ค้น4อพาร์ตเมนต์หาหลักฐานจุดทิ้งศพในกทม.พบกระดูกอื้อส่งหมอตรวจจิตคุยรู้เรื่อง-ปกติเพื่อนวัยเด็กแฉ-เหี้ยมตั้งแต่เล็ก
พ่อเหี้ยม-แม่โหด เปิดปากรับสารภาพแล้วฆ่าฝังลูก 5 ศพ ลงมืออำมหิตทั้งทุบตี-ผ้าอุดปาก-ขังในตู้ เด็กๆ ตายทุรน ขณะที่เมีย 3 ร่วมฆ่าลูกในไส้ก็อ้างกลัวถูกผัวตื้บต้องทำตาม ตร.หิ้วส่งหมอบ้านสมเด็จฯ ตรวจจิต แพทย์ยืนยันเป็นปกติทุกประการถามตอบรู้เรื่อง ‘รองนพศิลป์’ ส่งตำรวจพูดคุย 5 ลูกที่รอดตายหาข้อมูลเพิ่มเติม ขุดเจออีกกระดูกมนุษย์กว่า 40 ชิ้น จุดทิ้งศพริมถนนพหลฯ ก.ม.25 เพื่อนวัยเด็กแฉไม่แปลกใจก้าวร้าวตั้งแต่เด็ก ท้าตีท้าต่อยทั้งเพื่อน ยันครู บุพการีก็ไม่เว้น จนถูกพ่อไล่ออกจากบ้านตั้งแต่วัยโจ๋
ตร.คุย 5 ลูกรอดตาย
เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ.) พล.ต.ต. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. ดูแลงานสืบสวน เปิดเผยความคืบหน้าว่า จากการสอบสวนนายส่องศักดิ์ หรือเอ็ม ส่งแสง พ่อโหดสังหารลูกวับ 2 ขวบ ฝังดินที่ จ.กำแพงเพชร และยังพบว่าฆ่าลูกฝังดินอีก 4 ราย รวมเป็น 5 ศพ เบื้องต้นผู้ต้องหาสารภาพว่า ก่อเหตุกับลูกเพียง 3 รายเท่านั้น ส่วนอีก 2 คน ให้การภาคเสธอ้างเด็กป่วยเสียชีวิตเอง
พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนลูกที่เหลืออีก 5 ราย จากการที่ช่วยไว้อยู่โรงพยาบาล 2 ราย ได้มีการคุยผ่านออนไลน์ จ.สงขลา 1 ราย ตรัง 1 ราย และกำแพงเพชร 1 ราย ส่วนจุดเกิดเหตุช่วงปี 55, 57 และ 59 ที่ผู้ต้องหาย้ายถิ่นที่อยู่หลายแห่ง เป็นอพาร์ตเมนต์และแมนชั่น 4 แห่ง เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือเจ้าของห้องผู้พักใหม่ รวบรวมพยานหลักฐานที่หลงเหลืออยู่ ส่วนถัดมาจะมีการตรวจค้นเพิ่มเติมในพื้นที่เขตสายไหม ว่าจะพบเศษกองกระดูกหรือไม่
ส่วนกรณีผู้ต้องหาอ้างรักษาอาการทางจิตมีผลต่อทางคดีหรือไม่นั้น รองผบช.น. กล่าวว่า จากการสอบปากคำพนักงานสอบสวนมีอาการปกติพูดให้การรู้เรื่อง ช่วงเช้าส่งไปพบแพทย์ตรวจสอบพบอาการปกติพูดคุยรู้เรื่อง อาจมีอารมณ์เศร้าเพราะความเครียดหรือกดดัน แต่ตอบคำถามพูดจารู้เรื่อง ไม่มีอาการหลงผิดใดๆ ถามว่าข้อต่อสู้นี้จะเอาไปใช้ในชั้นศาลนั้น ทางพนักงานสอบสวนยืนยัน ไม่น่าจะใช้ได้ ส่วนตัวภรรยาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการซักถาม ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความเกรงกลัวต่อสามีเพราะถูกทำร้ายมีบาดแผลตามร่างกายเช่นกัน ขณะนี้รอผลตรวจดีเอ็นเอศพ 2 ราย พื้นที่สน.บางซื่อ ว่ามีความสัมพันธ์เป็นพ่อแม่ลูกหรือเปล่า ระหว่างน.ส.เจษฎาภรรยาคนที่ 3
ถามว่าภรรยา 2 คน มีใครถูกดำเนินคดีบ้างแล้วนั้น พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า น.ส. สุนัน นาหัวนิล ภรรยาคนที่ 4 ถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุผู้อื่น ถึงแก่ความตาย, ซ่อนเร้นอำพรางศพ ส่วนน.ส.เจษฎาอยู่ระหว่างสอบปากคำให้ละเอียดว่ามีส่วนการดำเนินคดีในขั้นตอนใดบ้าง ตัวเด็กสอบพยานหลักครบถ้วนแล้ว รวมถึงลูกๆ รายอื่นส่งชุดสืบสวนซักถามข้อมูลที่ ต่างจังหวัดแล้ว
ส่งตรวจจิตพ่ออำมหิต
วันเดียวกัน ร.ต.อ.ธนภูมิ ริมฝาย รอง สว.สส. (สอบสวน) สน.บางเขน นำตัว นายส่องศักดิ์ส่งไปที่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา ให้แพทย์ตรวจสอบสภาพจิต เนื่องจากเคยมีประวัติการรักษาอาการป่วยอยู่ที่ดังกล่าวขณะที่ พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน พร้อมเจ้าหน้าที่บก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่พฐ. ตรวจค้นห้องพักชั้น 3 ของอพาร์ตเมนต์ในซอยพหลโยธิน 50 แยก 11 ตามเบาะแสข้อมูลว่า นายส่องศักดิ์ และ น.ส.เจษฎา พักอาศัยอยู่ประมาณ ปี 57-61
จากแนวทางการสืบสวนพบว่า อพาร์ต เมนต์ดังกล่าวเป็นสถานที่ฆาตกรรมเด็กทารกซึ่งเป็นลูกคนที่ 4 และ 5 ของน.ส.เจษฎา

ส่งตรวจจิต – ตำรวจสน.บางเขนคุมตัวนายส่องศักดิ์ ส่งแสง พ่อฆ่าลูกตัวเองฝังดินโบกปูนไปตรวจสภาพจิต และฝากขังศาลอาญา ก่อนส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วนนางสุนัน นาหัวนิล ภรรยา ส่งไปทัณฑสถานหญิงกลาง เมื่อวันที่ 21 ก.ย.
ค้นหาหลักฐานเพิ่ม
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีกชุดนำโดย พ.ต.อ.อัครพล โทยะ ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.ท.เข็มกล้า มั่นพลับ รองผกก.สอบสวน สน.บางเขน ตรวจสอบห้องบนชั้นที่ 3 อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ในซอยพหลโยธิน 65 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่พักของนางสุนัน (สงวนนามสกุล) หลังตรวจค้นเป็นเวลา 45 นาที เจ้าหน้าที่นำวัตถุพยานเป็นกะละมังพลาสติกสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดความสูงประมาณ 10 เซนติเมตร พบร่องรอยเป็นคราบเก่าสีดำ พร้อมขูดหาร่องรอยดีเอ็นเอตามซอกกระเบื้องบนพื้นห้องก่อนนำข้อมูลไปตรวจสอบและรวบรวมในสำนวนคดีต่อไป
เจ้าหน้าที่ยังไปตรวจสอบอพาร์ตเมนต์อีกแห่ง ในซอยพหลโยธิน 69 หลังมีข้อมูลว่านายส่องศักดิ์และน.ส.เจษฎา เคยมาเช่าพักอาศัยในช่วงปี 2556 แต่ปัจจุบันมีเจ้าของคนใหม่ที่มาซื้อเอาไว้เมื่อปี 2559 ปรับปรุง รีโนเวตห้องทั้งหมด และคำให้การของนายส่องศักดิ์และน.ส.เจษฎาไม่ตรงกัน ว่าพักอยู่ที่ห้องหมายเลขอะไร จึงยกเลิกตรวจหา หลักฐานในจุดนี้ไปก่อน เพื่อไปสอบปากคำ ผู้ต้องหาอีกครั้ง หากได้ข้อสรุปก็จะมีการให้ชุดพิสูจน์หลักฐานเข้ามาหาหลักฐานอีกครั้ง
จุดสุดท้ายเป็นแมนชั่น ภายในซอยพหลโยธิน 71 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทมุธานี จากข้อมูลพบนายส่องศักดิ์พักอาศัยอยู่ประมาณช่วงปี 2557 โดยเช่าอยู่กับเพื่อนซึ่งเป็นคนใต้เหมือนกันมีพฤติกรรมปกติ ไม่เคยพบว่ามีพฤติกรรมมีความรุนแรง
เจอโครงกระดูกเพิ่ม
วันเดียวกัน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พร้อม พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร โฆษกกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.สายไหม นำชุดสืบสวนและตำรวจ พฐ.นำรถแบ๊กโฮขุดหน้าดินบนที่ดินริมถนนพหลโยธิน หลักกิโลเมตรที่ 25 ซึ่งเป็นจุดที่ น.ส.เจษฎา ภรรยาคนที่ 3 นำศพทารกมาทิ้งไว้ริมศาลพระภูมิตามคำให้การ
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า จากคำให้การนายส่องศักดิ์และน.ส.เจษฎา ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของตำรวจจนสามารถนำไปสู่การตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในวันนี้ ส่วนกระดูกที่พบในวันนี้ตรงกับข้อมูลที่ได้รับมา แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด เช่นที่อ้างว่า ลูกสาววัย 2 ขวบ เสียชีวิตที่ จ.กำแพงเพชร เพราะมีอาการป่วย แต่รายงานแพทย์แจ้งว่า กะโหลกศีรษะและซี่โครงของเด็กร้าว โดยลูกทั้งหมด 5 คนของ น.ส.เจษฎาอ้างว่าป่วยเสียชีวิต 2 ราย คือที่ จ.กำแพงเพชร และทารกชายที่เสียชีวิตในปี 2559
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนคล้ายกระดูกมนุษย์ 2 ชิ้น ก่อนรวบรวมไปประกอบเป็นหลักฐานทางคดี โดยแบ่งจุดขุดดิน 3 จุด ความยาวประมาณ 39.7 เมตร ความกว้างประมาณ 6 เมตร ขุดลึกลงไปโดยประมาณ 1.5 เมตร โดยจุดที่พบชิ้นส่วนกระดูกคล้ายกระดูกมนุษย์ อยู่จุดที่ 2 หลังจากที่รถแบ๊กโฮขุดดินขึ้นมาพนักงานทำความสะอาดและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูใช้จอบและคราดเกลี่ยผิวดินจนพบชิ้นส่วนดังกล่าว
สำหรับกระดูกที่พบเพิ่มอีกจำนวน 40 ชิ้น เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานแบ่งเป็น 3 กอง โดยกองที่ 1 เป็นกระดูกชิ้นขนาดใหญ่ลักษณะแบน 2 ชิ้น ต้องสงสัยว่าเป็นส่วนของกะโหลกหรือไม่ กองที่ 2 เป็นส่วนที่มีขนาดคล้านท่อนแขน หรือขา จำนวน 4 ชิ้น และกองที่ 3 เป็นชิ้นส่วนกระดูกที่มีขนาดเล็ก พบมากกว่า 30 ชิ้น เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพเก็บไว้เป็น หลักฐานและนำไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอต่อไป
เปิดคำสารภาพฆ่าลูก
รายงานข่าวแจ้งว่า นายส่องศักดิ์พ่ออำมหิตรายนี้ รับสารภาพว่า ลงมือทำร้ายร่างกายจนทำให้เด็กถึงแก่ความตาย ประกอบด้วย 1.ด.ช.ศักดิ์ดา (ไข่ดำ) ลงมือใช้มือตบตีที่ท้อง จำนวน 2-3 ครั้ง ด้วยความแรง ทำให้เกิดการชักและเสียชีวิต ก่อนนำร่างไปทิ้งที่สวนจตุจักร 2.ด.ช.ธีรภาพ (เล็กต้า) ลงมือใช้มือตบตีที่ลำตัวและท้อง จำนวนไม่ต่ำกว่า 6 ครั้ง ด้วยความแรง แต่เด็กยังร้องไม่เลิก จึงนำไปขังไว้ในตู้วางทีวีกระทั่งเสียชีวิต ก่อนนำร่างไปทิ้งที่สวนจตุจักร 3.ด.ญ.เนตรขวัญสุดา (โมเดล) โดยลงมือตีไปที่ท้อง ต่อมาเด็กเริ่มป่วยและเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา จากนั้นนำร่างไปโบกปูนที่ จ.กำแพงเพชร
ในส่วนอีก 2 ราย นั้นสารภาพว่าไม่ได้ลงมือทำร้ายคือ 4.ด.ช.ธนาทรัพย์ เสียชีวิตจากการป่วยออดๆ แอด ๆ และมีแผลจากการเสียดสีกับที่นอนที่บริเวณศีรษะจึงนำร่างไปทิ้งที่ศาลตายาย พื้นที่ สน.สายไหม 5.ด.ช.นัฐพงศ์ เสียชีวิตจากที่บังคับให้น.ส.เจษฎาใช้ผ้าอุดปากจนชัก แล้วนำไปขังไว้ในตู้วางทีวี ก่อนป่วยตายในเวลาต่อมาจึงนำร่างไปทิ้งที่ศาลตายาย พื้นที่ สน.สายไหม
ด้าน น.ส.เจษฎารับสารภาพว่า ใช้ผ้าอุดปากด.ช.นัฐพงศ์ แล้วนำไปขังไว้ในตู้วางทีวี และป่วยเสียชีวิตในเวลาต่อมา แต่ที่ทำไปเพราะกลัวถูกนายส่องศักดิ์ทำร้าย
นอกจากนี้ จากการสอบสวนยังทราบว่านายส่องศักดิ์ทำร้ายน.ส.เจษฎาและลูกสาววัย 12 ปี เป็นประจำ เช่น ใช้ไม้แขวนเสื้อตี จับหัวกดน้ำ ใช้มีดหรือไขควงลนไฟ แล้วเอามาจี้ เอาไฟแช็กลน เป็นต้น สาเหตุการทำร้ายมาจากความหึงหวง หรือขัดใจที่น.ส.เจษฎาไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ส่วนการทำร้ายเด็กๆ อ้างทนเสียงร้องเด็กไม่ได้ เมื่อได้ยินแล้วเกิดอารมณ์โมโห ฉุนเฉียว
รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ให้นายส่องศักดิ์จำลองเหตุการณ์ทุบตีลูกเมีย พบว่าลงมือรุนแรงมาก ส่วนน.ส.เจษฎาที่ยังทนอยู่กับนายส่องศักดิ์เพราะว่าเป็นรักแรก ไม่เคยมองชายอื่น และไม่มีตัวเลือกอื่นๆ จึงจำใจทนอยู่จนถึงปัจจุบัน สาเหตุที่นายส่องศักดิ์ไปมีเมียใหม่คือน.ส.สุนัน เพราะน.ส.เจษฎาไปทำหมันแล้วไม่มีอารมณ์ทางเพศ
ญาติ-เพื่อนแฉเหี้ยมตั้งแต่เด็ก
วันเดียวกันที่ บ้านเกิดของนายส่องศักดิ์ ในพื้นที่ ต.บางกุ้ง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ปิดล็อกประตูแน่นสนิทและไม่พบใครผู้ใดอยู่อาศัย ขณะที่น้าชายของนายส่องศักดิ์ เผยว่า เมื่อช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา นายส่องศักดิ์พาน้องโมเดลลูกสาววัย 2 ขวบ ที่ถูกฆ่าโบกปูนใน จ.กำแพงเพชร กลับมาบ้านด้วย ปกติเวลานายส่องศักดิ์กลับมาบ้านเกิดจะซื้อเหล้าเบียร์กับแกล้มเลี้ยงเพื่อนฝูงและญาติพี่น้อง จังหวะหนึ่งเห็นหลานชายไม่พอใจที่ลูกสาวนั่งร้องไห้อยู่ที่เก้าอี้ เพราะไม่ชอบเสียงเด็กร้องจึงปรี่เข้าไปง้างมือจะตบ ทำให้เด็กหยุดร้องทันที คล้ายกับเด็กกลัวมากจนหวาดผวาไปแล้ว หลานชายยังขู่ลูกอีกว่า ให้นิ่ง ให้เงียบ ไม่เช่นนั้นจะตบให้ตาย
“ที่ผ่านมาเอ็มก็จะทะเลาะกับพ่อบ่อย และเคยใช้มีดแทงล้อรถพ่อ และอีกหลายๆ เรื่อง ถึงขั้นตัดขาดพ่อลูกกัน ส่วนกับเพื่อนๆ หากพูดไม่เข้าหูหรือไม่ถูกใจจะชวนทะเลาะและใช้กำลัง หลังจากเห็นเอ็มเป็นข่าวฆ่าลูก บอกตรงๆ เลยว่าไม่ชอบและรับไม่ได้เลย” น้าชายของพ่ออำมหิตกล่าว
ขณะที่เพื่อนรุ่นพี่ของนายส่องศักดิ์เผยว่า รู้จักและเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก ช่วงเด็กๆ นิสัยดีมาก แต่ประมาณช่วงเรียนแค่ชั้นประถมศึกษา มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับเพื่อนฝูงในโรงเรียนบ่อยครั้งและเยอะมาก และบางครั้งเคยทะเลาะเบาะแว้งกับครูอาจารย์ที่สอนด้วย ท้าเตะ ท้าต่อยกับครูอาจารย์เสมอ และภายหลังจากนายส่องศักดิ์อายุประมาณ 16-17 ปี ไม่ค่อยจะได้ติดต่อกันเท่าไรนัก เพราะถูกพ่อไล่ออกจากบ้านไปอยู่ข้างนอกแล้ว เนื่องจากมีเรื่องทะเลาะกับพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง จนอาศัยอยู่บ้านด้วยกันไม่ได้
“เมื่อมาทราบข่าวว่าเอ็มฆ่าลูก ผมไม่แปลกใจเลย เพราะนิสัยดั้งเดิมของเอ็มเป็นคนก้าวร้าวอยู่แล้ว ยอมรับว่าตอนเด็กเอ็มก้าวร้าวไม่มากเท่าไร แต่มองว่านิสัยพวกนี้จะเพิ่มขึ้นและหนักเรื่อยๆ รุนแรงขึ้นตามอายุ ส่วนประเด็นที่ว่าเอ็มจะไม่ชอบเด็กผู้ชายผู้หญิงนั้นตอนเด็กๆ ไม่มี อาจเป็นหลังจากมีลูกแล้ว และอาจจะไม่สบอารมณ์กับเด็ก แม้แต่พ่อก็เอาเอ็มไม่อยู่ หัวรุนแรง หากโกรธใครจะอาฆาตแค้น ไม่นึกว่าเอ็มจะก่อเหตุเช่นนี้ได้ ปกติมนุษย์และสัตว์เขาไม่ทำกัน จิตเกินคนไปแล้ว มองว่าไม่ใช่โรคจิต แต่มาจากสันดาน น่ากลัวมาก อยู่ใกล้ใครก็อันตราย อยากให้ดำเนินคดีให้หนัก เพราะคิดว่าออกมาก็ยังคงทำแบบนี้อีก” เพื่อนรุ่นพี่กล่าว