ผัวเมียโกดังพลุนัดมอบตัววันนี้
‘บิ๊กโจ๊ก’เผยผัว-เมียเจ้าของโกดังพลุมูโนะนัดเข้ามอบตัววันนี้หลังหลบหนีเข้ารัฐกลันตัน พร้อมย้ำคดีนี้ เจ้าหน้าที่รัฐต้องรับผิดชอบ ถูกดำเนินคดีตาม ม.157 แน่ ด้าน ‘บิ๊กตู่’ ควง’ อนุพงษ์’ ลงพื้นที่นราธิวาสสถานที่เกิดเหตุโกดังพลุบึ้ม เยี่ยมผู้บาดเจ็บ-ครอบครัวผู้เสียชีวิต มอบคณะกรรมการเคาะงบช่วยเหลือเพิ่มเติม ‘มท.1’ยันเร่งหาแหล่งเงินเยียวยาประชาชนชาวมูโนะ ยันรัฐพยายามทำให้ดีที่สุดตามหลักเกณฑ์กฎหมาย ล่าตัวเจ้าของโกดังดำเนินคดี นายกฯ เยี่ยมชาวมูโนะ อ.สุไหงโก-ลก ลั่นรัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟูเยียวยา ไม่ทอดทิ้งประชาชน ขออย่ากังวล
เมื่อเวลา 06.50 น. วันที่ 4 ส.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจราชการ ติดตามสถานการณ์เหตุโกดังเก็บดอกไม้ไฟระเบิด ที่จ.นราธิวาส พร้อมกับตรวจเยี่ยมให้กำลังใจประชาชน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนออกเดินทางว่าจะลงพื้นที่ไปดูหน้างาน และได้รับรายงานมาตลอดตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ซึ่งได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเยียวยาและฟื้นฟู รวมถึงการดำรงชีวิตอยู่ของประชาชน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนก็ทำงานกันอย่างแข็งขัน จึงจำเป็นต้องลงไปดูด้วยตัวเอง เพราะที่ผ่านมามีภารกิจอยู่หลายประการ จึงมอบหมายให้พล.อ.อนุพงษ์และหลายคนได้ลงไปดูหน้างานแล้ว รวมไปถึงส่งรายงานมาให้ทราบ โดยการลงพื้นที่วันนี้จะลงไปดู 2 อย่างด้วยกัน คือ จะเยียวยาได้อย่างไร โดยเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งมีงบในส่วนของราชการแล้วส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นงบกองทุนบริจาค โดยสำนักนายกรัฐมนตรีกำลังประชุมให้ปรับแก้ ว่าจะสามารถเพิ่มเติมตรงไหนได้บ้าง ซึ่งตรงนี้เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับประชาชนและที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ ก็จะต้องดูแลในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหาย ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ตนขอแสดงความเสียใจกับผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมยืนยันว่างบประมาณต่างๆ เรามีอยู่แล้ว ตามระเบียบ และก็จะมีการเพิ่มเติมให้ ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณา
สำหรับภารกิจการตรวจเยี่ยมของนายกรัฐมนตรีในวันเดียวกันนี้ จุดแรกจะเดินทางไปยังพื้นที่เกิดเหตุโกดังเก็บดอกไม้ไฟระเบิด ที่ต.บ้านมูโนะ อ.สุไหงโก-ลก เพื่อตรวจดูสถานการณ์ และติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างบ้านผู้ที่ได้รับความเสียหาย จากนั้นจะไปเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมกับมอบเงินเยียวยาให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต ที่โรงเรียนบ้านมูโนะ และไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บ ที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ เวลาประมาณ 12.45 น.
ด้านพล.อ.อนุพงษ์ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุว่า มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของแต่ละหน่วยงานที่จะดูแล โดยเฉพาะในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แต่สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือเรื่องการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด ซึ่งมีปัญหาทั้งเรื่องความแออัด และปัญหาน้ำท่วม จึงจะใช้แนวทางการปฏิรูปที่ดิน เพื่อจัดรูปแบบใหม่ ซึ่งวันเดียวกันนี้ได้เตรียมทางเลือกมารายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้วก่อนจะนำไปให้ประชาชนพิจารณา รวมถึงจะมีการพิจารณาเรื่องแหล่งเงิน เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมและอยู่ดีกินดีขึ้น
เมื่อถามถึงกรณีที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าวงเงินที่ใช้ในการฟื้นฟูผลกระทบที่เกิดจากเหตุการณ์นี้น้อยไป พล.อ.อนุพงษ์กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลจะพยายามทำให้ดีที่สุด จากแหล่งเงินหลายแห่ง หากดูตามประวัติศาสตร์ การจ่ายเงินเกินอำนาจเป็นไปไม่ได้ กฎหมายอนุญาตให้จ่ายได้เท่าไหร่ รัฐพยายามทำให้ดีที่สุด โดยเฉพาะในส่วนของผู้เสียชีวิตกว่า 10 ราย
เมื่อถามต่อถึงการดำเนินคดีกับเจ้าของโกดังที่หลบหนีไปต่างประเทศ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นใครทั้งสิ้น ขอให้ประชาชนเข้าใจ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะบุคคลที่ทำให้เกิดเหตุนี้ขึ้น
จากนั้นเวลา 09.40 น. ที่ จ.นราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ และคณะเดินทางถึงจังหวัดนราธิวาส พร้อมตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ และให้กำลังใจประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนและ เจ้าหน้าที่ พร้อมตรวจติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างบ้านที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์โดยมี นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัด พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมลงพื้นที่ด้วย ซึ่งจากการสำรวจพบบ้านเรือนเสียหาย จำนวน 682 หลัง พบเสียหายทั้งหลัง จำนวน 88 หลัง เสียหายบางส่วน จำนวน 200 หลัง เสียหายเล็กน้อย จำนวน 394 หลัง โดยทหารช่างกรมทหารพรานที่ 48 ร่วมกับกรมทหารพรานที่ 45 ซ่อมแซมเสร็จแล้ว จำนวน 46 หลัง ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งซ่อมบ้านเรือนที่เสียหายเล็กน้อยแล้ว
จากนั้นนายกรัฐมนตรีตรวจติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างบ้านที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์พร้อมเน้นย้ำให้ดำเนินการซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายให้มีความมั่นคงแข็งแรงกว่าเดิม รวมทั้งกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภคให้ประชาชนกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม ยืนยันรัฐบาลจะทำให้ทุกคนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง รวมถึงจะมีการจัดรูปที่ดินผ่านการทำประชาคมเป็นที่ยอมรับร่วมกัน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน และความสวยงามของพื้นที่ ในส่วนของการดำเนินคดี นายกรัฐมนตรีสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่มีส่วนได้เสียอย่างเด็ดขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเดินสำรวจติดตามงาน นายกรัฐมนตรีได้ทักทายให้กำลังใจประชาชนบริเวณเกิดเหตุ พร้อมให้คำมั่นสัญญายืนยันกับประชาชนว่า
“รัฐบาลจะเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ขออย่าได้กังวล นายกรัฐมนตรีเข้าใจความรู้สึก เห็นใจความเดือดร้อนของทุกคนดี การให้ความช่วยเหลือเป็นหน้าที่ของรัฐบาล เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีในการดูแลช่วยเหลือให้ประชาชนมีความสุข อีกทั้งไม่ต้องขอ รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีพร้อมจะทำให้ ผู้ประสบภัยมีความเข้มแข็งมาก ยังมีรอยยิ้มสู้กับปัญหา ขอให้ทุกคนมีกำลังใจ เราจะก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน นี่คือความเป็นคนไทย ขอขอบคุณจิตอาสาจาก ทุกภาคส่วนที่ร่วมมือร่วมแรงช่วยกันแก้ไขปัญหาในทุกๆ ด้าน แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจของคนไทย ขอให้ทุกคนมีรอยยิ้ม รอยยิ้มแห่งความเชื่อมั่น รอยยิ้มแห่งความจริงใจ รอยยิ้มของการช่วยเหลือ ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า จะทำหน้าที่เพื่อประชาชนให้ดีที่สุดในขณะที่ยังทำหน้าที่รัฐบาล” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
จากนั้นตัวแทนชาวบ้านกล่าวขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่มาเยี่ยมเยียนประชาชนที่ประสบเหตุทำให้ประชาชนมีกำลังใจที่ดีขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบเงินเยียวยาให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต จำนวน 9 ราย เสร็จแล้วนายกรัฐมนตรีเดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เพื่อให้กำลังใจผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์
จากนั้นเวลา 11.00 น. ที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะเยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยกล่าวว่า ขอให้ผู้บาดเจ็บเข้มแข็ง อย่ากังวลเรื่องค่าใช้จ่าย รัฐบาลพร้อมดูแลอย่างเต็มที่ ขอให้ผู้บาดเจ็บหายดี มีร่างกายที่แข็งแรง พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ทุ่มเทรักษาผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ หากต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือสิ่งไหนขอให้บอก รัฐบาลพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่
จากนั้นนายกรัฐมนตรีทักทายผู้ป่วยทั่วไปที่รักษาตัวในโรงพยาบาล พร้อมกล่าวว่า “รักทุกคนไม่ว่าเชื้อชาติ ศาสนาไหน ล้วนเป็นคนไทยด้วยกัน” เสร็จแล้วนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับกรุงเทพฯ
พล.อ.ประยุทธ์เปิดเผยหลังจากลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุโกดังดอกไม้ไฟระเบิดว่า ประเด็นแรกที่ได้กำชับลงไปคือการช่วยเหลือเยียวยากรณีของผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้หลายหน่วยงานได้เร่งให้ความช่วยเหลือ รวมถึงการช่วยเหลือด้านทรัพย์สินซึ่งต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพราะส่วนใหญ่ เป็นเรื่องของที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม การดูแลการจัดสร้างบ้านนั้นดูแลทั้งส่วนที่เสียหายน้อย และเสียหายมาก โดยให้รายงานตลอดว่าดำเนินการคืบหน้าอย่างไรบ้าง อีกทั้งได้ให้แนวทางว่าเมื่อสร้างใหม่แล้วอาจจะต้องดูในเรื่องของถนนเพื่อปรับภูมิทัศน์ให้น่าอยู่ด้วย จัดระเบียบในพื้นที่ให้น่าอยู่ น่าค้าขาย ทุกคนอยากเข้ามาซื้อขาย ปรับภาพเก่าออกไป ส่วนเรื่องคดี นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้เร่งตรวจสอบขยายผล โดยเฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องใครทำผิดก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านมูโนะ ซึ่งอยู่ห่างจุดเกิดเหตุ 300 เมตร เพื่อพบปะให้กำลังใจคณะครู รวมทั้งชาวบ้านที่มารอพบนายกรัฐมนตรี โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวกับชาวมูโนะ ว่า ขอให้ชาวมูโนะเชื่อมั่น ตราบใดตนยังเป็นนายกฯ จะเร่งช่วยเต็มที่ ทางรัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัย แต่ทุกคนต้องร่วมใจกันที่จะทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม ขอให้ทุกคนตั้งสติให้ดี และอย่ากังวลเพราะรัฐจะมีการเยียวยาผู้บาดเจ็บตามอาการและฟื้นฟูโดยการสร้างบ้านให้ ตอนนี้อนุมัติงบฯ แล้วบวกกับเงินกองทุนที่ทั่วประเทศร่วมใจกันบริจาค ขณะนี้กว่า 19 ล้านบาทแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ประเด็นแรกที่ได้กำชับลงไปคือการช่วยเหลือเยียวยากรณีของผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้หลายหน่วยงานได้เร่งให้ความช่วยเหลือ รวมถึงการช่วยเหลือด้านทรัพย์สินซึ่งต้องรีบดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพราะส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่อยู่อาศัยที่จำเป็นที่สุด เราจะไม่ทิ้งพวกท่านอย่างแน่นอน”
สำหรับการจัดสร้างบ้านที่อยู่อาศัยนั้น ได้กำชับให้ดูแลทั้งส่วนที่เสียหายน้อยและเสียหายมาก โดยให้มีการรายงานตลอดว่า ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือไปถึงขั้นตอนไหน มีความคืบหน้าอย่างไร อีกทั้งได้เน้นย้ำแนวทางหลังจากสร้างบ้านให้เสร็จแล้ว จะต้องดูในเรื่องของถนนหนทาง และการปรับภูมิทัศน์ชุมชนให้น่าอยู่ ซึ่งจะต้องเร่งจัดระเบียบให้พื้นที่น่าอยู่ น่าเที่ยว และน่าค้าขาย ทำให้ทุกคนอยากเข้ามาเที่ยวที่นี่ ส่วนเรื่องคดี นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนได้เน้นย้ำให้เร่งตรวจสอบขยายผล โดยเฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ใครทำผิดก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
“ขอให้เชื่อมั่นตราบใดที่ผมยังเป็นนายกรัฐมนตรี ผมจะเร่งรัดงบประมาณและ ช่วยเหลืออย่างเต็มที่” พล.อ.ประยุทธ์ย้ำ หนักแน่น

ที่เกิดเหตุ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุโกดังพลุระเบิดกลางตลาด ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส สั่งเร่งเยียวยาชาวบ้านและล่าจับตัวผัวเมียเจ้าของโกดัง เมื่อวันที่ 4 ส.ค.
วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการสืบสวนเกี่ยวกับเหตุโกดังพลุดอกไม้ไฟระเบิดที่ชุมชนตลาดมูโนะว่า ล่าสุด ผู้ต้องหาสองสามีภรรยาได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวแล้ว หลังจากหลบหนีไปยังรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย โดยจะเข้ามอบตัวกับผบก.นราธิวาสที่สภ.เมืองนราธิวาสในช่วงบ่าย วันที่ 5 ส.ค.นี้
รองผบ.ตร.กล่าวว่าสำหรับคดีนี้ไม่มีความสลับซับซ้อน ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีนักการเมืองหรือกลุ่มคนมีสีอยู่เบื้องหลัง เพียงแต่โกดังดังกล่าวขออนุญาตประกอบกิจการโดยไม่ถูกต้อง คือ ไม่ได้ระบุประเภทของกิจการในใบอนุญาต ซึ่งเรื่องนี้เจ้าหน้าที่รัฐผู้ออกใบอนุญาตและบุคคลที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ ถูกดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 157 อย่างแน่นอน แต่จะมีกี่คนนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน เบื้องต้นมีหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบทั้งหมด 5 หน่วยงานประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนตำบล, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข
ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าผู้ประกอบการมีการจ่ายส่วยให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่าขณะนี้ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งพบเส้นทางดังกล่าวแล้ว เช่นเดียวกับเส้นทางการเงินของ อสม.ด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีนี้เกิดจากความประมาทเลินเล่อ ไม่ใส่ใจของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงต้องมีการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบพิเศษในพื้นที่สามจังหวัดใช้แดนภาคใต้ ที่กำหนดให้กรณีมีผู้เสียชีวิตจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องได้ค่าชดเชยศพละ 500,000 บาทด้วย นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบไปถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้อัยการสั่งไม่ฟ้องในคดีเดียวกันเมื่อปี 2559 ว่าเกิดจากสาเหตุใด เพื่อนำมาประกอบและปรับปรุงให้สำนวนมีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น