ตีสนิทแอพหาคู่
ตุ๋นลงทุนรถเช่า

สาวแห่แจ้งจับจิ้งจอกสังคม ปลอมโปรไฟล์อ้างเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบล่าเหยื่อสาวตามแอพฯหาคู่เฟซบุ๊ก หลอกให้รักลวงร่วมลงทุนธุรกิจรถเช่า ใช้ชื่อเหยื่อเช่าซื้อรถ-จยย.ป้ายแดงก่อนเชิดหนี เสียรู้กันไป 6-7 คันต่อคน พบเหยื่อเกือบ 20 ราย มูลค่าเสียหายกว่า 50 ล้าน แฉมีเหยื่อถึงขั้นกลายเป็นโรคซึมเศร้า-แม่ฆ่าตัวตายเพราะเครียดที่ลูกสาวถูกหลอกจนเป็นหนี้ท่วมหัว

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมผู้เสียหาย 3 ราย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.เสวก บุญจันทร์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป. ยื่นเรื่องขอให้กองปราบฯ ช่วยติดตามจับกุมนายจิรากร (สงวนนามสกุล) หลังถูกหลอกให้เช่าซื้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ป้ายแดง อ้างจะนำไปปล่อยเช่า ก่อนเชิดรถหนีไป ทำให้ถูกบริษัทไฟแนนซ์ฟ้องร้องเรียกค่า เสียหาย คนละ 5-6 ล้านบาท

น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี แม่ค้าออนไลน์หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อปลายปี 64 รู้จักกับนายจิรากรผ่านแอพพลิเคชั่น หาคู่ จากนั้นติดต่อพูดคุยกันเรื่อยมาจนยอมคบหาเป็นแฟนกัน ภายหลังนายจิรากรขอให้ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่ จ.ขอนแก่น อ้างว่าเปิดบริษัทรถยนต์เช่าอยู่ที่นั่นให้ไปช่วยกันดูแล ด้วยความที่รักจึงยอมย้ายไปอยู่กินด้วยกัน จากนั้นไม่นาน นายจิรากรขอให้ช่วยทำเรื่องเช่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ป้ายแดง 6 คัน อ้างว่าจะนำไปปล่อยเช่า แต่เขาไม่สามารถซื้อรถเป็นชื่อของตัวเองได้ เพราะเพิ่งซื้อรถไปยังไม่ครบ 6 เดือน พร้อมกับขอยืมเงินไปอีก 895,000 บาท อ้างนำไปจ่ายค่าจ้างพนักงาน ด้วยความไว้ใจเพราะเห็นว่าเป็นแฟนกัน จึงยอมทำตาม

ล่าจิ้งจอก – ทนายความพาสาวผู้เสียหาย 3 ราย ร้องตร.กองปราบปราม ช่วยจับกุมนายจิรากร จิ้งจอกสังคม หลอกให้รักจนยอมเช่าซื้อรถยนต์และจยย.ป้ายแดงแล้วเชิดรถหนี มีเหยื่อถูกต้มตุ๋นรวมกว่า 50 ล้านบาท เมื่อวันที่ 3 ก.ค.

หลังเวลาผ่านไปประมาณ 3 เดือน บริษัทไฟแนนซ์โทรศัพท์มาทวงค่างวดรถเพราะมีชื่อเป็นคนเช่าซื้อทุกคันว่า ไม่ส่งค่างวดรถ เมื่อถาม นายจิรากรได้รับคำตอบเพียงว่า เก็บเงินลูกค้าไม่ได้ ก่อนจะเริ่มตีตัวออกห่างและขาดการติดต่อไปในที่สุด ทิ้งให้แบกรับภาระหนี้สินกว่า 4.6 ล้านบาท เพียงลำพัง จนมารู้ในภายหลัง ว่า ยังมีเหยื่อหญิงสาวที่ถูกนายจิรากรหลอกลักษณะเดียวกันอีกเกือบ 20 คน

“เท่าที่หนูรู้มามีเหยื่อหญิงสาวรายหนึ่ง ถูกนายจิรากรหลอกเอาเงินไปจนกลายเป็นหนี้มากกว่าหนูหลายเท่า ถึงขั้นกลายเป็นโรค ซึมเศร้าหลังต้องสูญเสียมารดาที่ถึงกับฆ่าตัวตาย เพราะเครียดที่เห็นลูกสาวมีหนี้สินจำนวนมากจนไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้ได้” น.ส.เอกล่าว

ด้าน น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 32 ปี กล่าวว่า ทำงานอยู่ที่ จ.เพชรบูรณ์ รู้จักกับนายจิรากรผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลห้องฉุกเฉิน ก่อนพูดคุยกันเชิงชู้สาว จนตัดสินใจ คบหากัน เนื่องจากเห็นว่าเทกแคร์ดี เอาใจใส่ พูดจาเพราะ หลังคบหากันได้ไม่นาน นายจิรากร อ้างทำธุรกิจรถเช่าอยู่กำลังมีปัญหาหมุนเงินไม่ทัน เพราะเพื่อนถอนหุ้นไป อยากให้ช่วย ร่วมลงทุน

“แต่หนูไม่มีเงินมากขนาดนั้น นายจิรากรจึงบอกว่าไม่ต้องลงเงินก็ได้ แค่ช่วยไปซื้อรถเป็นชื่อหนูมาให้กับเขา เพื่อปล่อยเช่าก็พอ ก่อนจะพาไปที่โชว์รูมรถ ให้ซื้อรถเก๋ง รถกระบะ รถมอเตอร์ไซค์ป้ายแดง รวมแล้วถึง 7 คัน เมื่อได้รถไปแล้วนายจิรากรก็ตัดขาดการติดต่อไป ทำให้หนูต้องกลายเป็นหนี้กว่า 5 ล้านบาท” น.ส.บีกล่าว

ส่วนน.ส.ซี (นามสมมติ) อายุ 38 ปี กล่าวว่า ทำงานรับจ้างอยู่ที่ จ.ขอนแก่น ก่อนหน้า นายจิรากรเข้ามาตีสนิทเชิงชู้สาวอ้างเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติดนอกเครื่องแบบ และทำธุรกิจรถเช่า แต่เพื่อนที่ร่วมลงทุน ขอถอนตัวไป ขอให้ร่วมลงทุนด้วย ตอนแรกขอยืมเงินไปเป็นค่าจ้างลูกน้อง ค่าซ่อมรถ ยอมโอนไปให้ตลอด รวมเป็นเงินกว่า 2.5 ล้านบาท จนไม่มีเงินจะให้แล้ว ภายหลังนายจิรากรบอกว่าให้ช่วยซื้อรถเพื่อจะเอาไปปล่อยเช่า ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ รถจักรยานยนต์ป้ายแดง รวมแล้ว 6 คัน จนต้องกลายเป็นหนี้กว่า 4 ล้านบาท สุดท้ายนายจิรากรตีตัวออกห่างและขาดการติดต่อไปในที่สุด

นายรณณรงค์กล่าวว่า พฤติกรรมของ นายจิรากรจะทำทีตีสนิทเหยื่อที่เป็นหญิงสาวผ่านทางแอพพลิเคชั่นหาคู่ เมื่อเหยื่อเริ่มไว้ใจยอมคบหาด้วยจะชักชวนร่วมลงทุนธุรกิจปล่อยรถเช่า เมื่อได้รถมาแล้วจะเชิดหนีหายไป ทิ้งหนี้ไว้ให้เหยื่อต้องแบกรับภาระเพียงลำพัง ที่ผ่านมามีผู้ตกเป็นเหยื่อแล้วกว่า 20 ราย ความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท เข้าแจ้งความไว้แล้วในหลายพื้นที่ แต่ยังไม่สามารถตามจับกุม ตัวนายจิรากรได้ จึงตัดสินใจพาตัวผู้เสียหายมายื่นร้องขอความช่วยเหลือให้กองปราบฯ ช่วยเร่งรัดตามจับกุมตัวนายจิรากร เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับเหยื่อรายใหม่

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนสอบปากคำ ผู้เสียหายไว้เป็นหลักฐาน ก่อนส่งต่อให้ผู้บังคับ บัญชาสั่งการต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน