อ้างมูลนิธิชัยพัฒนาตุ๋นขายแบบลอกหนองน้ำงบฯพันล้านพร้อมจ้างผู้รับเหมาหลงเชื่ออื้อ
รวบแก๊ง ‘เสธ.’ อดีตทหาร 2 นายพร้อมพวกอีก 5 อ้างเป็นเสธ.ตัวแทนมูลนิธิชัยพัฒนา ตุ๋นผู้รับเหมารายย่อย-ชาวบ้าน ทำโครงการขุดลอกหนองน้ำช่วยชาวบ้าน มีงบฯพันล้าน ใครเข้าร่วมต้องซื้อแบบก่อสร้าง ได้เงินก็ปิดทุกช่องทางติดต่อ เชิดเงินหนี เหยื่อกว่า 20 รายสูญหลายล้าน ป.สืบจนรู้มี 10 คนร่วมแก๊ง ติดคุกคดีอื่นอยู่ 1 ยังหนีอีก 2
วันที่ 10 ส.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง พ.ต.ท.สุพจน์ น้อยสวรรค์ รอง ผกก.กก.3 บก.ป. แถลงจับกุมนายสมชาย หรือ ผู้กองเป็ด นามโสม อายุ 59 ปี, นายสุริยพันธ์ หรือผู้กองจ๊อด สัตยาพิทักษ์ อายุ 61 ปี, นายอัครวัฒน์ หรือเสธ.หนุ่ม พรหมคำน้อย อายุ 59 ปี, นายประสาร หรือ เสธ.แดง แสงสว่าง อายุ 65 ปี, นายนิพนธ์ ภูคงคา อายุ 61 ปี, น.ส.วราภรณ์ สุวรรณคำมูล อายุ 58 ปี และ นายสมศักดิ์ ขันทอง อายุ 51 ปี ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ฉ้อโกง และ ฉ้อโกงประชาชน” หลังจากอ้างตัวเป็นเสธ.แอบอ้างชื่อของโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนาฯ ไปหลอกกลุ่มผู้รับเหมา หรือชาวบ้านให้มาร่วมลงทุนในโครงการต่างๆ
พล.ต.ต.มนตรีกล่าวว่า เมื่อต้นปี 2564 กองปราบฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากมูลนิธิชัยพัฒนาว่า มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างมูลนิธิจัดทำโครงการแก้มลิง ในพื้นที่ภาคอีสาน 90 โครงการ เพื่อหลอกลวงเงินจากผู้รับเหมาก่อสร้างรายย่อยและชาวบ้าน จนมาทราบภายหลังว่าโครงการดังกล่าวไม่มีอยู่จริง ที่ผ่านมามีผู้ตกเป็นเหยื่อมากกว่า 20 ราย ความเสียหายหลายล้านบาท หลังรับเรื่องจึงรวบรวมหลักฐาน พร้อมส่งกำลังลงพื้นที่เป้าหมายในจ.ชัยภูมิ, จ.มหาสารคาม, จ.ร้อยเอ็ด, จ.กาฬสินธุ์, จ.เชียงใหม่, จ.ลำปาง, และจ.สุพรรณบุรี ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางเอกสารโครงการรับเหมาก่อสร้างต่างๆ กว่า 20 โครงการ สมุดบัญชีธนาคาร 18 เล่ม

แก๊งเสธ. – กองปราบฯ บุกจับนายประสาร แสงสว่าง หรือ เสธ.แดง อดีตนายทหาร พร้อมพวกรวม 7 คน แอบอ้างชื่อมูลนิธิชัยพัฒนา หลอกลวงกลุ่มผู้รับเหมาให้ร่วมลงทุนโครงการแก้มลิงภาคอีสาน มีผู้เสียหายจำนวนมาก เมื่อวันที่ 10 ส.ค.
พ.ต.อ.พรศักดิ์กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มคนร้ายจะอ้างตัวเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ และเป็นตัวแทนจากมูลนิธิชัยฯ กำลังทำโครงการขุดลอกหนองน้ำ เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยมีนโยบายเปิดโอกาสให้ผู้รับเหมารายย่อยในภาคอีสานได้รับงานก่อสร้างด้วย แต่ละโครงการจะมีงบประมาณสนับสนุนเป็นเงินหลัก 100-1,000 ล้านบาท หากสนใจเข้าร่วมโครงการจะต้องจ่ายเงินค่าซื้อแบบฯ จากกลุ่มผู้ต้องหา เริ่มต้นที่ราคา 17,500 บาท ไปจนถึง 90,000 บาท ราคาขึ้นอยู่กับงบประมาณของโครงการที่จะได้รับ
พ.ต.อ.พรศักดิ์กล่าวอีกว่า กลุ่มผู้ต้องหามักจะใช้สถานที่ราชการเป็นสถานที่นัดประชุม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ การจัดประชุมจะมีคนที่สนใจเข้าร่วมประมาณ 50-60 คน ที่ผ่านมามีการนัดประชุมมาแล้วประมาณ 4 ครั้ง แต่หลังจากผู้เสียหายจ่ายเงินซื้อแบบโครงการ และร่วมทำสัญญาว่าจ้างแล้ว กลุ่มผู้ต้องหาก็จะตัดการติดต่อพร้อมเชิดเงินทั้งหมดของผู้เสียหายหนีหายไป
พ.ต.อ.พรศักดิ์กล่าวด้วยว่า จากการสืบสวนพบผู้ร่วมกระทำผิดมากกว่า 10 ราย ซึ่งจะแบ่งหน้าที่กันทำงานเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่เป็นนายหน้าผู้ชักชวน 5 ราย ประกอบด้วย นายสมชาย หรือ ผู้กองเป็ด, นายสุริยพันธ์ หรือผู้กองจ๊อด, นายอัครวัฒน์ หรือเสธ.หนุ่ม, นายนิพนธ์ และนายประสาร หรือเสธ.แดง ส่วนผู้ต้องหากลุ่มที่สองนั้นจะทำหน้าที่เป็นบริษัทหน้าม้าประกอบด้วย นายกิตติศักดิ์ สายพรม อายุ 58 ปี, น.ส.เมตตา ขันทอง อายุ 53 ปี, น.ส.วราภรณ์ สุวรรณคำมูล อายุ 58 ปี, นายสมศักดิ์ ขันทอง อายุ 51 ปี และนายเลิศพงศ์ ชัยวงค์เลิศ อายุ 60 ปี
สำหรับนายประสารหรือเสธ.แดง กับนายสุริยพันธ์หรือผู้กองจ๊อด นั้นเคยรับราชการทหารในสังกัดหนึ่งจริง แต่ลาออกจากราชมาแล้ว ส่วนที่เหลือนั้นเป็นการแอบอ้าง เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวไว้ได้ 7 รายเหลือเพียงนายกิตติศักดิ์ กับน.ส.เมตตา ที่อยู่ระหว่างหลบหนี ส่วนนายเลิศพงศ์ ปัจจุบันถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำหลังถูกจับในคดีอื่น
พ.ต.ท.สุพจน์กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดยังคงให้การปฏิเสธ ส่วนใหญ่อ้างว่าเป็นการทำตามคำสั่งของนายสมชาย หรือผู้กองเป็ด โดยไม่รู้ว่าเป็นการหลอกลวงเงินของชาวบ้าน จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป