หนุ่มแสบร่วมกับแม่และลุงช่วยรับฝากขายพระเครื่องอ้างปล่อยตลาดจีนได้ 200ล.มีค่าใช้จ่ายนำเงินกลับไทยตำรวจตามรวบที่เมืองคอน

สืบสวนนครบาล 8 ตามรวบหนุ่มแสบร่วมกับแม่-ลุงตุ๋น 30 ล้าน เหยื่อเป็น 2 พระวัดเศวตฯ ฝากขายพระเครื่องชุดใหญ่หาเงินบูรณะวิหาร จอมตุ๋นอ้างเอาไปปล่อยตลาดจีน ได้เงินถึง
200 ล้าน แต่นำเงินกลับไทยต้องจ่ายค่าธรรมเนียม หลอกโอนมากว่า 30 ครั้ง แถมให้แม่วัย 70 ช่วยรับเงินโอน ให้ญาติที่เป็นพระอาวุโสวัย 84 ช่วยหลอก จนถูกจับดำเนินคดีถ้วนหน้า แล้วหนีประกันศาลแขวงธนบุรี หอบหิ้วกันไปซุกคอนโดฯ นครศรี จนโดนตามจับกุมกลับมาในที่สุด

วันที่ 4 ส.ค. พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม ผกก.กก.สส.บก.น.8 พ.ต.อ.พิศิษฐ์ วิเศษวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พ.ต.ท.สุริยันต์ วิมลเมือง รอง ผกก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พ.ต.ท.ธวัชชัย อินทะเสย์ พ.ต.ท.ภาณุวัฒน์ จันทศรี, พ.ต.ท.อชิรเวชชย์ สุพรรณเภสัช รอง ผกก.กก.สส.บก.น.8 ชุดสืบสวนบก.น.8 และบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ร่วมจับกุมนายจีระศักดิ์ หรือโจ้ โพล่ใจอาน อายุ 40 ปี, นางจินดา โพล่ใจอาน อายุ 70 ปี และนายสหัส ทิวคง อายุ 84 ปี ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ โดยจับกุมได้ที่คอนโดกัลปพฤกษ์แกรนด์ จ.นครศรีธรรมราช

สืบเนื่องจากนายโจ้และพวก หลอกเงินจากพระ 2 รูป รวมกว่า 30 ล้านบาท โดยพระทั้ง 2 รูปเป็นพระลูกวัดเศวตฉัตรวรวิหาร ถ.เจริญนคร แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ซึ่งนายโจ้เคยบวชอยู่ที่วัดนี้ ทำให้มีความสนิทสนมกัน นอกจากนั้นยังเป็นหลานของพระสหัส หรือนายสหัส ทิวคง หนึ่งในผู้ต้องหา ซึ่งเป็นพระลูกวัดอาวุโส และพระผู้เสียหายทั้ง 2 รูปให้ความเคารพนับถือ นายโจ้จึงได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ ทั้งนี้นายโจ้ทราบว่าพระผู้เสียหายทั้งคู่ชื่นชอบพระเครื่องพระบูชา ชอบเช่าหาซื้อมาเก็บสะสม โดยเฉพาะพระสมเด็จวัดระฆัง และพระสมเด็จบางขุนพรหม จึงได้เริ่มซื้อขายพระเครื่องพระบูชากับพระผู้เสียหายทั้ง 2 รูปมาตั้งแต่ปี 2559

โดยนายโจ้อ้างตัวว่าซื้อขายเช่าหาพระเครื่องเป็นงานอดิเรก และได้ไปหารูปพระเครื่องพระบูชา ที่ประกาศโพสต์ซื้อขายตามสื่อออนไลน์มานำเสนอขายแก่พระผู้เสียหายทั้งสองรูป เมื่อทางพระผู้เสียหายตกลงจะเช่า จึงไปเช่าซื้อพระเครื่องมาขายต่อพระผู้เสียหายอีกทอดหนึ่ง โดยบวกกำไรกินส่วนต่างเป็นจำนวนหลายร้อยองค์เรื่อยมาตั้งแต่ปี 2559-2562

กระทั่งช่วงปลายปี 2562 พระผู้เสียหายทั้งสองรูป ได้ร้องขอนายโจ้ให้ช่วยนำพระสมเด็จ 9 องค์ และพระเหรียญคณาจารย์อีกจำนวนหนึ่ง ที่เป็นทรัพย์ส่วนตัวแต่เดิมของพระทั้งสองไปขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาบูรณะวิหารวัดที่ชำรุดเสียหาย แต่นายโจ้ปฏิเสธในครั้งแรก พระผู้เสียหายจึงไปขอให้พระสหัส หรือนายสหัส หนึ่งในผู้ต้องหา ช่วยขอร้องจนนายโจ้ยอมช่วยดำเนินการ

ไม่กลัวบาป – นายจีระศักดิ์ โพล่ใจอาน พร้อมมารดาวัย 70 ปี และลุงอายุ 84 ปี ร่วมกันตุ๋น 2 พระลูกวัดเศวตฉัตรวรวิหาร เขตคลองสาน กทม. รวมกว่า 30 ล้านบาท ถูกจับตัวส่งสน.สำเหร่ เมื่อวันที่ 4 ส.ค.

เบื้องต้นนายโจ้นำพระเครื่องไปตรวจเช็ก กับทางสมาคมต่างๆ พบว่าเป็นพระเครื่องที่ไม่สากล ไม่มีราคาค่านิยมในท้องตลาด แต่กลับวางแผนอ้างกับพระผู้เสียหายว่านำพระเครื่องไปประเมินราคาซื้อขายที่ประเทศจีน เนื่องจากเป็นที่นิยม และจะสามารถซื้อขายได้มูลค่าสูงถึง 200-300 ล้านบาท โดยในช่วงเวลานั้น นายโจ้เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศจีนบ่อยครั้ง จึงสมอ้างว่าได้ทำงานอยู่ที่ประเทศจีน และถ่ายรูปส่งกลับมาให้ดูเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้พระผู้เสียหาย หลงเชื่อ

โดยนายโจ้หลอกพระผู้เสียหายว่า ผู้ซื้อชำระมาเป็นเงินสด การจะนำเงินเข้าประเทศต้องผ่านค่าอากรแสตมป์ ค่าขนเงิน ค่าพิธีทางศุลกากร ค่าผ่านการทำเอกสารพิธีการนำเงินเข้า และค่าดำเนินการ หลายขั้นตอน โดยจะต้องชำระค่าดำเนินการพิธีดังกล่าวตามระยะเวลาที่กำหนด โดยลวงเบิกเงินในลักษณะดังกล่าวจากพระผู้เสียหายกว่า 30 ครั้ง เป็นเงินรวมกว่า 30 ล้านบาท มีทั้งเป็นเงินสดและโอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาเอง นอกจากนั้นการรับชำระเงินสดหลายครั้งมีนางจินดา แม่ของนายโจ้ หนึ่งในผู้ต้องหาเป็นผู้รับเงิน

ต่อมาพระผู้เสียหายทั้งสองรูปสืบทราบว่านายโจ้ไม่ได้ทำงานที่ประเทศจีนจริงและทราบว่าถูกหลอกในการซื้อขายพระเครื่องดังกล่าว จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.สำเหร่ ดำเนินการตามกฎหมาย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์” ต่อผู้ต้องหาทั้ง 3 รายดังกล่าว โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 ได้เข้าพบต่อพนักงานสอบสวน รับทราบข้อกล่าวหา แต่ภายหลังได้ประกันตัวต่อศาลแขวงธนบุรีและหลบหนีในวันฟังคำพิพากษา เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมา จึงนำมาสู่การติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ตามหมายจับศาลแขวงธนบุรี โดยผู้ต้องหา มีพฤติการณ์หลบหนี เปลี่ยนที่อยู่อาศัย และเปลี่ยนพาหนะที่ใช้มาโดยตลอด รวมถึงให้ลูกย้ายโรงเรียนหนีตามไปด้วย เบื้องต้นควบคุมส่งศาลแขวงธนบุรี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน