ค้นบ้านเจอไซยาไนด์ ฝากขัง-ส่งเข้าเรือนจำ ผลชันสูตรสารวัตรปู ถูกวางยาพิษ-แจ้งเพิ่ม

‘แอม ไซยาไนด์’ คอตกเข้า เรือนจำ ไร้เงาทั้งทนายหรือใครมาช่วยประกัน หลังกองปราบฯ ส่งฝากขังศาล ‘บิ๊กโจ๊ก’ เผยพบอีกรายที่ขอนแก่นเกือบสิ้นชื่อในน้ำมือเท้าแชร์เหี้ยม รอประสานมาให้ปากคำ สั่งควานตัวเภสัชกรที่โพธารามถูกอ้างเป็นพี่สาวหลอกจนเหยื่อหลงเชื่อกลืนแคปซูลพิษจนหวิดดับ ต้องสงสัยช่วยประสาทวิชาวางยา รองผกก.สามีเก่าตกใจ ในความเหี้ยม พาจนท.ตรวจค้นบ้าน 2 แห่งเจอขวดยาต้องสงสัยอื้อ ผลชันสูตร ‘สารวัตรปู’ ชัดเจนถูกวางยาพิษจ่อเพิ่มอีกคดี

★ หามแอมไซยาไนด์ส่งรพ.

จากคดีช็อกสังคม ตร.รวบนางสรารัตน์ หรือแอม รังสิวุฒาพรณ์ คาศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ผู้ต้องหา ‘ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง ไว้ก่อน’ คดีน.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือ ก้อย ล้มวูบเสียชีวิตปริศนาขณะทำบุปล่อยปลากับเพื่อนสนิทที่ริมท่าน้ำแม่น้ำแม่กลองที่บ้านโป่ง ญาติสงสัยถูกวางยาแจ้งกองปราบฯ ช่วยคลี่คลายคดี สืบพบเกี่ยวข้องกับการตายลักษณะเดียวกันของคนใกล้ชิดอีกถึง 9 ศพ ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว

ล่าสุดเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 26 เม.ย. แพทย์ร.พ.ตำรวจ ประสานตำรวจกองปราบฯ รับตัวนางสรารัตน์กลับไปควบคุมตัวที่ บก.ป. หลังเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน ของ กก.5 บก.ป. ประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ จากศูนย์เอราวัณเข้าปฐมพยาบาล หลังผู้ต้องหา มีอาการผิดปกติ และความดันสูง 170-220 แทบตลอดเวลา ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติมโดยมีน.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความ ของผู้ต้องหาที่เข้ามาร่วมฟังการสอบสวนอยู่ด้วย ก่อนส่งตัวรักษาที่ร.พ.ตำรวจ หลังแพทย์ ให้น้ำเกลือ และให้นอนพักรอดูอาการ จนเริ่มทุเลาและไม่น่าจะเป็นอันตราย จึงให้เจ้าหน้าที่รับตัวกลับ กองปราบฯ ทันที

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังผู้ต้องหากลับถึงกองปราบฯ เจ้าหน้าที่จัดกำลังคอยติดตามดูแลอาการอยู่ตลอดเวลา โดยผู้ต้องหาอยู่ในสภาพอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด พร้อมเผยว่า ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว หลังถูกจับทำให้เกิดความเครียดมาก

เข้าเรือนจำ – ตำรวจนำตัวนางสรารัตน์ หรือแอม รังสิ วุฒาพรณ์ ผู้ต้องหาฆ่า ผู้อื่นเชื่อมโยงการตายปริศนาต่อเนื่อง 11 ศพ บาดเจ็บสาหัส อีก 2 ราย ไปขอฝากขังต่อศาลอาญา ก่อนถูกส่งตัวเข้าเรือนจำทัณฑ สถานหญิง เมื่อวันที่ 26 เม.ย.

★ ยังปากแข็ง

พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. เปิดเผยว่า เตรียมส่งตัวผู้ต้องหาฝากขังที่ศาลอาญา เนื่องจากการสอบสวน ตัวผู้ต้องหาขอให้การปฏิเสธทั้งหมดและไม่ขอให้การใดๆ เพิ่มเติมอีกด้วย ดังนั้นหากจะควบคุมตัวเอาไว้ก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะตัวผู้ต้องหาไม่ยอมให้ความร่วมมือใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะขอเจาะเลือด เพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ผู้ต้องหาก็ไม่ให้ความยินยอม พนักงานสอบสวนจึงทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะส่งตัวไปฝากขังเอาไว้ก่อน เมื่อคืนที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนยังเชิญตัวอดีตสามีของผู้ต้องหาที่เป็นนายตำรวจ ระดับรองผู้กำกับมาสอบปากคำด้วย เบื้องต้นทราบว่า ทั้ง 2 เพิ่งจะแยกทางกันตั้งแต่ปี 2565 แต่ก็ยังไปมาหาสู่กันบ้าง เพราะมีลูกร่วมกัน 2 คน

พ.ต.อ.เอนก กล่าวเพิ่มเติมกรณีผู้ต้องหาอ้างว่า ขวดบรรจุภัณฑ์สารเคมีไซยาไนด์ไม่ใช่ของตนเอง เพราะไม่ได้พบเจอที่ตัว แต่เป็น การพบเจอจากแหล่งอื่นนั้น ยืนยันว่าไม่หนักใจ เพราะไม่ใช่ส่วนสำคัญไม่ว่าจะเจอจากที่ใดเนื่องจากเจ้าหน้าที่มีหลักฐานความเชื่อมโยงระหว่างขวดสารเคมีดังกล่าวกับผู้ต้องหา อยู่แล้ว จากหลักฐานที่มีอยู่ขณะนี้ยังเชื่อว่า ผู้ต้องหาก่อเหตุเพียงคนเดียว เพราะช่วงเวลาก่อเหตุแต่ละคดีมักเป็นช่วงเวลาที่ผู้ต้องหา อยู่กับผู้ตายเพียงลำพัง และทุกครั้งที่เหยื่อมักจะไม่รู้ตัว หลังจากนี้จะนำพยานบุคคลต่างๆ มาสอบปากคำอีกจำนวนหนึ่ง หลังจากมีการเรียกสอบปากคำไปแล้วกว่า 10 ปาก ในจำนวนนี้มีกลุ่มวัยรุ่นที่นางสรารัตน์ใช้ให้นำขวดไซยาไนด์ไปทิ้งรวมอยู่ด้วย

★ โจ๋ลูกน้องส่งหลักฐานให้ตร.

พ.ต.อ.เอนกกล่าวด้วย นอกจากนี้ยังอาจเชิญตัวน.ส.ปลา (นามสมมติ) เหยื่อผู้รอดชีวิตมาสอบปากคำในฐานะพยานด้วยเช่นกัน เพราะคำให้การของพยานปากนี้ถือว่าสำคัญ ที่จะชี้ให้เห็นพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด และจะทำให้คดีมีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น จนสามารถเอาผิดผู้ต้องหารายนี้ได้

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสืบสวนพบว่า หลังจากผู้ต้องหาที่นำขวดบรรจุสารไซยาไนด์มาใช้ก่อเหตุแล้วมีการว่าจ้างให้เยาวชนกลุ่มหนึ่งแถวบ้านให้ช่วยนำเอาไปฝังเพื่อทำลายหลักฐานให้ ปรากฏว่าหลังมีข่าวของนางสรารัตน์ ทำให้พยานกลุ่มนี้ไม่กล้านำเอาไปทำลาย ก่อนจะกลายมาเป็นหลักฐานสำคัญใช้มัดตัว ผู้ต้องหาได้ในที่สุด

นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่าสารไซยาไนด์ เป็นสารเคมีอันตรายที่ออกฤทธิ์อย่างรวดเร็ว มีความเป็นพิษสูงมาก แต่สามารถสั่งซื้อได้จากทางโซเชี่ยล เมื่อผู้ต้องหานำไปใช้สังหารเหยื่อแล้ว เชื่อว่าอาจทำให้ตัวผู้ต้องหารับอันตราย ไปด้วย เพราะต้องใช้มือหยิบจับมาผสมน้ำดื่มให้เหยื่อ โดยไม่ได้ใช้ถุงมือป้องกัน เพราะต้องใช้เวลาลงมือก่อเหตุอย่างรวดเร็ว แต่สารไซยาไนด์นั้นสามารถซึมซับเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย แม้เพียงแค่สัมผัสก็ตาม ผู้ต้องหานำมาใช้ก่อเหตุ อยู่หลายครั้ง เป็นไปได้ว่าร่างกายก็รับสารพิษไปด้วยเช่นกัน

วันเดียวกัน พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.5 บก.ป. ประสานให้เจ้าหน้าที่พฐ.เข้าตรวจสอบ รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน 5 กษ 7028 กรุงเทพมหานคร เป็นรถที่ผู้ต้องหานั่งมาก่อนถูกจับกลุ่มตัวไปเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อตรวจหาพยานหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติมด้วย

★ นอนคุก-ไร้คนประกัน

ต่อมาเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.เอนกสั่งการให้พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. ควบคุมตัวนางสรารัตน์ยื่นคำร้องขออำนาจศาลศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.-7 พ.ค. ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ขอคัดค้านการประกันตัว ผู้ต้องหา เนื่องจากผู้ต้องหามีอดีตสามีเป็นข้าราชการตำรวจ เกรงว่าจะไปข่มขู่พยาน และยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

ทั้งหลังเกิดเหตุผู้ต้องหาไปรื้อค้นบ้านพักของนายฐิติพงศ์ ตนายะพันธ์ เพื่อค้นหาพยานหลักฐานสำคัญไปทำลาย ประกอบกับมีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องและใกล้ชิดกับผู้ต้องหาเสียชีวิตในลักษณะเดียวกันกับพฤติการณ์ในคดีนี้ อีกจำนวน 9 ราย แต่ละคดีมีอัตราโทษสูง หากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว อาจจะหลบหนี ยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีในภายหลัง และอาจไปยุ่งเหยิงทำลายพยานหลักฐาน ในคดีนี้และคดีอื่น ที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้

รายงานข่าวแจ้งว่า ไม่มีญาติหรือทนายความ ผู้ต้องหามายื่นคำร้องและหลักทรัพย์ ขอประกันตัวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวนางสรารัตน์ไปควบคุมไว้ที่ทัณฑสถาน หญิงกลาง

★ แฉเหยื่อ 12-ตาย 11

วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าว่า วันนี้ผู้ที่ถูกวางยาแต่รอดชีวิตเข้ามาให้ข้อมูลกับคณะทำงานแล้ว อยู่ระหว่างสอบสวนรายละเอียด ส่วนผู้เสียชีวิตจนถึงขณะนี้ พบว่ามีผู้เสียชีวิตอันต้องสงสัยว่าถูกนางสรารัตน์วางยาไซยาไนด์ 12 คน เสียชีวิต 11 ราย รอดชีวิต 1 ราย ในจำนวนนี้มีเพียงกรณีของน.ส.ศิริพร หรือก้อย ที่คดีอยู่ในความดูแลของบก.ป.

ขณะที่คดีอื่นๆ ให้ท้องที่ดูแล รับผิดชอบ ในการทำคดี กำชับให้ทำงานโดยระเอียดรอบคอบ โดยมีพนักงานสอบสวนจาก ส่วนกลาง ช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด แต่สำนวนทุกคดี จะเป็นผู้ตรวจทานความสมบูรณ์เรียบร้อย ทั้งหมด ไม่ใช่การรวมสำนวนคดี เพราะไม่จำเป็น ต้องรวมสำนวนคดีกัน เนื่องจากแต่ละคดี ไม่เกี่ยวข้องกัน เพียงแต่มีผู้ต้องสงสัย คนเดียวกันเท่านั้น โดยในวันที่ 28 เม.ย. นัดหมายพนักงานสอบสวนทุกคดีประชุมรายงานความคืบหน้าพร้อมกัน ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต

สำหรับผู้เสียหายที่ยังไม่ได้แจ้งความด้วยว่า สามารถแจ้งความได้ แม้จะไม่มีศพผู้เสียชีวิตแล้ว พนักงานสอบสวนจะดำเนินการรับเลขคดีและสืบสวนสอบสวนให้ตามขั้นตอนเหมือนทุกคดี พร้อมกำชับประเด็นการสืบสวนสอบสวนให้พนักงานสอบสวนดูประวัติการป่วยของผู้เสียชีวิตทุกคน ตรวจสอบการได้มาซึ่งไซยาไนด์ของผู้ต้องหา สอบสวนพยาน ผู้เสียหาย, ผู้ประสบเหตุและพยานแวดล้อม ให้ครบถ้วนสมบูรณ์

★ ‘บิ๊กโจ๊ก’สั่งคุ้ยต่อ

“วันนี้เจ้าหน้าที่นิติเวช, พิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุตรวจเก็บวัตถุพยานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในทุกคดี และคดีนี้ไม่ตัดจบที่นางแอม ทางการสืบสวนสอบสวนจะอยู่ บนการตั้งสมมติฐาน ว่า มีผู้ให้คำปรึกษา หรือให้การสนับสนุนหรือไม่ ด้านใดบ้าง” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว

รองผบ.ตร.ยังกล่าวถึงประเด็นการทำงานของพนักงานสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุ กรณีพบคดีการเสียชีวิตแบบผิดธรรมชาติแล้ว ไม่ส่งชันสูตรศพตามกฎหมายกำหนดนั้น ยอมรับว่า ในทางปฏิบัติทำได้ไม่ทั่วถึง เพราะในพื้นที่ห่างไกลไม่มีแพทย์นิติเวช พนักงานสอบสวนจึงยึดความประสงค์ของญาติว่าติดใจหรือไม่ ประสงค์ส่งศพผ่าชันสูตรหรือไม่ ส่วนใหญ่พบว่า กรณีหัวใจล้มเหลว หัวใจวาย ครอบครัวผู้สูญเสียมักไม่ติดใจ ไม่ประสงค์ ให้ผ่าชันสูตร ในอนาคตจะกำชับให้พนักงานสอบสวนทุกพื้นที่ เคร่งครัดในการปฏิบัติ ในการส่งศพผ่าชันสูตรทุกกรณีที่พบเสียชีวิตแบบผิดธรรมชาติ

★ ผู้รอดเผยนาทีหวิดดับ

ต่อมานายเอ (นามสมมติ) สามี น.ส.ปลา เหยื่อผู้รอดชีวิตที่เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน เผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว นางสรารัตน์นัดแฟนสาวให้ไปทานข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ขณะนั้นแฟนเพิ่งหายจากอาการโควิด มีอาการไอ นางสรารัตน์ให้ทานยาแก้ไอที่เป็นแคปซูล อ้างว่าเป็นยาสมุนไพร รักษาอาการไอเรื้อรังจากโควิดได้ หลังรับประทานไปได้สัก 30 นาที เริ่มมีอาการหายใจไม่ออก จึงโทรศัพท์มาหาตน เนื่องจากตอนนั้น เขาอยู่คนเดียว เพราะนางสรารัตน์อ้างมีธุระรีบออกไปก่อนจึงได้บอกให้โทร. 1669 เพื่อเรียกรถพยาบาล เมื่อแฟนไปถึงห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล หัวใจหยุดเต้น แต่แพทย์ ปั๊มหัวใจขึ้นมา

ในตอนนั้นแค่สงสัยอาการจึงได้สอบถามว่า ทานยาอะไรเข้าไปก่อนที่จะเกิดเหตุพร้อมกับขอดูตัวยา แต่ในตอนนั้นไม่มียาอยู่ในมือ หมอจึงรักษาโดยให้น้ำเกลือ เพื่อขับสารพิษออกจากปัสสาวะ ทำให้แฟนอาการดีขึ้น โดยในช่วงที่แฟนเข้าโรงพยาบาล นางสรารัตน์ ไม่ได้มาหาหรือติดต่อไม่ได้เลย โดนนางสรารัตน์ หยิบยืมเงินแฟนสาวประมาณ 2 แสนบาท พร้อมกับมีการชักชวนไปเล่นแชร์เหมือนกรณีอื่นๆ เมื่อมีข่าวว่านางสรารัตน์วางยาฆ่าผู้อื่นเสียชีวิตหลายรายจึงคิดว่าในขณะนั้นแฟนถูกวางยาเช่นกัน จึงได้เดินทางมาให้ข้อมูลกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่แฟนของตนไม่ขอให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เนื่องจากยังมีอาการหวาดกลัวอยู่

★ ล่าเภสัชฯพี่สาวแอม

เวลา 18.00 น. หลังการประชุมนานกว่า 1 ช.ม. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เผยว่า สั่งชุดสืบสวนปูพรมค้นหาหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับนางสรารัตน์ ทุกพื้นที่ หลังได้ข้อมูลจากเหยื่อที่รอดชีวิตว่า ยาแคปซูลที่นางสรารัตน์ให้รับประทานอ้างว่า เป็นยาสมุนไพรรักษาอาการโควิด และยังอ้างอีกว่าที่บ้านทำสมุนไพรและพี่สาวก็เป็นเภสัชกร เปิดร้านขายยา โดยข้อมูลพี่สาวที่นางสรารัตน์อ้างว่าเป็นเภสัชกรอยู่ในพื้นที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ล่าสุดสั่งให้ชุดสืบสวนไปค้นหาพยาน หลักฐานเพิ่มเติมที่ร้านขายยาดังกล่าวแล้ว ว่ามีความเชื่อมโยงกับนางสรารัตน์หรือไม่ เบื้องต้นตั้งข้อสงสัยว่านางสรารัตน์น่าจะเรียนรู้ เรื่องของยามาจากพี่สาว ขณะเดียวกันยังได้ให้ชุดสืบสวนค้นแฟลตตำรวจ บ้านที่เกี่ยวข้องกับนางสรารัตน์และรถยนต์ทั้งหมดด้วยในวันนี้

“อย่างไรก็ตาม ยอดของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้รวมทั้งหมด 11 ศพ และมีผู้รอดชีวิต 1 ราย ล่าสุดเพิ่งทราบข้อมูลว่า มีผู้ที่รอดชีวิตและเกี่ยวข้องกับนางแอมเพิ่มอีกหนึ่งราย อยู่ในพื้นที่ขอนแก่น จากการตรวจสอบ ลักษณะคล้ายกันเหมือนทุกเคส แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด อยู่ระหว่างเรียกเข้ามาสอบปากคำ ทั้งนี้ ยังมีผลรายงานจากแพทย์ที่ผ่าชันสูตรศพเคสในจังหวัดนครปฐม 1 ใน 3 ราย ซึ่งเป็นเคสของสารวัตรปู หรือ พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ พบสาร “ไซยาไนด์” ในเลือดของผู้เสียชีวิต ทำให้เป็นพยานหลักฐานในการ แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอีก 1 คดีด้วย หลังจาก ก่อนหน้านี้พบสารดังกล่าวที่เคสในพื้นที่บ้านโป่ง” รองผบ.ตร.กล่าว

★ แม่เหยื่อแฉพฤติกรรม

วันเดียวกัน นางลัดดา ขาวอินทร์ ชาว จ.กำแพงเพชร อายุ 64 ปี มารดาของ นางมณฑาทิพย์ หรือดวงดาว ขาวอินทร์ อายุ 37 ปี หนึ่งในเหยื่อที่เชื่อว่าถูกนางสรารัตน์วางยาพิษจนเสียชีวิต เผยว่า นางสรารัตน์เป็นเพื่อนรุ่นน้องกับลูกสาว โดยลูกสาวมีสามีเป็นชาวต่างชาติอาศัยอยู่ อ.นครไชยศรี จ.นครปฐม วันเกิดเหตุเมื่อราว 7 ปีก่อน นางสรารัตน์ ไปรับลูกสาวตนที่สนามบินสุวรรรณภูมิ หลังกลับจากประเทศแคนาดา แล้วพาไปส่งที่คอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิท ก่อนจะขาดการติดต่อกันไป แล้วมาทราบอีก 2-3 วันให้หลัง มีตำรวจโทรศัพท์มาแจ้งว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว สภาพศพพบว่ามีน้ำลายฟูมปาก และมีเลือดออกปาก

“ลูกสาวมักเล่าให้ฟังว่าแอมเป็นคนดี มักคอยเลี้ยงน้ำเลี้ยงอาหาร สมัยนั้นเขาอาศัยอยู่ใกล้ๆ กัน ฉันรู้จักกับแอมดี พูดคุยกันดี ลูกยังเคยเล่าว่าเล่นแชร์ด้วย แต่ไม่ได้ลง รายละเอียดว่าใครเป็นเท้าหรือเล่นวงใด แต่แปลกใจว่านับตั้งแต่ลูกเสียชีวิต แอมไม่เคยมาร่วมงานศพ เงินแชร์ก็ไม่เคยได้ อีกทั้งสร้อยคอ ทองคำหนัก 3 บาทของลูกสาวหายไป หลังเห็นข่าวเรื่องของแอมวานนี้ เชื่อว่าลูกสาวถูกแอมวางยาเช่นกัน เพราะผู้ตายรายอื่นก็มีสภาพเหมือนกัน” นางลัดดากล่าว

★ กู้ภัยอุดรฯเล่าอาการผัวแอม

ส่วนที่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ส.อ.เอกพันธ์ ลายกิ่ง หัวหน้ากู้ภัยส่งเสริมธรรม เผยถึงกรณีนายสุทธิศักดิ์ หรือแด้ พูนวงส์ สามีนางสรารัตน์ ชาวบ้านโป่ง ที่ปล่อยเงินกู้ในพื้นที่ จ.อุดรธานี เสียชีวิตหลังพากันไปทำบุญที่คำชะโนด ว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา รับแจ้งจาก 1669 เวลา 08.23 น.ว่ามีคนเป็นลมหมดสติ น่าจะเสียชีวิตที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง จึงนำรถกู้ภัย ไปช่วยเหลือเบื้องต้น เมื่อไปถึงก็พบผู้ประสบเหตุ เป็นชาย ใส่เสื้อยืดสีไข่อ่อน กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน สักลายเต็มตัว มีเลสทองที่ข้อมือซ้าย โดยมีผู้หญิงใส่ชุดสีเหลืองแสดงความเป็นห่วง อยู่ใกล้ๆ คาดว่าจะเป็นภรรยา

ส่วนผู้ประสบเหตุ นอนหงายหมดสติที่ทางเข้าห้องน้ำ เหงื่อออก ตัวเย็น ปัสสาวะราดที่กางเกง ตัวผู้ประสบเหตุดูสะลึมสะลือ ไม่ได้ปั๊มหัวใจ ยังหายใจได้ พูดได้สั้นๆ ว่าแน่นหน้าอก ดูแล้วอาการไม่รุนแรงมากจึงรีบนำส่งร.พ.หนองหาน ต่อมาหมอดูอาการแล้วบอกไม่เป็นอะไรมากจึงให้กลับบ้าน เพิ่งทราบว่าเสียชีวิตด้วยอีกราย เท่าที่สังเกตุดูภรรยาเขาที่มาด้วยกัน มีสีหน้าตกใจเหมือนเป็นห่วง เป็นใยกัน ไม่มีอะไรผิดสังเกตว่าจะวางยา แต่ตอนนี้พอมาเห็นข่าว รู้สึกสลดใจและช็อกมาก สงสารผู้ประสบเหตุวันนั้น และตั้งแต่ทำกู้ภัยมา 15 ปี เพิ่งเจอเหตุการณ์แบบนี้

★ เปิดนาทีสารวัตรปูสิ้นใจ

รายงานข่าวแจ้งว่า หนึ่งในผู้เสียชีวิต ที่น่าสงสัยว่าเป็นเหยื่อของนางสรารัตน์ คือสารวัตรปู พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ สว.ฝ.6 บก.อก. บช.ก. ที่เสียชีวิตบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ จับภาพพ.ต.ต.หญิง นิภา เดินมาด้วยอาการปกติ ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้สีแดงบริเวณด้านหน้าวัด ก่อนนางสรารัตน์เดินเข้ามานั่งข้างๆ หลังจากนั้น ไม่นาน พ.ต.ต.หญิง นิภา วูบเป็นลมตกลงจากเก้าอี้ ทุกคนเข้ามาช่วยเหลือ ยกเว้นนางสรารัตน์ กระทั่งเจ้าหน้าที่นำพ.ต.ต.หญิง นิภาไปส่งยัง ร.พ.นครปฐม และเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน

นางสรารัตน์ติดต่อมาตลอดตั้งแต่ ช่วงปลายเดือนมี.ค. และก่อนวันเกิดเหตุ พ.ต.ต.หญิงนิภาเบิกเงินจากสมุดธนาคารออมสินมาจำนวน 140,000 บาท

และช่วงเช้าวันที่ 1 เม.ย. นางสรารัตน์โทรศัพท์มาตอนช่วงเวลา 7 โมงเช้า จำนวน 3 สาย เมื่อพ.ต.ต.หญิงนิภา รับสายเสร็จรีบออกจากบ้านไปทันที ก่อนจะโทรศัพท์มาบอก ผู้เป็นแม่ว่า จะซื้อข้าวมันไก่ที่องค์พระปฐมเจดีย์มาฝาก ในขณะนั้นพ.ต.ต.หญิงนิภาขับรถวนมาด้านหน้าพระร่วง ก่อนจะลงไปซื้อดอกไม้ ไหว้องค์พระปฐมเจดีย์ แต่ไม่ทันได้ไหว้ เกิดอาการอาเจียน-ชัก-เกร็ง แล้วหมดสติ ไปเลย โดยเงิน 140,000 บาท ที่เบิกออกมาจากธนาคารกับเงินที่มีติดตัวอีก 10,000 บาทหายไป เนื่องจากคนในครอบครัวพยายาม หาที่บ้านและในรถปรากฏไม่เจอ

★ ภาค 7 เปิดศูนย์รับแจ้ง

ที่บช.ภาค 7 จ.นครปฐม พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภาค 7 ร่วมประชุม เพื่อคลี่คลายคดี เผยว่า ทางตำรวจภาค 7 ทราบว่ามีผู้เสียหายที่ สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดย ผบก.ภ.จว.ราชบุรี รายงานว่ามีญาติ เสียชีวิตจากเรื่องนี้ จึงแต่งตั้งคณะทำงาน ชุดสืบสวนสอบสวน ระดับภาค มอบหมายให้ พล.ต.ต.บุญฤทธิ์ รอดมา รอง ผบช.ภาค 7 คุมด้านงานสืบสวนของภาคทั้งหมด และมอบหมายให้ พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชากร รอง ผบช.ควบคุมการสอบสวนทั้งหมด

โดยวันนี้ผมได้เรียกประชุมตำรวจในพื้นที่ ที่มีพฤติการณ์ในลักษณะนี้มา 4 จังหวัดประกอบด้วย เพชรบุรี นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี เมื่อไล่เรียงคดีเบื้องต้นทราบว่า เหตุเกิดในท้องที่ภาค 7 จำนวน 10 คดี เสียชีวิต ไปแล้ว 9 คดี และยังไม่เสียชีวิตอีก 1 คดี ล่าสุดรับแจ้งว่ามีการเสียชีวิตที่ จ.สมุทรสาคร เมื่อปีที่ 2565 แล้วอีก 1 คดี รวมเป็นทั้งหมด 11 คดี

วันนี้ได้ประชุมเร่งรัดและมอบหมายประชุม โดยแบ่งหน้าที่การทำงานภาค 7 ตั้งศูนย์ รับเรื่องร้องเรียนโดยเฉพาะ ประชาชนที่เป็นเหยื่อของพฤติการณ์ในการก่อเหตุร้องเรียน ได้โดยตรงมาที่ตำรวจภาค 7

★ เปิดรายชื่อเหยื่อโหด

สรุปเหยื่อแอม เสียชีวิต 11 ราย รอดชีวิต 1 ราย

1.น.ส.ดาริณี หรือ ฟ้า เทพหวี อายุ 34 ปี เหตุเกิดวันที่ 13 ธ.ค.63 อ.สามพราน จ.นครปฐม สาเหตุการตาย กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ทรัพย์สิน สูญหาย 60,000 บาท 2.นายสุรัตน์ ทรพับ อายุ 35 ปี เหตุเกิดวันที่ 6 ม.ค. 64 อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี สาเหตุการตาย หลอดเลือด หัวใจตีบ-พบเส้นทางการเงินโอนเงินเข้าบัญชีนางสรารัตน์ 60,000 บาท 3.ร.ต.อ.หญิง กานดา โตไร่ (ผู้กองนุ้ย) อายุ 36 ปี เหตุเกิดวันที่ 10 ส.ค. 65 บริเวณหน้าห้างโกลบอล จ.นครปฐม สาเหตุการตาย ระบบไหลเวียนโลหิตและการหายใจล้มเหลว ความเชื่อมโยงร่วมวงแชร์ นางสรารัตน์เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 65 จำนวน 100,000 บาท

4.นางรจรินทร์ นิลห้อย (เจ๊น้อยขายผัก) เหตุเกิดวันที่ 10 ส.ค. 65 ที่ตลาดมหาชัย จ.สมุทรสาคร สาเหตุการตาย เลือดเป็นกรด ร่วมวงแชร์นางสรารัตน์เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 65 จำนวน 100,000 บาท 5.นางจันทร์รัตน์ วงศ์ไกรสิณ เหตุเกิดวันที่ 15 ส.ค. 65 อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี สาเหตุ ระบบโลหิตล้มเหลว ร่วมลงทุนปล่อยเงินกู้ 70,000 บาท และขายของ 20,000 บาท 6.นางมณีรัตน์ พจนารถ เหตุเกิดวันที่ 10 ก.ย. 65 อ.เมือง จ.นครปฐม 7.น.ส.กะณิกา ตุลาเดชารักษ์ (เอ๊ะ) อายุ 44 ปี เหตุเกิดวันที่ 12 ก.ย. 65 ปั๊ม ปตท. บริเวณ วงเวียนโพธาราม จ.ราชบุรี สาเหตุการตาย เลือดออกในสมอง พบเงินในบัญชีธนาคารของผู้ตายถูกถอนออกไป 300,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง สร้อยคอและสร้อยข้อมือทองคำสูญหาย

8.น.ส.ผุสดี สามบุญมี หรือครูอ๊อด อายุ 39 ปี เหตุเกิดวันที่ 20 พ.ย.65 ที่บ้านพัก ในต.ลำบัว อ.ดอนตูม จ.นครปฐม สาเหตุ การตาย มะเร็งเม็ดเลือด ร่วมวงแชร์นางสรารัตน์ เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 65 จำนวน 100,000 บาท 9.นายสุทธิศักดิ์ พูนขวัญ หรือ แด้ อายุ 35 ปี เหตุเกิด วันที่ 12 มี.ค. 66 บ้านพักในพื้นที่ ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี สาเหตุการตาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ สร้อยคอทองคำ, สร้อยข้อมือ ทองคำ น้ำหนักรวม 8 บาท พระเครื่อง มูลค่า 100,000 บาท พร้อมเงินสดอีก จำนวนหนึ่ง สูญหายหลังตาย 10.พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ อายุ 38 ปี เหตุเกิดวันที่ 1 เม.ย.66 ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม สาเหตุการตาย ระบบไหลเวียนโลหิตและการหายใจล้มเหลว พบเงินสด 10,000 บาท สูญหาย และเงินจากบัญชีธนาคารที่ถูกถอนออกไป 140,000 บาท

11.น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ (ก้อย) อายุ 33 ปี เหตุเกิดวันที่ 14 เม.ย.66 ท่าน้ำบ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี สาเหตุการตาย หัวใจ ล้มเหลว พบทรัพย์สินสูญหายเป็นกระเป๋า แบรนด์เนม 1 ใบ, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเงินสด 50,000 บาท สูญหาย

ส่วนผู้รอดชีวิตคือ นางกานติมา แพสอาด อายุ 36 ปี เหตุเกิดปี 2565 จ.กาญจนบุรี มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก มือชา หลังทานยาอม แก้ไอ ที่ได้รับจากแอม ขณะอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง นางสรารัตน์ ติดหนี้ 250,000 บาท

★ ผัวเก่าจี้สำนึกผิด

วันเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน สภ.บ้านโป่ง บก.ภ.กาญจนบุรี และบช.ภ.7 นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักที่แอมเคยอาศัยอยู่กับ รองผกก. อดีตสามี ซึ่งอยู่ติดกับแฟลตตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี โดยมีรองผกก. อดีตสามี เข้าร่วมสังเกตการณ์ตรวจค้นด้วย จากการตรวจค้นประมาณ 1 ชั่วโมง พบขวดยา ต้องสงสัย เป็นขวดแก้วขนาดเล็ก ด้านในบรรจุน้ำยาสีดำอยู่ประมาณครึ่งขวด ถูกเผา อยู่ในกองขยะ ในป่าละเมาะด้านหลังบ้าน จึงเก็บส่งตรวจสอบเพื่อจะสามารถระบุให้แน่ชัดว่าเป็นสารพิษหรือไม่ นอกจากนี้ ยังตรวจพบวัตถุพยานต้องสงสัยที่จะต้อง ส่งตรวจอย่างละเอียดอีกหลายอย่าง

พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ วงค์เกตุใจ ผกก.สภ.บ้านโป่ง กล่าวว่า นอกจากการตรวจสอบ ในบริเวณบ้านพักแล้ว ยังจะได้ตรวจค้นในรถของแอมและรถของผู้เสียชีวิตที่อาจจะมีสารพิษตกค้างอยู่ เพื่อเก็บตัวอย่างส่งตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป

ด้านพ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาพรณ์ อดีตรองผกก. สภ.บ้านโป่ง อดีตสามีแอมกล่าวว่า รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เชื่อตำรวจทำคดีอย่างตรงไปตรงมาไม่ได้กลั่นแกล้ง ตนก็พร้อม ให้ความร่วมมือในการเข้าตรวจค้นหรือสอบปากคำเพิ่มเติมตลอดเวลา ส่วนอดีตภรรยา หากกระทำผิดจริง ก็อยากบอกว่าให้รับสารภาพ และยอมรับผิดในสิ่งที่ได้กระทำลงไป

ต่อมา พ.ต.ท.วิฑูรย์พาตำรวจเข้าตรวจสอบบ้านพักอีกแห่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครปฐม เจ้าหน้าที่เน้นตรวจสอบไปที่สิ่งของเครื่องใช้ที่คาดว่าจะมีดีเอ็นเอของนางสรารัตน์ตกค้างอยู่ เช่น เส้นผม เสื้อผ้า แปรงสีฟัน ภายในห้องน้ำ เพื่อนำไปยืนยันตัวตนหลังเจ้าตัวปฏิเสธที่จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจดีเอ็นเอ พบมีถุงดำ 1 ถุงต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ภายในชั้น 2 ของบ้าน ภายเป็นของใช้ส่วนตัว และยังพบขวดคล้ายขวดบรรจุยา มีของเหลวอยู่ภายในจำนวนหลายขวด พร้อมห่อสีขาวบรรจุของไว้ภายใน 3 ห่อ ที่สำคัญเจอแคปซูลยาเปล่าจำนวนมาก ทั้งยังพบบัตรประจำตัวประชาชนของนายแด้ สามีของแอมที่เสียชีวิตอยู่ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน