หลังการเลือกตั้งที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 จึงมองว่า พรรคก้าวไกลมีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล และตามมารยาททางการเมืองพรรคที่ได้คะแนนเสียงสูงสุดจะทำหน้าที่จัดตั้งรัฐบาล
อยากให้พรรคก้าวไกลใช้ความพยายามต่อไปในการรวบรวมเสียงเพื่อโหวตนายกฯ ให้ได้
ส่วนการโหวตนายกฯ มองว่า ส.ว.ควรต้องโหวตตามเสียงข้างมาก เพราะเป็นมารยาททางการเมือง จึงค่อนข้างมั่นใจว่าครั้งนี้ ส.ว. จะโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เกินจำนวนคะแนนเสียงที่ต้องการ และได้รัฐบาลใหม่ในเร็วๆ นี้
มั่นใจว่านายพิธาได้เป็นนายกฯ แน่นอน เพราะไม่คิดว่า ส.ว. จะกล้าล้มพรรคก้าวไกลให้ไปเป็นฝ่ายค้าน แล้วไปจัดตั้งรัฐบาลจากพรรคเดิมๆ ในอดีต หากเป็นเช่นนั้นประเทศไทยจะเข้าสู่ ยุคมืดทันที
หากนายพิธาเป็นนายกฯ เชื่อว่าจะสร้างความเชื่อมั่นได้ ทั้งภายในและต่างประเทศ เนื่องจากเป็นนายกฯ ที่มาจากเสียง ข้างมาก และเป็นคนมีความรู้ดี แต่ประสบการณ์ด้านการเมือง ยังน้อย ต้องเรียนรู้เพิ่ม
ที่สำคัญนายพิธาต้องปรับเปลี่ยนตัวเองให้มีความประนี ประนอมมากขึ้น เพราะหากแข็งกร้าวเกินไปจะเกิดการแตกหัก ทำให้ประเทศไม่ไปไหน รวมทั้งต้องเร่งหาทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจที่เก่งเข้ามาช่วยทำงานด้วย
หากจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการลงทุน ต่างชาติอาจจะชะลอการลงทุนเพื่อดูความชัดเจนของรัฐบาล และยังกระทบต่อตลาดเงินและตลาดทุนซึ่งมีความอ่อนไหว แต่ด้านการค้าไม่น่าจะส่งผลกระทบมาก
แต่ควรจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนหลังการเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดเสถียรภาพในการบริหารประเทศ
ส่วนนโยบายที่ต้องการฝากรัฐบาลใหม่ จะเห็นว่าพรรค ก้าวไกลส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่ไม่เคยเล่นการเมืองมาก่อน จึงอยากให้มุ่งเน้นนโยบายปราบคอร์รัปชั่น เน้นการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
ที่สำคัญอย่าตามหลังนักการเมืองรุ่นเก่าๆ