ พวกเรารักประชาธิปัตย์เต็มร้อย อยากให้นายจุรินทร์ได้เป็นนายกฯ ซึ่งนายจุรินทร์ฝากชาวตลาดท่าม่วงให้กาบัตรใบที่ 1 เลือกผู้สมัคร ปชป. และใบที่ 2 เลือกพรรค ปชป. เบอร์ 26
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในสนาม จ.กาญจนบุรี ว่า เราเคยมี ส.ส.มาหลายสมัย เที่ยวนี้เป็นอีกครั้งที่เชื่อว่าจะสามารถปักธงที่กาญจนบุรีได้หลายเขต ซึ่งส่งครบทุกเขตและลงพื้นที่มาแล้ว โดยเฉพาะที่ อ.ท่าม่วง เขตของนายฉัตรพันธ์ อดีต ส.ส.ของพรรค เขาลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ 4 ปีเต็มไม่ไปไหน คลุกอยู่ในพื้นที่ ดูแลพี่น้องประชาชนต่อเนื่อง มีเสียงตอบรับดีมาก เชื่อว่าเมืองกาญจน์เที่ยวนี้ฟื้นดีขึ้นกว่าการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา

ลุยโคราช – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ลงพื้นที่พบปะประชาชนในจ.นครราชสีมา ประกาศเดินหน้ายกระดับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค สู่ 30 บาทพลัส เมื่อวันที่ 10 เม.ย.
เชียงใหม่เชียร์พท.ชนะแน่
เวลา 07.20 น. ที่กาดเมืองใหม่ จ.เชียงใหม่ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พท. และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัว เพื่อไทย พร้อมนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนพรรคลงพื้นที่กาดเมืองใหม่ช่วย นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้สมัคร ส.ส. เชียงใหม่ เขต 1 เบอร์ 1 ขอคะแนนเสียง โดยได้พบปะทักทายกับพ่อค้าแม่ขายและพี่น้องประชาชนที่มาจ่ายตลาด ต่างให้เข้ามากำลังใจและขอถ่ายเซลฟี่รูปกันอย่างอบอุ่น พร้อม ส่งเสียงเชียร์ว่า พท.ชนะแน่นอน ทั้งนี้ นายเศรษฐาถือโอกาสทำบุญใส่บาตรด้วย เอาฤกษ์เอาชัยในการลงหาเสียงด้วย
เวลา 07.50 น. คณะนายเศรษฐาไปยัง ถ.นิมมานเหมินท์ พูดคุยกับส.ส.และประชาชนเกี่ยวกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ จากนั้นนายเศรษฐาพร้อมคณะได้ไปดูสภาพอากาศบริเวณสี่แยกรินคำ
เศรษฐาชูแก้ฝุ่นพิษ-วาระแห่งชาติ
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์กรณีมีชาวเชียงใหม่นัดรวมตัวไปยื่นศาลปกครองเพื่อร้องเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ ที่เพิกเฉยล้มเหลวต่อการแก้ปัญหาฝุ่นว่าเป็นปัญหาที่ลึกซึ้ง เราต้องการผู้นำที่เอาใจใส่อย่างจริงจัง ทั้งการเจรจากับเพื่อนบ้าน การปลูกและเผาทั้งหลาย และผู้ประกอบการในไทยที่ติดต่อซื้อพันธุ์พืชจากประเทศใกล้เคียง แต่ไม่ได้สนใจเรื่องปลายน้ำว่าเพื่อนบ้านจะทำอะไรกับซากที่เหลือบ้าง จึงต้องเอามาตรการทางภาษี หรือที่เรียกว่าภาษีบาปเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วย เพื่อให้พี่น้องประชาชนนำไปกำจัดซากดังกล่าว หากได้รับฉันทามติให้เข้าไปทำหน้าที่เป็นรัฐบาล เราจะทำเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องคืนอากาศบริสุทธิ์ให้คนไทย
ลั่นไม่ใช่นอมินี-ไม่ถูกครอบงำ
นายเศรษฐากล่าวกรณีนายชัยวุฒิ ธนาคมา นุสรณ์ แกนนำพปชร. มาปราศรัยโจมตีว่าหาก พท.ได้เป็นรัฐบาล นายเศรษฐาได้เป็น นายกฯ ต้องฟังนายใหญ่ที่เป็นเจ้าของพรรคตัวจริง หรือต้องเป็นน้องเขยเท่านั้นถึงจะตัดสินใจอะไรได้ ว่า เป็นความคิดของนาย ชัยวุฒิ อยากพูดอะไรก็พูดไปแล้วกัน วันนี้เรามีหน้าที่เผยแพร่นโยบาย ทำให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพมากขึ้น และทำให้ปัญหาปากท้องหายไป เดินหน้าทำงานให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศ เจ้าของอำนาจอธิปไตย ซึ่งเราต้องให้เกียรติ
“หน้าที่ผมไม่ได้ต้องตอบโต้นักการเมือง ที่คิดว่าเราเป็นคู่แข่ง คู่แข่งผมใช่นักการเมือง แต่คู่แข่งผมคือความยากจน ความไม่เสมอภาค เท่าเทียม” นายเศรษฐากล่าว
เมื่อถามว่าจะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้อย่างไรว่าหากเป็นรัฐบาลแล้วจะเดินหน้านโยบายด้วยตัวเองในฐานะแคนดิเดตนายกฯ นายเศรษฐากล่าวว่า พท.มีแคนดิเดต นายกฯ 3 คน เชื่อว่าเรามี ส.ส.เก่งๆ จำนวนมากที่จะมาผลักดันนโยบาย กำกับดูแลการทำงานของฝ่ายบริหารให้ดีขึ้น
เมื่อถามว่าจะลบภาพนอมินีอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า “ผมไม่เคยเป็นนอมินีให้ใครอยู่แล้ว” เมื่อถามว่าจะไม่ถูกครอบงำใช่ หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “ผมไม่ถูกครอบงำ แต่ผมถูกครอบงำโดยประชาชน อย่างเดียวเท่านั้น”

ลุยกรุง – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมทีมงานลงพื้นที่เขตพระโขนง บางนา และสวนหลวง กทม. ช่วยผู้สมัครส.ส.ของพรรคหาเสียง ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างเนืองแน่น เมื่อ 10 เม.ย.
ลุยต่อหาเสียงกทม.
ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่นิรันดร์คอนโด 93 ซ.สุขุมวิท 93 นายเศรษฐา พร้อมนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ นายวราวุธ ยันต์เจริญ กรรมการประสานงานฯพื้นที่กรุงเทพ ช่วยนายกวีวงศ์ อยู่วิจิตร ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตพระโขนง บางนา เบอร์ 3 หาเสียง ประชาชนรอต้อนรับและให้กำลังใจอย่างอบอุ่น
นายเศรษฐากล่าวว่าขอบคุณผู้วิจารณ์นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล เพราะเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ สำหรับเรื่องเกณฑ์ทหาร สถาบันทหารเป็นสถาบันที่มีเกียรติแต่การบังคับไม่ถูกต้อง การยกเลิกเกณฑ์ทหารเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราให้ความสำคัญ
เวลา 16.45 น. ขึ้นรถสองแถวไปยังท่าน้ำสรรพาวุธ รับฟังความคิดเห็นการพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวติดแม่น้ำเจ้าพระยา มีประชาชนรอต้อนรับจำนวนมาก จากนั้นเวลา 17.45 น. ไปยังศูนย์ประสานงาน พรรคพท.เขตสวนหลวง-ประเวศ(หนองบอน) ซอยพัฒนาการ 35 พบปะผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี
แจง ‘เป๋าดิจิทัล’ ได้ทุกประเด็น
นายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์กรณีนายเกียรติ ตั้ง 5 คำถามเกี่ยวกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ทั้งที่มาของเงินและแจกเงินแบบเบี้ยหัวแตก ว่า ตนยังไม่เห็นคำถามเพราะอยู่ระหว่างลงพื้นที่ มั่นใจสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น ที่มีการตั้งข้อสังเกตเป็นเบี้ยหัวแตกนั้นนโยบายปัจจุบันคือให้ทีละ 500, 700 แต่ของเราแจกทีเดียว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนที่ตั้งขอสังเกตเรื่องหุ้นของแสนสิรินั้นยิ่งไปกันใหญ่ ไม่ได้เกี่ยวกัน ตนไม่ห่วงเรื่องเหล่านี้เพราะสามารถชี้แจงได้
เมื่อถามถึงกรณีนายไพบูลย์ ประกาศไม่จับมือกับพท. นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ทราบว่านายไพบูลย์คือใคร หน้าที่ตนเวลานี้คือการเผยแพร่นโยบายให้ประชาชนรับฟังข้อคิดเห็น
ธรรมนัสเบรกชัยวุฒิ – เกณฑ์ทหาร
ที่ จ.นครปฐม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา เขต 1 และประธานภาคเหนือ พปชร. กล่าวกรณีนายไพบูลย์ ประกาศก้าวไม่จับมือกับพท. และ ก.ก. ถือเป็นมติพรรคหรือไม่ว่า เพิ่งทราบข่าวผ่านสื่อ คงเป็นความคิดเห็นของนายไพบูลย์ คนเดียว และที่นายไพบูลย์ยืนยันจะรับผิดชอบกับคำพูดของตัวเองนั้น ส่วนตัวมองว่ายังเร็วเกินไป ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะได้ ส.ส.เข้าเท่าไร จึงไวเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ และถึงขั้นต้องเบรกนายไพบูลย์หรือไม่นั้น ตนคิดว่าคงไม่ถึงขั้นเบรก แต่คงจะต้องไปถาม กก.บห.พรรคว่า เป็นมติพรรคแล้วหรือไม่ หากเป็นมติพรรคตนก็ยอมรับ
เมื่อถามถึงการปราศรัยของนายชัยวุฒิ ที่ระบุ พปชร.ยืนยันความมั่นคงของชาติต้องมีทหารและโจมตีพรรคอื่นที่ให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ในเรื่องของการเกณฑ์ทหาร อย่าออกตัวแรงดีกว่า เราต้องดูสถานการณ์ และวันนี้เรื่องเกณฑ์ทหารไม่ใช่สาระสำคัญของประเทศ สาระสำคัญเวลานี้คือเรื่องปากท้องพี่น้องประชาชน