เมื่อวันที่ 18 ก.ค. นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า เวลา 07.00 น.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากราษฎรในพื้นที่ว่าพบเห็นรถบรรทุก 6 ล้อบรรทุกวัวควายจำนวนมากผ่านเข้ามาในพื้นที่บ้านวัดจันทร์ ต.บ้านจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา กำลังแวะจอดเติมน้ำมันในหมู่บ้าน แต่ผิดสังเกต เนื่องจากลักษณะของวัวควายมีขนาดใหญ่ อ้วน สมบูรณ์ เมื่อสอบถามชาวบ้านด้วยกันแล้วทราบว่า ไม่ใช่วัว ควาย ของราษฎรในพื้นที่ อีกทั้งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังการนำเข้าซากวัว ควาย หรือวัว ควายที่มีชีวิตจากต่างท้องที่อย่างเด็ดขาด เนื่องจากพบว่าช่วงนี้มีการแพร่ระบาดของโรคปากเท้าเปื่อย จึงโทร.แจ้งให้อำเภอทราบ พร้อมประสานแจ้งตำรวจสภ.กัลยาณิวัฒนาเข้าตรวจสอบ
พบรถบรรทุก 6 ล้อ 2 คัน บรรทุกวัวเต็มคันรถ 1 คัน และบรรทุกควายเต็มคันรถ 1 คัน บริเวณระหว่างบ้านดงสามหมื่น-บ้านแม่แดดน้อย ต.แม่แดด อ.กัลยาณิวัฒนา จึงขอตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตการเคลื่อนย้าย แต่คนขับรถไม่สามารถนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ จึงควบคุมตัวคนขับรถพร้อมทั้งให้นำรถและวัว ควาย ที่บรรทุกมาด้วยไปยังสภ.กัลยาณิวัฒนา เพื่อให้เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ตรวจสอบ
ตรวจนับสัตว์แล้วมีควาย 20 ตัว และวัว 20 ตัว รวม 40 ตัว โดยคนขับรถบรรทุกทั้ง 2 คันให้ข้อมูลว่าตนไม่ได้เป็นเจ้าของรถ และวัว ควาย ที่บรรทุกมารับจ้างนำมาจากบริเวณชายแดนไทย-พม่า พื้นที่ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีเป้าหมายปลายทางอยู่ที่อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 1,500 บาท โดยใช้เส้นทางอ.กัลยาณิวัฒนาเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจสกัด
เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอกัลยาณิวัฒนาได้เรียกดูใบอนุญาตต่างๆ จากคนขับรถ ให้การว่าไม่มีใบอนุญาตใดๆ จึงตรวจสอบร่องรอยโรค เบื้องต้นไม่ปรากฏร่องรอย
เจ้าหน้าที่จะดำเนินการรวบรวมเอกสารพยานหลักฐาน พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป