เมื่อวันที่ 14 ก.ค. นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ปัจจุบันเป็นผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติ สมาชิกคณะทำงานด้านการบังคับสูญหายโดยไม่สมัครใจ องค์การสหประชาชาติ (UN Human Rights Expert-WGEID) และนางอัญชนา หีมมิหน๊ะ อดีตอนุกรรมการสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วยทีมทนายความ ได้เดินทางเข้ายื่นอุทธรณ์ในคดีที่ทั้งสองคนได้ยื่นฟ้องสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแล กอ.รมน. และกองทัพบก เป็นจำเลย ในความผิดฐานละเมิด ตาม พ.ร.บ.ความผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 กรณีสนับสนุนการทำไอโอเพื่อด้อยค่า เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนใส่ร้ายผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนทางโลกออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ Pulony.blogspot.com (http://pulony.blogspot.com/)

นายสัญญา เอียดจงดี ทนายความในคดี กล่าวว่า ครั้งนี้อุทธรณ์โดยแบ่งเป็นสองส่วน ซึ่งส่วนแรกเราเห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอายุความในกรณีที่เป็นการละเมิดโดยเจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องใช้อายุความในการฟ้องร้อง 10 ปี และประเด็นที่สองเห็นด้วยที่ศาลได้วางแนวและได้ให้บรรทัดฐานไว้ว่าข้อความทั้ง 13 ข้อความของเว็บไซต์ pulony.blogspot.com เป็นข้อความที่ฝ่าฝืนต่อความเป็นจริงและทำให้โจทก์ทั้งสองเสียหายจริง และการนำเสนอข้อความนั้นเป็นการนำเสนอด้วยความไม่สุจริตไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย ซึ่งศาลได้ยืนยันตรงจุดนี้ไว้ให้แล้ว

ส่วนประเด็นที่สามศาลได้ยืนยันว่าเราได้รับความเสียหายจริง แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความเสียหายที่เกี่ยวเนื่องกับกติกาหรือข้อตกลงระหว่างประเทศนั้นเมื่อกฎหมายภายในของไทยยังไม่อนุวัตใช้ศาลเลยสั่งให้เกิดการเยียวยาไม่ได้ ซึ่งประเด็นนี้เป็นหัวใจหลักที่เราจำเป็นต้องอุทธรณ์และผลักดันให้เกิดกฎหมายภายในให้ได้ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วบุคคลใดก็ตามที่ถูกละเมิดโดยรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อาศัยงบประมาณของรัฐแล้วจับไม่ได้ไล่ไม่ทันจะลอยนวลพ้นผิดอยู่ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

นางอังคณากล่าวว่า ส่วนตัวเคารพคำพิพากษาของศาล แต่ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาที่ศาลยกฟ้องจำเลยทั้งสอง ซึ่งทำให้เกิดการลอยนวลพ้นผิด จึงหวังว่าศาลอุทธรณ์จะกลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะจำเลยที่ 1 และกองทัพบก ในฐานะจำเลยที่ 2 รับผิดและชดใช้เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมและเพียงพอ คดีนี้ถือเป็นคดีแรกในประเทศไทยที่ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนได้นำคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมเพื่อที่จะยุติการคุกคาม การด้อยค่า หรือการสร้างข้อมูลปลอม ข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อโจมตีให้ร้ายป้ายสีผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน