2จังหวัดริมฝั่งระดมกันท่วม
แม่โขงเอ่อตลิ่ง จังหวัดริมฝั่งใกล้วิกฤต ทั้งหนองคาย-บึงกาฬน้ำเพิ่มขึ้นทุกชั่วโมง สูงสุดในรอบปี เทศบาลเมืองสั่งปิดประตูระบายน้ำทุกบาน ระดมเครื่องสูบน้ำตามลำรางรอบเมือง วางกระสอบทรายกั้น ผู้ว่าฯ บึงกาฬ สั่ง 5 อำเภอรับน้ำท่วม หลังโดนฝนถล่มยาว 16 วันติด หวั่นหากน้ำยังขึ้นสูงส่งผลกระทบการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 บึงกาฬ-บอลิคำไซ หลังน้ำทะลักแคมป์คนงานสร้างแลนด์มาร์ก-พนังกั้นหน้าเมืองบึงกาฬ ต้องอพยพโกลาหล ด้านสบเมย แม่ฮ่องสอน เปิดเส้นทางน้ำป่าดินโคลนถล่มพังแล้ว ธารน้ำใจจากทุกฝ่ายหลั่งไหลช่วยเหลือผู้ประสบภัย
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำโขงที่ไหลผ่าน จ.หนองคาย วัดระดับน้ำที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ ได้ 11.39 เมตร เพิ่มขึ้นจากวานนี้ตอนเช้า 1.17 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 0.81 เมตร เฉลี่ยระดับน้ำเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 1 ซ.ม. ขณะที่ตลิ่งแม่น้ำโขงในเขตตัวเมืองหนองคายรับน้ำได้ที่ 12.20 เมตร หากระดับน้ำโขงสูงกว่านั้นจะเริ่มล้นและไหลย้อนเข้าลำห้วย ลำรางสาธารณะ และลำน้ำสาขาต่างๆ ของแม่น้ำโขง
ด้านเทศบาลเมืองหนองคาย ได้ปิดประตูระบายน้ำทุกบานแล้ว และติดตั้งเครื่องสูบน้ำสูบน้ำจากลำรางต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองลงแม่น้ำโขง ขณะที่ชาวหนองคายเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำโขงอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำโขงในช่วงเดือนส.ค.จะเป็นช่วงที่ น้ำโขงขึ้นสูงที่สุดในรอบปี หากผ่านพ้นเดือนนี้ไปได้ ก็จะไม่มีน้ำท่วมเกิดขึ้นในพื้นที่
พ.อ.ณัฎฐาภูมิ นิกร ผบ.พัฒนาการเคลื่อนที่ 25 ได้นำเจ้าหน้าที่ทหาร อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย พร้อมเรือท้องแบน เข้าช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ ต.ปากมาง อ.ท่าบ่อ ในการเก็บผลผลิตทางการเกษตรและอุปกรณ์เครื่องมือประกอบอาชีพหนีน้ำ โดยชาวบ้านได้เร่งเก็บข้าวโพดที่ปลูกไว้แม้ว่าจะต้องเก็บเกี่ยวก่อนกำหนดก็ตาม

น้ำโขงสูง – แม่น้ำโขงขึ้นสูงต่อเนื่องจนทะลักท่วมตอม่อสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ต.ไคสี อ.เมือง จ.บึงกาฬ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ขณะที่ทางจังหวัดสั่งเตรียมรับมือน้ำล้นตลิ่งแล้ว เมื่อวันที่ 10 ส.ค.
ส่วนที่ต.บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์ทั้งในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ ของไทยและฝั่ง สปป.ลาว เช่นกัน น้ำโขงเชี่ยวกรากส่งผลให้เกิดแรงปะทะตลิ่งจนดินทรุด
นายอนุวรรัตน์ ชานัย นายก อบต.บ้านม่วง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.บ้านม่วง ได้ออกสำรวจน้ำโขงขึ้นสูง และพบว่าที่บ้านห้วยค้อ หมู่ 4 ต.บ้านม่วง น้ำหนุนขึ้นสูงห่างจากบ้านเรือนประชาชน 5 เมตร ส่งผลให้บ้านเรือนชาวบ้าน 2 หลังสุ่มเสี่ยงจะเกิดอันตราย และจุดเสี่ยงที่บ้านภูเขาทอง หมู่ 7 น้ำโขงได้หนุนขึ้นสูงและกัดเซาะตลิ่งทำให้ดินพังใกล้บ้าน 1 หลัง
ด้านนายสมควร ใจซื่อ นายอำเภอสังคม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ อส.และอบต.บ้านม่วง บรรจุกระสอบทรายทำแนวป้องกันน้ำกระทบตลิ่งไม่ให้ดินพังมากกว่าเดิม และเตรียมความพร้อม เจ้าหน้าที่ออกช่วยเหลือประชาชน 24 ชั่วโมง
ที่จ.บึงกาฬ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่พร้อมหัวหน้าส่วนราชการอและท้องถิ่น เพื่อตรวจดูระดับน้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่ 3 จุด คือ 1.จุดวัดระดับน้ำริมแม่น้ำโขง บริเวณบ้านพันลำ อ.เมือง 2.ริมฝั่งแม่น้ำโขง ลานพญานาค อ.ปากคาด 3.พื้นที่ก่อสร้างโครงการสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ -บอลิคำไซ และ 4.จุดก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขง โครงการพัฒนาผังเมืองรวม หรือโครงการแลนด์มาร์ก
นายนฤชาเปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ มาเป็นระยะเวลา 16 วัน ต่อเนื่องติดต่อกัน จึงลงพื้นที่มาดูจุดสำคัญต่างๆ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่ ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.พรเจริญ อ.บึงโขงหลง อ.โซ่พิสัย อ.เซกา และอ.ศรีวิไล ซึ่งคาดว่าอาจเกิด ผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรประมาณ 17,000 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ปลูกข้าว ส่วนในพื้นที่สวนยางพารา สวนปาล์ม จะได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย และในส่วนของถนนต่างๆ จะมีบางส่วนที่เป็นคอสะพานที่ชำรุดเสียหาย คือที่บ้านเทพมีชัย ต.ชัยพร ที่จะข้ามไปยัง อ.บุ่งคล้า ซึ่งได้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยซ่อมแซมในเบื้องต้นร่วมกันกับชาวบ้านในพื้นที่ จนทำให้พี่น้องประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้แล้ว อีกหนึ่งที่ คือ ต.โนนศิลา อ.ปากคาด ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ลงพื้นที่ไปซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว
“วันนี้เท่าที่ติดตามดูสถานการณ์น้ำ ที่จุดวัดระดับน้ำริมแม่น้ำโขง บริเวณบ้านพันลำ อ.เมืองบึงกาฬ ระดับน้ำขึ้นสูงอยู่ที่ระดับ 10.75 เมตร ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับปกติ และยังรองรับน้ำได้อีก 1 เมตรเศษ แต่ถ้าถึงระดับ 12 เมตรเมื่อไร จังหวัดจึงจะแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ติดริมแม่น้ำโขงทั้ง 120 ก.ม. ใน 4 อำเภอ โดยทันที ซึ่งเตรียมการไว้อยู่ตลอดเวลา โดยมอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในทุกอำเภอติดตาม เฝ้าตรวจตราระดับน้ำอย่างใกล้ชิด” นายนฤชากล่าว
ส่วนพื้นที่ อ.ปากคาด บริเวณลานพญานาค ซึ่งถือเป็นจุดที่ต่ำที่สุดของจ.บึงกาฬที่ติดริมฝั่งแม่น้ำโขง นายนฤชากล่าวว่า ยังคงเหลือพื้นที่ริมตลิ่งที่จะรองรับน้ำได้อีกประมาณ 3 เมตร จึงจะเข้าสู่ภาวะวิกฤตที่จะต้องประกาศแจ้งเตือน ในส่วนของการเตรียมการของทั้ง 8 อำเภอ ได้มอบหมายให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ให้ความช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว
นายนฤชากล่าวถึงคืบหน้าของการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ-บอลิคำไซ ว่า มีความคืบหน้าอยู่ที่ 85% แล้ว ในส่วนที่ยังเหลืออยู่คือ ตัวหลักของสะพานที่จะต้องสร้างคานทอดข้ามไปยังตอม่อที่อยู่กลางแม่น้ำโขง ล่าสุดขณะนี้ น้ำท่วมตอม่อไปแล้ว 2 เมตร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างสะพานที่อาจจะมีความล่าช้าออกไป 3-4 เดือน ส่วนในเรื่องการก่อสร้างในส่วนบริเวณกลางน้ำที่มีความล่าช้าไปนั้น ได้มีการวางแผนเตรียมให้คนงานที่ปกติทำงานในส่วนกลางน้ำทั้งหมดนั้นโยกขึ้นมาทำงานในบริเวณด้านบนตลิ่ง ก็จะทำให้งานด้านบนตลิ่งมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
นายนฤชาฝากแจ้งเตือนขอให้ผู้ที่มีพื้นที่อยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขา เฝ้าระวังและเตรียมการให้พร้อมอพยพเคลื่อนย้ายไปอยู่ในพื้นที่สูง หากเกิดเหตุน้ำท่วมเข้ามาในพื้นที่ ขอให้มีความมั่นใจ ไม่ตื่นตระหนก ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท ที่สำคัญให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนอย่างใกล้ชิด
ต่อมาเวลา 09.30 น. ที่แคมป์ที่พักคนงานก่อสร้างแลนด์มาร์กและพนังกั้นน้ำริมฝั่งโขง ซึ่งตั้งอยู่หน้าเทศบาลเมืองบึงกาฬ ได้เกิดน้ำท่วมไหลทะลักคันกั้นน้ำที่กำลังก่อสร้าง โดยเมื่อวานน้ำยังอยู่ในระดับต่ำกว่าสันเขื่อน 1 เมตร แต่วันนี้น้ำโขงได้ไหลเข้าท่วมสูงกว่าคันกั้นน้ำเป็นช่วงๆ ไป คนงานต้องนำรถบรรทุก รถส่วนตัว และเครื่องจักร ย้ายขึ้นที่สูง ตรงจุดที่จะสร้างลานพระพุทธรูปนาคปรก ที่ทำเป็นเนินดินสูงในระดับเดียวกันกับถนนข้าวเม่าด้านบน ที่ทำเป็นตลาดนัดถนนคนเดินในวันศุกร์-เสาร์ นอกจากน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องผ่านมากว่า 17 วันแล้ว ยังมีน้ำเหนือที่ไหลมากับน้ำโขงสะสมจำนวนมากเข้าท่วมพนังกั้นน้ำ และเข้าท่วมสวนผักผลไม้ที่ชาวสวนปลูกไว้ริมโขง เช่น พริก มะเขือ ข้าวโพด เสียหายหลายสิบไร่
ด้านสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ วันเดียวกัน พ.อ.พัลลภ ผึ้งหลวง ผบ.หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย จ.แม่ฮ่องสอน และนายอัครเดช วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระดมนำเครื่องจักร เข้าเปิดเส้นทางสัญจร ระหว่างบ้านเลโคะ-ทิยาเพอ ต.สบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้เรียบร้อยแล้ว
ศูนย์บัญชาการณ์เหตุการณ์ อำเภอสบเมย โดยนายอัครพันธุ์ พูลศิริ นายอำเภอสบเมย เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยน้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่ม ส่งผลทำให้ อ.สบเมย ได้รับความเสียหาย รวม 40 จุด ขณะนี้หลายพื้นที่หลายเส้นทางสามารถสัญจรไปมาได้แล้ว แต่ยังมี อีก 6 จุด ในพื้นที่ 4 ตำบล ที่ยังไม่สามารถเปิดเส้นทางสัญจรได้ คือ เส้นทาง ต.แม่สามแลบ บ้านสบเมย บ้านปู่ทา บ้านบุญเลอ ต้องอาศัยเส้นทางเรือในการเดินทางและขนส่งเสบียงอาหารในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ส่วนบ้านกอมูเดอ คอสะพานชำรุด ต.แม่สวด บ้านแม่หาด สัญจรได้เฉพาะ รถจักรยานยนต์ ต.สบเมย บ้านซื่อมือ และบ้านแม่ออกใต้ ต.แม่คะตวน เส้นทางบ้านแม่ออกใต้ ต.แม่คะตวน และยังมีเส้นทางบ้านฮากไม้เหนือ ต.ป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง ชาวบ้านยังคงได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากฝนตกมีดินไหลลงมาทับถนนหลายจุด การเดินทางเข้าออกลำบากมาก ซึ่งคาดว่าหลังจากสถานการณ์ฝนเบาบางลง อีก 2 วัน จะเคลื่อนย้ายเครื่องจักรเข้าเปิดเส้นทางได้ครบทุกจุด
ส่วนการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ประสบภัยพิบัติบ้านแม่ตอละ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย ที่บ้านเรือนที่อยู่อาศัยได้รับความ เสียหาย 16 ครอบครัว นายอัครพันธุ์กล่าวว่า ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมจัดสร้างที่อยู่อาศัยชั่วคราว ให้โดย ปภ.แม่ฮ่องสอน ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย จำนวน 29,700 บาท และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นอีก 3,000 บาท สถาบันพัฒนาองค์การชุมชน (องค์การมหาชน) สนับสนุนเงิน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยบ้านแม่ตอละ รวม 49 ครัวเรือน ครัวเรือนละ 18,000 บาท โดยมอบให้กับประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลแม่สามแลบ ที่เทศบาล ต.ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ในส่วนธารน้ำใจการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนยังคงหลั่งไหลอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนของภาครัฐ เอกชน องค์กรมูลนิธิต่างๆ