กทม. – เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่สำนักงานใหญ่ การประปานครหลวง หลักสี่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย นายมานิต ปานเอม ผู้ว่าการการประปานครหลวงร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) การติดตั้งหัวจ่ายน้ำดับเพลิง (ประปาหัวแดง) ระหว่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) และการประปานครหลวง (กปน.) เพื่อร่วมกันติดตั้งหัวจ่ายน้ำดับเพลิง (ประปาหัวแดง) ในพื้นที่กทม. เพิ่มเติมจำนวน 258 จุด ภายใน 210 วัน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนใน กทม. ให้มีความปลอดภัย โดยเฉพาะจากเหตุอัคคีภัย ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมี น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. และนายสุเทพ เอื้อปกรณ์ รองผู้ว่าการกปน. เป็นสักขีพยาน และผู้บริหารสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้บริหารกปน. และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายชัชชาติกล่าวว่า ปัจจุบัน กทม. มีสภาพบ้านเรือนและประชาชนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นโดยเฉพาะภายในชุมชนต่างๆ เป็นตรอกซอยขนาดเล็กและคับแคบ ไม่สะดวกแก่การสัญจรและเข้าระงับอัคคีภัย รวมทั้งมีพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย ซึ่งภายในชุมชนและพื้นที่ ดังกล่าวยังขาดแหล่งน้ำธรรมชาติ และหัวจ่ายน้ำดับเพลิง เมื่อเกิดอัคคีภัยขึ้นทำให้มีอุปสรรคในการใช้น้ำในการดับเพลิง เนื่องจากรถดับเพลิงเข้าถึงที่เกิดเหตุไม่ได้ หากเกิดอัคคีภัยขึ้นอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งเกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมโดยส่วนรวมเป็นอย่างมาก ประกอบกับปัจจุบันการเดินท่อเมนประปาเพื่อติดตั้งหัวจ่ายน้ำดับเพลิงของการประปานครหลวงยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย

“การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) ในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นในการร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความปลอดภัยจากเหตุอัคคีภัย ซึ่งเป็นภัยร้ายแรง เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยงภัยและเป็นไปตามมาตรฐานสากลต่อไป กทม.และกปน.มีความร่วมมือกันอย่างแน่นแฟ้น ในอนาคตจะมีความร่วมมือกันต่อ อาทิ เรื่องการเก็บค่าบำบัดน้ำเสีย ซึ่ง กทม. ต้องเอาตัวเลขของการใช้น้ำประปามาเป็นฐานในการคำนวณค่าบัดน้ำเสียโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นหลักการที่ทั่วโลกใช้กัน การก่อสร้างซึ่งต้องให้ไร้รอยต่อ อาทิ การก่อสร้างการย้ายสาธารณูปโภค หรือการประปาเข้าไปก่อสร้างในถนนของกทม. จะมีการคุยกันเรื่องมาตรฐานต่างๆ และสุดท้ายคือเรื่องน้ำดื่ม ช่วงโควิดที่ผ่านมาได้มีการรื้อถอนจุดน้ำดื่มไป แต่จากนี้จะมีการติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อลดการใช้ขวดพลาสติก ซึ่งน่าจะเห็นเป็นรูปธรรมภายใน 1 ปีจากนี้” นายชัชชาติกล่าว

ด้านนายมานิต ผู้ว่าการกปน. กล่าวว่า นอกจากการติดตั้งหัวจ่ายน้ำดับเพลิงร่วมกันแล้ว ทั้ง 2 หน่วยงาน จะร่วมกันพัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูปหรือระบบสารสนเทศแสดงจุดติดตั้งหัวจ่ายน้ำดับเพลิงเพื่อใช้งานร่วมกัน รวมทั้งร่วมกันตรวจสอบสภาพการใช้งานของหัวจ่ายน้ำดับเพลิง เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าระงับอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้น โดย กปน. จะติดตั้งมาตรวัดน้ำและอุปกรณ์การส่งสัญญาณระยะไกล เพื่อวัดผลการไหลของน้ำและแรงดันน้ำตามจุดต่างๆ ทั่ว กทม. ทำให้สามารถบริหารระบบการจ่ายน้ำให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และหากเกิด อัคคีภัยบริเวณใด จะสามารถผันน้ำเพื่อระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ในอนาคต กปน. และ กทม. จะยังคงร่วมมือกันติดตั้งหัวจ่ายน้ำดับเพลิง ในพื้นที่ กทม. เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยงภัยและเป็นไปตามมาตรฐานสากลต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน