พาว่าที่รมต.ลงพื้นที่ภูเก็ต-พังงาสร้างสนามบินเพิ่ม-เชียงใหม่ด้วยโผครม.สะพัด‘บิ๊กเล็ก’รมว.กลาโหม ‘ภูมิธรรม’รองฯควบพณ.-‘หนู’นั่งมท.1

‘เศรษฐา’ ควง ‘หมอมิ้ง’ว่าที่ เลขาฯ นายกฯ ‘สุดาวรรณ’ ว่าที่รมว.การท่องเที่ยวฯ ลุยภูเก็ต-พังงา วางแผนโหม ท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น เล็งฟรีวีซ่า สร้างสนามบินเพิ่มภูเก็ต-เชียงใหม่ โผครม.สะพัด ‘บิ๊กเล็ก’ ผงาดกลาโหม ‘ชลน่าน’ รมว.สาธารณสุข ‘ภูมิธรรม’ รองนายกฯ ควบรมว.พาณิชย์ ‘เสี่ยหนู’เป็นมท.1 ส่วน ‘ท็อป-วราวุธ’ นั่งรมว.การพัฒาสังคมฯ ‘ธรรมนัส’ ยังลุ้นคุมเกษตรฯ รทสช.เคาะแล้ว 4 เก้าอี้ ‘เฮ้ง-สุชาติ’ หลุดโผ รมว.ต่างประเทศสหรัฐยินดีกับ ‘เศรษฐา’ ตั้งตารอทำงานร่วมกัน ‘อนุทิน’ สยบดีล 16 สส.ปชป. ยันภูมิใจไทยมี 71 เสียง ‘พิธา’ ลั่นไม่ต้องการเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ‘วิษณุ’ แจงเก้าอี้จะตกเป็นของหัวหน้าปชป.

‘เศรษฐา’โหมท่องเที่ยวภูเก็ต

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและอุปสรรคด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และจ.พังงา ระหว่างวันที่ 25-26 ส.ค. โดยเวลา 11.30 น. ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปท่าอากาศยานภูเก็ต พร้อมด้วย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานด้านนโยบายพรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชี รายชื่อ นายจักรพงษ์ แสงมณี นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ คณะทำงานด้านการท่องเที่ยว และนายนิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เพื่อตรวจเยี่ยมท่าอากาศยานภูเก็ต โดยมีนายกีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ต้อนรับ และให้ข้อมูลด้านการบริการนักท่องเที่ยว พร้อมสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

เวลา 14.10 น. นายเศรษฐานั่งรถยนต์ โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน ขง 4477 ภูเก็ต มาพบปะผู้ประกอบการ จ.ภูเก็ต ที่โรงแรมรามาดา พลาซ่า เจ้าฟ้า โดยนายเศรษฐากล่าวว่า ตนเลือกมา จ.ภูเก็ตเป็นจังหวัดแรกเพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว วันนี้เราต้องลืมเรื่องพรรคการเมือง เราต้องเอาประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง

พรรคเพื่อไทยไม่มี สส.แม้แต่คนเดียวใน จ.ภูเก็ต แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ตกต่ำมาก และประเทศอื่นเจริญเติบโตไปเยอะมาก ฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุด ซึ่งไตรมาส 4 เป็นไตรมาสที่สำคัญอย่างยิ่งของการท่องเที่ยวในประเทศไทย และการ ท่องเที่ยวเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นได้ดีที่สุดให้กับเราในภาวะเศรษฐกิจถดถอย

เพิ่มสนามบิน-ฟรีวีซ่าจีน

ในช่วงเช้าตนและทีมงานได้เดินทางไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีการพูดคุยถึงปัญหาต่างๆ กันเยอะ รวมถึงพูดถึงแผนการขยายงาน ยืนยันว่าวันนี้ไม่ได้มาสั่งการแต่มารับฟังความคิดเห็น แล้วจะรวบรวมทุกความคิดเห็นไปประกอบการตั้งนโยบายที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ อยากจะให้ทุกคนทราบว่ารัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย จะขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวในทุกๆ มิติ ไม่ใช่เรื่องสายการบิน อากาศยาน แต่เรื่องความปลอดภัย ความมั่นคงและการทำวีซ่าของประเทศต่างๆ ที่เราคาดว่าจะมีการยกเว้น และบางประเทศอาจจะมีการยืดระยะเวลาการอยู่ได้ด้วย

นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ว่าตนมารับฟังข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการท่องเที่ยว เพราะสนามบินคือจุดแรกที่รับนักท่องเที่ยว อยากรับฟังปัญหาและดูว่าอนาคตอยากจะ ทำอะไรเพื่อไปร่างนโยบายตอบสนองความต้องการของท่าอากาศยาน รวมถึงเรื่อง นักท่องเที่ยว พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีที่สุดในระยะสั้นคือการท่องเที่ยว ที่อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น ต้องมีการรับฟังข้อมูลไปก่อนเพื่อเตรียมวางแผน

ปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยวจีนกลับมาในประเทศไทยเพียง 30% ขณะที่ประเทศจีนเผชิญสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย จึงไม่พยายามที่จะสนับสนุนนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่เราต้องพยายามทำให้ง่ายต่อการเข้ามาในประเทศ สำหรับจ.ภูเก็ตนั้นปฏิเสธไม่ได้เนื่องจากเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จึงมาดูพื้นที่ก่อนและจะไปดูพื้นที่อื่นต่อไป โดยจะพูดคุยเรื่องการขยายท่าอากาศยานทั้งภูเก็ต สุวรรณภูมิ และเชียงใหม่ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนลงหาเสียงที่จ.พังงา มีการสอบถามถึงเรื่องการสร้างสนามบิน การลงพื้นที่ครั้งนี้จะเห็นเป็นรูปเป็นร่าง หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องปรึกษาสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก่อน เรื่องอยู่ในแม่แบบอยู่แล้ว ให้ติดตามกันต่อไป เพราะเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากสนามบินภูเก็ต ใกล้จะถึงจุดที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากที่สุดแล้ว

เร่งตั้งครม.-เดินหน้าทำงาน

ต่อข้อถามว่าในส่วนของรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของพรรคเพื่อไทยที่จะดูแลเรื่องเศรษฐกิจ ขณะนี้ตำแหน่งต่างๆ มีความชัดเจนแล้วหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า มีความเป็นรูปร่างมากขึ้น ขอให้อดใจอีก 3-4 วัน คาดว่าน่าจะจบได้ ขอให้อดใจรออีก สักนิดนึง ทั้งต้องให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาลเพราะมีหลายพรรค ผู้สื่อข่าวถามว่าใน ส่วนของพรรคเพื่อไทยลงตัวแล้วหรือยัง นายเศรษฐากล่าวว่า ลงตัวหมดแล้ว ส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เคยยืนยันว่าต้องการกระทรวงเหมือนที่เคยยื่นข้อเสนอไว้ นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้ใจเย็นนิดนึง

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะนั่งควบตำแหน่งรมว.คลังเองด้วยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า คงอยู่ในพรรคเพื่อไทย ขอเวลานิดนึง ผู้สื่อข่าวถามว่าในสัปดาห์หน้าจะสามารถตรวจสอบประวัติว่าที่รัฐมนตรีได้เลยใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า นั่นเป็นความคาดหวัง หวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดีเพราะเราอยากให้มีการนับหนึ่งได้แล้ว แต่ความเป็นจริงนับหนึ่งไปแล้ว เนื่องจากมีการรับสนองพระบรมราชโองการ ต่อไปคงเป็นเรื่องการตรวจสอบรายชื่อ การเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ รวมถึงแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และจะมีการประชุมครม.นัดแรก ตนอยากให้เร็วที่สุด เพราะมีภาระเร่งด่วน และครอบคลุมทุกภาคส่วนที่เดือดร้อน

ควงว่าที่รมต.-เลขาฯ โชว์ตัว

ต่อข้อถามว่าการประชุม ครม.นัดแรกจะมีวาระเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องขอรวบรวมทั้งหมดก่อนและจะแถลงให้ทราบ เพราะเป็นหลายๆ เรื่องที่เร่งด่วน รวมถึงการรับฟังกรณีภาคประชาชนอย่างโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ที่มีการรวบรวมรายชื่อ เมื่อถามถึงกรณี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี วางไทม์ไลน์ว่ารัฐบาลใหม่จะเริ่มทำงานได้ช่วงปลายเดือนก.ย. นายเศรษฐากล่าวว่า “จะพยายามครับ ส่วนตัวอยากให้เร็วกว่านั้น เพราะมีหลายเรื่องเร่งด่วน เช่น เรื่องท่องเที่ยว”

ผู้สื่อข่าวถามว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการควงว่าที่รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และเลขาธิการนายกฯ มาด้วยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “พูดเองเออเอง” แล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ในช่วงดังกล่าว น.ส.สุดาวรรณก็ยิ้มหัวเราะชอบใจและมีอาการเขินเล็กน้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ นายเศรษฐาได้ถ่ายรูปร่วมกับน.ส.สุดาวรรณที่มีกระแสข่าวจะเป็นรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และ นพ.พรหมินทร์ หรือ หมอมิ้ง ที่มีกระแสข่าวจะเป็นเลขาธิการนายกฯ ซึ่งทั้งสองคนไม่มีใครปฏิเสธเรื่องตำแหน่ง จากนั้นนายเศรษฐาบอกว่า “ทั้งสองคนอยู่ในการดูแลของผม ถูกห้ามไม่ให้พูดเรื่องนี้”

ลุยงาน – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ พร้อมนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ว่าที่เลขาฯ นายกฯ และน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ว่าที่รมว.การท่องเที่ยวฯ ลงพื้นที่ภูเก็ต-พังงา กระตุ้นการท่องเที่ยวสร้างรายได้ เมื่อ25 ส.ค.

เยี่ยมโอลด์ทาวน์-หาดป่าตอง

เวลา 17.00 น. นายเศรษฐาพร้อมคณะเดินทางมายังย่านเมืองเก่าภูเก็ตเพื่อดูบรรยากาศการค้าขายในพื้นที่ รวมทั้งรับฟังปัญหาจาก ผู้ประกอบการ เพื่อนำปัญหาไปจัดทำแผนงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติขอถ่ายภาพเซลฟี่ตลอดเส้นทาง ร้านค้าต่างๆ ก็ยื่นขนมให้นายเศรษฐาทดลองชิม อาทิ ไอศกรีมรสกาแฟ มัฟฟิน จากนั้นได้แวะชมร้านบ้าน 92 ภูเก็ตโอลด์ทาวน์ และชิมผัดหมี่ฮกเกี้ยน ทดลองปั้นขนมอั่งกู๊เตาแดง ขนมมงคลที่ใช้ในเทศกาลตรุษจีน ไหว้เทวดา และงานแต่งงานของชาวบาบ๋าภูเก็ต ช่วงหนึ่งมี ผู้ปกครองพาลูกชายซึ่งเป็นเด็กนักเรียนชั้นประถมปีที่ 3 ได้มายืนรอเพราะอยากเห็นหน้านายกฯ นายเศรษฐาได้เข้ามาทักทายพร้อมกับจับมือและโอบไหล่ถ่ายรูปด้วย เด็กชายคน ดังกล่าวอมยิ้มอย่างมีความสุข

เวลา 20.00 น. นายเศรษฐาพบปะ ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวที่ ถ.บางลา หาดป่าตอง เพื่อหารือถึงการจัดโซนนิ่งขยายเวลาเปิดสถานประกอบการบันเทิงในพื้นที่หาดป่าตอง ส่วนวันที่ 26 ส.ค.ออกเดินทางจากจ.ภูเก็ตไปเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เพื่อพบปะพูดคุยผู้ประกอบการท่องเที่ยวจ.พังงา

นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวว่า เป็นการรับฟังความคิดเห็นและรับฟังปัญหา เพื่อที่จะไปประกอบการทำนโยบายโดยรวม เริ่มตั้งแต่ความแออัดของสนามบิน การจราจร ระบบกำจัดขยะซึ่งมีแค่ตอนล่างของเกาะที่ใช้เวลาเดินทางนาน ต้องดูว่าตอนเหนือของเกาะจะสามารถมีเพิ่มได้หรือไม่

นอกจากนี้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ เรื่องของโซนนิ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ เรื่องการขยายเวลาการทำงานของสถานบันเทิง แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความมั่นคง และอีกหลายเรื่องที่ได้รับฟังปัญหามา แต่ยังไม่ลงรายละเอียด

จากที่ได้ยินมาโครงการหลายๆ อย่าง ถูกพับไปหรือมีการล่าช้าไปมาก เพราะวิธีการดูแต่ละโครงการต้องดูเรื่องผลตอบแทน ซึ่งบางครั้งอาจมีผลตอบแทนที่ต่ำหรือช้าต่อการที่จะต้องเพย์แบ็ก จ.ภูเก็ต เป็นแหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ บางโครงการอาจจะมีการขาดทุน แต่เมื่อมีการดำเนินการไปแล้วทำให้ จ.ภูเก็ตโดยรวมดีขึ้น ก่อให้เกิดรายได้ นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เราคงต้องรับฟังข้อมูล นำไปพิจารณาและเขียนแผนแม่บทอีกครั้งหนึ่ง

เล็งยืดเวลาเปิดสถานบันเทิง

ผู้สื่อข่าวถามว่าสิ่งที่ต้องเร่งเพื่อรองรับไตรมาส 4 ที่จะมาถึงในเรื่องการท่องเที่ยวคืออะไร นายเศรษฐากล่าวว่า หลายเรื่อง หลายอย่าง ทั้งเรื่องการเพิ่มบุคลากรของการตรวจคนเข้าเมือง วีซ่าของนักท่องเที่ยวหลายๆ ประเทศ ที่อาจต้องได้รับการยกเว้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ไฮซีซั่นแล้ว นักท่องเที่ยวหลายคนอยากเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ต้องมีการแพลนเรื่องการจองโรงแรม จองสายการบิน หลายเรื่องต้องดูให้ดี จึงอยากให้มีการฟอร์มรัฐบาลและมีการประชุมครม. ออกนโยบายมาโดยเร็ว

เรื่องวีซ่าเป็นเรื่องสำคัญ มีหลายประเทศ ต้องไปปรึกษากับกระทรวงการต่างประเทศอีกครั้งว่าจะมีประเทศใดบ้าง เนื่องจากบางประเทศได้ฟรีวีซ่าอยู่แล้ว แต่จำนวนวันที่เข้ามานั้นไม่เพียงพอ ในหลายประเทศมีอากาศหนาวมากในฤดูหนาว มีความต้องการที่จะมาอยู่ในประเทศไทย มากกว่า 30 วัน ซึ่งเราอาจขยายเป็น 90 วันได้ รวมถึงเรื่องโรงเรียนนานาชาติ บางครั้งอาจจำเป็นต้องมีการผ่อนผันวีซ่า ต้องมีการเพิ่มวันมากขึ้น และอีกหลายๆ ส่วนเรื่องการผลักดันภูเก็ตเป็นเมือง 24 ชั่วโมงนั้น ต้องขอศึกษาก่อน เพราะอาจเป็นเรื่องของโซนนิ่ง เนื่องจากมีผลกระทบของเพื่อนบ้านด้วย รวมถึงเรื่องความปลอดภัย ความมั่นคงด้วย ต้องดูให้ดีๆ ของวงจรที่สุด

ในแต่ละโครงการที่ดูแบบเป็นโครงการพื้นฐาน จึงต้องดูแบบองค์รวมทั้งหมด และถ้าทำแล้วภูเก็ตทั้งจังหวัดดีขึ้น ก็ไปหารายได้เสริมจากทางอื่นเข้ามา และอาจมีอีกหลายโครงการที่ไม่เกี่ยวกับตัวเลขการเงิน แต่เป็นเรื่องความปลอดภัย เช่น อุโมงค์ด้านป่าตอง ซึ่งตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ มีงบประมาณที่เพิ่มมากขึ้นหลักหมื่นล้านแล้ว ตอนนี้ต้องดูให้ดีอีกที

เมื่อถามถึงกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ระบุว่าได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีหลังได้รับตำแหน่งเป็นนายกฯ นายเศรษฐากล่าวว่า รู้สึกว่าจะโทร.มาตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. แล้วบอกว่าเดี๋ยวคงได้เจอกันที่โปโลคลับ จะไปเล่นกีฬากัน เมื่อถามต่อว่านายพิธาฝากเรื่องการแก้วิกฤตศรัทธาประชาชนอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า “ก็รับฟังครับ”

สะพัด‘บิ๊กเล็ก’ผงาดกลาโหม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการจัดวางตัวบุคคลเพื่อให้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล ‘เศรษฐา 1’ ในส่วนรมว.กลาโหม ที่ก่อนหน้านี้วางตัวนายสุทิน คลังแสง แต่นายสุทิน ขอเปลี่ยนไปนั่งกระทรวงอื่น ล่าสุดมีชื่อ ‘บิ๊กเล็ก’ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โควตาคนนอกของพรรค เพื่อไทย มานั่งรมว.กลาโหม

‘บิ๊กเล็ก’ มีความใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพราะเป็นเลขาธิการสมช.ช่วงปี 2563 รวมทั้งสมัยยังรับราชการอยู่ที่กองทัพบก ขณะเดียวกัน บิ๊กเล็กยังเป็นเตรียมทหารรุ่นที่ 20 (ตท.20) รุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผบ.ทบ. ที่โตมาคู่กันในกองทัพบก

‘สุทิน’แย้มขยับคุมรมว.ศึกษาฯ

นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดโผครม.ว่า ไม่ทราบ ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเสร็จเรียบร้อยเมื่อไร นายสุทินกล่าวว่า คาดว่าเป็นสัปดาห์หน้า ต่อข้อถามถึงกระแสข่าวจะได้ ตําแหน่งรมว.ศึกษาธิการ นายสุทินกล่าวว่า ยังไม่ชัดเจน ไม่มีการยืนยัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากได้ตำแหน่งดังกล่าวจริงพร้อมทำหน้าที่หรือไม่ นายสุทินกล่าวเสียงสูงว่า “พร้อม” ตนเป็นครูมาทุกสังกัด ต่อข้อถามว่า ส่วนตัวอยากได้กระทรวงนี้หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า อยากได้กระทรวงที่เราถนัดอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวก่อนหน้านี้มีชื่ออยู่ในโผรมว.กลาโหม นายสุทินกล่าวว่า ตนไม่เคยคิด แต่มีโผออกมา ในส่วนของโควตานั้นเป็นของเพื่อไทย แต่จะเป็นคนในพรรคหรือคนนอกนั้นสุดท้ายอาจจะเป็นไปได้ทุกอย่าง อาจปรับเปลี่ยนเป็นคนนอกก็ได้ แต่ไม่รู้ว่ารัฐบาลเราจะเอาอย่างไร เมื่อถามว่าส่วนตัวอยากได้กระทรวงกลาโหมหรือกระทรวงศึกษาธิการ นายสุทินกล่าวว่า “ได้ทั้ง 2 กระทรวง”

‘อ้วน’ควบ-‘หนู’มท.1-‘ท็อป’นั่งพม.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า สำหรับโควตารัฐมนตรีมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ คาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า โดยในสัดส่วนพรรค เพื่อไทย ชัดเจนแล้วโดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ นายเศรษฐา นายกฯ ควบรมว.คลัง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค เป็นรมว.สาธารณสุข(สธ.) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นรมว.คมนาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค เป็นรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ เป็นรมว.ต่างประเทศ

ขณะที่โควตาของนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล แกนนำพรรคเพื่อไทยที่มีผลงานโดดเด่นกวาด สส.นครราชสีมาได้ตามเป้าแถมมีอีก 2 สส.จากพรรคเพื่อไทรวมพลัง (พทล.) ผลักดัน น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ เป็นรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ ได้รมต.ประจำสำนักนายกฯ ขณะที่เก้าอี้รองนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่จะช่วยงานนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ส่วนเสี่ยอ้วน-นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคควบรมว.พาณิย์(พณ.)

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงนั้น เริ่มมีความชัดเจนแล้วในบางกระทรวง อาทิ นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ หรือหมอหนุ่ย อดีต นายกอบจ.กาญจนบุรี ได้รมช.คมนาคม(คค.) เป็นโควตาของจ.กาญจนบุรี ที่ได้สส.ถึง 5 คน นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม ได้รมช.คมนาคม นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้รมช.คลัง ซึ่งจะเกษียณอายุราชการก.ย.นี้ และมีความคุ้นเคยงานภายในกระทรวงเป็นอย่างดี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช แกนนำพรรค จะได้กลับมารับตำแหน่งเดิมในเก้าอี้รมช.มหาดไทย ส่วนนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานด้านนโยบายพรรคเพื่อไทยจะได้เก้าอี้เลขาธิการนายกฯ

สำหรับเสี่ยหนู-นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะเป็นรมว.มหาดไทย ส่วนท็อป-นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) เป็นรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนาได้เก้าอี้เดียว

จับตาพปชร.-‘ธรรมนัส’ลุ้นยึดกษ.

ผู้สื่อข่าวรายงาน พรรคพลังประชารัฐที่ได้รับจัดสรรโควตารัฐมนตรี 4 ตำแหน่ง คือ 2 รมว. 2 รมช.ยังเป็นไปตามสัดส่วนที่หารือ แม้จะมีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทย อาจทบทวนเก้าอี้หลังจากเสียงโหวตของพรรคพลังประชารัฐไม่เป็นไปตามที่ระบุ 40 เสียง โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค ไม่ได้ยกมือโหวตสนับสนุนนายเศรษฐา

ตอนนี้มีชื่อพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรค นั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอีกหนึ่งกระทรวงมีการต่อรองเก้าอี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ (กษ.) แม้จะมีข่าวว่าพรรคร่วมอื่นต้องการเช่นกัน ซึ่งมีชื่อร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา เลขาธิการพรรค

ขณะที่รมช. 2 ตำแหน่ง อาจมีการ ปรับเปลี่ยน โดยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรค ที่มีชื่อเป็นรมช.คลัง อาจสลับให้นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร มาแทน จากเดิมเป็นรมช.มหาดไทย ขณะที่นายสันติ อาจโยกเป็นรมช.สาธารณสุข

รวมไทยสร้างชาติวุ่น

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงการจัดโผรัฐมนตรีในส่วนของพรรค ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีประกาศของพรรคให้สมาชิกเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ภายในวันที่ 28 ส.ค.นี้ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า จะพยายามพิจารณาให้เร็วที่สุด

วันเดียวกันนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติ ประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า “ตามที่พรรครวมไทยสร้างชาติได้รับเชิญให้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลและได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการรวม 4 ตำแหน่งนั้น ขอเชิญชวนสมาชิกพรรค เสนอรายชื่อบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสมในการเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีดังกล่าว โดยยื่นหนังสือเสนอชื่อและประวัติบุคคลดังกล่าว และลงนามด้วยตัวท่านถึงหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ณ ที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ เลขที่ 35/3 ซอยอารีย์ 5 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปถึงวันที่ 28 ส.ค. เวลา 16.30 น. เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาตามข้อบังคับพรรค ข้อ 89 ต่อไป” แต่โพสต์ไม่นานได้ต้องลบออกไป ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ตามมา

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่พรรคโพสต์ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับพรรคที่ให้รับฟังความคิดเห็นของประชาชน แต่เมื่อ ผู้บริหารพรรคมาเห็นได้แจ้งให้ทราบว่าเป็นความเข้าใจผิด เนื่องจากคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ได้ประชุมกันไปแล้วและมอบอำนาจให้ นายพีระพันธุ์ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค เป็นผู้ไปดำเนินการแล้ว จึงลบข้อความดังกล่าวออกไป ไม่เป็นไรในเมื่อประชาชนแสดงความคิดเห็นมาแล้ว จะรับความคิดเห็นตรงนั้นส่งให้ กก.บห. หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรครับทราบความคิดเห็นดังกล่าว ไม่ใช่ว่าโพสต์แป๊บเดียวแล้วหายไป เป็นการสื่อสารภายในพรรค ที่จะรับมาปรับปรุงอีกครั้งหนึ่ง

เคาะแล้ว4เก้าอี้-‘เฮ้ง’ฉุดหลุดโผ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดโผของพรรครวมไทยสร้างชาติตอนแรกมีชื่อ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรค ด้วย ล่าสุดทางพรรคได้ส่งรายชื่อบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีไปยังพรรคเพื่อไทยแล้วตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 24 ส.ค. แต่ไม่มีชื่อนายสุชาติ จึงทำให้กลุ่มของนายสุชาติ ไม่พอใจ มีการถกเถียงอย่างหนักในไลน์กลุ่มสส.ของพรรค ขณะเดียวเพจพรรคได้โพสต์ประกาศเชิญชวนสมาชิกพรรคเสนอรายชื่อบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสม ในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในช่วงเช้า วันเดียวกันนี้ ก่อนลบข้อความออก

สำหรับบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประกอบด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค เป็นรมว.พลังงาน, ม.ล.ชโยทิต กฤดากร สส.บัญชีรายชื่อ เป็นรมว.อุตสาหกรรม, นายสุพล จุลใส สส.ชุมพร น้องชายนายชุมพล จุลใส โควตาภาคใต้ เป็นรมช.มหาดไทย และนายอนุชา นาคาศัย สส.ชัยนาท เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์

‘อนุทิน’สยบดีล 16 สส.ปชป.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เข้าไปตอบคำถาม ที่เพจเฟซบุ๊ก “Jo Montanee” ของ มณฑาณี ตันติสุข นักเขียน และวิทยากรด้านการเงิน และเป็นโหวตเตอร์พรรคภูมิใจไทย ในประเด็นความไม่สบายใจต่อกระแสข่าวเรื่อง 16 สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่โหวตสวนมติพรรค เตรียมเข้าสังกัดภูมิใจไทย

นายอนุทินระบุว่า ผมขอขอบคุณคุณโจ และผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยทุกท่านสำหรับข้อคิดเห็นพร้อมเหตุผลที่ส่งมาทางนี้ พรรคเราไม่ได้รับการติดต่อใดๆ ในเรื่องนี้ และในช่วงนี้เราได้ยืนยันเสียงของเราว่าเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมอื่นๆ ด้วยเสียง 71 เสียงที่เรามีอยู่ สถานการณ์ขณะนี้สำหรับพรรคภูมิใจไทยถือว่านิ่งแล้ว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ จึงได้แต่ขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายผ่านพ้นปัญหาต่างๆ ไปได้ ส่วนในอนาคตผมยินดีรับฟังความเห็นของ ทุกท่านในทุกๆ เรื่องเสมอ ขอบพระคุณอีกครั้งในความมั่นใจ และกำลังใจที่มอบให้ทั้งผม และพรรคภูมิใจไทย

โฆษกประชาธิปัตย์ป้อง‘ชวน’

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นมติที่ประชุม สส.พรรคประชาธิปัตย์ ในการลงมติเลือกนายกฯว่า ต้องยอมรับว่ามีข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงตามความเป็นจริงในหลายประเด็น การประชุม สส.พรรค ก่อนวันที่จะมีการโหวต นายกฯ

ในส่วนของนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ ที่ได้แจ้งต่อที่ประชุมและบอกเหตุผลว่าเหตุอันใดที่มีความจำเป็นต้องโหวตไม่เห็นชอบ ซึ่งไม่มีผู้ใดขัดข้อง มติที่ประชุมเป็นไปตามที่โฆษกที่ประชุม สส.คือ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง ออกมาแถลงผลการประชุมคือ ที่ประชุมมีมติให้งดออกเสียง กรณีของนายชวน จึงไม่ใช่การฝ่าฝืนมติ ที่ประชุม

นายชวนอยู่พรรคมานานเป็นบุคคลที่ ยึดมั่นในหลักความถูกต้อง อะไรที่ไม่ถูกต้องนายชวนไม่ทำอยู่แล้ว และแนวคิดของนายชวน ในเรื่องการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคไทยรักไทย พรรคเพื่อไทย ท่านได้ต่อสู้มาโดยตลอด ไม่ใช่ความเคียดแค้นส่วนตน แต่เป็นเรื่องความถูกผิด เป็นเรื่องของอุดมการณ์พรรค ประชาชนภาคใต้ยังจดจำการเลือกปฏิบัติกับพี่น้องในภาคใต้ การแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ไม่ได้ยึดกฎหมายบ้านเมือง เหตุการณ์ที่กรือเซะ ตากใบ การทุจริตโครงการจำนำข้าว เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เห็นว่าอุดมการณ์ในทางการเมือง ความซื่อสัตย์สุจริต การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอีกหลายเรื่อง มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ลั่นเป็นฝ่ายค้านเต็มรูปแบบ

นายชวน คือเสาหลักของพรรคประชาธิปัตย์ ผมเชื่อว่าถ้าไม่มีคนชื่อ ชวน หลีกภัย ประชาธิปัตย์ไม่สามารถอยู่อย่างยั่งยืนได้ในวันนี้ และเชื่อว่าทุกคนในพรรคระลึกถึง บุญคุณของนายชวนที่ได้ทำประโยชน์ให้กับพรรคตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คงไม่มีใครคิดขับท่านออกจากพรรค วันที่คนของพรรคเพื่อไทยแกล้งยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้มีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ นายชวนคือคนที่ต่อสู้และต่อสู้ด้วยความยากลำบากจนชนะคดีพรรคไม่ถูกยุบ แนวคิดประสบการณ์ในทางการเมืองคือสิ่งสำคัญที่คนรุ่นหลังมีความจำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อนำหลักการที่ดีไปปรับประยุกต์ใช้ในการนำพาพรรควันข้างหน้า เชื่อว่าทุกคนยอมรับว่าการเมืองเปลี่ยนไปมาก แต่พรรคมีหลักคิดที่ดี มีสิ่งที่ดีอยู่แล้ว เราทุกคนจะทำอย่างไรที่จะซึมซับสิ่งเหล่านี้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในวันข้างหน้า

“ขณะนี้ต้องแจ้งพี่น้องประชาชนว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอประกาศตัวเป็น ฝ่ายค้านอย่างเต็มรูปแบบ ทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา ทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศอย่างเต็มที่ ฝ่ายค้านคงไม่ใช่แค่การตรวจสอบอย่างเดียว แต่จะรวมถึงการทำงานในเชิงรุกที่ผมในฐานะโฆษกพรรคได้แถลงไว้ก่อนพรรคอื่น คือจะใช้กลไกของฝ่ายนิติบัญญัติในการผลักดันแก้ปัญหาให้กับประชาชน รวมถึงการยกร่างและการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้การขับเคลื่อนในการแก้ปัญหามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน ทั่วทั้งประเทศที่จำเป็นต้องมีการสังคายนากฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด” นายราเมศกล่าว

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคเหนือ น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ รักษาการกรรมการบริหารพรรค ให้การต้อนรับผู้บริหารและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล เจ้าหน้าที่ ผู้นำท้องถิ่น ต.สะเนียน อ.เมือง จ.น่าน ที่มาให้กำลังใจ นายชวน และพรรคประชาธิปัตย์ ให้สู้และยืนเคียงข้างประชาชนตลอดไป

นายชวนกล่าวขอบคุณที่มาเยี่ยมพรรค และมอบต้นศรีตรัง 1 ต้น ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะเนียน เป็นที่ระลึกเพื่อ นำไปปลูกที่จ.น่าน ด้วย

‘สาธิต’ยื่นหนังสือจี้ลงโทษงูเห่า

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคกลาง พร้อมด้วย น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ รักษาการกรรมการบริหารพรรค นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอให้ลงโทษนายเดชอิศม์ ขาวทอง และนายชัยชนะ เดชเดโช รวมถึง สส.ของพรรครวมทั้งสิ้น 16 คนที่โหวตเห็นชอบนายเศรษฐา เป็นนายกฯ ซึ่งสวนมติพรรคที่ให้งดออกเสียง ซึ่งเจตนาของ สส.ทั้งหมดในการ แหกมติเป็นการส่อให้เห็นว่าอยากร่วมรัฐบาลแม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ได้มีมติให้เข้าร่วม

การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำโดยเจตนาไม่สุจริต จงใจกระทำการฝ่าฝืนกับข้อบังคับพรรคด้วยการฝ่าฝืนมติของกก.บห.และที่ประชุม สส. อีกทั้งเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์กับพรรค ทำให้เกิดการแตกแยกสามัคคีภายในพรรค และทำให้พรรคที่มีอุดมการณ์มั่นคงมาเป็นระยะเวลาเนิ่นนานนั้นได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง เสื่อมศรัทธาและคะแนนนิยมของประชาชน ทำให้พรรคได้รับความเสียหายร้ายแรงอย่างชัดเจน

จึงเป็นการกระทำความผิดข้อบังคับข้อ 18, 96, 115 และ 124 ขอให้รักษาการหัวหน้าพรรคตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนการกระทำความผิดดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และดำเนินการลงโทษนายเดชอิศม์ และนายชัยชนะ รวมถึง สส.ของพรรครวมทั้งสิ้น 16 คนด้วย

สหรัฐร่วมยินดีนายกฯใหม่

วันเดียวกัน เว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เผยแพร่แถลงการณ์โดยนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศของสหรัฐ มีข้อความว่า สหรัฐอเมริกาขอแสดงความยินดีกับนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ คนใหม่ของประเทศไทย ในปีนี้เราเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 190 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างสหรัฐและไทยซึ่งนับเป็นไมตรีที่เก่าแก่อันดับต้นๆ ที่เรามีกับนานาประเทศทั่วโลก ด้วยการผนึกกำลังกันในฐานะเพื่อนและพันธมิตร สหรัฐและไทยได้เสริมสร้างความมั่งคั่งร่วมกัน ส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาค เผชิญหน้ากับความท้าทายด้านสาธารณสุขระดับโลก และสานสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของเราให้แน่นแฟ้นขึ้น

เราตั้งตารอที่จะได้ทำงานกับนายกฯ เศรษฐา เพื่อต่อยอดจากแถลงการณ์ว่าด้วยความเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและสหรัฐในปีที่ผ่านมา อีกทั้งเสริมสร้างพันธไมตรีอันยืนนานของเราสองประเทศต่อไป เราจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลชุดใหม่ของไทยเพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนค่านิยมที่มีร่วมกัน ตลอดจนสร้างเสริมภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง เชื่อมโยง สงบสุข และเข้มแข็งต่อไป

‘พิธา’ฝากกู้วิกฤตศรัทธา

เมื่อเวลา 13.30 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ขณะลงพื้นที่หาเสียงให้ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมสส.ระยอง เขต 3 ว่า ตนได้โทร.ไปยินดี และยืนยันกับนายเศรษฐา นายกฯ คนใหม่ด้วยตนเอง โดยได้ยินดีกับตำแหน่งนายกฯ คนที่ 30 และยืนยันว่าวิกฤตของบ้านเมืองไม่ใช่แค่วิกฤตเกี่ยวกับเศรษฐกิจและวิกฤตเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และการศึกษาอย่างเดียว แต่เป็นวิกฤตศรัทธาของประชาชนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการได้ฟังเสียงของประชาชนจากการลงพื้นที่ เป็นสิ่งที่ผู้นำคนต่อไปต้องแก้ไข โดยการรวมความคิดของคนในชาติให้กลับมาอยู่เป็นปึกแผ่นเดียวกันได้ และได้ยินนายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ว่า ท่านจะเป็นนายกฯ ของประชาชน ตนก็อวยพรว่าให้ท่านทำได้อย่างนั้นจริงๆ และตราบใดที่นายเศรษฐายังคำนึงอยู่ว่าอำนาจอธิปไตยสูงสุดเป็นของประชาชน แล้วทำหน้าที่โดยไม่ได้ใช้อำนาจอย่างเด็ดขาด แต่ฟังเสียงของประชาชน เป็นตัวแทนของประชาชนได้เยอะๆ เชื่อว่า นายเศรษฐาจะทำได้

ส่วนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจากการจับขั้วหลายขั้วของพรรคการเมือง คิดว่าการทำงานน่าจะยากเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่เคยพูดคุยกับนายเศรษฐาในเวทีดีเบต พูดถึงการสมรสเท่าเทียม และสุราก้าวหน้า หวังว่าจะผลักดันได้จริงๆ หรือไม่ หวังว่าวิกฤตที่ประเทศได้รับผลกระทบจะได้รับการแก้ไข และจะได้กู้วิกฤตศรัทธากลับมาสู่การเมืองไทย

ถึงแม้พรรคก้าวไกลจะเป็นฝ่ายค้าน ก็เป็นฝ่ายค้านเชิงรุกที่ยังมีหลายนโยบายที่สามารถผลักดันได้เพื่อให้ผลประโยชน์อยู่กับประชาชน ยืนยันว่าการเป็นฝ่ายค้าน คอยตรวจสอบเพื่อให้รัฐบาลทำงานเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม และปราบการคอร์รัปชั่นให้ได้มากที่สุด ส่วนกรณีที่มีการจดพรรคการเมืองในชื่อ พรรคอนาคตไกล ไม่รู้จัก และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคก้าวไกล เพิ่งได้ยินจากสื่อเช่นกัน

ขอเสียง – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขึ้นรถแห่หาเสียงช่วย นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล ในพื้นที่ ต.บ้านนา อ.แกลง จ.ระยอง เมื่อวันที่ 25 ส.ค.

ไม่ขอเป็นผู้นำฝ่ายค้าน

“ผมไม่คิดว่าประชาชนเลือกผมมาเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ฉะนั้นคิดว่าไม่ได้เป็นตำแหน่งที่เราต้องการ เราจะต้องเตรียมตัวเพื่อให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป น่าจะเป็นในมุมมองนั้นมากกว่า จะเป็นบทบาทของพรรคก้าวไกล และบทบาทของผมในฐานะผู้นำพรรค” นายพิธากล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนระหว่างตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 1 และตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านจะเลือกอะไร นายพิธากล่าวว่า ตนไม่ได้ต้องการตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ต่อข้อถามว่านายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 ก็ไม่ต้องลาออกใช่หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ตนคิดว่าอย่างนั้น เพราะนายปดิพัทธ์พยายามทำงานอย่างเต็มที่และสร้างสรรค์ ตนไม่ค่อยได้มีโอกาสพูดคุยกันจึงต้องขอส่งกำลังใจไปให้ด้วยในการทำหน้าที่ ที่ตัวเนื้อหา กฎหมาย ญัตติ และกระทู้ที่ยังทำไม่ได้ในตอนนี้ อยากจะให้เน้นเกี่ยวกับสารัตถะของการเป็นรองประธานสภาที่ดี

สำหรับตน เวลาลงพื้นที่ประชาชนบอกว่าอย่าเสียใจนะ ตนพูดได้เต็มปากเต็มคำ ตนภูมิใจมากกับสิ่งที่เราได้ทำด้วยกัน ตอนเริ่มทำแคมเปญก็บอกแค่ 30 เสียง ตอนนี้โตมา 5 เท่าเป็น 150 เสียง ฉะนั้นไม่มีอะไรให้เสียใจ มีแต่เรื่องที่จะต้องภูมิใจกับสิ่งที่เรียนรู้มา และตนรู้สึกว่า ตนเองเป็นนักการเมืองที่ดีขึ้นมาก ตอนนี้เป็นพิธา เวอร์ชั่น 2 ที่รู้จักรับฟัง มีวุฒิภาวะ และเข้าใจในการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนต้องทำอย่างไรบ้างตนรู้สึกภูมิใจในการเดินทางของพรรคก้าวไกลเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีความเสียใจเลยแม้แต่นิดเดียว

‘วิษณุ’แจงจะตกไปที่ปชป.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายปดิพัทธ์ ไม่ลาออกรองประธานสภาจะทำให้ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านตกไปที่พรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ว่า ต้องตกไปที่พรรคประชาธิปัตย์ เพราะถือเป็นพรรคที่มีเสียงมากที่สุดในฝ่ายค้าน การเลือกผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้เอาเสียงมากอย่างเดียว แต่ต้องไม่มีตำแหน่งเป็นรองประธานสภาด้วย หากไม่ออก จะตกไปที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยอัตโนมัติ โดยหัวหน้าพรรคจะต้องเป็นสส.ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่ารองประธานสภาจากพรรคก้าวไกล จะต้องลาออกหรือไม่ หากต้องการตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน นายวิษณุกล่าวว่า ความจริงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ไม่มีอำนาจบารมีเท่าไร แต่จะมีความสำคัญอยู่บ้างในบางเรื่อง เช่น การขอเปิดอภิปรายอะไรบางอย่างที่จะได้พูดเป็นคนแรก แต่ที่สำคัญคือจะอยู่ในองค์ประกอบการสรรหาองค์กรอิสระหลายองค์กร ถ้าไม่มีผู้นำฝ่ายค้าน จะขาดไป 1 เสียง

ต่อข้อถามว่าหากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในอนาคตไม่ได้เป็นสส.จะทำอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า เป็นผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้ ดังนั้นไม่ต้องมีผู้นำฝ่ายค้าน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย เมื่อถามว่าหากไม่มีผู้นำฝ่ายค้าน ความร่วมมือทำงานของคณะกรรมการประสานงาน(วิป) 3 ฝ่าย จะทำอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า จะออกมาเป็นฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายที่ไม่เป็นรัฐบาล แต่ก็คือฝ่ายค้าน และอีกฝ่ายคือสว.

เชื่อรัฐบาล 314 เสียงแกร่ง

นายวิษณุกล่าวถึงหน้าตาของรัฐบาลชุดใหม่ เพราะก่อนหน้านั้นเคยเตือนสนิมเกิดแต่เนื้อในช่วงที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งรัฐบาลว่า สมัยก่อนพูดถึงเรือแป๊ะ แต่ ปี 2562 พูดถึงเรื่องเหล็ก ที่มีความแน่นหนา มั่นคง ถาวร และรัฐบาลชุดนี้มีความมั่นคงแน่นหนาถาวรอยู่ได้ครบ 4 ปี แต่คำว่า สนิมเหล็ก เกิดจากเนื้อในเหล็ก ไม่ได้เกิดจากภายนอก เราจึงเห็นว่าความแตกแยกระหว่างคนในรัฐบาลจนออกมาเป็นพรรคพลังประชารัฐที่แยกมาเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ นั่นก็เป็นสนิมเหล็ก และยังมีสนิมอื่นอีกหลายสนิม สนิมแรกเกิดตั้งแต่ตอนต้น ที่ฝ่ายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้โควตาคุมเศรษฐกิจ ตามที่หวังไว้ ก็ค่อยๆ เป็นสนิมเล็กๆเป็นแผลมาตลอด แต่หมดไปเมื่อนายสมคิดพ้นจากตำแหน่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินรัฐบาลใหม่ที่กำลังจัดตั้งอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่เห็นหน้าตา แต่การที่นายเศรษฐาได้คะแนนเสียงในสภามาก น่าเชื่อว่าจะเป็นรัฐบาลที่แข็งแกร่ง ตนเคยพูดว่าที่พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล รวมกันแข็งแกร่งยิ่งกว่าเรือเหล็ก มาบัดนี้พรรคก้าวไกลออกไป แต่พรรคเพื่อไทยได้พรรคอื่นมาร่วมรัฐบาล จนได้ 314 เสียง มั่นคงแน่นอน การที่มีพรรคสนับสนุน 11 พรรค อยู่ในรัฐบาล 6 พรรค โอกาสที่จะกระทบกระแทกกันเป็นเรื่องธรรมดา และก่อนหน้ามาเป็นรัฐบาลก็เคย ขัดแย้งกันมาก่อน ถ้าเรารับหลักการที่ว่าก้าวข้ามขั้ว สลายความขัดแย้ง ก็ดีทั้งในรัฐบาลและประเทศ แต่จะทำได้หรือเปล่า ตนไม่ทราบ

ต่อข้อถามว่า หากสลายสีเสื้อแล้วแสดงว่าจะไม่เกิดสนิมเนื้อในอีกใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เขาพูดว่าจะสลาย แต่จะทำได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เชื่อว่าถ้าทุกคนตั้งใจพยายามประคับประคอง ก็ไปได้

ชี้นิมิตหมายดี 2 นายกฯพบกัน

ผู้สื่อข่าวถามถึงการพบกับระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และนายเศรษฐา ถือเป็นเรื่องประวัติศาสตร์หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า อย่าให้ถึงขั้นเป็นประวัติศาสตร์ แต่หมายความว่าเป็นเหตุการณ์ที่แปลกและเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่จริงนายกฯ ในอดีตหลายคนพยายามที่จะทำอย่างเดียวกันทุกสมัย แต่ทำไม่ได้ เพราะไม่สะดวกหรือบางทีก็เคอะเขินกัน

“การที่เคยหาเสียงแข่งกัน วันนี้พอถึงเวลาฝ่ายค้าน มาเป็นรัฐบาล อาจจะ ยังเคอะเขินด้วยกันทั้งสองฝ่าย ก็พยายาม จะให้ทำกันอยู่ แต่ไม่ใช่เป็นเรื่องของประวัติศาสตร์อะไร จะทำหรือไม่ทำก็ได้ ถ้าทำก็เป็นนิมิตหมายที่ดี ข้าราชการทั้งหลายจะได้สงบสบายอกสบายใจ จริงๆ นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มีอะไรหรอก ท่านก็ยินดี” นายวิษณุกล่าว

นายวิษณุกล่าวว่า สำหรับตนเริ่มทยอยเก็บของจากห้องทำงานตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบ ไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่หมด และคงเก็บอีกหลายรอบ ผู้สื่อข่าวถามว่าภารกิจหลังจากพ้นรองนายกรัฐมนตรีไปแล้ว นายวิษณุกล่าวว่า 1.อยู่บ้านพักผ่อน 2.เล่นกับหลานด้วยความสุขมาก ก่อนหน้านี้เคยเว้นมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นยังไม่มีความสุขมาก เพราะไม่มีหลาน 3.เขียนหนังสือและสอนหนังสือ 4.อาจเป็นประธานหรือคณะกรรมการในบริษัทต่างๆ ที่พอจะมีรายได้บ้าง แต่ยังทำหน้าที่ในคณะกรรมการกฤษฎีกา และราชบัณฑิต ส่วนงานทางการเมืองไม่มีอะไรทำ ถือว่าจบแล้ว และตนคิดแบบนี้มาตั้งแต่ปี 2549 แต่อีก 8 ปีต่อมาก็มีเหตุได้กลับมาอีก แต่ครั้งนี้หวังว่าไม่มีแล้วเพราะมีปัญหาสุขภาพแทรกเข้ามา ถ้าใครมาชวนไปจะเปิดพุงให้ดู

เมื่อถามว่าถือว่าปิดประตูทางการเมืองแล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “ใช่ครับ จะให้ผมไปสาบานที่ไหน ตอนนี้มีแต่เปิดพุงโชว์ ยอมรับว่ามีคนมาพูดทีเล่นทีจริงแต่เป็นคนไม่มีอำนาจ และผมก็เปิดพุงโชว์ไปแล้ว”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน