ชุมชนตื่นตระหนก-หวาดกลัวรวมถึงมีพิธีพิเรนเชือดสัตว์ร้องผู้ว่าฯชัชชาติ-ตรวจสอบกทม.รุดถกผู้บริหารโรงแรมจ่อทำหลังคาคลุม-กันอุจาด

องค์กรราษฎรไทยแห่งชาติยื่นหนังสือถึง‘ชัชชาติ’ ตรวจสอบรูปปั้น‘กายแก้ว’ ตั้งอุจาดกลางกรุง ระบุมีลักษณะประหลาดคล้ายอสูร สร้างความตระหนกหวาดกลัวแก่ชุมชน ทั้งยัง
กังวลว่าจะมีการทำพิธีพิเรนทร์ เชือดสัตว์เซ่นบูชาตามความเชื่อ ด้านผู้บริหารโรงแรมปัด ไม่ได้บังคับใครให้มาไหว้บูชา ขณะที่เลขาฯ ผู้ว่าฯ กทม.พร้อมปลัดรุดลงพื้นที่ตรวจสอบ เบื้องต้นไม่พบผิดกฎหมาย อีกทั้งตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนบุคคล ด้านเลขานุการประธานโรงแรมยันถ้ามีทำพิธีพิเรนทร์ ฆ่าสัตว์เซ่นไหว้บูชายัญจะยกเลิกสัญญาทันที

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่ศาลาว่าการกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงกรณีรูปปั้นกายแก้ว ตั้งอยู่หน้าโรงแรม เดอะบาซาร์ รัชดาภิเษก บริเวณสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว กทม. ว่าได้สั่งการให้ปลัดกรุงเทพ มหานครติดตามในแง่ของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นยังไม่ได้มีความผิดในแง่ข้อกฎหมายต่างๆ เนื่องจากเป็นพื้นที่เอกชน แต่ด้วยความสูงของรูปปั้นอาจจะต้องดูในเรื่องของความปลอดภัยให้รอบคอบ รวมถึงให้สำนักงานเขตตรวจสอบและรวบรวมข้อร้องเรียนหรือข้อกังวลของประชาชน เพื่อจะได้เข้าพบและหารือกับเจ้าของรูปปั้น ซึ่งไม่น่ามีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม หากรูปปั้นดังกล่าวก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาเข้ามาได้ ซึ่งเรื่องนี้ กทม.จะรับเรื่องไว้และพิจารณาประกอบกับข้อกฎหมายหรือข้อบัญญัติต่างๆ เพื่อหาแนวทางดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพลภาขุน เศรษฐญาบดี ตัวแทนผู้ประสานงาน คณะราษฎรไทยแห่งชาติ (ครช.) มีหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2566 ร้องเรียนกรณีมีกลุ่มลัทธิประหลาดนำวัตถุรูปน่ากลัวมาตั้งในชุมชน ระบุว่า ตามที่คณะราษฎรไทยแห่งชาติ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 42 ส่วน ขับเคลื่อนภาคประชาชน ติดตามกรณีที่เป็นข่าวปรากฏมีการนำรูปวัตถุน่ากลัว คล้ายอสูร มาตั้งในที่สาธารณะ ที่แยกรัชดาตัดกับลาดพร้าว และจัดให้บุคคลมาทำพิธีประหลาด ซึ่งทราบว่าจะนำสัตว์มาฆ่าบูชายัญ ที่เป็นที่ทราบดีว่าอสูรนั้นไม่ใช่ฝ่ายพระเจ้า ไม่ใช่ฝ่ายเทวดา ไม่ใช่ฝ่ายเทพ ไม่ใช่พระ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าในวัตถุนั้นอาจมีวิญญาณร้ายมาสิง และให้โทษแก่ฝ่ายตรงข้าม ที่ขัดต่อวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น และความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ด้วยเห็นว่ากรณีดังกล่าว สร้างความหวาดกลัวแก่ชุมชน และเป็นที่วิจารณ์ถึงความ ไม่เหมาะสม โดยเห็นว่าคณะบุคคลที่จัดนั้นอาจประสงค์ในการมัวเมาประชาชนที่ไม่อาจแยกแยะดีชั่วให้ไปกราบไหว้ เพื่อหวังในเงินจากเครื่องบูชา จึงเห็นว่าเป็นภัยสังคม และเห็นว่าสร้างความหวาดกลัววิตกที่อาจจะนำมาซึ่งเภทภัยแก่ส่วนรวมได้ และยังเป็นการทำลายวัฒนธรรมความเชื่ออันดีของท้องถิ่นด้วย

ด้วยเหตุดังกล่าว อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 3, 25, 43, 78 ประกอบ พ.ร.บ.ที่ให้อำนาจผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานคร โปรดพิจารณาดังนี้ ขอให้รับเรื่องเข้าสู่การพิจารณา โปรดวินิจฉัยมีคำสั่งให้คณะบุคคลที่จัดทำจัดการอยู่นั้นย้ายวัตถุรูปอสูรดังกล่าวไปไว้ในที่อันมิดชิด เฉพาะตน หรือทำลายวัตถุนั้นเสีย จึงนำเรียนเพื่อให้ท่านพิจารณา ขอทราบความคืบหน้าการดำเนินการโดยลำดับว่าได้ผลประการใดโปรดแจ้ง

วันเดียวกัน ตัวแทนกลุ่มพุทธศาสนิกชน พระเถระ ศิลปิน และบุคคลในสังคม ก็ยื่นหนังสือให้ผู้บริหารโรงแรมเดอะบาซาร์ พิจารณาย้ายรูปปั้น (กายแก้ว) ออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด โดยจะรวมตัวกันอ่านแถลงการณ์ และยื่นหนังสือต่อผู้บริหารโรงแรม ช่วงเย็นวันที่ 18 ส.ค.

ด้านนายไพโรจน์ ทุ่งทอง ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สวนลุมไนท์บาซาร์ รัชดาภิเษก จำกัด กล่าวถึงกรณีปฏิกิริยาต่อรูปปั้นกายแก้วว่า ขณะนี้ไม่ได้เป็นผู้บริหารโครงการดังกล่าวมาเป็นเวลา 1 ปีกว่าแล้ว หลังจากบริษัทเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ปัจจุบันโครงการบริหารโดยทีมผู้บริหารชุดใหม่ มีนายชาญ ตุลยาพิศิษฐ์ชัย เป็นประธานกรรมการบริษัท แม้ว่าตนจะยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ 80% เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท แต่ไม่มีอำนาจในการบริหาร เพราะยังอยู่กระบวนการฟื้นฟู ต้องรอวันที่ออกจากแผนถึงจะกลับมาบริหารใหม่

“ผมไม่รู้เรื่องดังกล่าว พอมีข่าวออกมามีคนโทร.มาหาผมเยอะมาก วันเดียวกันนี้เป็น 100 กว่าสาย ถ้าผมยังมีอำนาจบริหารอยู่ คงไม่คิดและนำเข้ามาในพื้นที่แน่นอน เพราะเราสายขาวอยู่แล้ว ไม่ยุ่งอยู่แล้วเรื่องแบบนี้ เกิดมาก็เพิ่งเคยได้ยินตอนที่เป็นข่าว” นายไพโรจน์กล่าวและว่า สำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สักการะตั้งแต่แรกนั้น ปัจจุบันยังคงอยู่ครบทั้งหมด ยังไม่ย้ายออกจากพื้นที่แต่อย่างใด ไม่ว่าพระศิวะ พระพรหม พระพิฆเนศ พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ย้ายมาจากสวนลุมพินีตรงโรงเรียนเตรียมทหารเดิม

จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังนายชาญ ตุลยาพิศิษฐ์ชัย ซึ่งได้ระบุสั้นๆ ว่า “ให้กลุ่มพุทธศาสนิกชน พระเถระ ศิลปิน และบุคคลในสังคมที่จะยื่นหนังสือ ให้คุยกับเลขาฯ ของผมในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเลขาฯ ผมรออยู่ อยากไปยื่นก็ไป เป็นสิทธิของเขาอยู่แล้ว ทุกคนจะมากราบไหว้ ผมไม่ได้ให้มา ทุกคนมีจิตศรัทธามาเอง ไม่ใช่ของผม ของอาจารย์หน่อย พลิกฟ้า หรือสมสฤษดิ์ รัตนสุข ลูกชายของสุชาติ รัตนสุขเขา เอาแค่นี้ก่อน”

แก้บน – ผู้เคารพศรัทธาเดินทางไปไหว้รูปปั้น ‘ครูกายแก้ว’ บางส่วนนำสิ่งของมาแก้บนหลังขอพรแล้วประสบความสมหวัง ที่หน้าโรงแรม เดอะบาซาร์ แบงค็อก ถ.รัชดาภิเษก เขตจตุจักร กทม. เมื่อค่ำวันที่ 18 ส.ค.

เมื่อเวลา 15.30 น.วันเดียวกัน นายภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานคร พร้อมด้วยนายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง ลงพื้นที่โรงแรมเดอะ บาซาร์ ถนนรัชดาฯ เพื่อพูดคุยกับตัวแทนและผู้บริหารของโรงแรม กรณีรูปปั้นครูกายแก้ว โดยระบุว่า วันนี้ลงพื้นที่มาตรวจสอบข้อร้องเรียนสิ่งปลูกสร้างรูปปั้นครูกายแก้ว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีความสูงเพียง 5 เมตร ไม่ได้เกิน 10 เมตรตามกฎกระทรวง หากเกิน 10 เมตรจะเข้าข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.อาคาร ที่จะต้องขออนุญาต

ดังนั้น หากตั้งอยู่ในสถานที่ของเอกชน ก็ถือว่าไม่เป็นอะไร ในเบื้องต้นเรื่องการปลูกสร้างก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนเรื่องข้อร้องเรียนของกลุ่มที่คัดค้านเกิดความไม่สบายใจและรู้สึกไม่ดีเมื่อผ่านไปผ่านมานั้น ได้ทำให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย มีทั้งกลุ่มที่ศรัทธามาไหว้ ก็ถือว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ส่วนมีกลุ่มที่ไม่สบายใจ กทม.ก็ได้หารือกับทางโรงแรมช่วยหาวิธีให้ผู้ที่สัญจรผ่านไปมา ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างสะดวกนักโดยทางโรงแรมยินดีให้ความร่วมมือ

ขณะที่นายชาลี นพวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการประธานกรรมการบริหารโรงแรม กล่าวว่าโรงแรมพร้อมให้ความร่วมมือกับ กทม.ทุกประเด็น หาทางออกให้กับทั้งผู้ที่ศรัทธาและผู้ไม่ศรัทธา โดยจะหารือกับผู้เช่าสถานที่ในเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะจุดที่ตั้งของ รูปปั้นมีเอกชนมาดำเนินการ จ่ายค่าเช่าให้ โรงแรม แต่การออกแบบโครงสร้างทางภูมิสถาปัตยกรรมดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ความเห็นชอบของโรงแรมและโรงแรมยินดีช่วยเรื่องงบประมาณ ส่วนสิ่งใดก็ตามที่อาจจะขัดต่อกฎหมาย เช่น การนำสัตว์มาบูชาตามความเชื่อนั้น โรงแรมจะยกเลิกสัญญาการเช่าทันที ทั้งนี้ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวโรงแรมมองว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่หากสิ่งใดที่ทำให้ผู้คนไม่สบายใจก็พร้อมที่จะปรับปรุง

ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้า กทม.จะทำหนังสือไปยังกรมการศาสนา และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อสอบถามถึงประเด็นการตั้งและบูชารูปปั้นนี้ว่าขัดต่อศาสนาหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่

ต่อมา นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. และโฆษก กทม. เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ว่าจากการที่กทม.เข้ามาตรวจสอบพื้นที่ที่ตั้งรูปปั้นกายแก้วว่ามีอะไรที่ผิดระเบียบหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่พบสิ่งใดที่ผิดระเบียบตามอำนาจ ของ กทม. แต่จะให้มีการตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง หากพบว่ามีความผิดก็จะรีบแจ้งให้กับเจ้าของที่ และผู้เช่าพื้นที่ต่อไป

นายเอกวรัญญูกล่าวอีกว่า นอกจากการตรวจสอบยังได้นำข้อห่วงใยของประชาชนมาพูดคุย ซึ่งทางผู้รับผิดชอบก็รับฟังและพยายามหาทางออก โดยเบื้องต้นมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะสร้างโครงสร้างหลังคาผ้าคลุมรูปปั้นดังกล่าว เพื่อไม่ให้ผู้ที่อยู่อาศัยโดยรอบ หรือผู้สัญจรไปมาได้เห็นรูปปั้นชัดเจนมากนัก ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความสบายใจกับทุกฝ่าย แต่ถ้าหากใครอยากเห็นภาพชัดก็สามารถเข้ามาข้างใน และถ่ายภาพได้ตามปกติ โดยผู้รับผิดชอบจะดำเนินการยื่นแบบขออนุญาตกับสำนักงานเขตห้วยขวางโดยเร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณลานรูปปั้นกายแก้ว มีประชาชนที่ศรัทธามารอเข้ามากราบไหว้รูปปั้นที่จะเปิดให้เข้ากราบไหว้เวลา 17.00 น. แต่ต้องเลื่อนเวลาออกไปเป็น 21.00 น. เพื่อเคลียร์วัสดุก่อสร้างที่อยู่ในพื้นที่ให้เรียบร้อยไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้ที่เข้ามากราบไหว้ แต่เนื่องจากมีผู้ที่รอมาแก้บนจำนวนมากเดินทางไกลมาจากต่างจังหวัด และมีผู้สื่อข่าวมารอทำข่าวเป็นจำนวนมาก จึงเปิดให้ผู้ที่รอกราบไหว้เข้าเวลา 17.45 น. ก่อนจะปิดเคลียร์พื้นที่แล้วเปิดในเวลา 21.00 น.และปิดในเวลา 06.00 น. เนื่องจากในเวลากลางวันพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ก่อสร้าง มีเครื่องจักรจึงไม่สามารถเปิดให้กราบไหว้ได้

คุณแทมมี่ หนึ่งในผู้ที่เดินทางมาแก้บน กล่าวว่า ตนเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้มาขอพรขอให้ขายคอนโดฯได้ หลังจากนั้นวันเดียวก็สามารถขายได้ดังที่ขอเอาไว้ และยังถูกลอตเตอรี่เลขรถครูกายแก้ว ซึ่งตนไม่เคยถูกมาก่อนในชีวิต ตนไม่ได้บนเพียงขอพรเท่านั้น เมื่อสำเร็จก็นำดอกไม้ธูปเทียน น้ำหวาน ผลไม้ และของหวานมาเซ่นไหว้

ด้านผู้ดูแลสถานที่รูปปั้นกายแก้ว กล่าวว่าทางเราไม่ได้เปิดให้ขายดอกไม้ ธูปเทียนหรือเครื่องบูชาใดๆ ทั้งสิ้นในบริเวณนี้ และห้ามนำหมาแมวตามที่เป็นข่าว หรือสิ่งที่ไม่สมควรเข้ามากราบไหว้ คนที่ศรัทธาเข้ามา กราบไหว้จะนำผลไม้ น้ำหวาน ช็อกโกแลต และดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้เท่านั้น

เวลา 19.00 น. กลุ่มสภาศิลปินส่งเสริมพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้ทำหนังสือ ระบุว่า ตัวแทนกลุ่มพุทธศาสนิกชน พระเถระ-ศิลปิน-บุคคลในสังคม ยื่นหนังสือให้ผู้บริหารโรงแรมเดอะบาซาร์ กทม. พิจารณาย้ายรูปปั้นกายแก้วออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด โดยมีนายชาลี นพวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการเดอะบาซาร์เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว

เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ดร.ศุภาชัย ผ่องสวัสดิ์ ประธานกรรมการหน่วยเผยแพร่ศีลธรรม กรมการศาสนา สภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย, น.ส.วีรยานันท์ อภิธนาพัฒน์ ประชาสัมพันธ์คณะกรรมการ สภาศิลปิน ส่งเสริมพระพุทธศาสนา หน่วยเผยแพร่ ศีลธรรม กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม และน.ส.จิตติมา เจือใจ อดีตศิลปินนักร้องแผ่นเสียงทองคำ ที่ปรึกษา คณะกรรมการ พร้อมทีมงาน องค์กรเครือข่ายชาวพุทธ กทม. รวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือพร้อมอ่านแถลงการณ์ ถึงผู้บริหารโรงแรมเดอะบาซาร์ เพื่อเสนอแนะและร้องเรียนให้ ผู้บริหารพิจารณายุติการให้สักการะ และนำรูปหล่อ “ครูกายแก้ว” ออกจากพื้นที่ เพื่อความสบายใจ และเป็นขวัญกำลังใจของประชาชน

ดร.ศุภาชัย ผ่องสวัสดิ์ กล่าวถึงกระแสสังคมที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องประวัติและความเป็นมาของรูปปั้นครูกายแก้ว ว่าอยากจะใช้โอกาสนี้เป็นสื่อในการทราบถึงหลักของชาวพุทธในการสักการบูชาอะไรก็ตามจะต้องมีหลักเหตุและผล ในเรื่องของการมูเตลู หรืออภินิหารต่างๆ ก็จะมีอยู่ในพระพุทธศาสนา เรื่องการไหว้เทวดาก็ถือว่าไม่ผิดหลักการ แต่ต้องมีหลักฐานอ้างอิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีการปล่อยให้ความเชื่อในลักษณะดังกล่าวนี้ไปรุ่นสู่รุ่น โดยที่เด็กรุ่นหลังจะกราบไหว้โดยไม่มีเหตุผล เพียงเพราะเห็นได้โชคลาภก็ไหว้สะเปะสะปะ อาจเป็นผลเสียต่อพระพุทธศาสนา เพราะพระพุทธเจ้าสอนว่าการบูชาบุคคลที่ควรบูชาเป็นอุดมมงคล ดังนั้นพระรัตนตรัยจึงควรที่จะเป็นที่พึ่งสูงสุดของพุทธศาสนิกชน

ด้าน น.ส.วีรยานันท์ อภิธนาพัฒน์ อ่านคำแถลงการณ์ถึงประเด็นดังกล่าว จากมีการนำรูปปั้นที่แปลกตาและมีลักษณะน่ากลัวนำมาตั้งให้คนสักการะเสมือนเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยที่พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ไม่ทราบประวัติที่มาว่าเป็นสถานะใด เป็นเทพ เป็นพรหม หรือสิ่งใด ต่อมามีผู้รู้ผู้วิจารณ์ในโซเชี่ยลมากมาย ต่างออกมาระบุว่าเป็นอสุรกายบ้าง เป็นเทพอสูรบ้าง ซึ่งไม่สอดคล้องกับเทพเทวดาในหลักพระพุทธศาสนา บางรายบอกเป็นเปรตบ้าง ซึ่งดังที่กล่าวมาพระพุทธศาสนาได้มีหลักคำสอนที่ทุกคนควรยึดถือและปฏิบัติคือการบูชาบุคคลที่ควรบูชาเป็นอุดมมงคล เช่น พระรัตนตรัยบิดา มารดาหรือเทวดา และพระมหากษัตริย์ ที่มิใช่อสุรกาย เปรต ถึงแม้จะมีอิทธิฤทธิ์บันดาลบางอย่างได้ แต่ก็อยู่ในภูมิทุคติต่ำกว่ามนุษย์ จะเป็นมงคลได้อย่างไร ซึ่งจะนำมาซึ่งความเสื่อม และไม่เป็นมงคลต่อผู้บูชา และอาจจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียงได้

ดังนั้น เครือข่ายจึงไม่สบายใจ จึงอยากจะเสนอแนะเพื่อพิจารณา คือ ไม่ให้คนสักการบูชา อาจจะทำเป็นรูปปั้นที่แสดงประวัติตามความเชื่อ แต่ไม่ใช่เปิดให้สักการะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์กลางเมือง ถ้าเป็นไปได้จะเคลื่อนย้ายออกไปให้พ้นในพื้นที่จะดีมาก หรือหากไม่สามารถทำได้ทั้ง 2 อย่าง ก็ควรที่จะจัดพิธีบวงสรวงขอขมาต่อพระรัตนตรัย และพรหมเทวดาชั้นสูงมีท้าวมหาราชทั้ง 4 และไม่เน้นการบูชารูปปั้นนี้อีกต่อไป โดยต้องมีการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดภาณยักษ์ เนื่องจากกังวลว่าจะทำให้บรรดาภูตผีหรือสิ่งไม่ดีที่มาสถิตสิงอยู่ในรูปปั้นนี้หลีกทางออกไปด้วยพุทธคุณ

ขณะที่ นายชาลี นพวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการประธานกรรมการบริหารเดอะบาซาร์ เป็นตัวแทนผู้มารับหนังสือ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่าพื้นที่นี้เราเป็นเจ้าของร่วมกับการรถไฟ เพราะเราเช่าพื้นที่การรถไฟฯ ขณะนี้โรงแรมของเราอยู่ในช่วงของการฟื้นฟูโรงแรม หลายคนตกงานไปในช่วงโควิด ฝ่ายบริหารได้เห็นพื้นที่แยกห้วยขวางมีการไหว้สักการะและดึงดูดนักท่องเที่ยว ฝ่ายบริหารเราจึงได้ดำเนินการตามบ้าง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นประเด็นใหญ่โตขนาดนี้ ซึ่งเจ้าของครูกายแก้วมาขอเช่าพื้นที่ซึ่งเราก็ไม่รู้จัก แต่สิ่งหนึ่งที่ตนอยากจะบอกว่าตอนนี้ประชาชนให้ความสนใจเดินทางมาชมที่นี่กันเป็นจำนวนมาก ยอดจองโรงแรมดีขึ้น ส่วนเรื่องผิดศาสนานั้นอาจารย์ที่ทำครูกายแก้วได้ออกมาบอกแล้วว่าไม่ใช่เรื่องของศาสนาพุทธแต่เป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล หากมองว่าจุดนี้เป็นปัญหาก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูในจุดอื่นๆ เช่น วัด ที่ยังมีการไหว้รูปปั้นอื่นๆ เช่น ไอ้ไข่ หรือพญานาค ซึ่งทางโรงแรมไม่ได้เพิกเฉยกับปัญหาที่เกิดขึ้น

วันนี้ กทม.มาพูดคุยหารือจึงได้ข้อสรุปว่าเราควรจะเอาใจทั้งสองฝ่ายสำหรับคนที่ชื่นชอบและไม่ชอบโดยจะมีการแก้ปัญหาด้วยการทำโดมคลุมเพื่อปิดกั้นให้เฉพาะคนที่ชอบและศรัทธาเข้ามาสักการะ สร้างเป็นแลนด์มาร์กของกรุงเทพมหานครเพื่อหาทางออกของทั้งสองฝ่าย ทางโรงแรมยอมถอยและน้อมรับฟัง

ทั้งนี้ เหล่าศิลปินยังขอแสดงเจตนารมณ์ในช่วงท้ายยืนยันว่าหากมีความเป็นได้ไปได้อยากให้นำรูปปั้นครูกายแก้วออกไปจากพื้นที่ใจกลางกรุง เนื่องจากหวั่นเรื่องทุนนิยมที่อาจจะตามมาในอนาคต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน