เตือน51จังหวัดรับพายุ‘ตาลิม’บ่าท่วมฉับพลัน

เตือน 51 จังหวัดทั่วไทยฝนเท-ดินถล่ม ฤทธิ์พายุโซนร้อน ‘ตาลิม’ ขึ้นฝั่งมณฑล กว่างซี ประเทศจีน ความเร็วลมสูงสุด 100 ก.ม.ต่อชั่วโมง พาดผ่านเวียดนามตอนบน 18-20 ก.ค. คาดอ่อนกำลังเป็นพายุดีเปรสชัน-หย่อมความกดอากาศต่ำ ส่งผลให้มรสุมคลุมทะเลอ่าวไทย-อันดามัน คลื่นสูง 2-4 เมตร กำชับชาวเรือ งดออกจากฝั่ง อุทยานฯ เขาสก สุราษฎร์ฯ สั่งปิดลานกางเต็นท์ 18-24 ก.ค. ระนองระทึก ฝนซัดข้ามคืน น้ำป่าบ่าจมถนนครึ่งเมตร เมืองโคราชเร่งป้องกัน 3 จุดเศรษฐกิจท่วมซ้ำซาก กรมธรณีเตือนภัยเหนือ-ใต้-กลาง-ตะวันออก-ตะวันตก ดินถล่ม-น้ำป่าหลาก

เตือน 51 จว.ฝนหนัก-น้ำป่าบ่า

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ เตือน พายุโซนร้อนกำลังแรง “ตาลิม” (TALIM) ฉบับที่ 14 ว่า พายุเคลื่อนตัวจากมณฑลกว่างซี ประเทศจีน มีศูนย์กลาง อยู่ที่ละติจูด 21.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อน ทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านชายฝั่งประเทศจีนตอนใต้ และประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 18-19 ก.ค.2566 โดยจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ

อิทธิพลของพายุตาลิม ส่งผลให้ช่วงวันที่ 18-20 ก.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาด เชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในวันที่ 18 ก.ค. ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง จ.กาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี และสระบุรี, ภาคตะวันออก จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด และภาคใต้ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

คลื่นสูง 4 เมตร-เรืองดออกฝั่ง

ต่อมาวันที่ 19 ก.ค. ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง จ.นครสวรรค์ กาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี และสระบุรี, ภาคตะวันออก จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และภาคใต้ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

จากนั้นวันที่ 20 ก.ค. ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ จ.เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง จ.นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี, ภาคตะวันออก จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และภาคใต้ จ.ประจวบ คีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มี ฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และ หลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและ อ่าวไทยตอนบนควรงดออกจาฝั่งในระยะนี้ ไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา และเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://vww.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กรมธรณีเตือนดินถล่ม

ด้านศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ได้แจ้งเตือนเฝ้าระวังภัยแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ในระยะ 2-3 วันนี้ โดยขอให้อาสาสมัครเครือข่ายของกรมทรัพยากรธรณี และประชาชนในพื้นที่ จ.น่าน เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี เพชรบุรี จันทบุรี ตราด ชุมพร ระนอง และพังงา เฝ้าระวังภัยแจ้งเตือนภัยแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในระหว่างวันที่ 18-20 ก.ค. โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่มบริเวณ อ.เฉลิมพระเกียรติ บ่อเกลือ ปัว แม่จริม จ.น่าน, อ.ฮอด จอมทอง แม่แจ่ม กัลยาณิวัฒนา อมก๋อย จ.เชียงใหม่, อ.เวียงป่าเป้า แม่สรวย จ.เชียงราย, อ.เมือง ปาย ปางมะผ้า แม่ลาน้อย ขุนยวม สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน, อ.อุ้มผาง พบพระ แม่สอด ท่าสองยาง แม่ระมาด จ.ตาก, อ.สังขละบุรี ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี, อ.แก่งกระจาน หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี, อ.ขลุง เขาคิชฌกูฏ มะขาม จ.จันทบุรี, อ.เกาะช้าง บ่อไร่ เขาสมิง จ.ตราด, อ.สวี พะโต๊ะ จ.ชุมพร, อ.เมือง กระบุรี ละอุ่น สุขสำราญ กะเปอร์ จ.ระนอง และอ.กะปง ตะกั่วป่า คุระบุรี ท้ายเหมือง จ.พังงา

ทั้งนี้ เนื่องจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง วัดปริมาณน้ำฝนในรอบ 24 ชั่วโมง ได้มากกว่า 150 มิลลิเมตร (ม.ม.) และเริ่มมี น้ำหลากในบางพื้นที่แล้ว ซึ่งอาจส่งผลให้ เกิดแผ่นดินถล่มได้

น้ำป่าจมเมืองระนอง

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์พายุตาลิม ส่งผลให้เกิดฝนตกเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ โดยที่จ.ระนอง มีฝนตกหนักต่อเนื่องตลอด 24 ช.ม. มีปริมาณน้ำฝนสูงสุด 188.6 ม.ม. สะสม โดยเช้าวันเดียวกันเขตอำเภอเมือง เกิดน้ำป่าไหลหลากจากแนวเขา และน้ำท่วมฉับพลันในเขตเทศบาลเมืองระนอง เทศบาลเมืองบางริ้น และเขตเทศบาลตำบลบางนอน หลังจากน้ำป่าจากคลองหาดส้มแป้นได้เริ่มทะลักเข้าท่วมแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง บ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและ รักษาป่า รน.8 ต้องเข้าดูแลอันตรายและรักษาความปลอดภัยจากน้ำป่าที่ไหลทะลักลงมาเป็นจำนวนมาก พร้อมช่วยกันยกเศษซากไม้ออกจากพื้นที่ริมคลอง

ขณะที่พื้นที่ตามชุมชนต่างๆ ใน 3 เขตเทศบาลเมืองระนอง น้ำได้ทะลักเข้าน้ำท่วมผิวการจราจรถนนหลายสาย และตามตรอกซอกซอยต่างๆ มีบ้านเรือนประชาชนนับ ร้อยครัวเรือนในเขตชุมชนที่น้ำหลากเข้าบ้านและบนถนนสายหลัก เช่น ถนนชลละอุ ถนนกำลังทรัพย์ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิระนองสงเคราะห์ต้องออกมาช่วยอำนวยความสะดวกเส้นทางการจราจรร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ เพื่อห้ามรถยนต์ไม่ให้แล่นผ่านที่มีจุดน้ำหลากสูง 30-50 ซ.ม. มีรถยนต์บางคันที่ต้องจอดเสียกลางถนนจากการลุยน้ำเข้าไป บางจุดก็ยังผ่านได้แต่ต้องแล่นลุยน้ำกลางถนนเพียงเลนเดียว

จมระนอง – สภาพน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนชาวบ้านในซอย 13 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง หลังเกิดฝนตกหนักข้ามวันทำให้น้ำป่าไหลหลากลงมาท่วมหลายพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองระนอง เมื่อวันที่ 18 ก.ค.

‘เขาสก’ปิดลานกางเต็นท์

ด้านนายกุลบล พลวัน หัวหน้าอุทยาน แห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี ประกาศแจ้งการปิดให้บริการลานกางเต็นท์อุทยาน แห่งชาติเขาสกเป็นการชั่วคราวเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักและคลื่นลมแรง โดยนายกุลบลกล่าวว่า อุทยานแห่งชาติ เขาสกพิจารณาแล้ว เพื่อความปลอดภัยของ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการลานกางเต็นท์ในเขตอุทยาน จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 25 และมาตรา 35(4) แห่งพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ประกาศปิดให้บริการ ลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติเขาสกเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 18-24 ก.ค. หรือจนกว่า จะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

ขณะที่ภาคตะวันอออกเฉียงเหนือ ที่ห้องประชุมสำนักงาน ทต.บ้านใหม่ ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสมเกียรติ วิริยะ กุลนันท์ รอง ผวจ.นครราชสีมา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมชุมชนโคราช นายกฤษฏิ์ พูนเกษม ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.จ.) นครราชสีมา นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ นายอำเภอเมือง นางมะลิวัลย์ บางนิ่มน้อย นายก ทต.บ้านใหม่ ผู้แทนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือวาระการบริหารจัดการระบายน้ำและการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดจากพายุโซนร้อน “ตาลิม” เคลื่อนผ่านพื้นที่ รวมทั้งความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักของกรมโยธาธิการและผังเมือง

โคราชป้อง 3 จุดศก.ท่วมซ้ำซาก

นายสมเกียรติ รองผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า สภาพพื้นที่ ต.ไชยมงคล ต.หนองจะบก ต.สุรนารี ต.ปรุใหญ่ ลักษณะเป็นลูกคลื่นลอนลาดชันลาดเอียงจากทิศใต้ไปทางทิศเหนือ ซึ่งมี 3 จุด เป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก คือ 1.ร่องระบายน้ำใต้ทางหลวง 304 ถ.ราชสีมา-กบินทร์บุรี ผ่านพื้นที่เอกชน กองบิน 1 กองบัญชาการช่วยรบ (บชร.) ที่ 2 กองทัพน้อย ที่ 2 ไหลลงบุ่งตาหลั่ว หากปริมาณน้ำเกินพื้นที่เก็บกักจะไหลท่วมถนนทางเข้ากองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี หน้าจวนผวจ.นครราชสีมา และหลังสถานีรถไฟชุมทางถนนจิระ 2.เส้นทางน้ำจากสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ไหลผ่าน ถ.คลองส่งน้ำ ท่วมตลาดเซฟวัน และ 3.ผ่านท่อระบายน้ำใต้ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ผ่านพื้นที่เอกชนและ โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย โดย จุดที่ 2 และ 3 เส้นทางน้ำไหลลงลำตะคอง ที่ ต.บ้านใหม่

นายสมเกียรติกล่าวถึงแนวทางการรับมือน้ำท่วมว่า ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ กำจัดวัชพืชเก็บขยะ ดูดโคลนเลน ประสานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง ปิดประตูระบายน้ำ คนชุม และเปิดประตูระบายน้ำข่อยงาม เพื่อเร่งระบายมวลน้ำให้ไหลผ่านเขตเศรษฐกิจ เร็วที่สุด เพิ่มอัตราการสูบระบายน้ำบริเวณ โรงสูบน้ำโฮมโปร กรณีฝนตกหนักหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงทันทีเพื่อประสานงานการทำงานร่วมกัน โดยเปิดฝาท่อระบายน้ำและเก็บขยะที่ปิดท่อระบายน้ำ รวมทั้งปิดการจราจรชั่วคราว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน