ตำรวจปทส.-กรมอุทยานฯ จับขบวนการข้ามชาติค้าเกล็ดตัวลิ่น
หรือตัวนิ่ม สัตว์ป่าคุ้มครอง ซุกซ่อนในรถบรรทุกหกล้อปะปนกับดินปลูกกัญชา จนมุมขณะขนผ่านกุฉินารายณ์ กาฬสินธุ์ ยึดของกลาง 42 กระสอบ น้ำหนักเกือบตันครึ่ง มูลค่า 50 ล้าน เผยต้องฆ่าลิ่นถึง 4 พันตัว ลำเลียงผ่านลาวไปจีน ถึงปลายทาง ราคาพุ่งก.ก. 4 หมื่น เผยลูกค้ากำลังต้องการ นำไปทำเป็นยาโด๊ป
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) พ.ต.อ.อริยพล สินสอน รองผบก.ปทส. พร้อมนายประเสริฐ สอนสถาพรกุล ผอ.กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมแถลงผลการจับกุมขบวนการลักลอบค้าเกล็ดตัวลิ่นข้ามชาติ ผู้ต้องหา 2 ราย คือนายธนากร คล้ายสูงเนิน อายุ 34 ปี และนายรุ่ง สมภักดี อายุ 50 ปี พร้อมของกลางเกล็ดตัวลิ่น หรือตัวนิ่ม 42 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 1,400 ก.ก. มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 50 ล้านบาท พร้อมรถบรรทุกหกล้อยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 71-9569 สงขลา ที่ใช้ขนส่ง
พ.ต.อ.อริยพล กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าว ได้รับรายงานว่าจะมีการขนเกล็ดนิ่มออกนอกประเทศ โดยใช้เส้นทาง (ทล.2046) ร้อยเอ็ด-โพนทอง จึงออกตรวจตามเส้นทางดังกล่าว กระทั่งถึงทางหลวง ทล.2046 ก.ม.50-51 ต.สมสะอาด อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ พบรถบรรทุกหกล้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 71-9569 สงขลา บรรทุกสิ่งของ โดยมีผ้าใบปกคลุมตรงตามข้อมูลที่ได้มา จึงขอตรวจค้น พบนายธนกร คล้ายสูงเนิน เป็นคนขับรถ และนายรุ่ง สมภักดี นั่งโดยสารมาด้วย สอบถามเบื้องต้นคนขับแจ้งว่าบรรทุกดินปลูกต้นกัญชานำ ส่งลูกค้าในจ.มุกดาหาร แต่เมื่อตรวจสอบ กลับพบเกล็ดลิ่นหรือเกล็ดนิ่ม รวมน้ำหนัก 1,400 ก.ก. วางปะปนอยู่กับกระสอบดินปลูกกัญชา 100 กระสอบ
สอบสวนนายธนกร รับสารภาพว่า ได้รับค่าจ้าง 7,000 บาทต่อเที่ยวให้ขับรถมาส่งสินค้า โดยมีนายรุ่งเป็นเจ้าของรถได้ค่าจ้าง 20,000 บาทต่อเที่ยว รับสินค้ามาจากถนนบริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ในอ.เมืองราชบุรี เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และนำผู้ต้องหาทั้ง 2 รายพร้อมของกลางทั้งหมดมายังบก.ปทส. ดำเนินคดีตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
ด้านนายประเสริฐ สอนสถาพรกุล กล่าวว่า เกล็ดลิ่นหรือนิ่มทั้งหมดที่ตรวจยึดมาเป็นเกล็ดแห้ง พร้อมส่งไปยังต่างประเทศ ซึ่งตามความเชื่อคนโบราณในเรื่องยาแผนจีน ระบุว่าเกล็ดลิ่นสามารถนำไปเป็นยาบำรุงร่างกาย ยารักษาโรค ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือด เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดเป็นความเชื่อ ยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาสตร์ โดยทางบก.ปทส.สืบทราบจากกลุ่มลักลอบค้าเกล็ดลิ่น คาดการณ์ว่าน่าจะส่งไปทางลาว และจีน แต่ด้วยราคาที่สูงถึงกิโลกรัมละ 3-4 หมื่นบาท ประเทศจีนจึงน่าจะมีศักยภาพในการซื้อมากกว่า
“กลุ่มคนที่เข้าไปล่าเพื่อเอาเกล็ดลิ่น เป็นคนที่ใจร้ายมาก ต้องไปฆ่ามันแล้วนั่งถอนทีละเกล็ดเหมือนไปนั่งถอนขนไก่ จากเกล็ดลิ่นของกลางทั้งหมด 1,400 ก.ก. คาดว่าต้องฆ่าลิ่นจำนวน 3,500-4,000 ตัว เป็นที่น่าอนาถใจมาก ส่วนลิ่นที่โดนฆ่าคาดเป็นลิ่นชวาจากภาคใต้ของไทย ซึ่งจะตรวจสอบอีกครั้ง” นายประเสริฐกล่าว

เกล็ดตัวลิ่น – ตำรวจปทส.และกรม อุทยานฯ แถลงจับกุมขบวนการค้าเกล็ดตัวลิ่นข้ามชาติ ยึดของกลางน้ำหนัก 1,400 ก.ก. รวบ ผู้ต้องหา 2 คน ขณะลักลอบขนไปชายแดนภาคอีสานเพื่อส่งต่อไปประเทศจีนอีกทอด ที่บก.ปทส. เมื่อวันที่ 17 ส.ค.
สำหรับเกล็ดตัวลิ่นของกลางที่สามารถตรวจยึดได้ครั้งนี้ หากส่งออกไปยังประเทศที่ 3 ได้แล้ว ราคาจะสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เพราะราคาในตลาดมืดขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 40,000 บาท เกล็ดตัวลิ่นเป็นซากสัตว์ป่าคุ้มครองของประเทศไทย เป็นสัตว์ป่าในบัญชีที่ 1 ตามอนุสัญญาไซเตส ซึ่งข้อมูลตามสภาพแวดล้อมพบว่าตัวลิ่นหรือตัวนิ่มพันธุ์มลายูเป็นสัตว์ป่าในบัญชีหมายเลข 1 ที่ประเทศไทยต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาดังกล่าวคือห้ามส่งออก นำเข้าหรือครอบครอง เว้นแต่เป็นกรณีของการศึกษาวิจัย โดยเกล็ดลิ่น 1 กิโลกรัม จะเท่ากับลิ่นตัวโตเต็มวัย 3 ตัว เนื้อไปเป็นส่วนประกอบของอาหาร ส่วนเกล็ดจะเอาไปเป็นส่วนประกอบหนึ่งของยาอายุวัฒนะและยาโด๊ปในประเทศใหญ่ทางเอเชีย และการฆ่าตัวลิ่นยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาอย่างมากอีกด้วย
จากข้อมูลปัจจุบันพบมีความต้องการเกล็ดตัวลิ่นเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดการลักลอบขนล็อตใหญ่ขนาดนี้เกิดขึ้น และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการลักลอบขนแบบยังมีชีวิต หรือการชำแหละเอาเนื้อหรือเกล็ดเพียง อย่างเดียว