‘บิ๊กเด่น’สั่งจับแก๊งคอลฯ ส่งท้าย ชีวิตราชการโดยประสาน ผบ.ตร.กัมพูชา นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจไทยและกัมพูชา จับ 3 หนุ่มไทย เครือข่ายแก๊งคอลฯ มีฐานปฏิบัติการอยู่ที่เมืองโอเสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย แอบอ้างเป็นพนักงาน เร่งรัดหนี้สิน และตำรวจ ออกอุบายเกี่ยวข้องกับฟอกเงินและยาเสพติด เหยื่อหลงเชื่อสูญเงิน หลักล้านบาท

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดพิธีอำลาตำแหน่งให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ โดยพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ขึ้นแท่นรับความเคารพ และตรวจแถว กองเกียรติยศ จากนั้นกล่าวอำลาตำแหน่งว่า มีความยินดีและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ปฏิบัติงานร่วมกัน กับทุกท่านมาตลอดระยะเวลา 1 ปี ขอขอบคุณรอง ผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้บังคับบัญชาในทุกระดับ ขอขอบคุณเพื่อนข้าราชการตำรวจทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปฏิบัติและฝ่ายอำนวยการ ตลอดจนหน่วยขึ้นตรงในสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทุกท่าน ที่ช่วยกันขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติงาน ในหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทเสียสละ

จากนั้นผู้ใต้บังคับบัญชามอบดอกกุหลาบให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ถือป้ายไฟข้อความรักจากใจ บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นตื้นตันและประทับใจ ก่อนที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ขึ้นรถ โดยมี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ว่าที่ ผบ.ตร. เดินมาส่งพร้อมกราบลงที่ตัก พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ปิดประตูรถให้ และยืนส่ง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์

ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือพีซีที สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ในฐานะหัวหน้าพีซีทีชุดที่ 5 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.สส.บช.น. ประสาน พล.ต.อ.ซอ เทศ ผบ.ตร.กัมพูชา พ.ต.อ.ปิยวัฒน์ เกียรติก้อง ผู้ช่วยทูตตำรวจไทย ประจำประเทศกัมพูชา นำกำลังเจ้าหน้าที่จับกุม นายภานุ มาลัย อายุ 22 ปี นายกฤษณะ ศรียงค์ อายุ 20 ปี และนายพงศกร ศรียงค์ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาชาวไทย โดยจับกุมได้ที่เมืองโอเสม็ด จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา

โดยทั้ง 3 คนถูกศาลอาญาออกหมายจับข้อหาร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม ข้ามชาติ, ร่วมกันอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าข้อมูล สู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นเป็นเท็จ โดยประการ ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน

จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่าทั้ง 3 คนเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีพนักงานเป็นคนไทยไม่ต่ำกว่า 100 คน มีฐานปฏิบัติการเป็นอาคารพาณิชย์อยู่ในประเทศกัมพูชา ล่าสุดโทรศัพท์หลอกลวงคนไทย โดยอ้างเป็นพนักงาน เร่งรัดหนี้สินของธนาคารแห่งหนึ่งและตำรวจ หลอกลวงคนไทยออกอุบายเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและเสพติด มีผู้หลงเชื่อโอนเงินไปให้ตรวจสอบ มูลค่าความเสียหายหลักล้านบาท

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า สืบสวนปราบปราม แก๊งคอลเซ็นเตอร์มาโดยตลอด จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้แก๊งคอลฯ ยังคงคิดหาวิธีที่ใช้นำมาใช้หลอกลวงเอาเงินคนไทยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เช่น กรณีนี้ถึงขั้นหลอกผู้เสียหายว่าข้อมูล อาจรั่วไหล หรือมีคนร้ายนำข้อมูลไปใช้ จึงอยากขอฝากเตือนพี่น้องชาวไทยทุกท่าน เมื่อมีเบอร์แปลกโทร.หา อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือพนักงานบริษัทต่างๆ ให้ระมัดระวังมิจฉาชีพ ขอให้ยึดหลักไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน