ไมโครซอฟท์-กูเกิ้ลด้วยเลขาฯยูเอ็นชมเศรษฐาเปิดใจคนไทยในสหรัฐ‘ปิยบุตร’เซ็งทัวร์ส้มลงเลิกยุ่งกก.-ยุติการเมือง
‘เศรษฐา’ หารือ ‘อีลอน มัสก์’ ชวนลงทุนรถยนต์อีวี Tesla ในไทย เลขาฯ ยูเอ็นชมเปาะนายกฯไทยมีบทบาทสร้างสรรค์ในเวทีระหว่างประเทศ นายกนิดเปิดใจกับคนไทยในสหรัฐ รัฐบาลนี้มาจากประชาชน จะทำงานสุดความสามารถ ‘ภูมิธรรม’ หนุนนายกฯ ขอคำแนะนำการทำงานจาก ‘ทักษิณ’ ชี้ประสบการณ์เยอะช่วยชาติได้ ‘องอาจ-สว.สมชาย’ เตือนหากตั้งนั่งกุนซือระวังเป็นสายล่อฟ้า ‘ลุงตู่’ ยิ้มแย้มออกสื่อ ฝากความคิดถึง-ห่วงใยคนไทย ด้าน ‘บิ๊กป้อม’ เข้าครัวผัดซีอิ๊วเลี้ยงคนใกล้ชิด ‘ปิยบุตร’ประกาศเลิกพูด-เขียนถึงก้าวไกล ขอยุติบทบาทการเมือง
‘นิด’คุยเลขาฯยูเอ็น-ได้รับคำชม
เมื่อวันที่ 21 ก.ย. เวลา 15.15 น. ตาม เวลาท้องถิ่นสหรัฐ ที่สำนักเลขาธิการสหประชาชาติ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พบหารือกับนายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งเลขาฯ ยูเอ็น แสดงความยินดีที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ และชื่นชมข้อเสนอนายกฯ ที่นำเสนอได้อย่างสร้างสรรค์ในการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการดำเนินการสภาพภูมิอากาศ (Climate Ambition Summit) ซึ่งไทยได้รับเลือกเป็น 1 ใน 38 ประเทศจาก 193 ประเทศ รวมทั้งยูเอ็นขอบคุณความสัมพันธ์และ ความร่วมมือที่ไทยมีต่อยูเอ็น และยืนยันถึงการให้ความสำคัญกับไทยในฐานะเป็นที่ตั้งของสำนักงานยูเอ็นในภูมิภาค
นายเศรษฐากล่าวว่า จะเพิ่มพูนความร่วมมือต่อกัน ไทยและยูเอ็นมีประเด็นความร่วมมือที่ดำเนินการสอดคล้องกัน เช่น ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ร่วมมือต่อสู้กับความท้าทายเรื่องสิ่งแวดล้อม Green Finance Green bond และต้องการเห็นความร่วมมือของทุกประเทศเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างผาสุก
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ว่า หน้าที่ตนคือสานต่อการแก้ปัญหาสถานการณ์ในเมียนมา และยึดหลักฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน ความขัดแย้งในประเทศเขาเราไม่เกี่ยวข้อง แต่เราสนับสนุนให้มีการพูดคุยเจรจาอย่างสันติสุข ช่วยอำนวยความสะดวกให้ตามสิทธิที่ทุกคนจะได้ ส่วนยูเอ็นที่มีสำนักงานใหญ่ ในไทย ซึ่งมีหลายเสียงออกมาเรื่องงบจะมีการตัด ตนจึงขอร้องเลขาฯ ยูเอ็น ขอให้ตั้งสำนักงานอยู่ที่นี่ ท่านยืนยันไม่มีไอเดียที่จะปิดเลย ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ยังมีองค์การสหประชาชาติ ครบหน่วยงานอยู่ที่ไทยเพราะเป็นแหล่งงานที่สำคัญ และเป็นหน้าเป็นตาของประเทศที่ เรามีออฟฟิศใหญ่ที่ถนนราชดำเนิน
หารือไมโครซอฟท์-กูเกิ้ล
เวลา 16.00 น. นายเศรษฐาหารือทวิภาคีกับดาโตะ เซอรี่ อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯ มาเลเซีย ที่โรงแรมคอนราด นิวยอร์ก โดยตอบรับคำเชิญที่จะเดินทางเยือนมาเลเซีย ในโอกาสแรก และเสนอให้มีการพบหารือของคณะภาคธุรกิจเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกันด้วย นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะส่งเสริมความร่วมมือด้านการ ท่องเที่ยว ความร่วมมือสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้และความมั่นคง ขณะที่ นายกฯ ยินดีที่มาเลเซียสนับสนุนการส่งเสริมสันติภาพเเละการพัฒนาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ร่วมกัน ซึ่งรัฐบาลจะติดตามเเละประสานความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง และยืนยันด้วยว่า การพูดคุยสันติสุขกับประเทศมาเลเซียจะทำต่อแน่นอน
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ว่า การหารือกับนายกฯ มาเลเซีย ตนสัญญาว่าจะไปเยือนและจะประกาศให้นักธุรกิจที่สนใจจะลงทุนจัดวงธุรกิจเจรจาการค้าระหว่างประเทศด้วย และจะมีการพบปะกับมาเลเซียในงานที่กรุงริยาร์ด 18 ต.ค.นี้ เดือนพ.ย.ที่เอเปก จากนั้นพบกันที่โตเกียว เจอกันทุกเดือน
นายเศรษฐายังพบกับผู้บริหารบริษัท Microsoft ซึ่งชื่นชมไทยที่มีจุดแข็งเป็นดาต้า เซ็นเตอร์ และมีศักยภาพที่จะเป็น Regional Hub ได้ โดยบริษัทต้องการสนับสนุนให้ภาคเอกชนและภาครัฐใช้ cloud ซึ่งการมี cloud investment ในไทย จะช่วยส่งเสริมความสามารถของคนไทย ทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น สายงาน IT สาขาวิศวกร และจะช่วยพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรบุคคล ที่ใช้ระบบงานต่างๆ เพื่อส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของไทย
นายเศรษฐาได้พบหารือกับผู้บริหารบริษัท Google ทั้งสองฝ่ายได้หารือการจัดทำ Cloud first ในไทย โดยนายกฯ ชื่นชม Google ซึ่งมีงานวิจัยระบุว่า Google สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้

เวทีโลก – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จับมือนายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ในโอกาสเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ที่สำนักเลขาธิการสหประชาชาติ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ตามเวลาท้องถิ่น
พบคนไทยในสหรัฐ-ยันมาถูกต้อง
เวลา 17.00 น. ที่โรงแรม St. Regis นิวยอร์ก นายเศรษฐาประชุมเพื่อมอบนโยบายแก่ทีมประเทศไทยในสหรัฐ โดยย้ำว่าปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาใหญ่ รัฐบาลจึงตั้งใจที่จะแก้ไขให้เร็วที่สุด และกำชับให้ทำงานเชิงรุก
เวลา 17.10 น. นายเศรษฐากล่าวระหว่างพบกับชุมชนไทยว่า ยืนยันว่าพวกเรามา ถูกต้องตามระบบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ย้ำว่าพวกเรามาถูกต้อง การมาเป็นนายกฯ ต้องฝ่าฟันอุปสรรคหลายอย่าง หลายอย่างที่พูดไป ไม่สามารถทำได้เพราะคณิตศาสตร์พื้นฐาน และผลการเลือกตั้งไม่ได้เป็นอย่างที่คาดคิดไว้
รัฐบาลนี้มาจากประชาชนและจะทำงานเพื่อประชาชนอย่างสุดความสามารถ ตอนนี้กำลังเผชิญอยู่ปัญหาแรกๆ คือเรื่องเศรษฐกิจ จีดีพีเราต่ำกว่าเพื่อนบ้าน ทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ต่ำกว่าเท่า ส่งออกก็ตก ที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือปัญหาความแตกแยกของสังคม
นายเศรษฐายังชี้แจงถึงนโยบายที่รัฐบาลกำลังดำเนินการและดำเนินการแล้ว ทั้ง ดิจิทัล วอลเล็ต ลดค่าไฟ 2 ครั้ง ลดราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินกำลังดำเนินการ อาทิตย์ต่อๆ มาคงมีมาตรการเกิดขึ้นในเรื่องการพักหนี้เกษตรกร และครั้งนี้มากันเป็นทีม มีนักธุรกิจระดับท็อปของไทยมาด้วย เพื่อมาเชื้อเชิญบริษัทใหญ่ให้กลับมาลงทุนในประเทศ ตนและคณะนักธุรกิจที่มาด้วยกันครั้งนี้หวังว่า จะเดินทางไปที่เอเปกด้วยกันอีกครั้งในวันที่ 13 พ.ย.เพื่อเชื้อเชิญนักลงทุนอีก
ชวน‘อีลอน มัสก์’ลงทุนอีวี
นายเศรษฐากล่าวว่า อะไรที่ทำได้ตามกรอบกฎหมายเรายินดีพูดคุย จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะของรัฐบาลนี้ โดยการเพิ่มการลงทุน เรื่องการท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้วยตั้งแต่ก้าวแรกที่ก้าวสู่แผ่นดินไทย มาตรการการท่องเที่ยวทยอยคลอดออกมาเรื่อยๆ เช่น การยกระดับพาสปอร์ตไทย การยกเว้นการขอวีซ่า และการขอวีซ่าให้ง่ายขึ้น
ทุกเดือนทุกอาทิตย์ต้องเป็นไฮซีซั่นของไทย พ.ค.-ส.ค.ที่คิดว่าเป็นช่วงโลว์ซีซั่น แต่หลังเปิดความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย ทำให้ทราบว่าเป็นตลาดท่องเที่ยวสำคัญ ตลาดหนึ่ง ช่วงนั้นเป็นหน้าร้อนของเขาซึ่งมีกำลังซื้อ สูงมาก เป็นความประสงค์ของรัฐบาลนี้จะไม่มี คำว่าช่วงโลว์ซีซั่น ทุกๆ เดือน ทุกๆ อาทิตย์ จะเป็นช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยวของไทย
ก่อนหน้านี้ เวลา 16.00 น. ของวันที่ 20 ก.ย. นายเศรษฐาพบกับนายอีลอน มัสก์ ผู้บริหาร Tesla SpaceX และ Starlink ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยนายกฯ เชื่อมั่นว่าจะเกิดเป็นความสำเร็จ ทั้งต่อความร่วมมือด้านยานยนต์ EV และเพิ่มความร่วมมือด้าน Space Exploration ซึ่งมีมูลค่าทางตลาดสูง ด้าน Tesla ชื่นชมศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ของไทยซึ่งเหมาะสมกับการลงทุนของ Tesla ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมดูแลสนับสนุนตามกรอบกฎหมาย สิทธิประโยชน์ ด้านการลงทุน

ภริยาผู้นำ – นางพักตร์พิไล ทวีสิน ภริยานายกฯ ถ่ายภาพคู่นางจิลล์ ไบเดน ภริยาประธานาธิบดีสหรัฐ ระหว่างร่วมงานเลี้ยงรับรองเพื่อเป็นเกียรติแก่คู่สมรสประมุข/ผู้นำรัฐบาล ที่เข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก
โฆษกรัฐแจงอีกกฎคุมให้ข่าว
นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2566 เห็นชอบแนวทางปฏิบัติในการรักษาความลับของทางราชการที่เกี่ยวข้อง กับการประชุม ครม.และการให้ข่าวสารแก่สื่อมวลชน หากข้าราชการเปิดเผยความลับราชการมีโทษปลดออกหรือไล่ออกว่า สำหรับหนังสือเวียนในการประชุม ครม. ครั้งแรกทำกันมา 20 ปีแล้ว เป็นระเบียบปกติของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ที่เมื่อมีการประชุม ครม.นัดแรกจะมี ครม.หน้าใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ สลค.จะมีหนังสือเตือนถึงระเบียบกติกา เรื่องที่ถูกเสนอเข้ามาและยัง ไม่ได้ข้อยุติ ห้ามนำไปเผยแพร่เพราะอาจเป็นเรื่องที่เซ้นซิทีฟ ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และมีผลกระทบต่อดุลพินิจในการวินิจฉัย ใน ครม. แต่ถ้าได้ข้อยุติแล้วให้เป็นอำนาจ ของโฆษกประจำสำนักนายกฯ นำข้อสรุป ไปเผยแพร่ หรือหากเรื่องนั้นเกี่ยวกับกระทรวงใด เจ้ากระทรวงหรือโฆษกประจำกระทรวงสามารถนำไปเปิดเผยได้
นายกฯ ไม่ได้กำชับและไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำ นายกฯ ยินดีให้ถาม พร้อมตอบ ส่วนใครที่พยายามโยงว่ารัฐบาลชุดนี้พยายามเซ็นเซอร์ตั้งแต่ ครม.เอากฎกติกามาขู่ ไม่ให้นำเรื่องจริงไปเปิดเผย ถือเป็นเรื่องจินตนาการ ห่างไกลจากความเป็นจริง รัฐบาลนี้มาจากประชาชน พร้อมให้ประชาชนตรวจสอบผ่านสื่อมวลชนเพียงแต่มีกติกาว่าเรื่องอะไรที่หารือในที่ประชุม ครม. แล้วยังไม่ได้ข้อยุติขออย่านำไปเปิดเผย แต่ถ้าได้ข้อยุติแล้วเปิดเผยได้
‘พรเพชร’หนุนแก้รธน.รายมาตรา
ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวกรณีรัฐบาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและส.ส.เป็นหลัก ส่วนสว. ไม่มีอะไรขัดข้องในการดำเนินการร่วมกันแก้ไข เพราะสว.มีบางประเด็นที่ต้องเสนอ ให้แก้ เมื่อถามว่าสว.จะเสนอเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง นายพรเพชรกล่าวว่า เกี่ยวกับ องค์ประกอบในการสรรหาองค์กรอิสระ เพื่อให้แยกกันให้ชัดเจนว่าองค์อิสระจะดำเนินการสรรหาเป็นอย่างไร ส่วนวุฒิสภาจะพิจารณาเฉพาะการตรวจสอบประวัติและความประพฤติในทางจริยธรรมของผู้ที่ได้รับการสรรหา ทำให้เห็นชัดเจนว่าเป็นการบาลานซ์ก่อนจะมีความเห็นชอบจากสว.
เมื่อถามว่าดูเหมือนจะมีการรื้อทั้งฉบับ นายพรเพชรกล่าวว่า ยังไม่ทราบเพราะอยู่ที่นโยบายรัฐบาล อะไรที่จำเป็นเร่งด่วนหรืออะไรที่เห็นควรต้องทำอย่างยิ่งก็ทำก่อน ทำได้ในหลายอย่าง เมื่อถามว่าเห็นด้วยใช่หรือไม่เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายพรเพชรกล่าวว่า เห็นด้วยว่าเมื่อรัฐธรรมนูญใช้มา ระยะหนึ่งก็ควรแก้ไข ฝ่ายสส.อาจมีหลายประเด็น และการแก้ไขที่ตนเห็นด้วยเสมอคือหลายประเทศดำเนินการแก้ไขโดยไม่ต้องแก้ไขทั้งฉบับ อย่างสหรัฐใช้มาตั้งแต่เกิดปฏิวัติ อังกฤษใช้รัฐธรรมนูญฉบับนั้นตลอดมา แต่มีการแก้ไขมาแล้ว 27 ครั้ง
‘เสี่ยอ้วน’จ่อชงตั้งกก.ประชามติ
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า คาดว่าขั้นตอนดำเนินการต้องใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ ที่จะพูดคุยทุกอย่างให้เรียบร้อย ตนได้ติดต่อทาบทามบุคคลจาก ภาคส่วนต่างๆ อาทิ นายเอกชัย ไชยนุวัฒน์ รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.สยาม น.ส.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ที่มีความสนใจ ต้องคุยในรายละเอียดเพื่อให้ ทุกคนที่เข้ามาร่วมงานเกิดความสบายใจว่าเป็นการพูดคุยที่ได้มีบทบาท และเข้ามาทำให้เกิดรัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย มากขึ้นอย่างแท้จริง
นอกจากนั้น จะทาบทามนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) แม้จะไม่ได้อยู่กับพรรคแต่เรายังขอคำปรึกษาในแง่กฎหมายหลายครั้ง ในฐานะอดีตผู้พิพากษา ที่มีความเชี่ยวชาญ ขณะที่นายนิกร จำนง ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ตอบรับเข้าร่วม จะเร่งติดต่อบุคคลให้เร็วที่สุด
เมื่อนายกฯ เดินทางกลับจากสหรัฐจะเสนอรายชื่อเพื่อพิจารณา หากไม่ทันเสนอ 26 ก.ย.นี้ ในสัปดาห์ถัดไปวันที่ 3 ต.ค.คาดว่า จะมีรายชื่อครบถ้วน เมื่อได้รายชื่อเรียบร้อยในการประชุมนัดแรก จะกำหนดไทม์ไลน์ การทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ รวมถึงวัตถุประสงค์ ขอบเขต เป้าหมาย ขั้นตอนการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
หวังรบ.ครบ 4 ปี-ใช้รธน.ใหม่
“หวังว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น สมมติรัฐบาลอยู่ครบ 4 ปี ผมอยากเห็นการเลือกตั้งครั้งหน้ามีกฎหมายรัฐธรรมนูญใหม่ และมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญใหม่ให้สำเร็จ เพื่อใช้ในการเลือกตั้ง” นายภูมิธรรมกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเชิญคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 นักนิติศาสตร์ชื่อดัง เพิ่มเติมหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยินดีต้อนรับทุกคน ต่อข้อถามว่าจะทาบทาม นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่มีโอกาสได้คุย แต่ถ้ามีโอกาสก็อยาก จะคุยเพราะท่านเป็นผู้รู้ เป็นคนที่เชี่ยวชาญ ในกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ทาบทามตัวแทนพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เข้าร่วมคณะกรรมการชุด ดังกล่าวหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า พยายามจะเชิญพรรคการเมืองมาร่วมให้มากที่สุด แต่มีข้อจำกัดเรื่องปริมาณจำนวนคน เมื่อลิสต์ รายชื่อเกิน 30 คน ใหญ่มากเกินไปก็ทำงานลำบาก แต่ถ้าไม่ได้เป็นคณะกรรมการก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น
เมื่อถามถึงงบประมาณจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับและประชามติ นายภูมิธรรมกล่าวว่า การทำประชามติตีความตามศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 3-4 ครั้ง จะใช้งบครั้งละ 3-4 พันล้านบาท จะทำให้การทำประชามติน้อยครั้งที่สุด สามารถควบรวมได้ก็จะทำ เพราะหากทำครบ 3-4 ครั้ง ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จะใช้งบประมาณสูงถึงหมื่นล้าน
ชี้‘แม้ว’ให้คำปรึกษานายกฯ ได้
นายภูมิธรรมกล่าวกรณีนายเศรษฐา กล่าวกับสื่อต่างประเทศระบุหากนายทักษิณ ชินวัตร พ้นโทษ จะขอคำปรึกษาในการทำงานว่า คิดว่านายกฯ อยากได้ประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถของนายทักษิณมาใช้ ในการทำงาน แต่ต้องดูว่าจะมีข้อติดขัดทางกฎหมายหรือมีปัญหาอะไรหรือไม่ ส่วนตนคิดว่าถ้านายทักษิณ พ้นทุกอย่างแล้ว การให้ความคิดเห็นหรือข้อแนะนำก็เป็นบทบาทที่ทำได้ เพราะนายทักษิณพูดเสมอว่าการกลับมาครั้งนี้ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย อยากอยู่กับครอบครัว ส่วนเรื่องประเทศชาติไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามช่วยอะไรได้ก็ยินดี จึงคิดว่าการ ให้คำปรึกษาเป็นไปได้ เพราะทุกอย่างอยู่ที่ เป้าหมายทำให้ประเทศชาติดีขึ้น
“นายทักษิณมีประสบการณ์บริหารราชการแผ่นดิน สามารถบริหารมาต่อเนื่อง กันมา 6 ปี ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีถ้าได้ร่วมมือกันและรับฟังความเห็นจากนายทักษิณ แต่ต้องดูข้อกฎหมายต่างๆ ว่าท่านพ้นเรียบร้อยหรือไม่ และกฎหมายจะมีปัญหาหรือไม่” นายภูมิธรรมกล่าว
ด้านนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม กล่าวว่า ตนยังไม่มีความเห็น แต่ใครก็ตาม ในประเทศนี้ที่เป็นคนที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อประเทศชาติ ควรให้โอกาสเพื่อมารับใช้สังคม ไม่เจาะจงคนใดคนหนึ่ง ไม่เฉพาะนายทักษิณ เมื่อถามว่านายทักษิณพูดตลอด จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางการเมือง ถ้าเชิญมาเป็นที่ปรึกษาของนายกฯ จะเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้ระบุว่าเป็นนายทักษิณ ความเห็นของตนโดยทั่วไป สำหรับนายทักษิณคงจะคิดถึงหลายด้าน
‘องอาจ’เตือนเป็นสายล่อฟ้า
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแลกทม. กล่าวว่า การพิจารณาของนายเศรษฐาว่าจะขอคำปรึกษาจากใครก็ได้ทั้งนายทักษิณ และ อดีตนายกฯ ท่านอื่นๆ ที่คิดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์กับการทำงานในฐานะนายกฯ แต่การที่นายเศรษฐาบอกว่านายทักษิณเคยเป็นหรือบางทียังคงเป็นนายกฯ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็เป็นความคิด ของนายเศรษฐาและคนอื่นๆ ที่นิยมชมชอบนายทักษิณ แต่นายเศรษฐาคงไม่ลืมว่า นายทักษิณเป็นนายกฯ ที่มีคนไม่นิยมชมชอบมากที่สุดคนหนึ่งเหมือนกัน
นายทักษิณเป็นนักการเมืองที่มีความรู้ความสามารถพอสมควรระดับหนึ่ง อาจจะมากหรือน้อยก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละ บุคคล แต่เป็นนักการเมืองที่มีคนครหานินทา ไม่ไว้วางใจในเรื่องความโปร่งใสอยู่มาก ถ้านายเศรษฐาต้องการขอคำปรึกษา อาจจะปรึกษากันเป็นการภายในน่าจะทำได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษานายกฯ อย่างเป็นทางการตามที่มีข่าว เพราะนายทักษิณถือเป็นสายล่อฟ้าทางการเมืองคนหนึ่งอย่าง ต่อเนื่องตลอดมา
“ขอฝากข้อคิดให้นายเศรษฐาพิจารณาว่าขณะนี้ท่านกำลังเป็นผู้นำที่กำลังนำรัฐนาวาประเทศไทยเดินหน้า อะไรที่อาจเป็นภาระ ก็อาจจะเบรกไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องเพิ่มภาระมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ควรเอาเวลาไปบริหารราชการให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขเพิ่มขึ้นจะดีกว่า” นายองอาจกล่าว
‘สมชาย’แนะอย่าตั้งเป็นกุนซือ
นายสมชาย แสวงการ สว. กล่าวว่า แม้นายทักษิณจะเคยเป็นอดีตนายกฯ มีคุณงามความดี แต่มีคดีศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 3 คดี เพื่อให้เกิดหลักนิติธรรมและความปรองดองสมานฉันท์ควรพิจารณาเรื่องนี้ควบคู่กันไป และนายทักษิณควรเข้าสู่ระบบยุติธรรม อย่างตรงไปตรงมา ฉะนั้น สิ่งที่นายเศรษฐา พูดถึงนายทักษิณต้องผ่านด่านที่ 1 ก่อน คือ นายทักษิณน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณรับการลดโทษไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องกลับไปอยู่ในแดนต่างๆ เหมือนนักโทษคนอื่นๆ ทั่วไป อาศัยเคยเป็นนายกฯ ก็เข้าไปอยู่ในเขตโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ รวมถึง อาจจัดห้องพักพิเศษชั้น 9 ที่มีห้องน้ำในตัว มีเตียงนอน มีแอร์ มีทีวีต่างๆ ให้พักอยู่จนครบ 1 ปี แต่หากปล่อยนายทักษิณออกมาก่อน 1 ปีแล้วคนอื่นๆ ยังติดคดี คิดว่าสังคมอาจจะไม่สงบ อาจเกิดคลื่นใต้น้ำไปยังรัฐบาลเศรษฐาได้
“หากนายกฯ จะแต่งตั้งนายทักษิณเป็นที่ปรึกษา มองว่าไม่มีความจำเป็น เพราะมีอดีตนายกฯ หลายคนที่ควรพบและขอคำปรึกษาได้ เช่น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์, นายชวน หลีกภัย, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายอานันท์ ปันยารชุน แม้กระทั่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดังนั้น ควรให้นายทักษิณอยู่นอกตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกฯ ในรัฐบาลนี้จะดีกว่า ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าไปตั้งเลย ขอคำปรึกษาอย่าง ไม่เป็นทางการดีแล้ว”นายสมชายกล่าว
‘ลุงตู่’ออกสื่อในรอบเกือบเดือน
วันเดียวกัน นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลังจากลงจากตำแหน่งนายกฯ ยังไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะและประกาศไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
นายธนกรระบุว่า คิดถึงจึงมาหา ไม่ได้เจอพล.อ.ประยุทธ์ มานับเดือน แม้พูดคุยทางไลน์ทุกวัน พูดคุยกันนานร่วม 2 ชั่วโมง เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข พล.อ.ประยุทธ์สดชื่น สุขภาพดี ยิ้มแย้มแจ่มใสและถามถึงทุกคนที่เคยทำงานร่วมกันมา
พล.อ.ประยุทธ์ แม้ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวการเมืองแล้วแต่ยังคงเป็นห่วงบ้านเมือง ฝากความห่วงใย ฝากความคิดถึง ฝากความปรารถนาดีมายังพี่น้องคนไทยทุกคน สอบถามพล.อ. ประยุทธ์ดูแอพฯ ติ๊กต็อกบ้างไหม มีแต่คนคิดถึงท่าน ผลงานท่านถูกนำออกมาโพสต์ เต็มไปหมด ไม่ถูกด้อยค่าเหมือนสมัยตอน เป็นนายกฯ เลย พล.อ.ประยุทธ์ถามกลับว่าเพราะอะไรตนบอกว่า สงสัย AI เลิกทำงาน ทำให้พล.อ.ประยุทธ์หัวเราะ ตนชวนท่าน ไปไหว้พระ พักผ่อนต่างจังหวัดบ้าง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าช่วงนี้ขอให้เวลา กับครอบครัวก่อน เพราะที่ผ่านมาทำงานให้ประเทศชาติอย่าง เต็มที่ไม่ได้ใช้เวลากับครอบครัวเลยจากนี้แล้วค่อยว่ากัน
‘บิ๊กป้อม’เข้าครัวผัดซีอิ๊ว
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ(พปชร.) ในฐานะประธานโอลิมปิคไทยแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่เก็บตัวเงียบนับตั้งแต่การแถลงนโยบายรัฐบาล โดยเข้าทำงานที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ และช่วงเที่ยงวันเดียวกันนี้ ได้เข้าครัวทำผัดซีอิ๊ว ซึ่งเป็นเมนูโปรด เลี้ยงบุคคลคนใกล้ชิดยามว่างจากภารกิจ และรอติดตามการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง รอบคัดเลือกโอลิมปิค 2023 ที่ประเทศโปแลนด์ ในเวลา 19.30 ที่ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติสโลวีเนีย
พล.อ.ประวิตรปรุงอาหารอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับกล่าวกับบุคคลใกล้ชิดว่า “วันนี้จะติดตามเชียร์ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย หลังจากเอาชนะทีมเจ้าภาพโปแลนด์ 3-2 เซ็ต และในการแข่งขันวันนี้ ขอให้ได้รับชัยชนะ หากทีมวอลเลย์บอลเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย จะทำผัดซีอิ๊ว เลี้ยงทั้งทีม
‘ปิยบุตร’ให้กำลังใจ‘ช่อ’
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ไลฟ์สดวิจารณ์คำพิพากษาศาลฎีกา กรณีถอนสิทธิรับเลือกตั้งตลอดไป และ ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมือง ของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ฐานฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงตามกฎหมาย กรณี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบกรณีโพสต์ภาพ และข้อความ เชื่อมโยงสถาบัน ยาวกว่า 1 ชั่วโมง 12 นาที
นายปิยบุตรวิจารณ์ว่าเป็นมาตรฐานจริยธรรมบิดเบี้ยว ถูกเขียนกฎหมายให้ผิดฝาผิดตัว เป็นยาแรงเกินไป หลังจากนี้หากใครจะมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องระวังอย่างยิ่ง เพราะอาจโดนขุดดิจิทัลฟุตพรินต์ เอามาร้องเรียนทำให้สามารถถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตได้ เหมือนเป็นการปรามว่าไม่ให้กระทำผิดในลักษณะแบบนี้ และต่อไปนี้มาตรฐานจริยธรรมจะกลายเป็นอาวุธหนักจัดการนักการเมือง ที่มีผลร้ายแรงถึงขั้นถูกตัดสิทธิตลอดชีวิตเช่นกัน เหมือนทำให้นักการเมืองต้องสยบยอม แต่หากใครอยู่เงียบๆ ก็มีโอกาสรอด ขอเสนอว่าควรนำเรื่องมาตรฐานจริยธรรมออกจากรัฐธรรมนูญ ให้องค์กรต่างๆ ลงโทษกันเอง กระบวนการศาลไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้อง และควรยกเลิกโทษเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต รวมถึงการตัดสิทธิเลือกตั้งก็ไม่ควรมี อีกทั้งแก้ไขมาตรา 98 ในเรื่องลักษณะต้องห้ามสส. ที่ได้รับโทษหนักไปแล้ว ต้องมาถูกสั่งห้ามลงเล่นการเมืองอีก ต้องแยกออกจากกัน
“ต้องให้กำลังใจคุณพรรณิการ์ด้วย ทุกท่านคงจะทราบ เพราะคุณช่อเคยเล่าว่าผมเป็นคนไปชวนให้มาร่วมกันก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ด้วยกัน ขอให้เขามาเป็นโฆษกพรรค ช่วงประชุมพรรค คุณช่อจะนั่งติดกับผม พอ คุณช่อโดนลงโทษแบบนี้ ผมก็เสียใจและมีความรู้สึกว่านึกย้อนไปเหมือนกันว่า ถ้าวันนั้นผมไม่ชักชวนกันมา คุณช่ออาจเป็นผู้ประกาศข่าวที่มีชื่อเสียง และมีผลงานเป็นที่นิยม ชมชอบของคนจำนวนมาก แต่วันนั้นคุณช่อเด็ดขาดมาก ผมชวนปุ๊บก็ตัดสินใจมาร่วม เดินทางด้วยกัน เพราะเห็นว่าเราต้องการมีพรรคการเมือง เพื่อต้องการเข้าไปเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ได้ หากไม่ชวนมา การแสดงออกของคุณช่อ 6 ปีที่แล้ว คงไม่โดนขุด มันเกิดจากบทบาทการเป็นผู้แทนราษฎร เกิดจาก ฝ่ายอนุรักษ์ ฝ่ายความมั่นคงรู้สึกระแวดระวังกังวลใจกับพรรคอนาคตใหม่” นายปิยบุตรกล่าว
เลิกวิจารณ์ก.ก.-ยุติบทบาทการเมือง
นายปิยบุตรกล่าวว่า กรณีที่ตนวิจารณ์พรรคก้าวไกล ว่าแสดงออกเรื่องดังกล่าว ช้าไปนั้น ต้องยอมรับว่าตนอินกับเรื่องนี้มาก และคาดหวังว่าพรรคก้าวไกลในฐานะพรรคการเมืองที่มีจุดยืนกับเรื่องนี้ที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ การใช้นิติสงครามในการประหารกัน และน.ส.พรรณิการ์เป็นผู้เริ่มต้นก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ และยังเป็นผู้ช่วย หาเสียงให้กับพรรคก้าวไกลอีกด้วย ตนจึงตำหนิวิจารณ์ไปอย่างตรงไปตรงมา และทราบดีว่ามีคนไม่เห็นด้วย และวิจารณ์กลับมาจำนวนมาก ซึ่งตนอ่านหมด และน้อมรับเป็นธรรมดาที่บุคคลสาธารณะต้องถูกวิจารณ์
การที่ตนวิจารณ์พรรคก้าวไกล ตนได้ประโยชน์ส่วนบุคคลอะไรบ้าง ตรงกันข้าม มีแต่คนเกลียดเพิ่มขึ้น มาวันนี้วิจารณ์พรรค ก้าวไกล ก็โดนผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลตำหนิติเตียน ไม่พอใจ ถ้าตนจะถูกวิจารณ์จากฝ่ายอนุรักษนิยมอยู่แล้วก็ไม่เป็นไร โดนจาก ผู้สนับสนุนของพรรคเพื่อไทยก็พอเข้าใจได้ แล้วตนจะหาเรื่องใส่ตัวโดยการวิจารณ์พรรคก้าวไกลอีกทำไม กลายเป็นว่าต่อไปนี้เวลาตนพูดอะไรก็มีคนจองกฐิน 3 กลุ่ม แล้วจะทำไปทำไมโดยที่ไม่ได้อะไรเลย จะดำรงตำแหน่ง หรือกลับมาเล่นการเมืองได้ก็ไม่ได้ อามิส สินจ้างก็ไม่ได้ ค่าตัวก็ไม่ขึ้น ความนิยมชมชอบก็ลดน้อยลงมีแต่คนด่าเพิ่มขึ้น แล้วจะไปทำไม พูดสั้นๆเพราะยังเชื่อมั่นพรรคก้าวไกลอยู่ว่าจะเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงประเทศ ดังนั้นใครจะวิจารณ์ตนก็เต็มที่ ไม่มีลบโพสต์รวมถึงดำเนินคดี
ถ้าสถานการณ์ดำเนินไปในลักษณะที่ไม่พร้อมจะฟังการพูดอย่างตรงไปตรงมาของตน นับตั้งแต่นี้ตนจะพยายามไม่พูดถึงพรรค ก้าวไกล ซึ่งตนมีข้อเขียนที่เตรียมไว้ด้วยความปรารถนาดีถึงพรรคก้าวไกล ซึ่งอาจจะเป็น ข้อเขียนสุดท้ายที่พูดถึงพรรคก้าวไกล และ ต่อไปนี้จะไม่พูดอีกแล้ว เพราะมีคนไม่เห็นด้วยไม่พอใจเท่าไหร่ อย่างน้อยที่สุดข้อเขียนสุดท้ายนี้ อาจจะเป็นประโยชน์ต่อการเมืองไทย ผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกลรวมถึงผู้ที่สนับสนุนด้วย
“ตอนนี้รู้สึกเบื่อ จากนี้ขอประกาศยุติบทบาททางการเมือง เลิกแสดงความเห็นในที่สาธารณะ เพราะพูดไปก็เจอคนด่า เจอทัวร์ลงอยู่บ่อยครั้ง จากนี้ จะขอกลับไปเขียนตำรากฎหมาย หรือไปสอนหนังสือเหมือนเดิม ส่วนหลังจากนี้ ผมจะเขียนเรื่องอื่นๆ อย่างท่องเที่ยว กีฬา แต่จะเลิกเขียนเรื่องการเมือง รวมถึงจะหาเวลาออกไปพักผ่อน เพื่อทบทวนตัวเองด้วย วันนี้ ตอนนี้ หมดเวลาของผมแล้ว ถึงคราวของคนอื่นๆแล้ว แลไปข้างหน้า จนกว่าเราจะพบกันอีก” นายปิยบุตรกล่าว
ปปช.กางไทม์ไลน์ยื่นทรัพย์สิน
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกำหนดการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของครม.ว่า สำหรับนายกฯ และรัฐมนตรีในรัฐบาลนายเศรษฐามีหน้าที่ยื่นทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2566 โดยมีระยะเวลาในการยื่น 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.-4 พ.ย.2566 หากครบ 60 วันแล้วยังไม่สามารถยื่นได้ สามารถขอขยายเวลาได้ แต่การขอขยายเวลาต้องขอก่อนที่ครบ 60 วัน สำหรับ ครม.นายเศรษฐา ขณะนี้ยังไม่มีใครยื่น และบางคนไม่ต้องยื่น เพราะเคยดำรงตำแหน่งในรัฐบาลเก่า ได้รับการยกเว้นไม่ต้องยื่นซ้ำตามมาตรา 105 วรรค 4 และมาตรา 105 วรรค 5
ผู้สื่อข่าวถามว่า การยื่นครั้งนี้ มีบางคนที่เป็นสส.และรัฐมนตรี ต้องยื่นอีกหรือไม่ เพราะได้ยื่นตอนเข้ารับตำแหน่งสส.แล้ว นายนิวัติไชยกล่าวว่า ถ้าเป็นสส.และยื่นแล้วไม่ต้องยื่นอีก เพราะได้รับการยกเว้น ซึ่งมี 8 ราย วันนี้กฎหมายพยายามที่จะผ่อนปรน เพื่อไม่ให้เกิดภาระต่อผู้ที่ยื่นบัญชี สำหรับ สส.ชุดปัจจุบัน เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 ก.ค.2566 ซึ่งครบกำหนดการยื่นทรัพย์สินในวันที่ 2 ก.ย. 2566 ขณะนี้มีมายื่นแล้ว 324 ราย
ส่วนนายกฯ และรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องยื่นกรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2566 มีระยะเวลาในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินใน 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.-4 พ.ย.2566 หากไม่สามารถยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินได้ทันภายในระยะเวลาดังกล่าว สามารถยื่นขอขยายระยะเวลาการยื่นได้ไม่เกิน 30 วัน โดยต้องยื่นคำขอภายในวันที่ 4 พ.ย.2566 ส่วนกรณีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นตำแหน่งรองนายกฯ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 4 พ.ย.2566 ขณะนี้ยัง ไม่ได้ยื่นเข้ามา แต่ไม่ต้องยื่นกรณีเข้ารับตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ
เปิดเซฟ‘สุริยะ’อู้ฟู่ 1.7 พันล.
วันเดียวกัน ป.ป.ช.เปิดเผยแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีสส.เข้ารับตำแหน่งเมื่อ วันที่ 4 ก.ค.2566 จำนวน 91 ราย บัญชีที่ น่าสนใจ อาทิ
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มีทรัพย์สินรวม 1,722,388,814 บาท เป็นทรัพย์สินนายสุริยะ 1,447,822,744 บาท ทรัพย์สินนางสุริสา จึงรุ่งเรืองกิจ คู่สมรส 274,566,070 บาท ส่วนใหญ่เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคารรวม 1,410,356,763 บาท ที่ดิน 15 แปลง มูลค่ารวม 54,940,000 บาท ที่จ.สมุทรปราการ สระบุรี กทม. โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 11 หลัง ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ห้องชุด โดยเฉพาะบ้านเดี่ยว เขตประเวศ กทม. มีมูลค่ากว่า 73.7 ล้านบาท เป็นต้น
ด้านนายเกรียง กัลป์ตินันท์ สส.บัญชี รายชื่อ พรรคเพื่อไทย แจ้งสถานะหย่า เมื่อ 17 เม.ย.2546 มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 101,168,204 บาท ได้แก่ เงินฝาก 37,640,704 บาท ที่ดิน 54,937,500 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่น 6,590,000 บาท ไม่มีหนี้สิน มีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 1,151,600 บาท เป็นเงินเดือน 4.3 แสนบาท เบี้ยประชุม นายหน้าฯ 171,600 บาท มีรายจ่ายรวม 5.6 แสนบาท
แม่ตรีนุชรวย 1.4 พันล้าน
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา สส.บัญชี รายชื่อ พรรคประชาชาติ และประธานสภา ผู้แทนราษฎร มีทรัพย์สิน 48,335,687 บาท เป็นทรัพย์สินนายวันมูหะมัดนอร์ 16,995,668 บาท ทรัพย์สินนางอัสนา วัฒนาทร คู่สมรสที่อยู่กินฉันสามีภริยา 31,340,019 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคาร ที่ดิน 32 แปลง มูลค่ารวม 18,275,000 บาท ส่วนใหญ่อยู่ที่อ.เบตง จ.ยะลา และอ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 7 หลัง มูลค่ารวม 11.8 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์อยู่ที่อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยมีหนี้สิน 7.5 ล้านบาท จากการกู้ยืม นางจุฑารัตน์ วงษ์พานิช
นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) บุตรชายนายเนวิน ชิดชอบ แจ้งสถานะว่าโสด มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 161,625,029 บาท อาทิ ที่ดิน 7 แปลง 24,108,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2 หลัง 3,632,950 บาท ยานพาหนะ 7 คัน 14.5 ล้านบาท เป็นต้น มีหนี้สิน 19,934 บาท เป็นเงินเบิกเกินบัญชี มีรายได้รวมต่อปี โดยประมาณ 1.2 ล้านบาท เป็นเงินเดือน มีรายจ่ายรวม 6 แสนบาท
นางขวัญเรือน เทียนทอง สส.สระแก้ว พรรคพลังประชารัฐ มารดาน.ส.ตรีนุช เทียนทอง อดีตรมว.ศึกษาธิการ มีทรัพย์สิน 1,468,160,562 บาท ส่วนใหญ่เป็นเงินฝาก ในธนาคาร 520 ล้านบาท เงินลงทุน 636.6 ล้านบาท ที่ดิน 117 แปลง จ.สระแก้ว จ.ปราจีนบุรี มูลค่า 115 ล้านบาท บ้าน 9 หลัง ที่จ.สระแก้ว มูลค่ารวม 113 ล้านบาท
‘ไผ่-ชัช’สะสมพระดังเพียบ
ขณะที่นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ มีทรัพย์สิน 75,806,258 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดิน 3 แปลงที่ เขตดอนเมือง เขตบึงกุ่ม กทม. มูลค่ารวม 17.4 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2 หลัง เป็นบ้านเดี่ยว 2 หลังที่เขตดอนเมือง และเขตบึงกุ่ม กทม. มูลค่ารวม 32.6 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่นๆ อีก 23.3 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นพระเครื่องชื่อดัง อาทิ พระสมเด็จ 1 องค์ มูลค่า 3.5 ล้านบาท พระซุ้มกอเลี่ยมทอง 1 องค์ 5 ล้านบาท พระลีลากำแพงขาวเลี่ยมทอง 1 องค์ 1 ล้านบาท หลวงพ่อโสธร รุ่น 1 เลี่ยมทอง 1 องค์ มูลค่า 1 ล้านบาท เขี้ยวเสือเลี่ยมทอง 1 องค์ 1 ล้านบาท และนาฬิกาหรูอีกหลายเรือน
นายชัชวาลล์ คงอุดม หรือชัช เตาปูน สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ มีทรัพย์สิน 1,063,018,111 บาท ส่วนใหญ่เป็นที่ดิน 82 แปลง รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ มูลค่าร่วม 502 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีเป็น พระเครื่อง 49 รายการ ที่มีมูลค่ากว่า 496 ล้านบาท อาทิ พระเครื่องเบญจภาคี 2 ชุด ชุดละ 100 ล้านบาท รวม 200 ล้านบาท พระพุทธรูปสำริด ปางมารวิชัย ศิลปะล้านนา หน้าตัก 22 นิ้ว มูลค่า 30 ล้านบาท พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ 6 องค์ ราคาตั้งแต่ 5-20 ล้านบาท พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ พระประธาน มูลค่า 20 ล้านบาท เป็นต้น
ปปช.มั่นใจหลักฐานมัดรุกเขาใหญ่
นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์กรณี ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 2 จ.ระยอง ยกฟ้องนายสุนทร วิลาวัลย์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ กับพวกอีก 8 ราย ในคดีที่ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติเขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี เมื่อช่วงปี 2545 ว่า การยกฟ้องดังกล่าวเป็นศาลชั้นต้น ป.ป.ช.จะอุทธรณ์ในบางกรณี แต่ยังระบุไม่ได้ว่าประเด็นใดบ้าง เพราะยังไม่ได้รับคำพิพากษาฉบับเต็มที่จะเอามาดูว่าที่ศาลยกฟ้องไปมีประเด็นอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องเจตนาว่ารู้หรือไม่รู้ว่ามีการบุกรุกที่อุทยานแห่งชาติ รวมถึงกรณีที่ว่าใช่แนวเขตอุทยานหรือไม่ ถ้าใช่ต้องดูว่ามีเจตนาเข้าไปบุกรุกหรือไม่ ซึ่งจากการพิสูจน์ของเรา มีภาพถ่ายทางอากาศ รวมถึงสอดคล้องตรงกับที่อุทยานวิเคราะห์ว่าเป็นที่ดินของกรมอุทยาน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ศาลระบุว่า ป.ป.ช.ไต่สวนโดยมิชอบ จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของ ป.ป.ช.หรือไม่ นายนิวัติไชยกล่าวว่า ต้องดูว่าศาลพิพากษาว่าโดยมิชอบนั้น มิชอบอย่างไร เป็นประเด็นหรือไม่ ในประเด็นที่มีการ กล่าวหานายสุนทรหรือไม่ เพราะศาลต้องพิจารณาตามคำร้องหรือที่มีการยื่นไป ส่วน คำวินิจฉัยอาจต้องดูว่าท่านมีพยานหลักฐานอะไรที่ว่า ป.ป.ช.ไต่สวนมิชอบ อยากดูตรงนั้นเหมือนกันว่าทำไมท่านจึงตัดสินอย่างนี้
ได้ข่าว‘อิทธิพล’ประสานมอบตัว
“ผมถามว่าที่นักข่าวไปเห็นสภาพมัน ใช่มั้ย เอาง่ายๆ วิญญูชนที่ไปดูสภาพป่าวันนั้น ใช่มั้ยล่ะ เป็นป่าหรือเปล่า หรือเป็นคนที่เขาทำการเกษตรอยู่ก่อน ผมถึงบอกว่านี่แหละ คือสิ่งที่เราต้องดูตามข้อเท็จจริง วันนี้ ป.ป.ช. ทำงานเพื่อเรียกร้องทรัพยากรธรรมชาติ กลับมาเป็นของแผ่นดิน เราไม่ได้ไปปรักปรำหรือใส่ร้ายใคร ป.ป.ช.ก็พาผู้สื่อข่าวไปดูการทำงานในสิ่งต่างๆ ที่เห็นมาว่าวันนี้ทรัพยากร ธรรมชาติของเราถูกทำลาย เขาเบียดบังไป ไปออกเอกสารสิทธิ ออกอะไรต่างๆ เยอะแยะ ไปหมด ในวันนี้ถ้า ป.ป.ช.ไม่ทำก็ไม่รู้ใครจะทำ เพราะคนที่ทำมีอิทธิพล” นายนิวัติไชยกล่าว
นายนิวัติไชยกล่าวถึงกรณีนายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีต รมว.วัฒนธรรม หลบหนีหมายจับคดี ออกใบอนุญาตสร้างโครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ หาดพัทยา จ.ชลบุรี มิชอบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาว่า ทราบมาว่า นายอิทธิพลมีการประสานเพื่อติดต่อขอมอบตัว แต่ไม่ทราบว่าจะมามอบตัวกับหน่วยไหน อาจเป็นศาลหรือไม่ เพราะเป็นผู้ออกหมายจับ