ใช้เครื่องสำอางทาผิวฉีดเข้าเลือดแทนยา
จับ 4 คลินิกเสริมความงามกลางกรุง ใช้เครื่องสำอางทาผิวฉีดเข้าเส้นเลือด อ้างสรรพคุณรักษาผิว ลบริ้วรอย เติมคอลลาเจน ฯลฯ ทำคนไข้เสี่ยงอันตราย ‘ปคบ.-อย.’บุกค้น 4 จุด ในพื้นที่สวนหลวง, บึงกุ่ม, ดุสิต และวังทองหลาง หมอ-ผู้ช่วยพยาบาลสารภาพนำมาใช้ฉีดจริง พร้อมยึดเครื่องสำอางไม่สำแดงฉลากที่ถูกต้องอีกร่วมพันชิ้น
เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก.4 บก.ปคบ., นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และนพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมแถลงผลตรวจค้นคลินิกเสริมความงาม 4 แห่ง ในพื้นที่สวนหลวง, บึงกุ่ม, ดุสิต และวังทองหลาง หลังพบนำเครื่องสำอางมาใช้ ฉีดแทนยา พร้อมทั้งยึดยาไม่มีทะเบียน และเครื่องสำอางแสดงฉลากไม่ถูกต้องกว่า 943 ชิ้น
พล.ต.ต.อนันต์กล่าวว่า ก่อนหน้าเจ้าหน้าที่ตรวจพบการโฆษณาเครื่องสำอางที่บรรจุในภาชนะบรรจุรูปแบบแอมพูล/ไวแอล ซึ่งนำไปใช้ผิดวิธีและผิดวัตถุประสงค์ในคลินิกเสริมความงาม โดยอวดอ้างสรรพคุณในการบำรุงรักษาผิว, ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ และ ริ้วรอย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ซึ่งมีลักษณะการใช้เช่นเดียวกับยารักษาโรค หากฉีดเข้าสู่ร่างกายและเข้าสู่กระแสเลือด อาจทำให้อันตรายได้ เนื่องจากไม่ได้ผ่านการรับรองการฆ่าเชื้อ และผลิตเชิงการแพทย์ จึงได้เข้าตรวจสอบกรณีดังกล่าว

สวยสยอง – ตำรวจปคบ.และเจ้าหน้าที่ อย. เข้าตรวจสอบคลินิกเสริมความงาม 4 แห่งย่านสวนหลวง, บึงกุ่ม, ดุสิต และวังทองหลาง ลักลอบใช้เครื่องสำอางสำหรับทาผิวฉีดแทนยาอ้างบำรุงผิวลดจุดด่างดำ ทำให้ผู้รับบริการเสี่ยงอันตราย เมื่อวันที่ 22 ก.ย.
พล.ต.ต.อนันต์กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนแพทย์และผู้ช่วยพยาบาลของ ทั้ง 4 คลินิก ต่างให้การรับสารภาพว่าใช้ เครื่องสำอางสำหรับทาผิวฉีดให้ลูกค้าจริง นอกจากนี้ยังตรวจสอบใบประวัติการรักษาของผู้เข้ารับบริการพบว่า มีการตรวจรับรักษาด้วยการฉีดเครื่องสำอางจริง จึงยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.ต.อนันต์กล่าวต่อด้วยว่า ผู้ที่จะเข้าใช้บริการฉีดสารต่างๆ เข้าร่างกายก็ควรศึกษาและซักถามคลินิกที่เข้ารับบริการว่า ยาและเครื่องสำอางที่นำมาใช้รักษา มีการขึ้นทะเบียนตำรับยา และจดแจ้งอย่างถูกต้องหรือไม่ ส่วนของคลินิกเสริมความงาม รวมทั้งแพทย์ที่นำเครื่องสำอางมาใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกายของผู้เข้ารับบริการ จนเกิดอันตราย ก็จะต้องมีความผิด ทั้งทางแพ่งและทางอาญาอีกด้วย