ลุงดญ.เข้าให้การมัดเมียคนที่ 3รับสิ้นแล้วร่วมกันทารุณฆ่า4ดช.ผล‘ดีเอ็นเอ’ยืนยันชัดเมียคนที่5โผล่พบตร.
เพิ่มข้อหาผัวหลายเมียฆ่าลูก 5 ศพ ลุงด.ญ.วัย 4 ขวบที่รอดตายเข้าให้การมัด จงใจทำลูกปากแหว่ง นำรูปไปโพสต์ขอรับเงินบริจาค ตร.ยันมีหลักฐานชัดเจนแรกเกิดเด็กสมบูรณ์ปกติแต่ถูกทำให้พิการ เอาผิดข้อหาค้ามนุษย์ด้วย ขณะที่ผลตรวจดีเอ็นเอ 2 ศพทารกชายทิ้งสวนรถไฟ ท้องที่สน.บางซื่อ เป็นลูกที่เกิดจากเมียคนที่ 3 ล่าสุดยอมรับสารภาพแล้วมีลูกด้วยกัน 4 คน ผู้ชายทั้งหมด ส่วนอีก 2 ศพนำไปทิ้งท้องที่สน.สายไหม ศาลออกหมายจับ 5 ข้อหาหนัก ด้านเมียคนที่ 5 แต่ไม่มีลูก ด้วยกันเข้าให้ข้อมูลตร.ถึงพฤติกรรมผัวโหด
เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่สน.บางเขน นายสังวร หลึ่งเทพ อายุ 61 ปี เข้าพบพล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 และพ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน เพื่อเข้าให้ข้อมูลคดี นายส่องศักดิ์ หรือเอ็ม ส่งแสง ผู้ต้องหาฆ่าทรมานลูกหลายคน โดยนายสังวรเป็นพี่เขย น.ส.สุนัน หรือจุ๋ม นาหัวนิล หนึ่งในภรรยานายส่องศักดิ์ เป็นแม่ด.ญ.วัย 4 ขวบที่รอดชีวิต ขณะนี้เด็กอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
นายสังวรกล่าวว่าตั้งแต่เกิดเด็กมีอาการปกติทุกอย่าง อวัยวะครบ 32 ประการ น.ส.สุนันและนายส่องศักดิ์มารับหลานกลับคืนไปตอนอายุ 2 ขวบ จากนั้นก็ไม่ได้พบหลานอีกเลย จนกระทั่งปรากฏเป็นข่าวหลานปากแหว่ง เสียใจและตกใจมาก ถามน.ส.สุนันบอกแค่ว่าหลานหกล้มทำให้ปากฉีกขาด แต่เชื่อว่าทั้ง 2 คนร่วมกันทำร้ายเด็ก
ลุงด.ญ.ที่รอดชีวิตกล่าวว่าเคยพูดคุยกับนายส่องศักดิ์เห็นว่าปกติดี เชื่อว่าไม่ได้ป่วยจิต เคยได้ยินทะเลาะกับน.ส.สุนัน มีคนเคยเห็นนายส่องศักดิ์จับน.ส.สุนัน มัดมือ 2 ข้าง ไว้กับขื่อบ้าน ใช้ไม้แขวนเสื้อฟาดตี เหตุเกิดที่ จ.กำแพงเพชร ส่วนการทำร้ายร่างกายลูกแล้วเอารูปไปโพสต์ขอรับบริจาคนั้น เชื่อว่าตั้งใจเอาลูกไปหากินแน่นอน ส่วนเด็กที่ เสียชีวิตรายอื่นนั้นไม่ทราบ
พล.ต.ต.นพศิลป์ รองผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่าพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. แจ้งชุดพนักงานสอบสวนว่าผลการตรวจดีเอ็นเอ 2 ศพเด็กที่พบในท้องที่สน.บางซื่อ เมื่อปี 2556 และ 2557 ตรงกับนายส่องศักดิ์และน.ส.เจษฎา มีเพียง ภรรยาคนที่ 3 มีความสัมพันธ์เป็นพ่อแม่ลูกกัน ตามคำรับสารภาพของน.ส.เจษฎาว่านำ 2 ศพ ไปทิ้ง พนักงานสอบสวนจะออกหมายจับ แม้จะพบหลักฐานเป็นจดหมายระบายความในใจจำยอมต้องทำร้ายลูก แต่ก็ไม่อาจช่วยให้ พ้นผิดได้ สำหรับสาเหตุการตายนั้นเกิดจากกะโหลกศีรษะมีบาดแผล และระบบการหายใจล้มเหลว
รองผบชน.กล่าวว่าส่วนด.ญ. 4 ขวบ ปากแหว่ง มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าตั้งแต่แรกเกิดมีสภาพสมบูรณ์ปกติ กระทั่งพ่อแม่ นำกลับมาเลี้ยงและเด็กปากแหว่ง อ้างว่า เกิดจากเชื้อรากัด เจ้าหน้าที่จะหาพยาน หลักฐานเพื่อดำเนินคดีค้ามนุษย์ด้วย เนื่องจากเรียกรับผลประโยชน์จากความพิการของเด็ก โดยมีหลักฐานการโพสต์ขอรับบริจาคของ นายส่องศักดิ์และน.ส.เจษฎา ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา มีการโอนเงิน 17 รายการ เป็นเงิน 3,500 บาท
พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวอีกว่าสำหรับ ภรรยารายที่ 5 ที่เพิ่งตรวจพบนั้น เลิกกัน กับนายส่องศักดิ์นานแล้ว ไม่มีลูกด้วยกัน ฝ่ายหญิงมีครอบครัวใหม่ ตำรวจจะเชิญมาสอบให้เห็นถึงพฤติกรรมของนายส่องศักดิ์ต่อไป ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนนำ น.ส.เจษฎาไปตรวจร่างกายที่ร.พ.ว่าตามคำให้การที่ถูกนายส่องศักดิ์ทำร้ายนั้น ถูกวัตถุใดทำร้าย เพื่อให้สอดคล้องกับความเห็นของทางแพทย์
ส่วนพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส. บช.น. กล่าวว่า ขอความร่วมมืออดีตภรรยา ทุกคนของนายส่องศักดิ์มาให้ข้อมูล ซึ่งข้อมูลที่ได้มาตรงกันว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมก้าวร้าว อดีตภรรยาบางคนที่มีลูกกับนายส่องศักดิ์ระบุว่านายส่องศักดิ์ไม่เคยดูแลส่งเสีย โดยฝ่ายหญิงเป็นคนทำงานหาเลี้ยง ส่วนนายส่องศักดิ์ รอใช้เงิน แต่ไม่มีพฤติกรรมเล่นการพนัน และเสพยาเสพติด ขณะนี้ยังรอผลตรวจดีเอ็นเอกระดูกที่พบในท้องที่สน.สายไหม คาดทราบผลสัปดาห์หน้า หากดีเอ็นเอตรงกัน พนักงานสอบสวนจะเปลี่ยนข้อหาจากทำร้ายร่างกายทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นร่วมกันฆ่าผู้อื่น
รายงานข่าวจากชุดคลายคดีแจ้งว่า น.ส.เจษฎา อายุ 33 ปี ภรรยาคนที่ 3 ของ นายส่องศักดิ์ รับสารภาพว่าเมื่อวันที่ 10 ต.ค.2556 นำศพศพด.ช.ศักดิ์ดา อายุ 10 เดือนเศษ ไปทิ้งริมถนนนิคมรถไฟฟ้าสาย 1 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. ใกล้สวนรถไฟพื้นที่ สน.บางซื่อ วันที่ 12 พ.ย.2557 นำศพ ด.ช.ธีรภาพ อายุ 1 เดือนเศษ ไปทิ้งใกล้สถานที่เดิม พ.ศ.2559 และ 2561 นำศพด.ช.ธนาทรัพย์ และด.ช.นัฐพงศ์ ไปทิ้งสถานที่รกร้างถนนพหลโยธิน ท้องที่สน.สายไหม

บุญส่งท้าย – น.ส.เจษฎา มีเพียร (สวมเสื้อแดง) เมียคนที่ 3 ของนายส่องศักดิ์ ส่งแสง ผู้ต้องหาคดีฆ่าลูก 5 ศพ ร่วมทำพิธีบังสุกุลให้เด็กๆ ที่เสียชีวิต ที่สน.บางเขน ก่อนถูกดำเนินคดี ร่วมกับผัวซ่อนเร้นทำลายศพ เมื่อวันที่ 22 ก.ย.
ข่าวแจ้งอีกว่าสำหรับศพแรกเมื่อวันที่ 10 ต.ค.2556 ด.ช.ศักดิ์ดา อายุ 10 เดือนเศษ ถูกยัดไว้ในกระเป๋าเป้สีดำ ในสภาพศพคดงอ ใบหน้าและเท้าซีดขาว ลำตัวเริ่มเขียว คาด เพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน ส่วนศพที่ 2 เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2557 ด.ช.ธีรภาพ อายุ 1 เดือนเศษ พนักงานทำความสะอาดเขตจตุจักรพบถุงปุ๋ยวางอยู่โคนต้นไม้ เชือกมัดปากถุง สภาพศพสวมชุดทารกแรกเกิดสีขาว สวมถุงมือสีชมพู ห่อด้วยผ้าห่มสีฟ้า ไม่พบบาดแผลตามร่างกาย ลักษณะคอหมุนผิดปกติ คล้ายคอหัก คาด เสียชีวิตมาแล้ว 4 ชั่วโมง
ต่อมาพ.ต.อ.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ รองผบก.น.2 พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน. บางเขน พ.ต.ท.เข็มกล้า มั่นพลับ รองผกก. (สอบสวน) สน.บางเขน นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจค้นวัตถุพยานเพิ่มเติมที่ห้องพักชั้น 2 อพาร์ตเมนต์ในซอยพหลโยธิน 48 แยก 3 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. สถานที่สุดท้ายที่นายส่องศักดิ์และน.ส.สุนันพักอาศัย ก่อนฆ่าลูกฝังโบกปูนที่จ.กำแพงเพชร เหยื่อรายที่ 5 จนกระทั่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้วัตถุพยานบางส่วนเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี เป็นเอกสารเกี่ยวกับทะเบียนรถ เอกสารเกี่ยวกับยา เจ้าหน้าที่จะนำไปประกอบเป็นหลักฐานในสำนวนคดี
เย็นวันเดียวกัน ศาลอาญาออกหมายจับน.ส.เจษฎา ภรรยาคนที่ 3 ของนายส่องศักดิ์ 5 ข้อหา คือร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นได้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย, ลอบฝังซ่อนเร้นย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิดการตาย หรือเหตุแห่งการตาย, ผู้ใดเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษทำให้เสียหายทำลายซ่อนเร้นเอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งหลักฐานในการกระทำความผิด และร่วมกันกระทำการใดๆ แก่ศพ หรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพ หรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป หรือเพื่ออำพรางคดี
จากนั้นเจ้าหน้าที่คุมตัวน.ส.เจษฎาออกจากสน.บางเขน ไปตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนคุมตัวกลับมาสน. และจะนำไปฝากขังศาลอาญาในวันที่ 25 ก.ย.นี้ โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่นิมนต์พระสงฆ์จากวัดบางบัวมาทำพิธีบังสุกุลให้เด็กทั้ง 5 คนที่ถูกนายส่องศักดิ์และภรรยาร่วมกันทำร้ายเสียชีวิตที่สน.บางเขน