รทสช.ร่วมล่าสุดไม่ต่อรองเก้าอี้เตรียมแถลงโชว์ปึ้กก่อนโหวต‘วันนอร์’หวัง22สค.ได้ผู้นำใหม่
‘เพื่อไทย’ เตรียมแถลงโชว์ 11 พรรค 314 เสียง หลัง ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ร่วมตั้งรัฐบาลเป็นพรรคล่าสุด หนุน ‘เศรษฐา’ สู่นายกฯ ‘วันนอร์’ ตั้งเป้า 17.30 น. 22 ส.ค.ได้นายกฯ คนใหม่ ‘วิทยา-ก้าวไกล’ จี้แคนดิเดตแสดงวิสัยทัศน์ในสภา ‘อนุทิน’ ย้ำแบ่งเค้กต้องจบก่อนโหวต ‘สมศักดิ์’ ปัดฟื้นกลุ่มวังน้ำยมต่อรองนั่งเก้าอี้รมว.เกษตรฯ ‘บิ๊กป้อม’ ตั้ง 23 กรรมการยุทธศาสตร์ ยกเครื่องทำงานพปชร. ‘บิ๊กตู่’ ตรวจรถไฟทางคู่สระบุรี ชี้ถ้าหัวขบวนดี ไปได้ตลอดถ้าไม่ดีล้มทั้งขบวน
‘วันนอร์’หวัง 22 ส.ค.โหวตจบ
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เรียกประชุมฝ่ายกฎหมายและฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประชุมรัฐสภา เพื่อหารือถึงแนวทางการประชุมรัฐสภาวันที่ 22 ส.ค. ที่จะมีการโหวตเลือกนายกฯ รอบ 3
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวภายหลังประชุมว่า การโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่ 22 ส.ค. จะเริ่มเวลา 10.00 น.จากที่เคยกำหนดเวลา 09.30 น. เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร ที่อาจมีการปิดถนนบริเวณรอบรัฐสภา โดยจะแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานหรือวิป วิป 3 ฝ่ายรับทราบในวันที่ 18 ส.ค.เวลา 10.00 น.อีกครั้ง
ส่วนญัตติของนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล(ก.ก.) กรณีขอให้ทบทวนมติที่ประชุมรัฐสภา วันที่ 19 ก.ค. จะให้เสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯ ซ้ำได้หรือไม่ ซึ่งค้างวาระอยู่ในการประชุมรัฐสภา แต่ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้สภาดำเนินการเลือกนายกฯ ต่อไปได้นั้น ถือว่ายังค้างอยู่ในวาระ เพราะยังไม่มีข้อยุติ ดังนั้นเมื่อเปิดการประชุมรัฐสภา วันที่ 22 ส.ค. จะพยายามให้เรื่องดังกล่าวได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด เพราะมีเรื่องการโหวตนายกฯ รออยู่
ขณะนี้เกือบ 3 เดือนแล้วที่ไม่มีนายกฯ บริหารประเทศ ทำให้การบริหารต่างๆ ทั้งเรื่องงบประมาณ ความเดือดร้อนประชาชน กฎหมายที่จำเป็น หรือกฎหมายที่ค้างอยู่ เพื่อให้รัฐบาลใหม่ยืนยัน ยังทำไม่ได้ จึงหวังว่า ผู้เสนอญัตติจะใช้เวลาไม่มากนัก เพราะไม่มีประเด็นสำคัญ คงให้ที่ประชุมลงมติว่า จะรับพิจารณาญัตติของนายโรมหรือไม่ “การประชุมวิป 3 ฝ่ายในวันที่ 18 ส.ค.จะหารือว่า วาระทั้งหมดจะใช้เวลาเท่าใด อาทิ การทบทวนญัตติของนายโรมจะใช้เวลาเท่าใด ฝ่ายกฎหมายเตรียมไว้ว่า จะให้โหวตนายกฯ เวลา 15.00 น. และรู้ผลโหวตเวลา 17.30 น. ทุกอย่างจะเรียบร้อย”
375 เสียงขึ้นไปได้นั่งนายกฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เสียงโหวตแคนดิเดต นายกฯ ของพรรคเพื่อไทย(พท.) จะมีเพียงพอคือเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาหรือไม่ จะไม่ซ้ำรอยครั้งที่ผ่าน นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนแค่เตรียมความพร้อมของรัฐสภา ซึ่งเป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่ต้องมีความพร้อมและจะเสนอใครก็เป็นเรื่องของเขาที่ต้องมีความพร้อมในการเสนอ เรา ไม่ทราบว่าเสียงของเขาจะเพียงพอหรือไม่
ต่อข้อถามว่า หากแนวโน้มเสียงโหวต นายกฯ ยังไม่เพียงพอ จะสามารถประสานรัฐสภาเพื่อเลื่อนโหวตนายกฯ ในวันที่ 22 ส.ค.ได้หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีใครประสานมา เมื่อกำหนดวาระประชุมแล้ว ในวันที่ 18 ส.ค. จะออกระเบียบ วาระประชุม ถือว่าทุกคนมีความพร้อม ใครจะได้โหวตเป็นนายกฯ ต้องมีเสียงสมาชิกรัฐสภา 375 เสียงขึ้นไป ระยะเวลานานมากแล้ว ฝ่ายการเมืองควรต้องมีความพร้อม
เมื่อถามถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นให้สอบจริยธรรมนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 พรรคก้าวไกล กรณีโพสต์รูปโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นคำร้อง
จับตาบี้แคนดิเดตโชว์กึ๋น
รายงานข่าวจากที่ประชุมฝ่ายกฎหมายและฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประชุมรัฐสภา ที่นาย วันมูหะมัดนอร์ ร่วมประชุมด้วย มีประเด็นที่มีข้อเสนอให้ผู้ถูกเสนอชื่อโหวตเป็นนายกฯ ต้องแสดงวิสัยทัศน์นั้น ที่ประชุมได้หารือกัน โดยยกข้อบังคับและรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณา พบว่าไม่มีประเด็นใดที่กำหนดหรือบังคับให้ ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ต้องมาแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งต่างจากการเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ข้อบังคับกำหนดไว้
อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ประสงค์ให้ผู้ถูกเสนอชื่อเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมรัฐสภา สามารถเสนอเป็นญัตติและลงมติชี้ขาดได้ แต่ในมติของรัฐสภานั้นไม่มีอำนาจบังคับบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่สมาชิกต้องปฏิบัติตาม ดังนั้นในประเด็นดังกล่าว ต้องขึ้นอยู่กับพรรคการเมือง ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลว่าจะพิจารณาอย่างไร ซึ่งในการประชุมวิป 3 ฝ่ายวันที่ 18 ส.ค.คาดว่าจะมีการซักถามในประเด็นดังกล่าวด้วย
สำหรับพรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ยืนมาตลอดว่าจะส่งนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาเลือกเป็นนายกฯ ซึ่งนายเศรษฐา ไม่ได้เป็นสส. แต่หากประสงค์จะแสดง วิสัยทัศน์ สามารถขออนุญาตประธานรัฐสภาเพื่อเข้าร่วมประชุมได้
พท.จับมือรทสช.-แถลงมัด314เสียง
ผู้สื่อข่าวรายงาน ช่วงเช้าวันที่ 17 ส.ค. ที่รัฐสภา พรรคเพื่อไทยได้เจรจากับแกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เรื่องการเข้าร่วมรัฐบาล เรื่องโควตารัฐมนตรี โดยพรรครวมไทยสร้างชาติต้องการให้พรรคเพื่อไทยระบุสัดส่วนรัฐมนตรีที่พรรครวมไทยสร้างชาติจะได้ว่ามีกระทรวงใดบ้าง เบื้องต้นจะได้ 4 ตำแหน่ง แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ (รมว.) 2 ตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการ (รมช.) 2 ตำแหน่ง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะได้ รมว.พลังงาน ที่พรรครวมไทยสร้างชาติต้องการให้คนของพรรคเข้าไปสานงานต่อหรือไม่
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า วันนี้ทีมเจรจาพรรค เพื่อไทย ประกอบด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และตน ได้หารือร่วมกับ แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ ประกอบด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค อย่างเป็นทางการเพื่อเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมกันว่าประเทศมีวิกฤตจะต้องจับมือกันเป็นรัฐบาล สลายความขัดแย้งที่มีอยู่ให้หมดไป บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี ทางพรรครวมไทยสร้างชาติเข้าใจจุดมุ่งหมายในการตั้งรัฐบาลครั้งนี้เพื่อแก้วิกฤตที่มีอยู่
หลังจากนี้พรรคเพื่อไทยเตรียมแถลง ร่วมกับทุกพรรคที่จะมาร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการอีกครั้งก่อนโหวตนายกฯ วันที่ 22 ส.ค. ทำให้ขณะนี้พรรคเพื่อไทยสามารถรวมเสียงพรรคการเมืองที่สนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพท.ได้แล้ว 314 เสียง และยืนยันว่าการหารือวันนี้ยังไม่ได้พูดคุยหรือตกลงเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี ทุกอย่างจะชัดเจนขึ้นหลังโหวตนายกฯ เรียบร้อยแล้ว
มั่นใจเสียงหนุน‘เศรษฐา’ฉลุย
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีสว.กังวลเรื่องคุณสมบัติของนายเศรษฐา นายภูมิธรรมกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันจนกว่าจะถึงวันโหวต เราก็พร้อม แคนดิเดตนายกฯ ของเราก็พร้อมที่จะชี้แจง ยืนยันไม่น่ากังวล ต่อข้อถามว่ามั่นใจการโหวตนายกฯจะได้เสียงตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตนยังเชื่อมั่นดุลพินิจของสว.และสส. ถ้าเห็นความตั้งใจและความพยายามของพรรคเพื่อไทยในการที่จะทำงาน คิดว่าจะให้ความไว้วางใจ และพรรคเพื่อไทยได้ประกาศจุดยืนชัดเจนแล้วว่า เรามาครั้งนี้พร้อมจะแก้ไขปัญหาวิกฤตประเทศ ส่วนความร่วมมือทุกอย่างเป็นไปในทางบวก ถ้าทำใจให้กว้าง มองปัญหาประเทศเป็นหลัก การแก้วิกฤตต่างๆจะมีโอกาสแก้ได้ ถ้ายังติดขัดอยู่ที่ความรู้สึกว่าเราไม่ชอบเขา เขาไม่ชอบเรา คนนั้นไม่ดี คนนี้ไม่ดี ทำให้การ แก้ปัญหายากลำบากมากขึ้น วันนี้คนไทยเดือดร้อนมามากแล้ว ถ้าเปิดใจเอางานของประชาชน ประเทศเป็นหลัก ทุกอย่างจะคลี่คลายไปได้เรื่อยๆ
ต่อข้อถามอีกว่ามีแผนสำรองไว้หรือไม่หากการโหวตเลือกนายกฯไม่เป็นไปตามคาดหมาย นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่มีแผน คิดว่าผ่าน 375 เสียงได้ ส่วนการที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตนักการเมืองเตรียมแฉ นายเศรษฐาครั้งที่ 3 นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่กังวล นายชูวิทย์เป็นนักการตลาดที่มี ความสามารถก็ทำหน้าที่ไป ใครที่ถูกกล่าวหามีหน้าที่ทำความเข้าใจ ถ้าถูกละเมิดก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ไม่ได้กังวลอะไร ไม่เกี่ยวกับพรรค เพื่อไทย เมื่อถามถึงความคืบหน้า การเดินทางกลับประเทศไทยของนายทักษิณ ชินวัตร ที่มีกระแสระบุว่าจะกลับช่วงใกล้ วันโหวตนายกฯ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขอให้ไปถามคนในครอบครัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ประกอบด้วย 11 ได้แก่ พรรคเพื่อไทย 141 เสียง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 71 เสียง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 40 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 10 เสียง พรรคประชาชาติ (ปช.) 9 เสียง พรรคเพื่อไทรวมพลัง (พทล.) 2 เสียง พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) 2 เสียง ส่วนพรรคเสรีรวมไทย (สร.) พรรคพลังสังคมใหม่ (พสม.) พรรคท้องที่ไทย( ท.) พรรคละ 1 เสียง รวมเป็น 314 เสียง
รทสช.ยืนยันไม่มีต่อรองเก้าอี้
เมื่อเวลา 18.20 น. ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงว่า หัวหน้าพรรคให้มาชี้แจงกรณีที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้มีคณะเจรจาพูดคุยกับคณะเจรจาของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นการพูดคุยอย่างเป็นทางการ และเห็นพ้องว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย เพื่อสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับประเทศ ไทย และประชาชนต่อไป จุดยืนของพรรค คือจะไม่ร่วมงานกับพรรคการเมืองที่มี นโยบายแก้มาตรา 112 ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันว่าในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ไม่มีพรรคการเมืองดังกล่าว กรณีที่มีบางสื่อ เสนอข่าวว่ามีการเจรจาเรื่องกระทรวงพลังงานหรือกระทรวงอื่นๆ ขอยืนยันว่าไม่ได้มีการเจรจาในการต่อรองกระทรวงใดๆ ทั้งสิ้น เบื้องต้นมีการตกลงในหลักการที่รวมไทยสร้างชาติจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า โควตารัฐมนตรีต้องชัดเจนก่อนโหวตนายกฯหรือไม่ นายอัครเดชกล่าวว่า ยังมีเวลาในการพูดคุย ดังนั้นกว่าจะถึงวันที่ 22 ส.ค. ยังมีเวลาที่คณะเจรจาจะได้พูดคุยกันให้ละเอียด ต่อข้อถามว่า เพื่อไทยบอกว่ายังไม่ได้ข้อยุติมีข้อมูลหรือไม่ว่าติดขัดเรื่องไหน นายอัครเดชกล่าวว่า รายละเอียดอยู่ในส่วนของคณะเจรจา ที่หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคจะไปคุยกับแกนนำ ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรครวมไทยสร้างชาติมีศักยภาพ ในการดูแลกระทรวงพลังงานใช่หรือไม่ นายอัครเดชกล่าวว่า พรรคมีบุคลากรที่มีความเหมาะสม ในการที่จะบริหารงานทุกกระทรวง
ต่อข้อถามว่า ไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับนายทุนใช่หรือไม่ นายอัครเดชกล่าวว่า ไม่มี พรรครวมไทยสร้างชาติขับเคลื่อนด้วยกรรมการบริหารพรรค และสส.ของพรรค ข่าวลือหลายกระแสที่ออกมา จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคให้ตนมาชี้แจงเพื่อให้เกิดความชัดเจน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวพรรครวมไทยสร้างชาติได้ 4 เก้าอี้ นายอัครเดชกล่าวว่า ไม่ทราบ รายละเอียดเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีต้อง รอฟังข้อสรุปจากหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และคณะเจรจา หากคณะพูดคุยเจรจา ได้รายละเอียดแล้ว พรรครวมไทยสร้างชาติทั้ง 36 เสียงพร้อมโหวตนายกฯ ให้พรรคเพื่อไทย
ยึดทำงานเพื่อชาติ-ประชาชน
ต่อข้อถามว่า นายเศรษฐา กำลังถูกตรวจสอบอย่างหนัก นายอัครเดชกล่าวว่า เป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยและผู้ที่ถูกเสนอชื่อต้องชี้แจง รวมไทยสร้างชาติอยู่ในส่วนของดำเนินภารกิจการจัดตั้งรัฐบาลให้ลุล่วงสำเร็จ เพราะประชาชนเฝ้าคอยและปัญหาของประเทศชาติมีอยู่ทุกวัน ประชาชนรอรัฐบาลใหม่มา การตัดสินใจของรวมไทยสร้างชาติเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อไทยในวันนี้จึงอยู่บนพื้นฐาน ประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพราะยิ่งล่าช้าไปประเทศชาติและประชาชนได้รับผลกระทบ มีหลายเรื่องที่รัฐบาลต้องรีบทำและขับเคลื่อน เช่น เรื่องพ.ร.บ.งบประมาณ
ผู้สื่อข่าวถามว่าไม่ติดใจในตัวนายเศรษฐา ใช่หรือไม่ นายอัครเดชกล่าวว่า แน่นอนว่ารวมไทยสร้างชาติพร้อมสนับสนุนบุคคลที่เพื่อไทยเสนอในการโหวตนายกฯ 22 ส.ค.นี้ เมื่อถามว่าหากการโหวตชื่อนายเศรษฐา ไม่ผ่านคุยกับเพื่อไทยไว้อย่างไร นายอัครเดชกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะตนไม่ได้อยู่ในคณะเจรจา
ขณะที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า วันนี้ผมและเลขาธิการพรรคได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทยเรื่องการร่วมกันทำงานให้ชาติบ้านเมือง ซึ่งเราทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าถึงเวลาที่บ้านเมืองควรจะมีความสามัคคีปรองดองและร่วมกันนำพาประเทศชาติไปสู่ความสงบสุขและการพัฒนาอย่างยั่งยืน การพูดคุยกันวันนี้เป็นการพูดคุยในหลักการทำงานเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นสำคัญเท่านั้น ไม่ได้มีการพูดคุยกันในรายละเอียดอื่นๆ พรรครวมไทยสร้างชาติไม่มีข้อต่อรองหรือข้อเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น ขอเพียงให้ ร่วมกันทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองและประชาชนอย่างแท้จริงเท่านั้น
ทางพรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะไม่มีนโยบายหรือการดำเนินการใดที่ขัดต่อเจตนารมณ์ และแนวทางทางการเมืองของพรรครวมไทย สร้างชาติโดยเฉพาะในเรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยจะช่วยกันสร้างความ เข้มแข็งมั่นคงของสถาบันหลักทั้งสามต่อไป
‘วิทยา’ติงปธ.สภารีบล็อกวัน
เวลา 10.50 น. ที่รัฐสภา นายวิทยา แก้ว ภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยว่า พรรคมอบหมายหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ดำเนินการเรื่องนี้ แต่เพื่อไทยควรทำภารกิจให้จบวันจันทร์ที่ 21 ส.ค. ก่อนโหวตนายกฯ วันที่ 22 ส.ค. ไม่ใช่ไปคุยกันนอกรอบว่าการตั้งรัฐบาลจริงๆ จะมีนโยบายหลักที่ทุกพรรครับได้หรือไม่ รวมถึงการแบ่งหน้าที่ในคณะรัฐมนตรีต้องแบ่งกันให้เสร็จ หากไปร่วมรัฐบาลกันไม่แบ่งงานกันจะร่วมอย่างไร นี่คือหลักธรรมชาติ
ผู้สื่อข่าวถามว่าหัวหน้าพรรคและเลขา ธิการพรรคมีสิทธิตัดสินใจเลยใช่หรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า ถูกต้อง ให้รอการรายงานของทั้งสองคน “เวลาเหลือน้อย เพราะล็อกวันแล้วว่าเป็น 22 ส.ค. ฉะนั้นพรรคเพื่อไทยต้องเสนอชื่อนายกฯ ที่มั่นใจว่าต้องตัวจริงแล้ว ครั้งเดียวจบ ส่งเข้ามาต้องผ่านทุกฝ่ายรับได้ ไม่มีสิทธิแก้ตัว เพราะกฎหมายค้ำคอไว้ ดังนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ควรรอให้เพื่อไทยพร้อมก่อนแล้วค่อยนัดโหวตนายกฯ ควรฟังสักนิดว่าพรรค เพื่อไทยพร้อมวันไหนค่อยนัดโหวตนายกฯ อย่าเพิ่งกำหนดกดดันว่าต้องเป็น 22 ส.ค. เพราะหากไม่จบขึ้นมาจะยุ่งยากไปกันใหญ่ การเมืองจะเปลี่ยนไป ถ้าไหลจากคนที่เสนอชื่อคนแรกมาคนที่สอง คนที่สาม จะเอาอยู่หรือไม่ แล้วไปถึงพรรคที่ 3 จึงต้องรอความพร้อมพรรคเพื่อไทย
ต่อข้อถามว่าแต่ละพรรคออกมาพูดถึงโควตารัฐมนตรี หากรวมไทยสร้างชาติยัง ไม่ชัดเจนจะเดินตามหลังหรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า ถ้าจะตั้งรัฐบาลร่วมกันไม่แบ่งงานกันก่อนก็ทำไม่ได้ แต่ตอนนี้การพูดคุยยังไม่จบ ถ้าเขาบอกแล้วว่าจบก็คือจบ ตอนนี้เอ็มโอยูหมดสมัยแล้ว เอาไว้หลอกเด็กได้
แนะว่าที่ผู้นำแสดงวิสัยทัศน์
ต่อข้อถามว่ามีกระแสข่าวว่าพรรครวมไทยสร้างชาติต้องการกระทรวงพลังงาน นายวิทยากล่าวว่า ไม่ทราบ ตอนพูดจะพูดอะไรก็ได้ แต่ถึงเวลาจริงต้องมาเปิดอกคุยกัน ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนโหวตนายกฯ เพื่อไทยและพรรครวมไทยสร้างชาติควรตั้งโต๊ะแถลงจับมือร่วมรัฐบาลเป็นทางการหรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า ให้การหารือจบแล้วค่อยแถลงดีกว่า ไม่ใช่นัดกันตอนเช้า บ่ายไปกินกาแฟโชว์ชาวบ้านรำคาญ เอาให้จบแล้วค่อยมาดีกว่า
ต่อข้อถามว่าคุณสมบัติของนายเศรษฐา เหมาะสมในสถานการณ์นี้หรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า มีหลายฝ่ายวิจารณ์พรรคเพื่อไทยก็ต้องรับฟัง ให้รอบคอบ เพราะไม่มีโอกาสแก้ตัว ส่วนนายเศรษฐาควรมาแสดงวิสัยทัศน์ในที่ประชุมรัฐสภาหรือไม่นั้น มองว่าเป็นเรื่องปกติการจะปลุกเสกใครเป็นนายกฯ ไม่เห็นรูปลอยก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์ ถ้ามีเวลาจริงๆ ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยควรมาแสดงวิสัยทัศน์ “ผมเชื่อว่าประธานไม่ขัดข้องอยู่แล้วแต่เรื่อง ที่น่าเกลียดคือ คนมาตะลุมบอนเบื้องหลังกัน ไม่สง่าสำหรับคนพูด และไม่สง่าสำหรับคนถูกเลือกด้วย ดีที่สุด ให้เตรียมตัวมาชี้แจง”
เมื่อถามว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะ ไม่โหวตนายกฯ ให้เพื่อไทยหากการเจรจา ยังไม่จบใช่หรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า วันนี้ ทุกอย่างยังไม่จบว่าเขาจะเอาหรือไม่เอาเรา จึงไปพยากรณ์ว่าจะโหวตหรือไม่โหวตไม่ได้ แต่ถึงเวลาตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะทำอย่างไร
‘สมศักดิ์’ปัดฟื้นกลุ่มวังน้ำยม
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวการเดินสายเปิดตัวกลุ่มวังน้ำยมภาคใหม่ หวังเก้าอี้รมว.เกษตรและสหกรณ์ ว่า ได้เห็นการวิเคราะห์ของสื่อมวลชนแห่งหนึ่งถึงการฟื้นกลุ่ม วังน้ำยม ตนไม่สบายใจอย่างมาก การวิเคราะห์พยายามเชื่อมโยงตนกำลังรวบรวมขุมกำลังเพื่อต่อรองตำแหน่งไม่เป็นข้อเท็จจริง อาจส่งผลให้เกิดความขัดแย้งภายในพรรค ได้ มีการนำเสนอรายชื่อสส.ที่ร่วมลงพื้นที่ให้ดูมีน้ำหนักว่ารวมกลุ่มกันต่อรองตำแหน่ง อาจส่งผลให้ สส.ได้รับความเสียหาย คณะยุทธศาสตร์การเกษตรพรรคเพื่อไทยตั้งใจลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาและนำไปสู่การแก้ไข ไม่ใช่การตั้งก๊ก หรือรวมกลุ่ม
การลงพื้นที่รับฟังปัญหาเกษตรกรของตนกับคณะยุทธศาสตร์การเกษตร สส.ทุกคนตั้งใจจะทำงานให้พรรคและสังคม และตน ไม่เคยหยุดนิ่งตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งยันเลือกตั้งจบก็ทำงานรับฟังปัญหาประชาชนตลอด จึงรีบลงพื้นที่รวบรวมปัญหาและเตรียมนำเสนอต่อรัฐบาลให้แก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน แต่การนำไปวิเคราะห์ลักษณะนี้ ไม่เป็นผลดี ทำให้คนทำงานในพื้นที่เสียกำลังใจ จึงขอปฏิเสธและยืนยันว่าไม่เคยไปตั้งกลุ่ม ตั้งแก๊งรวมก้อน เพื่อไปต่อรองตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานะกลุ่มวังน้ำยมตอนนี้มีจริงหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่มีกลุ่มดังกล่าว การเขียนข่าวแบบนี้ไม่ทันสมัย วู่วามไปหน่อย
รับสนใจรมว.เกษตรฯ-งานถนัด
ต่อข้อถามว่าส่วนตัวสนใจเก้าอี้รมว.เกษตรและสหกรณ์หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เก้าอี้รัฐมนตรีเป็นเรื่องธรรมดาของ นักการเมืองทุกคนอยากทำงานที่คิดว่าช่วยประชาชนได้ คงไม่ใช่แค่ตนหรือคนใดคนหนึ่ง ทุกคนล้วนอยากทำงานที่ตัวเองถนัด ไม่อยากทำแล้วถูกวิจารณ์ และตนไม่ใช่คน อยู่นิ่ง รัฐบาลที่แล้วเป็นรมว.ยุติธรรมก็ถูกตั้งข้อสังเกตจะทำได้หรือไม่ แต่เมื่อทำแล้วตน ไม่อยู่นิ่ง ต้องทำให้เดินหน้าให้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าจำเป็นหรือไม่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องอยู่กับเพื่อไทย นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ ดูเหมือนว่าหลายพรรคอยากได้ แต่การจัดตั้งรัฐบาล รู้อยู่แล้วว่าอะไรจำเป็น อะไรไม่จำเป็น ขอ ให้ดูความต้องการ คนต่างจังหวัดอยากได้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะผูกพัน กับเรื่องเกษตรกรรมมาก คนในเมืองอาจ ไม่เห็นความสำคัญเท่ากระทรวงอื่น
ส่วนความคืบหน้าการดีลจัดตั้งรัฐบาลและจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี นายสมศักดิ์กล่าวว่า เมื่อกำหนดโหวตนายกฯ 22 ส.ค. เชื่อว่าการตกลงเก้าอี้รัฐมนตรีจะจบภายใน 1-2 วันนี้ ดีลจะจบก่อนโหวตเลือกนายกฯ เพราะพรรคร่วมต้องการอย่างนั้น พรรคแกนหลักต้องตอบสนองในส่วนที่ทำได้
ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชี รายชื่อ พรรคเพื่อไทย ไม่ตอบคำถามกรณี นายสมศักดิ์ ปฏิเสธปลุกกลุ่มวังน้ำยมกลับ ขึ้นมาเพื่อต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี เมื่อถามว่า ควรดีลเก้าอี้รัฐมนตรีให้จบก่อนการโหวต นายกฯ หรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า เพื่อไทยมีคนพูดคุยอยู่แล้ว แต่ตนไม่ได้เกี่ยวข้อง

หัวขบวน – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รอง นายกฯ นำคณะตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ และอุโมงค์รถไฟ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เมื่อ 17 ส.ค.
‘บิ๊กตู่’ตรวจรถไฟทางคู่สระบุรี
วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางตรวจราชการที่จ.สระบุรี โดยเวลา 07.30 น. นำคณะ ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม รักษาราชการแทนรมว.คมนาคม เดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังจุดจอด ฮ. โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี และเดินทางต่อด้วยรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน กล 7376 สระบุรี
เวลา 08.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ณ พื้นที่โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ฯ สถานีรถไฟหินลับ ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างรับฟังบรรยายสรุปว่า ให้ผู้มีรายได้น้อยได้เข้าใจว่ารัฐบาลได้ทำอะไรให้เขาต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจนี่คืออนาคตประเทศ ซึ่งหลายๆ อย่างทำมาได้ดีแล้ว ขึ้นอยู่กับรัฐบาลหน้า ทำอะไรได้มากกว่า ซึ่งรัฐบาลวางยุทธศาสตร์ไว้แล้ว ต้องขอบคุณกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทยและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งมีหลายเรื่องเดินตามยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ใช่ไปห้ามใครทำอะไร
อยากจะทำอะไรก็ทำไปตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ 6 ข้อ เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า และทั้งหมดตอบคำถามได้ก็จบ ยุทธศาสตร์ชาติสามารถปรับได้ตลอดเวลา ถ้าไม่มียุทธศาสตร์ชาติจะเดินสะเปะสะปะไป หลายคนบอกว่ามีไว้ทำไม ขอให้อ่านดูก่อน ทุกเรื่องถ้าไปจับเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่เข้าใจกัน ต้องอ่านกฎหมาย ต้องอ่านให้หมด
ชี้ถ้าหัวขบวนดีไปได้ตลอด
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นขบวนรถไฟหมายเลข 3 บชส.1221 จัดเฉพาะระยะทาง 300 เมตร ไปยังบริเวณอุโมงค์ผาเสด็จ ก่อนขึ้นไปนั่งบนโบกี้รถไฟ พล.อ.ประยุทธ์หันมาโบกมือให้กับช่างภาพสื่อมวลชน เมื่อผู้สื่อข่าวถามกระเซ้าว่า ขึ้นรถไฟเป็นขบวนสุดท้ายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ได้นั่งมาหลายปีแล้ว เราชอบขนมอาหารที่ขายข้างทางรถไฟ เช่น ข้าวเหนียวเนื้อ
ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกภูมิใจหรือไม่กับผลงานชิ้นนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องภูมิใจไปด้วยกัน ไม่ใช่จะว่ากันไปกันมามันก็จะไม่เสร็จ ต่อข้อถามว่าถือเป็นรถไฟขบวนสุดท้ายของรัฐบาลนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อะไรสุดท้ายมีตั้งหลายขบวน รถไฟไม่มีวันสิ้นสุดอยู่แล้ว ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าไม่มีวันสิ้นสุดอยู่แล้ว ถ้าทุกคนช่วยกันทำก็ไปข้างหน้าได้ ถึงเกิดได้ ฉะนั้นรถไฟยังมีหัวขบวน ถ้าหัวขบวนดีก็ไปได้ตลอด ถ้าหัวขบวนไม่ดีก็ล้มทั้งขบวน ไปไม่ได้ เข้าใจหรือเปล่า เข้าใจไหม
ต่อข้อถามว่าจะฝากไปถึงรัฐบาลใหม่ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ไปเกี่ยวกับเขาหรอก ก็เรื่องของเขาสิ เราทำไว้ให้หมดแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้ถือว่าอากาศดีแล้วใช่หรือไม่ เพราะบนท้องฟ้าพระอาทิตย์กำลังทรงกลด พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เหรอ โชคดีของ พวกเธอ ขอให้ประเทศชาติโชคดีด้วยก็แล้วกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าถือว่าโครงการรถไฟนี้ เป็นไปตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้หรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ใช่ ในเร็วๆ นี้จะเสร็จอีกหลายช่วง ไม่ง่ายนักการก่อสร้างอะไรแต่ละอย่าง จากเดิมวิ่ง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เวลานี้วิ่งได้ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตรงนี้เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ได้สรุปให้ฟัง การเดินทางจะเร็วขึ้น และจะไปเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงที่จ.หนองคาย คู่ขนานกันไปจะทำให้ คอขวดจุดนี้หายไป ก่อนหน้านี้ตรงนี้เป็นพื้นที่คอขวดที่เดินทางขึ้นเขาไม่ได้ การเดินทางช้า
ปลื้ม‘นนอ.’-ร้องเพลงปลุกใจ
หลังจากนั้นขบวนรถไฟเคลื่อนตัวออก ผู้สื่อข่าวถามว่าขบวนรถไฟนี้มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นั่งอยู่ด้วย นายอนุทินที่นั่งอยู่ด้านหลังนายกฯ ถึงกับหัวเราะเสียงดังชอบใจ ผู้สื่อข่าวถามว่าจะต่อขบวนกันไปแบบนี้ตลอดหรือเปล่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ ต่อข้อถามว่าจะฝากนายอนุทินไปสานงานต่อในรัฐบาลหน้าหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ฝากทุกคนนั่นล่ะ ฝากเสี่ยหนูก็ฝาก เมื่อถามว่าฝากไปถึงรัฐบาลหน้าด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไปถามนายกฯ ใหม่เขาโน่น ทำให้นายอนุทินถึงกับหัวเราะ ก่อนพูดกระเซ้านักข่าวพร้อมโบกมือกล่าวเป็นภาษาวัยรุ่นว่า “ลาก่อย”
เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ สถานีรถไฟหินลับ ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก ต่อด้วยตรวจเยี่ยมงานอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง ช่วงอุโมงค์มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก ในโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา) งานโยธาสัญญาที่ 3-2 งานอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง ซึ่งตามแผนจะเปิดให้บริการภายในปี 2570
เวลา 10.45 น. พล.อ.ประยุทธ์มายังโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช จ.สระบุรี ใช้เวลาร่วมรับประทานอาหารกับนักเรียนนายเรืออากาศ (นนอ.) ที่โรงอาหาร และถ่ายรูปร่วมกัน เกือบ 2 ชั่วโมง ช่วงหนึ่ง นักเรียนฯร้องเพลงคนดีไม่มีวันตาย ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ที่อยู่ระหว่างทานข้าวถึงกับวางช้อนและไปร่วมร้องเพลงด้วย โดยมี นายอนุทิน เปิดเนื้อเพลงจากโทรศัพท์มือถือ ให้ดู หลังร้องเพลงจบ มีนักเรียนฯ ตะโกน “รักพี่ตู่ครับ พี่ตู่สู้ๆ ครับ” พร้อมส่งเสียงเชียร์และมินิฮาร์ตให้ ซึ่งเจ้าตัวได้ชูกำปั้นและสัญลักษณ์มือฮึกเหิม
ช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ร่วมร้องเพลงกับนักเรียนฯ ทั้งเพลงผู้ครองฟ้า ซึ่งเป็นบทเพลงที่เป็นที่นิยมร้องในหมู่นักเรียนฯ มาแต่อดีตจนปัจจุบัน และเพลงศรัทธา ร่วมกันอย่างฮึกเหิม โดยเฉพาะท่อนฮุก “ใจสู้หรือเปล่า ไหวมั้ยบอกมา” ที่ชูกำปั้นอย่างเข้มแข็ง หลังร้องเพลงนักเรียนฯ ต่างส่งเสียง ปรบมือ ให้กำลังและเรียก “พี่ตู่” “รักพี่ตู่ครับ” เสร็จแล้วพล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับกทม.
‘หนู’ยันแบ่งเค้กจบก่อน 22 ส.ค.
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเชิญพรรครวมไทยสร้างชาติร่วมจัดตั้งรัฐบาล ได้มีการรายงานให้ทราบหรือไม่ว่า “ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้หรอก แยกแยะกันหน่อยสิ เป็นเรื่องของหน้าที่” ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้นายกฯ ยังเดินหน้าทำงาน ในหน้าที่ต่อในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พูดไปหลายครั้งแล้ว ประเทศชาติเดินหน้าทุกวัน มีปัญหาทุกวัน ต้องทำงานตรงนั้นดีกว่า ทำไมเราจะต้องไปขัดแย้งกัน ขอสื่อแล้วกันอย่าไปขยายความ ขัดแย้งอีกเลยพอแล้ว
ด้านนายอนุทินปฏิเสธว่า ไม่ทราบกรณีพรรคเพื่อไทยหารือกับพรรครวมไทยสร้างชาติในการจัดตั้งรัฐบาล ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทยจะพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยเรื่องการแบ่งโควตารัฐมนตรีเมื่อไร นายอนุทิน กล่าวว่า นัดคุยกันอยู่ คงจะต้องคุยกับทุกพรรคให้เรียบร้อยก่อนมั้ง
ต่อข้อถามว่า พรรคภูมิใจไทยเห็นอย่างไรถึงกรณีที่พรรคก้าวไกล เสนอให้ทบทวนมติที่ประชุมรัฐสภา ที่ห้ามเสนอญัตติซ้ำในการเสนอชื่อนายกฯ ซึ่งยังค้างอยู่ในวาระการประชุมรัฐสภา แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตีตกจากที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องให้วินิจฉัยแล้ว นายอนุทินกล่าวว่า ตามกฎหมาย คำสั่งศาลใครจะกล้า เมื่อถามว่าทุกอย่างต้องตกผลึกก่อนวันโหวตนายกฯ 22 ส.ค.ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เขาเร่งหารือกันอยู่แล้ว
‘บิ๊กป้อม’ตั้งกก.ยุทธศาสตร์ใหม่
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ได้ลงนามในคำสั่งพรรคพลังประชารัฐ ที่ 115/2566 แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ โดยเห็นสมควรให้มีการปรับปรุงยุทธศาสตร์ นโยบายและแนวทางการดำเนินงานของพรรคให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง โดยเฉพาะสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอันเนื่องมาจากวิกฤตทางด้านต่างๆ และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ส่งผลกระทบต่อประชาคมโลก และนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในการเรียนรู้ ผ่านช่องทางสื่อสารออนไลน์ การครอบงำทางความคิด การสร้างทัศนคติ และการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ที่เป็นปัจจัยสำคัญทางการเมือง
ทั้งนี้ ได้อาศัยอำนาจตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พ.ศ.2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 5 พ.ศ.2566 ข้อ 17(1) (จ) (ช) จึงให้ยกเลิกคำสั่งพรรคพลังประชารัฐ ตามบัญชีแนบท้าย และให้แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ดังนี้
1.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานกรรมการ 2.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 3.นายสันติ พร้อมพัฒน์ 4.นายวิรัช รัตนเศรษฐ 5.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ 6.นายไพบูลย์ นิติตะวัน 7.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง 8.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ 9.พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ 10.นายอภิชัย เตชะอุบล
11.นายสกลธี ภัททิยกุล 12.พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ 13.นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ 14.นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล 15.นาย อุตตม สาวนายน 16.นายสนธิรัตน์ สนธิ จิรวงศ์ 17.พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ 18.นายนพดล พลเสน 19.นายคณิศ แสงสุพรรณ 20.ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี 21.นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ 22.นายวราเทพ รัตนากร 23.นาย บุรินทร์ สุขพิศาล
ก้าวสู่สถาบันการเมืองเข้มแข็ง
โดยมีหน้าที่และอำนาจ 1.กำหนดยุทธศาสตร์ นโยบายและแนวทางการดำเนินงานของพรรคพลังประชารัฐให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคตเพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศ
2.กำหนดบทบาท ท่าทีและจุดยืนทาง การเมืองของพรรค ทิศทางและแนวทางในการพัฒนาพรรค บุคลากรของพรรค สมาชิกพรรค และการบริหารจัดการภายในพรรค เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็ง มีเสถียรภาพและเป็นที่ยอมรับเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน โดยให้สมาชิกพรรคและประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคอย่างเข้มแข็งและเป็นไปตามวิถีประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมโดยตรง
3.ให้ความเห็นชอบ สั่งการ และติดตามประเมินผล กิจกรรมและแผนงานโครงการที่มอบหมายให้คณะกรรมการด้านต่างๆ ไปดำเนินการ รวมทั้งกิจกรรมของพรรคที่ดำเนินการร่วมกับองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การ เสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจภาพรวม การดูแลความเป็นอยู่และสวัสดิการของประชาชน การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรคและประชาชน และการสร้างความนิยมทางการเมือง รวมทั้งการเสริมสร้างภาพลักษณ์ด้วยการสื่อสารและประชาสัมพันธ์สมัยใหม่
4.แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน ที่ปรึกษา หรือผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อช่วยเหลือในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ 5.รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการต่อหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค และ 6.ดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการและปฏิบัติงานอื่นตามที่หัวหน้าพรรคมอบหมาย
ก.ก.ย้ำเหตุไม่ยกมือให้พท.
ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิจารณ์พรรคก้าวไกล ไม่โหวตสนับสนุนนายกฯ เพื่อไทย ผิดคำพูดที่เคยระบุจะปิดสวิตช์สว.ว่า การปิดสวิตช์สว.คือให้สว.ไม่มีความหมายในการโหวต นายกฯ ใช้เสียงสภาล่างอย่างเดียว ตอนที่เรารวมเสียงได้ 312 เสียง ถือว่าเป็นเสียงข้างมากจาก 500 เสียงของสส. การปิดสวิตช์สว. คือการให้เสียงของสส.มีอำนาจมากกว่า แต่ตอนนี้สว.ประสบความสำเร็จแล้วด้วยการ ไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกฯ ที่มาจากพรรคอันดับ 1 และใช้กลไกบีบว่าจะไม่โหวตให้พรรคต่างๆ ให้กลัวสว. ที่มาบอกก้าวไกลต้องโหวตให้ เพื่อปิดสวิตช์สว. ไม่ถูกต้อง เป็นการบีบโดยทางอ้อมและร่วมกันปิดสวิตช์ก้าวไกลมากกว่า และเมื่อพรรคแกนนำขณะนี้ไปดึงอีกฟากหนึ่ง แต่ไม่ตรงกับแนวความคิดของพรรคก้าวไกล เราเลยไม่สามารถโหวตให้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าก้าวไกลจะตัดสินใจงดออกเสียงหรือไม่เห็นชอบนายกฯ จากเพื่อไทยวันไหน นายณัฐชากล่าวว่า วันนี้พรรคจัดตั้งรัฐบาลอาจบอกว่าชุลมุนอยู่ กำลังรวมเสียง ไม่สามารถมองหน้าตารัฐบาลใหม่ได้ เราให้โอกาสจนถึงนาทีสุดท้ายของ 21 ส.ค. ถ้าไม่เห็นความชัดเจนใดๆ คงต้องโหวตไม่เห็นชอบ
จี้‘เสี่ยนิด’แจงทิศทางทำงาน
ต่อข้อถามว่านายเศรษฐา ควรแสดงวิสัยทัศน์ในที่ประชุมรัฐสภาหรือไม่ นายณัฐชากล่าวว่า แคนดิเดตนายกฯ คือคนที่จะมาทำงานให้ประชาชนในอีก 4 ปีข้างหน้า ทิศทางการทำงานเป็นอย่างไรควรให้ผู้แทนที่ประชาชนส่งมาทำหน้าที่ในสภาได้สอบถาม ถ้ามีเพื่อนสมาชิกหรือเพื่อนวุฒิสภาจะสอบถามในสภาก็สามารถเข้ามาชี้แจงได้
เมื่อถามว่านายเศรษฐาดีกว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายณัฐชากล่าวว่า แน่นอนว่าที่เราหาเสียงเลือกตั้งมา ความจริงแล้วเพื่อไทยกับก้าวไกล มีนโยบายหลายด้านที่ใกล้เคียงกัน “ไม่มีแนวทางความเป็นไปได้ที่เราจะสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ หรือเห็นว่าดีกว่า เพราะช่วงหาเสียงที่ผ่านมาได้พูดคุยกับประชาชนว่าสิ่งที่เราเห็นต่างกับพรรคพลังประชารัฐ และแคนดิเดตนายกฯ เขาคือ พล.อ.ประวิตร มีเหตุผลอะไรบ้าง บอกกับพี่น้องประชาชนไปแล้วและประชาชนได้ตัดสินใจแล้ว”
‘สว.จเด็จ’เชื่อไม่ผ่านด่าน
นายจเด็จ อินสว่าง สว. ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้การโหวตนายกฯ เสียงสว.ยังไม่นิ่ง แต่ส่วนใหญ่มีคำตอบในใจแล้ว ดูแนวโน้มแล้วเชื่อว่า ชื่อนายเศรษฐา คงผ่านยาก เพราะสว.ยังติดใจประเด็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ในทางธุรกิจ ตามที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องการหลีกเลี่ยงภาษีการซื้อขายที่ดิน แต่นายเศรษฐาไม่เคยออกมาชี้แจงให้ชัดเจน อีกทั้งยังไม่รู้ว่านายเศรษฐาจะมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 22 ส.ค. หรือไม่
เหตุใดไม่กล้ามาชี้แจง จะอ้างว่าข้อบังคับ การประชุมไม่ได้บังคับ และสมัยเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ชิงตำแหน่งนายกฯ ทั้งสองคนไม่มีการแสดงวิสัยทัศน์คงไม่ได้ เพราะขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงท่าทีพรรคเพื่อไทยก็แสดงความชัดเจน ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะรีบเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ตั้งแต่การประชุมครม.นัดแรก ปัจจัยเหล่านี้ล้วนไม่เอื้อต่อการให้นายเศรษฐาได้รับการยอมรับจากสว. รัฐธรรมนูญกำหนดหน้าที่สว.ให้พิจารณาคนเป็นนายกฯ ดังนั้นสว.ต้องพิจารณาบุคคลที่ไม่ขัดคุณสมบัติ มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เรายึดผลประโยชน์ประเทศ ไม่ได้ยึดอารมณ์เป็นที่ตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้านายเศรษฐาไม่ผ่านความเห็นชอบในวันที่ 22 ส.ค. หากมีการ เสนอชื่อน.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดต นายกฯ พรรคเพื่อไทย แทน หรืออาจส่งไม้ต่อให้พรรคอันดับ 3 คือพรรคภูมิใจไทย จัดตั้งรัฐบาลแทน สว.จะสนับสนุนหรือไม่ นายจเด็จกล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ ต้องพิจารณาสถานการณ์ก่อน การเมืองเปลี่ยนแปลงตลอด
ปชป.ซัดก.ก.ตีกินปม‘ทรงศักดิ์’
นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีโลกโซเชี่ยลแชร์ข่าวนายทรงศักดิ์ มุสิกอง สส.นครศรีธรรมราช เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ เคยเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาว่า กระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นระบบกล่าวหา ซึ่งนายทรงศักดิ์ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราชได้สั่งไม่ฟ้องตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2566 ก่อนสมัครรับ เลือกตั้งด้วยซ้ำ จึงถือว่าไม่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ และแตกต่างจากคดีของสส.ระยอง พรรคก้าวไกล ที่มีดำเนินคดีลักทรัพย์วิ่งราวจนโดนคำพิพากษาถือเป็นการหยิบยกมาเป็นประเด็นทางการเมืองอย่างไม่ถูกต้อง เรื่องนี้มาจากคณะก้าวไกล ชัดเจนว่ามาจากไหน ยืนยันประชาธิปัตย์ไม่สะเพร่าในการคัดคน
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่โพสต์อย่างไร นายชัยชนะกล่าวว่า นายทรงศักดิ์กำลังรวบรวมพยานและหลักฐาน เพื่จะดำเนินคดีเอาผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพราะเจ้าตัวเสียหาย คาดว่าจะฟ้องภายในสัปดาห์หน้า เมื่อถามว่าเรื่องนี้ปล่อยออกมาเพื่อหวังผลทางการเมืองใช่หรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า เป็นเรื่องของการดิสเครดิต เมื่อพรรคเขาโดน เขาก็พยายามหากรณีของพรรคอื่นมา ถ้าบอกว่าเป็นพรรค การเมืองที่มาจากประชาธิปไตยก็ต้องทำ การเมืองอย่างตรงไปตรงมา และอย่าตีกิน