แทบจะเป็นเรื่องปกติทุกครั้งที่ มีเทศกาลหรือวันสำคัญ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องถูกระดมกำลังไปคอยดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน เหล่าขบวนการค้ายาเสพติดก็มักใช้ โอกาสนี้ลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่ๆ
ย้อนไปเมื่อค่ำวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สําเริง สวนทอง รอง ผบช.น. ชุดสืบสวนนครบาล นำโดยพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ สีเสมอ, พ.ต.ท.นิติกรณ์ ระวัง รอง ผกก.กก.สส.2 บก.สส.บช.น.
ร่วมกันจับกุมนายชัยคุปต์ หรือเบีย อายุ 41 ปี และนายสุวิชา หรือไมค์ อายุ 40 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 1,395,000 เม็ด รถกระบะ สี่ประตู โตโยต้า ไฮลักซ์วีโก้ สีขาว ทะเบียน ฆอ 372 กทม. ได้ที่บริเวณริมถนนติวานนท์ ปากซอยติวานนท์ 14/2 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองจ.นนทบุรี

พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. นำทีมแถลง
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 สืบนครบาล ขยายผลจากเครือข่ายเอี้ยก้วย ที่จับกุมและยึดยาเสพติดจำนวนมาก 2 ครั้งก่อนหน้านี้ โดยได้สืบต่อเนื่องจนทราบว่ายังมีผู้ต้องหาใน เครือข่ายได้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและบางปะอิน เข้ามากระจายในชุมชนพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามวันเวลาที่จับกุมจึงได้วางแผนและเฝ้าจุด จนกระทั่งพบรถยนต์ของผู้ต้องหาได้ขับผ่านมา จึงสะกดรอยติดตามแล้วเข้าจับกุม
ช่วงค่ำวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เข้ายึดยาไอซ์ได้จำนวนมาก น้ำหนักกว่า 1,600 ก.ก.ขณะลำเลียงจากรถยนต์ 2 คันไปส่งให้เรือเดินทะเลขนาดเล็กที่จอดอยู่ในบริเวณท่าเทียบเรือโรงไม้เก่า ปากน้ำท่าสูงบน พื้นที่หมู่ 1 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสามารถคุมตัวผู้ต้องหาที่อยู่ในเรือ และผู้ที่ลำเลียงยาเสพติดจำนวน 9 คน หลังจากจับกุมตัวได้เจ้าหน้าที่ก็ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย รวมทั้งของกลางทั้งหมดเดินทางขึ้นกรุงเทพมหานครทันที ส่วนเรือของกลางและรถยนต์กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดเก็บรักษาไว้ในพื้นที่

จับเรือขนยาไอซ์ 1.5 ตัน
ต่อมาวันที่ 16 พ.ค. พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และ กอ.รมน. แถลงรายละเอียดคดีดังกล่าว ระบุว่าปฏิบัติการนี้เป็นการปฏิบัติการที่เชื่อมโยงกับ DEA ประเทศหนึ่ง ที่เป็นปลายทางของไอซ์จำนวนดังกล่าว ขบวนการขนไอซ์ข้ามชาติกลุ่มนี้ได้ขนยาไอซ์หรือแอมเฟตามีนบริสุทธิ์เข้าไปยังประเทศปลายทางแล้วหลายครั้ง ครั้งละนับ 1,000 กิโลกรัม และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ทางเจ้าหน้าที่ DEA ประเทศปลายทางของขบวนการนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าประสานงานการสืบสวนกับป.ป.ส.ของไทย จนสามารถสืบสวนพบต้นทางการขนส่ง จากนั้นได้เข้าปฏิบัติการจนสามารถสกัดจับ ยาเสพติดล็อตนี้ได้ในที่สุด

ของกลาง 1.3 ล้านเม็ด
นอกจากนี้ยังตรวจยึดเรือสปีดโบ๊ต 2 ลำ รถยนต์ 5 คัน บ้าน 1 หลัง ที่ดิน 8 แปลง สอบสวนรับสารภาพว่าทำมาแล้ว 5 ครั้ง โดยจำนำยาเสพติดใส่เรือที่ท่าเรือดังกล่าวจากนั้นจะแล่นเรือออกไปส่งต่อให้เรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ที่ทอดสมอรออยู่กลางอ่าวไทยนำส่งต่อไปยังประเทศปลายทาง โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 1 ล้าน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด คาดว่าทำมามากกว่านี้และได้ค่าจ้างมากกว่านี้ จึงนำตัวไปขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการและผู้สั่งการต่อไป
ขณะที่อีกคดีเป็นผลงานตำรวจ บก.สกส. ที่ร่วมกันวางแผนจับกุมนายสือและนายพินิจ หลังใช้รถกระบะลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือไปส่งให้ลูกค้าในภาคกลาง แต่ไม่รอดสายตาตำรวจถูกจับกุมได้ ที่ริมถนนสายเอเชีย อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา

สอบ 2 ผู้ต้องหา
ตรวจค้นพบยาบ้าจำนวนมากถึง 4 ล้านเม็ด บรรจุอยู่ในกระสอบ 25 ใบ นำส่ง พงส.ดำเนินคดีและสืบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการต่อไป
หวังฉวยโอกาสที่ตำรวจต้องระดมกำลังไปดูแลเรื่องอื่น ทำให้รอดหูรอดตาไปได้ ความคิดนี้ใช้ไม่ได้กับตำรวจในยุค ของ ‘บิ๊กเด่น’
สุเชษฐ์ แรกรุ่น / สราวุฒิ ศรีเพ็ชรสัย
พิรยุทธ นิ่มนนท์ / เรื่อง/ภาพ