นายกควงรมต.‘ธรรมนัส-ไผ่’ลุยแก้ประมง!ยันตค.นี้ได้แน่พักหนี้-ฟรีวีซ่า
ทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม.เศรษฐา 1 เล็งแถลงนโยบาย 8 ก.ย. นายกฯ เศรษฐาเตรียมเข้าทำเนียบหลังถวายสัตย์ มั่นใจเดือนต.ค.นี้ พักหนี้ทั้งเกษตรกร-ประชาชนได้เลย ฟรีวีซ่าด้วย ควง รมต. ‘ธรรมนัส-ไผ่-มนพร’ลุยแม่กลอง ถกกลุ่มประมงแก้ปมไอยูยู เร่งเพิ่มรายได้ เอสเอ็มอี-ขึ้นค่าแรงให้ทันปีใหม่ เผย เตรียมคุย สส.เพื่อไทยล้อมคอกสภาล่ม อวยพร‘บิ๊กตู่’เที่ยว ตปท.ให้สนุก ‘วิษณุ’ ยันหาก รมต.ใหม่ถูกร้องบกพร่องจริยธรรมเจ้าตัวต้องรับผิดชอบเอง ‘บิ๊กป้อม’บอกแฮปปี้หลังประกาศวางมือการเมือง ลูกพรรคยัน พปชร.รักกันดี
ทูลเกล้าฯ รายชื่อครม.ใหม่
เมื่อวันที่ 1 ก.ย. เวลา 16.00 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า เวลา 17.30 น. วันเดียวกันนี้มีนัดกับเลขาธิการครม.และนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ว่าที่เลขาธิการนายกฯ เพื่อเซ็นลงนามรายชื่อครม.ชุดใหม่ และสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้เลย หลังจากนั้นต้องรอว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อไร และจะโปรดให้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์เมื่อไร อย่างไรก็ตาม ไม่อยากจะก้าวล่วงเพราะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ส่วนเราเตรียมพร้อมรอ
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ส่งทีมงานไปเตรียมความพร้อมห้องทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้าแล้วหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “ยังครับ แต่ยอมรับว่ามีแนวคิดที่จะทำห้องไว้สำหรับพักผ่อนเมื่อทำงานหนัก แต่ต้องดูความเหมาะสม” เมื่อถามว่าหากทุกอย่างเรียบร้อยสามารถเข้าทำเนียบรัฐบาลได้เลยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องถวายสัตย์ก่อน ขอให้ใจเย็นนิดนึง ตอนนี้ยังทำงานได้ โดยวันที่ 2 ก.ย. มีนัดพบวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างช่วงบ่าย
‘วิษณุ’การันตีคุณสมบัติฉลุย
เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีมีใครไม่ผ่านบ้างหรือไม่ว่า เท่าที่ตรวจสอบ ขณะนี้ได้รับรายงานว่าไม่มีใครมีปัญหา เพียงแต่กำลังขอหลักฐานยืนยันให้ชัดเจนเท่านั้น บางอย่างหลักฐานไม่ได้มีที่เรา อยู่ที่เจ้าตัวหรืออยู่ที่หน่วยงาน เช่น กระทรวงพาณิชย์สำหรับตรวจสอบในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อันดับแรกรัฐมนตรีจะต้องกรอกประวัติแล้วเซ็นชื่อรับผิดชอบ หากมีอะไรขึ้นมาตัวเองต้อง รับผิดชอบ ฉะนั้นเคยติดคุกหรือไม่เราไม่รู้ เบื้องต้นเขาต้องเซ็นมา พอได้มา เราจึงเช็ก กลับไปยังหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
อย่างกรณีบกพร่องทางคุณธรรม จริยธรรม ไม่มีหน่วยงานไหนให้เช็กได้ เป็นนามธรรม แต่เจ้าตัวเซ็นรับรองว่าข้าพเจ้าไม่ได้เป็นผู้ประพฤติบกพร่องในทางศีลธรรม ก็ต้องวางใจ หลังจากนั้นมีปัญหาอะไรก็ไปถอดถอนกัน เพราะเราไม่รู้จะไปถามที่ไหน ถามวัดก็ไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้ แต่อย่างอื่นสามารถเช็กกับตำรวจได้ แม้กระทั่งบางอย่างเช็กจากกรมคุมประพฤติได้ว่าอยู่ระหว่างควบคุมความประพฤติหรือไม่ รอลงอาญาหรือเปล่า เป็นต้น ต่อข้อถามว่า ถ้าตรวจสอบคุณสมบัติแล้วไปพบปัญหาภายหลังใครต้องรับผิดชอบ นายวิษณุกล่าวว่า เจ้าตัวต้องรับผิดชอบ และหากใครสงสัยไปร้องตามช่องทางและขั้นตอนที่มี
เวลา 14.09 น. นายวิษณุให้สัมภาษณ์ถึงการนำรายชื่อครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ว่า จากที่นายกฯ คนใหม่ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 31 ส.ค. เรื่องปัญหารัฐมนตรีใหม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ท่านได้สอบถามไปทางคณะกรรมการกฤษฎีกา ตนให้สัมภาษณ์ไปว่ารอตรวจสอบก่อน และเรารู้แล้วว่าเป็นยังไง แต่ขอหลักฐานยืนยันบางอย่าง คือหลักฐานจากกฤษฎีกา ซึ่งทางกฤษฎีกาคงตอบกลับมาวันนี้ แต่ตอนนี้ยังไม่ตอบกลับมา เมื่อถามว่าเวลานี้ยังไม่ทูลเกล้าฯ ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ยัง นาทีนี้ยัง”
คาดไม่พลิกโผ.-ตัวตึงมาครบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครม.เศรษฐา 1 ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย(พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายพิชิต ชื่นบาน รมต.ประจำสำนักนายกฯ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม
น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์
พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์
พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข นายไผ่ ลิกค์ รมช.พาณิชย์
พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์
พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พรรคประชาชาติ(ปช.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม
เล็งแถลงนโยบาย 8 ก.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งครม.ชุดใหม่แล้ว คาดว่าสัปดาห์หน้านายเศรษฐาจะนำครม.เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน จากนั้นเป็นการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ซึ่งแกนนำพรรคเพื่อไทยวางไทม์ไลน์แถลงนโยบายวันที่ 8 ก.ย. ส่วนกำหนดประชุมครม.นัดแรกคือวันที่ 12 ก.ย.
นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงถึงขั้นตอนการแถลงนโยบายรัฐบาลว่า ยังต้องรอความพร้อมของครม.ชุดใหม่ก่อนว่า จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อใด และต้องรอให้นายกฯ นำครม. ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก่อนปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงนายกฯ ยังต้องประสานไปยังกระทรวงต่างๆ เพื่อกำหนดนโยบาย และเตรียมข้อมูล เพื่อบรรจุไว้ในนโยบายของรัฐบาล ที่จะแถลงต่อรัฐสภา
หากนายกฯ และครม.มีความพร้อม เมื่อใด จะแจ้งมายังประธานรัฐสภา และประธานรัฐสภาพร้อมทำหนังสือแจ้ง สส.-สว. เพื่อนัดประชุมร่วมรัฐสภาทันที ส่วนความเป็นไปได้ที่จะแถลงนโยบายรัฐบาลในวันที่ 8 ก.ย.นี้ นายคัมภีร์กล่าวว่า คงเป็นการประเมินคร่าวๆ
‘พิชิต’ไม่รับตำแหน่งรมต.
นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาพรรค เพื่อไทย ได้เผยช่วงค่ำวันเดียวกันว่า “ตามที่มีกระแส รวมถึงข้อกังขาเรื่องคุณสมบัติของผมในการดำรง ตำแหน่งรมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ผมขอยืนยันว่าคุณสมบัติผมครบถ้วนถูกต้องทุกประการ ไม่ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามใดๆ ทั้งสิ้น แต่เพื่อให้ประเทศชาติและรัฐบาลเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้โดยเร็ว เนื่องจากยังมีอีกหลายเรื่องที่เป็นเรื่องเร่งด่วน ผมจึงขอไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ผมต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยที่ให้โอกาส และเห็นความสำคัญของผมมาโดยตลอด”
‘เศรษฐา’จ่อคุยสส.แก้สภาล่ม
เมื่อเวลา 08.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการร่างนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภาตอนนี้เรียบร้อยแล้วหรือยังว่า ยังเหลืออีกนิด วันเดียวกันนี้จะพูดคุยกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งน่าจะจบได้ด้วยดี ส่วนกรณีสภาล่มเมื่อวันที่ 31 ส.ค. พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำเสียงข้างมากจะกำชับพรรคร่วมในการให้ความสำคัญกับสภาหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ความรับผิดชอบต่อสภาเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการประชุม สส.พรรคเพื่อไทยสัปดาห์หน้า จะพูดคุยเรื่องนี้กัน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ควรเกิด
ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯจะไปตอบกระทู้ถามสดด้วยตัวเองหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องดูว่าติดภารกิจอะไรหรือไม่ เพราะอยู่ฝ่ายบริหาร แต่ต้องมีความรับผิดชอบต่อฝ่ายนิติบัญญัติด้วย หากฝ่ายนิติบัญญัติมีข้อกังวลหรือข้อเป็นห่วง เป็นหน้าที่ของนายกฯ ที่ต้องเข้าไปตอบ หรือมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยตอบ
ส่วนกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่อำลาตำแหน่งแต่ต้องรักษาการจนกว่าครม. ชุดใหม่จะถวายสัตย์ปฏิญาณ มีอะไรฝากหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า วันที่ตนไปพบพล.อ.ประยุทธ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ วันที่ 24 ส.ค. ได้ถามว่าท่านจะไปทำอะไร เพราะเข้าใจว่าท่านชอบตีกอล์ฟ ซึ่งตนได้แนะนำว่าท่านควรไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง ท่านได้บอกว่าลูกสาวของท่านทั้งสองคนไปเที่ยวต่างประเทศก็สนุกดี ตนจึงบอกให้ท่านลองให้ลูกสาวพาไปเที่ยวต่างประเทศ ขอให้รักษาสุขภาพให้ดี ไปเที่ยวต่างประเทศขอให้สนุก
ตุลาฯพักหนี้เกษตรกร-ปชช.-ตร.
นายเศรษฐากล่าวถึงความคืบหน้าการลดค่าไฟว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ตนได้โทร.ไปหาว่าที่ รมว.พลังงาน วันเดียวกันนี้จะหารือกันอีกครั้ง โดยนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานนโยบายพรรคเพื่อไทยและว่าที่เลขาธิการนายกฯ จะรับผิดชอบเรื่องนี้ ขอให้รออีกนิด เข้าใจว่าอยากรู้ว่าจำนวนเงินเท่าไหร่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการการพูดคุยถึงเรื่องงบประมาณ ซึ่งเมื่อ 31 ส.ค.ประธานสภาอุตสาหกรรม ได้แสดงความกังวลเรื่องลดค่าใช้จ่าย ผู้ประกอบการ ทั้งค่าไฟ ค่าพลังงาน แน่นอนว่าเราให้ความสำคัญสูงสุด และชี้แจงแล้วว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการพักหนี้เกษตรกร หลังจากได้คุยกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นนโยบายเร่งด่วนของพรรคเพื่อไทย แต่ต้องดู รายละเอียดว่าจะใช้จำนวนเงินเท่าไร และจะเป็นการพักทั้งต้นและดอก หลักการ เพื่อให้เกษตรกรมีเวลาไปฟื้นฟู ไปทำมาหากิน ไม่ใช่ต้องมาพะวงหน้าพะวงหลังเรื่องหนี้สิน เบื้องต้นประมาณเดือน ต.ค.นี้สามารถทำได้ ตอนนี้ได้ให้กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ธ.ก.ส. ไปดูเรื่องการอนุมัติ และประสานกับกระทรวงการคลังด้วย
เราจะไม่ดูเรื่องหนี้สินแค่เกษตรกร แต่จะดูแลเรื่องหนี้สินของประชาชน รวมถึงตำรวจ และหนี้สินในช่วงที่ประสบกับภัยพิบัติโควิด-19 จะดูแลให้ครบทุกภาคส่วน การพักหนี้ชั่วคราวเป็นแค่การแบ่งเบาความทุกข์ ฟื้นฟูจิตใจ แต่เหนือสิ่งอื่นใด การเพิ่มรายได้ก็เป็นเรื่องสำคัญ ฉะนั้น นโยบายของพรรคเพื่อไทยได้มีการคุยกันถึงการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำ
เร่งเครื่องฟรีวีซ่า 1 ตุลาฯ
ต่อข้อถามว่าสมาคมไทยธุรกิจการ ท่องเที่ยว ตั้งคำถามว่าการฟรีวีซ่าที่นายกฯ พูดหมายถึงอะไร นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องขอประทานโทษด้วยที่ตนพูดไม่ชัดเจน การฟรีวีซ่าไม่ได้หมายถึงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม แต่วีซ่าฟรีหมายถึงไม่ต้องขอวีซ่า หากไม่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศจะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่า จะเป็นการยกเว้นขอวีซ่าชั่วคราวในช่วงที่เป็นไฮซีซั่น ซึ่งไม่ใช่แค่กระทรวงการต่างประเทศที่ดูแลเรื่องนี้ แต่ตนได้ดูเรื่องความมั่นคง และคุยกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) ด้วย นอกจากนี้ยังมีการคุยกันหลายเรื่อง และเห็นชอบในหลักการ รวมทั้งได้พูดคุยกับว่าที่รมว.มหาดไทยด้วย ท่านบอกว่า เห็นด้วยที่จะช่วยกันผลักดันนโยบายนี้ ให้เกิดขึ้นได้ หวังว่าจะทำได้ภายใน 1 ต.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องการพัฒนากีฬาในประเทศ จะเดินหน้าอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อยู่ในการกำกับการดูแลของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิมา หลายท่าน พบปะพูดคุยกัน การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ยังมีเรื่องของกองทุนพัฒนากีฬา เข้าใจว่าอีกไม่กี่เดือนจะเข้าสู่ช่วงเอเชียนเกมส์แล้ว หลายสมาคมยังไม่ได้รับเงินอุดหนุน ค้างกันมาเป็นหลายล้าน ตรงนี้ฝากผู้ที่ดูแลด้านกองทุนพัฒนากีฬาด้วยว่าหากสามารถจ่ายเงินออกมาได้ก็เป็นขวัญกำลังใจให้กับนักกีฬา ที่จะไปแข่งขัน ในเอเชียนเกมส์ที่ใกล้เข้ามา เพื่อเป็นเกียรติประวัติให้กับประเทศชาติ เท่าที่ฟังมามีหลายสมาคมที่เดือดร้อน
เมื่อถามว่ากกท.ถูกตัดงบ 150 ล้านบาทจะกระทบการจัดงานโมโตจีพีหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตรงนี้น่าเป็นห่วง แต่ต้องมาดูก่อนว่า 150 ล้านบาทที่ตัดไป เอาไปทำอะไร มีทางไหนหรือไม่ที่จะคงไว้ซึ่งกิจกรรมต่างๆ
ควง‘ธรรมนัส-ไผ่’ลุยแม่กลอง
เมื่อเวลา 10.15 น. ที่ท่าเทียบเรือ โรงน้ำแข็งสิริไพโรจน์ ต.แหลมใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม นายเศรษฐา พร้อมด้วยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าที่รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายไผ่ ลิกค์ ว่าที่รมช.พาณิชย์ นางมนพร เจริญศรี ว่าที่รมช.คมนาคม มารับฟังปัญหาจากตัวแทนชาวประมงในพื้นที่ ที่ได้รับถึง ผลกระทบจากประกาศของการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) และแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง โดยมีนายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม และคณะต้อนรับ
นายเศรษฐากล่าวทักทายประชาชนที่มาต้อนรับว่า วันนี้ตนมาในอีกสถานะหนึ่ง ตอนมาหาเสียงเลือกตั้ง ได้มาพูดคุยเรื่องการประมงที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ก่อนมีไอยูยูไทยส่งออกสินค้าด้านการประมง 3.5 แสนล้านบาท แต่ตอนนี้เรา นำเข้า 1.5 แสนล้านบาท ทำให้เราเสียหายจำนวนมาก วันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล มั่นใจว่าที่รัฐมนตรีที่มาด้วยกันวันนี้มีความสามารถ มีความรู้ ทำงานเรื่องการประมงมานาน เราต้องการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ ทั้งกฎหมายภายในและการเจรจาระหว่างประเทศควบคู่กันไป
จากนั้นตัวแทนกลุ่มประมงได้สะท้อนปัญหาการทำประมง เช่น ขอให้แก้กฎหมายต่างๆ ที่เป็นปัญหาต่อการทำประมง 13 ฉบับ ที่จะทำให้การประมงสามารถขับเคลื่อนได้ และขอให้การบังคับใช้แรงงานต่างด้าวในภาคประมงเหมือนกับแรงงานต่างด้าวที่ทำงานบนฝั่งที่ภาคประมงจะใช้เวลานาน รวมถึงเสนอว่าการขึ้นค่าแรงที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ขอให้ทำทีละขั้นไม่ให้ภาคธุรกิจสะดุด
นายเศรษฐากล่าวว่า ได้เห็นถึงความลำบากและปัญหา ตั้งแต่ตนรับสนองพระบรมราชโองการมาไปดูเรื่องการ ท่องเที่ยว การแก้ปัญหาหนี้สิน และเรื่องที่สามคือประมง เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญสูงสุด เรื่องปัญหาแรงงาน จะแก้ปัญหาให้เอกสารอยู่ในวันสต๊อปช็อปได้ จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาให้ ร.อ.ธรรมนัสเป็นหัวหน้า และเชิญผู้เกี่ยวข้องมาพูดคุย ขอให้มั่นใจรัฐบาลเพื่อไทยอะไรทำได้จะทยอยทำไปก่อน เพื่อให้ท่านลืมตาอ้าปากได้ เรื่องใหญ่ๆ เช่น น่านน้ำที่อินโดนีเซีย มีทรัพยากรเยอะมาก แต่ไม่มีความสามารถในการจับสัตว์น้ำ เราจะเดินหน้าเต็มที่ในการเปิดประตูการค้า เขามีทรัพยากร เรามีความรู้ทางการทำประมง ถ้ามาร่วมกันได้ แบ่งปันผลประโยชน์ก็น่าจะลงตัวและเดินหน้าด้วยกันได้

ช่วยประมง – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ พร้อมด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯและรมต.ที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปพบผู้ประกอบการประมง หาแนวทางแก้ปัญหาความเดือดร้อน ที่ท่าเทียบเรือโรงน้ำแข็งศิริไพโรจน์ จ.สมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 1 ก.ย.
แก้ประมง-เล็งขึ้นค่าแรงปีใหม่
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์กรณีการจัดการวันสต๊อปช็อปรูปแบบจะเป็นอย่างไรว่า ต้องให้คณะทำงานดูก่อน วันนี้มาดูแล้วเห็นปัญหาว่าแรงงานที่จะทำงานต้องมีเอกสารจำนวนมาก มีหลายกระทรวงเข้ามาเกี่ยวข้อง หากเอกสารขาดก็เห็นใจ อีกทั้งเอกสารต่างๆ ยังเป็นกระดาษ อยากให้เข้าระบบออนไลน์ทั้งหมดเพื่อความสะดวก และในแง่การตรวจจะดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ระบุให้ ร.อ.ธรรมนัส เป็นผู้ดูแลเรื่องประมง รวมถึงเรื่องเกษตรทั้งหมดหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ต้องดูทั้งหมดด้วย ต่อข้อถามว่าเท่าที่รับฟังปัญหาอะไรทำได้ทันที นายเศรษฐากล่าวว่า ขอพิจารณา อะไรที่เกี่ยวกับกฎกระทรวง ทบวง กรม หรือเข้าครม. และต้องเจรจาการค้าระหว่างประเทศอาจจะนานหน่อย เช่น เรื่องวิทยุมดขาวมดดำ ที่เพิ่งมีการบังคับใช้ในระยะหลังทั้งที่เรามีการสื่อสารทางวิทยุกันอยู่แล้ว เมื่อถามถึง พ.ร.บ.บริหารจัดการแรงงานต่างด้าว มาตรา 14 ที่เป็นปัญหาสำหรับแรงงานต่างด้าว จะแก้ได้ทันทีหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องศึกษาร่วมกับกระทรวงแรงงานด้วย เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ต้องพูดคุยกันทุกฝ่าย
ต่อข้อถามว่าที่มุ่งปัญหาประมงเพราะ 8-9 ปีทำให้ประเทศติดหล่มใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ประเทศเสียรายได้เป็นจำนวนปีละ 5 แสนล้านบาท ผ่านมากี่ปีแล้วเป็นเงินเท่าไหร่ เราต้องมาแก้ไข เดินหน้าดีกว่า อย่ามองเรื่องปัญหาเก่า อย่าไปว่าใครเลยดีกว่า และมั่นใจว่ากฎหมายต่างๆ ที่ผู้ประกอบการประมงเสนอมา สามารถแก้ไขได้ ต้องฝาก ร.อ.ธรรมนัสเป็นผู้รับผิดชอบ
สำหรับเรื่องค่าแรงที่ผู้ประกอบการบอกว่าจะหมุนเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งเรื่องค่าแรงเป็นนโยบายหลักของทุกพรรค การขึ้นค่าแรงต้องระมัดระวังในการขึ้น เพราะเป็นการขึ้นภาระค่าใช้จ่ายของทุกภาคส่วน แต่มีความจำเป็นเพราะค่าครองชีพสูงขึ้น ที่สำคัญคือการเน้นเพิ่ม รายได้ ถ้าเพิ่มรายได้ให้เอสเอ็มอี เขาจะสามารถเพิ่มค่าแรงได้ ซึ่งจะเร่งทำทันที อาจจะช่วงปีใหม่ แต่ต้องคุยกับพรรคร่วมอีกครั้ง เพราะเราทำงานเป็นรัฐบาลที่มีพรรคร่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง นายเศรษฐาและคณะ ได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน เมนูอาหารประกอบด้วย แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย ผัดกะเพราทะเลและปลาทู ทอดหวาน โดยนายเศรษฐาได้ตักอาหารรับประทานด้วยตัวเอง
‘บิ๊กตู่’ยังทำงานจากบ้านพัก
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อำลาข้าราชการประจำทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังคงทำงานในฐานะรัฐบาลรักษาการอยู่ที่บ้านพัก จนกว่าครม.ชุดใหม่จะเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ
ส่วนบรรยากาศในทำเนียบรัฐบาลเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาข้าราชการพลเรือน (ก.พ.ร.) พร้อมมอบหมายให้คณะทำงานนำรถประจำตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ยี่ห้อ Mercedes benz สีดำ ทะเบียน 7กร9301 กรุงเทพมหานคร มาส่งคืน และใช้รถยนต์ส่วนตัว อัลพาร์ด สีขาว 1 ขข 98 กรุงเทพมหานครแทน
‘บิ๊กป้อม’แฮปปี้วางมือการเมือง
เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานเปิดกิจกรรมความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เนื่องในวันน้ำโลก ประจำปี 2566 เมื่อพบกับสื่อมวลชนพล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ห้ามถาม”
เวลา 10.00 น. ขณะกําลังเดินทางกลับ พล.อ.ประวิตรทำท่ารูดซิปปากใส่สื่อมวลชนอีกครั้ง เพื่อปฏิเสธการตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีที่นายเศรษฐาจะชวนไปรับประทานอาหารที่ทำเนียบรัฐบาล ได้ตอบรับเชิญหรือยัง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ถามอยู่นั่น”
เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรแฮปปี้หรือไม่ที่ประกาศวางมือการเมืองและเตรียม ลาออกจากสส.บัญชีรายชื่อ พล.อ.ประวิตร พยักหน้า กล่าวว่า “แฮปปี้สิ ไม่แฮปปี้ ได้ไง” ก่อนจะขึ้นรถเดินทางออกจากโรงแรมรามาการ์เด้นส์ โดยก่อนรถจะออก พล.อ.ประวิตรได้ลดกระจกลงเพื่อโบก มือลาสื่อมวลชนด้วย
ลูกพรรคยันพปชร.รักกันดี
ที่จ.สมุทรสงคราม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และว่าที่รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวกรณีพล.อ.ประวิตร จะลาออกสส.บัญชีรายชื่อว่า วันนี้เรามาเรื่องความเดือดร้อนประชาชน อย่าไปพูดในประเด็นดังกล่าว และตนไม่ทราบเรื่องนี้เพราะยังไม่ได้เจอพล.อ.ประวิตร ดังนั้นอย่าเพิ่งพูดเรื่องการเมืองเลย วันนี้เอาปัญหาพี่น้องชาวประมงก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.ประวิตรจะไม่ลาออกจากหัวหน้าพรรคใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ปฏิเสธตอบคำถาม
ด้านนายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ และว่าที่รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรจะลาออกจากสส. ต้องรอฟังจากตัวพล.อ.ประวิตรเองจะชัดเจนกว่า ผู้สื่อข่าวถามว่ามีสัญญาณมาก่อนหรือไม่ว่าพล.อ.ประวิตรจะลาออกจากสส. นายไผ่กล่าวว่า ถ้าท่านจะลาออกคงเพราะอยากให้คนข้างหลังขึ้นมาทำงานมากกว่า ยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐยังมีกำลังใจดีมากๆ และรักกัน ข่าวที่ออกมาว่ามีการแย่งกัน ยืนยันว่าไม่มีทั้งสิ้น วันนี้เรามีอยู่ 40 เสียง ต้องพยายามทำให้ครั้งหน้ามีมากขึ้นให้ได้ รักกันมากกว่าเดิมเป็นพรรคพลังประชารัฐยุคใหม่
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าพล.อ.ประวิตร งอนที่ไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี นายไผ่กล่าวว่า “ไม่มี” ต่อข้อถามว่าหัวเรือใหญ่ไม่อยู่แบบนี้พรรคจะสั่นคลอนหรือไม่ นายไผ่กล่าวว่า ไม่สั่นคลอน แข็งแรงเหมือนเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.45 น. ที่กระทรวงมหาดไทย(มท.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย อำลาตำแหน่ง โดยสักการะพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำห้องปฏิบัติงาน สักการะพระรูป สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จากนั้นไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช ที่พระตำหนัก วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เพื่อทูลลา แล้วกลับมากระทรวงมหาดไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง โดยมีข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านมหาดไทยมาร่วมแสดงมุทิตาจิตและมอบดอกไม้เพื่ออำลาด้วย ซึ่งพล.อ.อนุพงษ์ ออกจากกระทรวงเวลา 16.39 น.
‘วิษณุ’ขอสื่อเป็นมิตรกับรบ.ใหม่
เมื่อเวลา 14.09 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เดินลงจากห้องทำงานบนตึกบัญชาการ 1 พร้อมกล่าวว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เข้ามาทำงานในทำเนียบรัฐบาลแล้ว เพราะต้องเปิดโอกาสให้รองนายกรัฐมนตรีมาดูสถานที่ก่อน อกเขา อกเรา “เอาไว้เจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการ” ผู้สื่อข่าวถามว่าเหมือนคำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ ที่พูดว่าไม่ได้อยากอยู่นาน แต่สถานการณ์มันพาไป นายวิษณุกล่าวว่า ตอนที่พล.อ.ประยุทธ์ชวนตนมาร่วมรัฐบาล ได้สอบถามไปว่าอยู่นานเท่าไหร่ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าไม่นาน แต่เหตุการณ์จำเป็นทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ต้องอยู่ต่อ ถ้านายกฯ บอกตนว่าต้องอยู่นาน ตนคงไม่เอาด้วย
“สำหรับผมทำงานกับนายกฯ มา 8 คน 12 รัฐบาล เพราะมีนายกฯ บางคนเป็น 2 สมัย ส่วนตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ผมเป็นมาทั้งหมด 13 ปี นานที่สุดในประเทศไทย แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้เป็น นายกฯ เข้ามาทำงานอยู่ในทำเนียบรัฐบาล 32 ปี แก่พอกับพระพรหม บนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนศาลตา ศาลยายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล” นายวิษณุกล่าว
นายวิษณุอวยพรสื่อมวลชนว่า ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ช่วยเป็นมิตรกับรัฐบาลใหม่ เพราะถ้าเรามุ่งไปวิพากษ์วิจารณ์ทั้งที่รัฐบาลยังไม่ได้ทำงานเขาก็หมดกำลังใจ เราต้องให้กำลังใจไปสักพักแล้วค่อยวิจารณ์ และขอให้โชคดี ขอให้แข็งแรง สำหรับคนที่ทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลเหมือนยืนอยู่บนภูเขาทอง ที่ได้เห็นระบบราชการ และได้เห็นการประชุมครม. การตัดสินใจของรัฐบาล บางครั้งรู้ด้วยซ้ำ แต่เปิดเผยไม่ได้ว่าทำไมถึงตัดสินใจอย่างนั้น บางอย่างตนคันปากอยากพูดก็พูดไม่ได้ สื่อได้เห็นเหตุการณ์เหล่านั้นที่ผ่านมา ขอให้เก็บความรู้เหล่านี้ไว้เป็นความทรงจำ เป็นประโยชน์เพื่อถ่ายทอดให้กันต่อไป
‘ชวน-มาร์ค’หาเสียงให้‘บัญญัติ’
เมื่อเวลา 09.00 น. นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตหัวหน้าพรรค และ นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส.ระยอง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียง โดยเดินทางไปที่โรงพยาบาลแกลง จ.ระยอง พบปะประชาชนและพูดคุยให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล ท่ามกลางประชาชนและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
หลังจากนั้นนายชวนและคณะเดินทางไปหมู่บ้านเนินหย่อง เยี่ยมชมการปรุงพิซซ่าเตาถ่าน และพบกับเกษตรกรสวนทุเรียน เพื่อรับฟังปัญหา พร้อมยืนยันจะช่วยผลักดันและแกัปัญหา ต่อมาไปเยี่ยมเจ้าหน้าที่ อสม.ที่ รพ.สต.บ้านเนินหย่อง รพ.สต.บ้านเขาหินแท่น รพ.สต.บ้านเต้าปูนหาย รพ.สต.บ้านคลองคา และ รพ.สต.บ้านวังหว้า และขึ้นรถแห่ไปตามตลาดนัดชุมชน และปราศรัยที่ตลาดนัดกำนันหมู ต.ชำฆ้อ จ.ระยอง
เวลา 13.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รักษาการรองหัวหน้าพรรค พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ นพ.บัญญัติ ในพื้นที่ อ.เขา ชะเมา และ อ.แกลง จ.ระยอง ท่ามกลางฝนตกลงมาเป็นระยะ จากนั้นนายอภิสิทธิ์ นพ.บัญญัติ และคณะ ไปร่วมการแข่งขันฟุตบอลกลางแกลง อ.แกลง เป็นสนามบอลในร่ม โดยร่วมเตะบอลกับนักเรียน ด้วยการดวลจุดโทษ สร้างความฮือฮาให้นักเรียนเป็นอย่างมาก
ต่อมาได้ขึ้นรถแห่หาเสียงในพื้นที่ชุมชนโพธิ์ทอง ชุมชนโพธิ์เงิน อ.แกลง แต่ฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก จนต้องยกเลิกการหาเสียง หลังจากฝนหยุดได้เดินทางไปที่ ต.ชำฆ้อ อ.เขาชะเมา ขึ้นเวทีปราศรัยย่อย ที่ตลาดนัดกำนันหมู ซึ่งมีประชาชนที่ มา จับจ่ายซื้อของในตลาดร่วมรับฟังปราศรัย
นายอภิสิทธิ์กล่าวปราศรัยว่า หมอบัญญัติคือ สส.คุณภาพ ที่พร้อมด้วยความรู้ความสามารถ โดยไม่ต้องกล่าวถึงประวัติ เพราะประชาชนในพื้นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วกับการเป็น สส.ถึง 3 สมัย จึงเหมาะกับสถานการณ์การเมืองที่วุ่นวาย และไม่ปฏิเสธว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็วุ่นวาย จึงขอให้เลือกหมอบัญญัติเป็น สส.เขต 3 จ.ระยอง เพื่อเข้าไปทำงานตรวจสอบรัฐบาล ครั้งที่แล้วแพ้ เพราะสถานการณ์การเมือง แต่ครั้งนี้ขอให้เลือกคนที่มีคุณภาพ เลือกหมอบัญญัติ
หลังใช้เวลาปราศรัยประมาณ 1 ชั่วโมง ได้เดินทางไปยังตลาดเย็นสามย่าน ปราศรัยย่อยบริเวณที่ว่าการอำเภอแกลงเก่า ประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเดินทางกลับ
สำหรับเลือกตั้งซ่อม สส.ระยอง เขต 3 จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 ก.ย.นี้