ออก7มาตรการเข้ม-ห้ามนำเข้าคนครอบครองต้องตีทะเบียนล้างบางโพสต์ค้า-ดัดแปลงเผยวันแรกเด็กในบ้านเมตตา
จับพ่อลูกดัดแปลงแบลงก์กันขายด.ช.14 ก่อเหตุสลดกลางกรุงศูนย์สืบบช.น.สนธิกำลังตำรวจภาค 9 บุกจับคาบ้านยะลา อีกชุดล็อกหนุ่มคนขายลูกปืน-แม็กกาซีน มท.1 ประชุมด่วนออก 7 มาตรการล้อมคอกคุมเข้มบีบี-แบลงก์กัน ห้ามนำเข้า-อนุญาตครอบครอง ขีดเส้นผู้ครอบครอง แจ้งตีทะเบียน ลามไปถึงปืนจริงงดใบนำเข้า-ใบอนุญาตร้านปืน ห้ามเด็กต่ำ 20 เข้าสนาม ยิงปืนยกเว้นนักกีฬาทีมชาติ บัวแก้ว-ท่องเที่ยวฯ สั่งทูต-ททท.ชี้แจงโลก ดีอีเอสทดลองระบบแจ้งภัยรอบทำเนียบ กรมพินิจฯ เผยด.ช.เงียบขรึมไม่พูดจา กินข้าวน้อย แต่ไม่ฟูมฟาย
จับ 3 คนขายปืนดช.14
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พร้อม พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. ดูแลงานสืบสวน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.นครรินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6 ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ เศษฤทธิ์ รองผกก.(สอบสวน) สน.ยานนาวา รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับผู้ต้องหารวม 3 ราย ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต การขออนุมัติหมายจับดังกล่าวเกี่ยวข้องเนื่องจาก มีการซื้อขายอาวุธปืนแบลงก์กัน (สิ่งเทียมอาวุธปืน) ที่ดัดแปลงให้เด็กชายอายุ 14 ปี ใช้ก่อเหตุกราดยิงประชาชนภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา
ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ประกอบด้วย 1.นายปิยะบุตร เพียรพิทักษ์ อายุ 30 ปี ชาวแขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 2.นายสุวรรณหงส์ พราหมณ์คณาจารย์ อายุ 45 ปี และ 3.นายอัครวิชญ์ ใจทอง อายุ 22 ปี ลูกเลี้ยง นายสุวรรณหงส์ ชาวต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา
เจ้าหน้าที่บก.สส.บช.น. สนธิกำลังร่วม บก.สส.บช.ภาค 9 และกก.สส.บก.ภ.จว.ยะลา นำหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เข้าจับกุมนายสุวรรณหงส์ และนายอัครวิชญ์ ภายในบ้านเลขที่ 64/1 ถ.เวฬุวัน ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อเวลา 05.00 น. วันเดียวกันนี้ พร้อมลูกกระสุนปืน 209 นัด ท่อเหล็กตัดท่อน (ลำกล้องปืน) 33 ท่อน แม็กกาซีน 9 อัน อุปกรณ์ดัดแปลงอาวุธปืนอื่นๆ รวม 27 รายการ รวมถึงสมุดบัญชีเงินฝาก คุมตัวไปลงบันทึกจับกุมที่สภ.เมืองยะลา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.ยานนาวา ดำเนินคดี
ส่วนนายปิยะบุตรผู้ขายกระสุนปืนและ แม็กกาซีนบรรจุกระสุนให้ด.ช.14 นำไป ก่อเหตุ ถูกจับบริเวณถ.พระรามที่ 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 10.30 น. พร้อมแบลงก์กันที่พกติดตัว 1 กระบอก กระสุนปืนจำนวนหนึ่ง ก่อนพาไปขยายผลตรวจค้นบ้านพักที่ย่านดอนเมือง พบแบลงก์กันอีก 1 กระบอก และกระสุนปืนเพิ่มเติมจำนวนหนึ่งซุกซ่อนในกระเป๋าสะพายที่โต๊ะทำงาน

ขายลูกปืนให้ด.ช. – ตำรวจสืบสวนบช.น.จับกุมนายปิยะบุตร เพียรพิทักษ์ อายุ 31 ปี ยึดปืนแบลงก์กัน 2 กระบอก โดยนายปิยะบุตรเป็นคนขายกระสุนปืนและแม็กกาซีนให้ด.ช.วัย 14 ปี ก่อเหตุยิงในห้างกลางกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 ต.ค.
ทลายแหล่งผลิตปืนกลางกรุง
ต่อมาเวลา 13.10 น. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.น.8, พ.ต.อ.วัชรพล สุวนันทวงศ์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ ร่วมกันนำหมายค้นศาลอาญาธนบุรี เข้าตรวจค้นทาวน์เฮาส์ เลขที่ 17 ท้ายซอยประชาอุทิศ 65 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ
เพื่อสืบหาความเชื่อมโยงกับคดีกราดยิงสยามพารากอน หลังพบเป็นสถานที่ผลิต และดัดแปลงอาวุธปืนบีบีกันและแบลงก์กัน พร้อมจับกุมนายวีรยุทธ นธีธร หรือ “โอ ยี่เรือ” ชาว จ.ภูเก็ต อายุ 41 ปี ยึดอุปกรณ์สำหรับผลิตอาวุธปืนรวม 48 รายการ ประกอบด้วยกระสุนปืนขนาดต่างๆ หลายสิบนัด แม็กกาซีนกว่า 40 อัน ถังทดสอบอาวุธปืน 1 ถัง ยาไอซ์ 6 กรัม พร้อมอุปกรณ์การเสพ
พล.ต.ท.สำราญกล่าวว่า ตำรวจสืบสวนนครบาล 8 ขยายผลการจับกุมผู้ขายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์มานานกว่า 2 เดือน จนพบว่าสถานที่นี้เป็นที่ผลิตปืนแบลงก์กัน และลำกล้อง รวมถึงแม็กกาซีนบรรจุกระสุน ผลการตรวจค้นพบชุดกันเสียง อุปกรณ์ การไลฟ์สด และกล่องทดสอบการยิงปืน กองพิสูจน์หลักฐานจะนำไปเปรียบเทียบกับกระสุนปืนที่นำไปใช้ในเหตุกราดยิงที่ห้างพารากอนว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ จากนั้น จึงจะทราบด้วยว่าผู้ก่อเหตุขายปืนมานาน เพียงใด บก.น.8 จะสืบสวนขยายผลต่อว่า ผู้ประกอบปืน รับอุปกรณ์ต่างๆ มาจากที่ใดและส่งขายที่ใดบ้าง
ออก 7 มาตรการเข้มปืน-สิ่งเทียม
วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางจำกัดการออกใบอนุญาตพกปืนแก่บุคคลทั่วไป มีอธิบดีกรมการปกครอง ตำรวจ กรมศุลกากร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล
นายอนุทินเผยหลังจบการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการระยะสั้น ดังนี้
1.ให้นายทะเบียนอาวุธปืนทั่วประเทศ เช่น นายอำเภอในต่างจังหวัด และในกทม. งดออกใบอนุญาตให้สั่งนำเข้า หรือค้า สิ่งเทียมอาวุธปืนทุกชนิดไม่เฉพาะปืน และไม่อนุญาตให้รายใหม่ขออนุญาตเป็นผู้ค้า สั่งนำเข้าสิ่งเทียมอาวุธปืนเพิ่ม
2.ขอให้ผู้ครอบครองแบลงก์กัน บีบีกัน หรือสิ่งเทียมอาวุธปืน ที่อาจจะดัดแปลงเป็นอาวุธปืนได้ โดยให้นำแบลงก์กัน บีบีกัน หรือสิ่งเทียมอาวุธปืนที่ครอบครองอยู่ ไปแสดงและทำบันทึกต่อนายทะเบียนอาวุธปืนตามภูมิลำเนา ที่มีทะเบียนบ้านอยู่
3.ให้กรมศุลกากร ตรวจสอบการนำเข้าสิ่งเทียมอาวุธปืน โดยเฉพาะแบลงก์กัน และบีบีกัน ที่สามารถดัดแปลงเป็นอาวุธปืน ให้เข้มงวด
4.ให้การกีฬาแห่งประเทศไทย ที่กำกับดูแลสนามยิงปืน ที่จดทะเบียนเป็นสมาคมกีฬาทั่วประเทศ ให้กวดขันตรวจสอบทั่วประเทศ ดังนี้ ห้ามผู้มีอายุอายุไม่เกิน 20 ปี เข้าสนามยิงปืน ยกเว้นได้รับอนุญาตตามระเบียบการกีฬาแห่งประเทศไทย อาทิ นักกีฬายิงปืนทีมชาติ
โดยอาวุธปืนที่ใช้ในสนามยิงปืนต้องมีทะเบียนถูกต้อง และต้องตรงตัวกับผู้ที่นำมาใช้บริการ ไม่สามารถไปยืมของใครมาใช้ได้ ห้ามนำกระสุนปืนออกนอกเขตสนามยิงปืนเป็นอันขาด ส่วนสนามยิงปืนในกำกับดูแลของส่วนราชการ ขอให้ดำเนินการกวดขันตรวจสอบให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการและข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด
นายอนุทินกล่าวว่า ต่อไปนี้จะบอกว่า เก็บปืนไว้ที่บ้าน แล้วพกมาสนามยิงปืนไม่ได้ ถ้าเป็นนักกีฬาหรือเป็นสโมสรใดก็ตาม ต้องฝากอาวุธปืนของตัวเองไว้ที่สนามยิงปืน โดยสนามต้องมีวิธีการรักษา ควบคุม เก็บรักษาให้ผู้มาใช้อาวุธดังกล่าว ขอย้ำว่าจะนำออกนอกสนามไม่ได้ จนกว่าจะพ้นจากการเป็นสมาชิกที่มาใช้งาน และต้องขออนุญาตเป็นรายครั้งในการพกพาอาวุธปืนไปที่ใด
งดใบพกพา-นำเข้าปืน
5.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ งดออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว
6.กระทรวงมหาดไทย ไม่มีนโยบายดำเนินโครงการอาวุธปืนสวัสดิการให้กับประชาชนทั่วไป แต่สำหรับเจ้าพนักงานของรัฐที่มีความจำเป็นต้องใช้ในการป้องกัน ปราบปรามจะมีได้แค่คนละ 1 กระบอก แล้วห้ามโอนต่อ หากผู้ครอบครองเสียชีวิตให้ตกเป็นของทายาทตามระเบียบ
7.ให้นายทะเบียน งดออกใบอนุญาตสั่งนำเข้าอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนของร้านค้าอาวุธปืนตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ช่วงนี้จะไม่อนุญาตให้มีการเปิดร้านค้าอาวุธปืนรายใหม่ เพื่อลดความวิตกกังวลของประชาชน และลดการเข้าถึงการครอบครองอาวุธปืนของประชาชน ทั่วไปให้มากที่สุด

ขายปืนให้ดช. – พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. แถลงจับนายสุวรรณหงส์ พราหมณ์คณาจารย์ นายอัครวิชญ์ ใจทอง สองพ่อลูกขายปืนแบลงก์กันให้ด.ช.วัย 14 ก่อเหตุยิงในห้าง และนายปิยะบุตร เพียรพิทักษ์ คนขายกระสุนปืน ที่สน.ยานนาวา เมื่อวันที่ 5 ต.ค.
ตีทะเบียน‘บีบี-แบลงก์กัน’
นายอนุทินกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กระทรวงดีอีเอส ปิดเว็บไซต์ เพจออนไลน์การซื้อขายอาวุธปืนเถื่อน และสิ่งเทียม อาวุธปืนดัดแปลงเป็นอาวุธปืน โดยให้รายงานผลการปฏิบัติงานให้กระทรวงมหาดไทย รับทราบทุก 15 วัน การหารือในวันนี้พยายาม ที่จะใช้กฎหมายที่อยู่ในกำกับดูแลของกระทรวง มหาดไทย เพื่อบังคับใช้อย่างเต็มที่
ส่วนอื่นที่นอกเหนือกระทรวงมหาดไทย เป็นของหน่วยงานอื่นๆ หากมีเรื่องใดที่จำเป็นที่จะมีข้อเสนอเข้ามาจะมีการแก้ไขกฎหมาย หรือตรากฎหมายใหม่ ก็เสนอมา แล้วจะนำเรื่องเรียนให้นายกฯ รับทราบ และให้ความเห็นชอบ เพื่อดำเนินการต่อไป โดยรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติต้องช่วยกันเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ทั้งนี้ ข้อกำหนดที่หารือกัน จะไปยกร่างเป็นหนังสือสั่งการเพื่อแจ้งให้ ผู้ปฏิบัติรับทราบต่อไป ให้มีผลบังคับใช้ทันที
สำหรับกรอบเวลาเปิดให้แจ้งครอบครองสิ่งเทียมอาวุธปืนต้องดำเนินการภายในระยะเวลาเท่าไหร่นั้น นายอนุทินกล่าวว่า จะมีการกำหนดกรอบไว้ เช่น 30 วัน 60 วัน หรือ 90 วัน อธิบดีกรมการปกครองจะไปพิจารณาและนำมาเสนอ ทั้งหมดนี้เป็นกรอบปฏิบัติอาจจะมีเพิ่มเติมเข้ามาได้ ถ้าอยู่ในขอบเขตอำนาจของกรมการปกครองเราก็จะดำเนินการ
แก้พรบ.อาวุธปืน
ด้านนายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมว่า สำหรับมาตรการระยะยาว จะมีการพิจารณาแก้ไขพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ดังนี้
1.ต้องมีเอกสารใบรับรองแพทย์ที่รับรองเรื่องสุขภาพจิต ภาวะทางจิตใจ ที่ผู้ขออนุญาตซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนต้องใช้ประกอบในการยื่นคำขอ
2.กำหนดนิยาม คำว่า สิ่งเทียมอาวุธปืน ไม่ให้หมายความรวมถึง แบลงก์กัน บีบีกัน หรือสิ่งเทียมอาวุธปืนอื่น ที่สามารถดัดแปลงเป็นอาวุธปืนได้ง่าย
3.กำหนดให้ผู้ที่จะซื้อสิ่งเทียมอาวุธปืน ที่สามารถดัดแปลงเป็นอาวุธปืนได้ ต้องยื่นคำขอต่อนายทะเบียนอาวุธปืน
4.ผู้ครอบครองอาวุธปืนทั่วประเทศ ทั้งรายเดิมที่มีอยู่แล้วและรายใหม่ที่อาจจะมีเพิ่มขึ้น ต้องนำอาวุธปืนมายิงทดสอบเก็บข้อมูลหัวกระสุนทุกกระบอกทุกราย
5.ให้ใบอนุญาตมีอาวุธปืน (ป.4) มีอายุของใบอนุญาต ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตไปแล้วต้องนำอาวุธปืนมารายงานตัวกับนายทะเบียนในทุก 5 ปี 10 ปี เพื่อพิจารณาต่ออายุใบอนุญาต เช่นเดียวกันกับใบขับขี่รถยนต์
‘บัวแก้ว’ยันจีนเข้าใจ
ต่อมาเวลา 13.20 น. นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ และน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมแถลงถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือ ผู้ประสบเหตุกราดยิง โดยนายจักรพงษ์ เผยว่า นายกฯ มีความเป็นห่วง จึงให้ตนและรมว. การท่องเที่ยวฯ ไปยังสถานทูตต่างๆ ทั้งจีน เมียนมา และลาว เพื่อสร้างความเข้าใจให้เอกอัครราชทูต รวมถึงไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บ ทั้งที่ร.พ.จุฬลงกรณ์ และร.พ.กรุงเทพคริสเตียน โดยในส่วนผู้บาดเจ็บที่ร.พ.กรุงเทพคริสเตียน พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องดูแลต่อไป ขณะที่ผู้บาดเจ็บที่ร.พ.จุฬาฯ มีอาการดีขึ้น และคาดว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้เร็วๆ นี้
ทั้งนี้ ทางเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเข้าใจสถานการณ์ และมีการออกแถลงการณ์ไปยังประเทศจีนแล้ว ว่าประเทศไทย มีการจัดการได้เร็วมาก เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว
นายจักรพงษ์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังประชุมคณะกรรมการ เพื่อเตรียมความพร้อมในมาตรการป้องกันเหตุ ที่มี 4 มาตรการคือ 1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการเพิ่มกำลังพลเจ้าหน้าที่ในแหล่งชุมชน 2.ประสานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อขอความร่วมมือปิดเว็บไซต์ และช่องยูทูบที่มีการขาย ดัดแปลง และสอนวิธีประกอบอาวุธปืน แบลงก์กัน 3.ประสานกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง เข้มงวด ในการนำเข้าอุปกรณ์ดังกล่าวต้องได้รับ ใบอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น เพื่อป้องกันการซื้อได้ง่ายจากเยาวชน และ 4.กระทรวงดิจิทัลฯ ได้นำแอพพลิเคชั่นเตือนภัย มาใช้แจ้งเตือนเหตุการณ์ลักษณะที่เกิดเหตุ โดยจะมีการแถลงข่าวให้ทราบต่อไป
สั่งทูต-ททท.แจงโลก
ด้านน.ส.สุดาวรรณกล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมีชาวจีนหนึ่งคนที่เสียชีวิต โดยญาติได้เดินทางมาถึงเมืองไทยแล้ว และทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ พร้อมอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศไทย และพาไปพบญาติของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาอยู่ในขณะนี้ ในส่วนของการเยียวยา มีคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบ สาธารณภัยสำนักนายกฯ ที่กำลังดำเนินการอยู่ จะสามารถชี้แจงรายละเอียดได้ในวันที่ 6 ต.ค.นี้ ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ สำหรับการเยียวยาของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะชี้แจงให้ทราบรายละเอียด ในวันที่ 6 ต.ค.เช่นเดียวกัน
น.ส.สุดาวรรณกล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการกำชับไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่มีสาขาอยู่ในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศจีน พยายามที่จะสื่อสารว่าเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์เดียวและจบไปในครั้งเดียว และเราจะมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมขึ้นอย่างไร
ทดลองเอสเอ็มเอสแจ้งภัย
วันเดียวกัน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดีอีเอส กล่าวภายหลังการหารือกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และเครือข่ายโทรศัพท์ เรื่องการแจ้งเตือนภัยแบบเจาะจง ว่า นายกฯ สั่งการให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน จึงเร่งดำเนินการในเรื่องอีเมอร์เจนซี่ โมบายล์ อะเลิร์ต ล่าสุดทดลองใช้แล้ว โดยเครือข่ายเอไอเอสทดลองระบบที่เรียกว่าแอลบีเอสใช้ไปในช่วงเช้า เป็นการแจ้งเอสเอ็มเอส ใครที่อยู่บริเวณทำเนียบ จะได้รับเอสเอ็มเอสนี้
การดำเนินการเรื่องในนี้สามารถทำได้ทันที และเป็นเรื่องที่เราจะรับไปดำเนินการ ส่วนในระยะต่อไปเราจะพูดถึงเรื่องเซล บรอดแคสต์ ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ แต่ถ้าเราทำระบบนี้ได้มันจะเป็นระบบที่เสถียร และจะเป็น ระบบเตือนภัยที่จะสามารถแจ้งการเตือนภัย ให้ประชาชนได้อย่างครอบคลุมและมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น โดยในเรื่องนี้ประสานงานกับกสทช. เครือข่ายเอไอเอส และทรู อีกทั้งได้รับความร่วมมืออย่างดี ดังนั้นจะเหลือแค่ศูนย์คอมมานเซ็นเตอร์ วันนี้เราคิดว่าปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาระดับชาติไปแล้ว และไม่รู้ จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เราจึงจะรับดำเนินการไป เร่งด่วนและไปหารือนายกฯ ในข้อสั่งการ ที่สำคัญในการจัดตั้งคอมมานเซ็นเตอร์ต่อไป
สำหรับเรื่องเว็บไซต์ขายปืน นายประเสริฐกล่าวว่า ตอนนี้ให้ทางดีอีเอสสั่งปิดอยู่ เดิมทีต้องใช้อำนาจศาล แต่ทั้งนี้เมื่อเราเห็นเราปิดเลย โดยสถิติที่เราปิดเว็บที่ไม่ใช่แค่เว็บขายปืนประมาณ 500 เว็บ เราปิดทุกวันด้วยที่เราแก้กฎระเบียบบางอย่าง ส่วนการขายในแพลตฟอร์มอื่นประสานขอความร่วมมือไปแล้วทั้ง เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และได้รับความร่วมมืออย่างดี
กรมพินิจฯประเมินจิตดช.
วันเดียวกัน น.ส.ศิริประกาย วรปรีชา รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เปิดเผยกรณีสถานพินิจฯ รับตัวเด็ก 14 ปี กราดยิงในห้างดังกลางเมือง จากศาลเยาวชนและครอบครัวที่เห็นควรส่งตัวไปควบคุมไว้ เพื่อตรวจสอบสภาพจิตใจของผู้ต้องหา ว่า ขั้นตอนการแรกรับ ทางสถานพินิจฯ ให้นักจิตวิทยา นักจิตแพทย์ พ่อบ้านแรกรับหรือ พ่อบ้านแห่งบ้านเมตตาจะร่วมกันพูดคุยสอบถามในเบื้องต้น รวมถึงประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้นร่วมด้วย และเด็กชายจะได้รับการกักโรคโควิด-19 ก่อน 5 วัน
ระหว่างนี้ก็จะมีการประเมินเรื่องสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง และจะประสานปรึกษาร่วมกับแพทย์เฉพาะทางของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ หากแพทย์มีความเห็นว่ามีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตในขั้นที่ต้องเข้ารับการรักษาจะทำรายงานพร้อมแนบความเห็นแพทย์เสนอต่อศาลเยาวชนฯ เพื่อศาลรับทราบว่าจะมีการส่งต่อเด็กชายไปนอนพักเข้ารับการรักษาตัว ที่สถาบันกัลยาณ์แทน ซึ่งเป็นหลักปกติทั่วไปที่เด็กๆ รายใดมีอาการจิตเวชร่วมด้วยนั้น จะได้รับการส่งต่อดูแลโดยเเพทย์เฉพาะทาง
ส่วนระยะการรักษาตัวอยู่ที่ดุลพินิจของแพทย์เป็นหลัก หากเด็กชายได้รับการประเมินสุขภาพจิตและพบว่าอยู่ในขั้นที่ไม่วิกฤต หรือน่าเป็นกังวล จิตแพทย์และนักจิตวิทยาจะร่วมกันกำหนดถึงกระบวนการรักษาหรือโปรแกรมต่างๆ หลังจากนี้ระหว่างรอการพิจารณาคดีของศาล เด็กชายจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนๆ คนอื่นในบ้านเมตตา ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการละลายพฤติกรรมและได้รับการพัฒนาพฤตินิสัย
ระหว่างการควบคุมตัวที่บ้านเมตตา เจ้าหน้าที่ กรมพินิจฯ ต้องลงพื้นที่เพื่อสืบเสาะแสวงหาพยานหลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะประเด็น ที่เกี่ยวข้องกับเด็กชาย ทั้งประวัติส่วนตัว การศึกษา การใช้ชีวิต กิจกรรมที่ชอบทำ ความสัมพันธ์กับเพื่อนและครอบครัว เพื่อเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลที่รวบรวมได้นั้น จัดทำเป็นรายงานเสนอต่อศาลเยาวชนฯ
เผยไม่พูด-กินน้อยแต่ไม่ฟูมฟาย
น.ส.ศิริประกายกล่าวอีกว่า จากการได้รับรายงานพบว่าวานนี้ หลังการรับตัวและประเมินสุขภาพเบื้องต้น เด็กชายไม่ค่อยพูดจา อาจเพราะเพิ่งได้เข้ามายังภายในสถานพินิจฯ ยังมีความไม่คุ้นชิน และไม่ค่อยอยากรับประทานอาหาร แต่แน่นอนว่า จะมีอาการวิตกกังวลบ้าง ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะทุกคนรู้ว่าจะต้องถูกแยก อาจกังวลเรื่องความเป็นอยู่ของตัวเอง แต่ยังไม่มีอาการร้องไห้ฟูมฟายหรือ ซึมเศร้าผิดปกติ อยู่ระหว่างการค่อยๆ ปรับตัว
ต่อข้อถามว่า ทางผู้ปกครองจะขอนำตัวเด็กชายไปรักษาตัวภายนอกกับแพทย์เองได้หรือไม่นั้น น.ส.ศิริประกาย กล่าวว่า ทางผู้ปกครอง จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนฯ เพื่อศาลพิจารณาและมีคำสั่งแจ้งกลับว่าอนุญาตหรือไม่ อย่างไร เพราะในส่วนของสถานพินิจฯ จะรับหน้าที่เป็นสถานที่สำหรับเด็กที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล
พบฝึกยิงสนามรด.ด้วย
รายงานข่าวจากกองทัพบกเปิดเผยว่า ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบสนามยิงปืนของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ทำรายงานชี้แจงข้อเท็จจริง หลังมีภาพข่าวเด็กชายวัย 14 ปี ที่ก่อเหตุกราดยิงในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน มาใช้บริการที่สนามแห่งนี้
ตามรายงานระบุว่า เด็กชายวัย 14 ปีไปใช้บริการสนามยิงปืนที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดนจริง แต่ไม่สามารถระบุวัน-เดือน-ปีได้ เนื่องจากกล้องวงจรปิดในสนามยิงปืนแห่งนี้ไม่ได้บันทึกเก็บข้อมูลเอาไว้ทั้งหมด ยากต่อการ ตรวจสอบ ทั้งนี้หน่วยต้นสังกัดทำรายงานเสนอไปยังผบ.ทบ. เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงแล้ว