รุดร่วมงานศพสาวพม่าจ่อหมายอีก3โยงรัวยิงย้ายเด็กเข้ารพ.รักษาจิตเยียวยาผู้เสียชีวิต6.2ล.ส่วนบาดเจ็บได้3.5แสน
พ่อดช.14 แถลงการณ์ 3 ภาษา ขอโทษผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บและครอบครัว ผู้คนที่ต้องแตกตื่นตกใจ รวมถึงห้างร้านและประเทศที่เสียหาย ก่อนไปร่วมงานศพสาวพม่า ภาครัฐ-เอกชนระดมทุนเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 6.2 ล. ผู้บาดเจ็บ 3.5 แสน ผบช.น.สั่งล่าตัวเกรียนคีย์บอร์ดบูลลี่เหยื่อ-ผู้ก่อเหตุส่งตัว และจ่อออกหมายจับเพิ่มอีก 2-3 ราย เชื่อมโยงเหตุสลดกลางกรุง ส่งตัว ด.ช.ไปรักษาจิตที่สถาบันกัลยาณ์ฯ
ผบ.ตร.เยี่ยมคนเจ็บ
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เข้าเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ยิงที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ที่ยังคงรักษาตัวที่ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 ร.พ.ตำรวจ พร้อมมอบเงินและกระเช้าผลไม้สิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมสอบถามอาการและให้กำลังใจ อีกทั้งได้กำชับทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลดูแลผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ โดยล่าสุดอาการ ผู้ได้รับบาดเจ็บดีขึ้นแล้ว ผบ.ตร.กำชับ เจ้าหน้าที่ตำรวจว่าหากทีมแพทย์ร.พ.ตำรวจพิจารณาอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ให้ จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวก ในการส่งกลับถึงที่พักให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
วันเดียวกัน พ.ต.อ.กันตภณ โพธิ์อ๊ะ ผกก.สน.ยานนาวา เผยความคืบหน้าการควบคุมตัว 3 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่เชื่อมโยงเหตุเด็กชายอายุ 14 ปี กราดยิงภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มี ผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 5 ราย ประกอบด้วย นายสุวรรณหงส์ พราหมณ์คณาจารย์ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ จ.932/66 ลง 4 ต.ค.66 และนายอัครวิชญ์ ใจทอง อายุ 22 ปี ตามหมายจับ จ.933/66 ลง 4 ต.ค.66 สองพ่อลูกชาวจ.ยะลา และนายปิยะบุตร เพียรพิทักษ์ อายุ 31 ปี ตามหมายจับที่ จ 931/2566 ลง วันที่ 4 ต.ค.66
พ.ต.อ.กันตภณกล่าวว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนสน.ปทุมวัน เจ้าของท้องที่เกิดเหตุเข้าสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดเรื่องของการที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนขายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนให้เด็กชาย อายุ 14 ปีก่อนเอาไปใช้ก่อเหตุจริงหรือไม่เท่านั้น โดยใช้เวลาเกือบตลอดทั้งคืน ส่วนสน.ยานนาวาจะเริ่มสอบปากคำในช่วงเช้า วันนี้ไปจนตลอดทั้งวัน

เยียวยา – พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวฯ นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ ผู้ว่าการททท. และรรท.ผบช.ทท. แถลงเยียวยาเหยื่อด.ช.14 ที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อ วันที่ 6 ต.ค.
พ่อลูกขายปืนยังปฏิเสธ
โดยในชั้นจับกุมนายสุวรรณหงส์และ นายอัครวิชญ์ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ถือว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่พนักงานสอบสวนมีหลักฐานที่สามารถเอาผิดได้อย่างแน่ชัด โดยมีหลักฐานสลิปการโอนเงินเป็นเวลาที่สอดคล้องกับการซื้อขายอาวุธปืนให้กับเด็กชายอายุ 14 ปีไปใช้ก่อเหตุ รวมไปทั้งหลักฐานชิ้นอื่นๆ ด้วย ส่วนนายปิยะบุตรคนขายกระสุนปืนในชั้นจับกุมให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เบื้องต้นจะมีการฝากขัง ผัดแรกผู้ต้องหาทั้ง 3 คนในวันที่ 7 ต.ค.
รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายจับผู้ที่เชื่อมโยงกับการก่อเหตุของเด็กชายอายุ 14 ปีเพิ่มอีก 2-3 ราย
น.1สั่งล่าเกรียนคีย์บอร์ด-บูลลี่
รายงานข่าวแจ้งว่า วันเดียวกัน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ติดตามตัว บุคคลที่ปรากฏอยู่ในแช็ตที่มีการแชร์ต่อในโซเชี่ยล ปรากฏเป็นภาพการแช็ตสนทนาที่เกี่ยวข้องกับเด็กชายอายุ 14 ปี ผู้ก่อเหตุ ในลักษณะพาดพิงและบูลลี่ผู้บาดเจ็บและ เสียชีวิต รวมถึงตัวผู้ก่อเหตุ เบื้องต้น พล.ต.ท.ธิติ, พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น. นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนออนไลน์ ตรวจสอบข้อมูลจากแช็ต ดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นทราบว่าเป็นเพื่อนทางออนไลน์ประมาณ 4-5 คน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบความสัมพันธ์และติดตามตัวมาสอบสวนและดำเนินคดี
ขณะที่พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยถึงกรณีคลิปที่ปรากฏภาพผู้ต้องหาเด็กชายวัย 14 ปี ซ้อมยิงปืนภายในสนามแห่งหนึ่ง มีครูฝึกสวมชุดลายพรางทหารเป็นผู้ควบคุมดูแลในช่องยิง ว่า พบเป็นสนามยิงปืนของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ถนนเจริญกรุง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยผู้ที่จะเข้าไปใช้บริการได้นั้นจะต้องเป็นสมาชิก หากว่าเป็นผู้เยาว์ อายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องมี ผู้ปกครองไปด้วยโดยกรณีของเด็กชายวัย 14 ปี เดินทางไปกับผู้ปกครองหรือไม่ พนักงานสอบสวนกำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ และจากการให้การของเด็กชายอายุ 14 ปี ทราบว่าซ้อมยิงปืนถึง 20 กว่าครั้งด้วยกัน ก่อนลงมือก่อเหตุ แต่ทั้งนี้ยังต้องสอบสวนกับทางสนามยิงปืนด้วย
ทบ.เร่งสอบสนามนรด.
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก เผยแพร่เอกสารข่าวกรณีเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงที่สยามพารากอน เมื่อ 3 ต.ค.66 โดยได้ปรากฏคลิปวิดีโอในสังคมออนไลน์ เป็นภาพของผู้ต้องหาขณะซ้อมยิงปืนในสนามยิงปืน ที่คาดว่าเป็นสนามยิงปืนในหน่วยทหาร จากการตรวจสอบพบเป็นสนามยิงปืนของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) สนามยิงปืนแห่งนี้เปิดบริการให้แก่สมาชิกของสนามยิงปืนได้เข้ามาฝึกซ้อม มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกีฬายิงปืน รวมถึงเพื่อฝึกฝนการใช้อาวุธปืนให้กับกำลังพลและบุคคลทั่วไปที่สนใจ โดยระเบียบของสนามยิงปืนแห่งนี้ อนุญาตให้สมาชิกสามารถนำบุคคลอื่นที่สมาชิกรับรองมาใช้บริการที่สนามยิงปืนได้ และต้องปฏิบัติตามกฎของสนามยิงปืนอย่างเคร่งครัด
จากการตรวจสอบรายชื่อสมาชิกไม่พบว่าผู้ต้องหาเป็นสมาชิกของสนามยิงปืน จึงสันนิษฐานว่ามีสมาชิกคนอื่นพาเข้ามา รวมถึงเมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงวจรปิดย้อนหลังจนถึงวันที่มีข้อมูลบันทึกไว้เป็นเวลา 10 วัน ไม่พบภาพของผู้ต้องหาดังกล่าว ปัจจุบันทางหน่วยกำลังตรวจสอบไปยังเจ้าหน้าที่ในสนามยิงปืนทั้งหมด เพื่อรวบรวมข้อมูลการเข้าใช้สนามยิงปืนของผู้ต้องหาดังกล่าว ทั้งนี้กองทัพบกได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่งดช.รักษาสถาบันกัลยาณ์ฯ
ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยา เสพติด (ป.ป.ส.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เผยว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มีแพทย์ที่ตรวจและประเมินสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเด็ก ล่าสุดรับแจ้งว่าทีมจิตแพทย์ที่ตรวจสอบเบื้องต้นเห็นควรส่งตัวเด็กชายไปเข้ารับการรักษาที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ แต่ยังไม่ได้เห็นรายละเอียดชัดเจนว่า เด็กชายมีอาการทางจิตอย่างไร เป็นเพียงสรุปรายงานที่ได้รับทราบเท่านั้น
พ.ต.อ.ทวีกล่าวอีกว่า แม้เด็กชายจะถูกส่งตัวไปรักษาที่สถาบันกัลยาณ์ฯ แต่ในทางกฎหมายไม่สามารถเปิดเผยเรื่องอาการสุขภาพของเด็กได้ ขอให้เป็นไปตามความเห็นของแพทย์ อีกทั้งทางกรมพินิจฯ จัดเตรียมเจ้าหน้าที่สำหรับเข้าร่วมดูแลเด็ก ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย เบื้องต้นไม่ได้เน้นย้ำกำชับในเรื่องใดเป็นพิเศษแก่กรมพินิจฯ เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะมีขั้นตอนการดำเนินการและรายงานให้รับทราบต่อเนื่อง อีกทั้งเรื่องสำคัญอีกประการคือการที่ เจ้าหน้าที่ของกรมพินิจฯ ต้องลงพื้นที่ สืบเสาะ สืบสวนค้นหาสาเหตุที่ทำให้เด็กชายก่อเหตุดังกล่าว เพื่อที่เราจะได้ร่วมกันออกแบบกลไกป้องกันไม่ให้มีเด็กหรือเยาวชนก่อเหตุในลักษณะนี้ซ้ำขึ้นอีก
“หากเด็กชายเข้ารับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางเสร็จสิ้นกระบวนการเป็นที่เรียบร้อย และเมื่อถึงวันนั้น แพทย์พิจารณาส่งกลับมายังสถานพินิจฯ ทางกรมพินิจฯ จะมีโปรแกรมบำบัดฟื้นฟู เพื่อพัฒนาพฤตินิสัยซึ่งจะเป็นในส่วนที่เด็กๆ ภายในการดูแลของสถานพินิจฯ ทุกคนจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมการศึกษา การพัฒนาวิชาชีพต่างๆ เป็นต้น” รมว.ยุติธรรมกล่าว

สอบข้ามคืน – ตำรวจคุมตัว 3 ผู้ต้องหาที่ขายปืนและกระสุนให้เด็กชาย 14 ใช้ก่อเหตุที่ห้างสยามพารากอน สอบสวนปากคำเพิ่มเติมหลังสอบเค้นตลอดคืน ก่อนเตรียมส่งฝากขังศาลอาญากรุงเทพใต้ ขณะที่มีรายงานข่าวแจ้งว่าตำรวจเตรียมออกหมายจับผู้เชื่อมโยงกับการก่อเหตุเพิ่มอีก 2-3 ราย ที่สน.ยานนาวา เมื่อวันที่ 6 ต.ค.
‘สมศักดิ์’สั่งเยียวยาเหยื่อ
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกฯ ในฐานะประธานกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี โดยมี นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการกองทุนเข้าร่วม ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
นายสมศักดิ์กล่าวว่า เหตุดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน 1 ราย ชาวเมียนมา 1 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย เหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง มีความมุ่งมั่นในการดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ ถ้าเราไม่เร่งทำความเข้าใจ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอาจจะทำให้เราเสียหายจึงขอให้คณะกรรมการทุกคนประชุมเป็นการเร่งด่วน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีกลับคืนมา ด้วยการเร่งแก้ไขเยียวยาเป็นหลักสำคัญ
จากการประชุมคณะกรรมการมีมติเห็นชอบเยียวยาผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย รายละ 1 ล้านบาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส รายละ 2 แสนบาท บาดเจ็บเล็กน้อย รายละ 1 แสนบาท โดยการพิจารณาเทียบเคียงกับเหตุการณ์ใกล้เคียงในอดีตที่ได้อนุมัติเยียวยาแล้ว เช่น เหตุกราดยิงใน จ.นครราชสีมา เหตุร้ายแรงใน จ.หนองบัวลำภู หลังคณะกรรมการมีมติ พร้อมที่จะจ่ายเงินทันที แต่ต้องรอ กทม.ในฐานะเป็นผู้สรุปเหตุการณ์ส่งเอกสารสรุปรายละเอียดมาให้ก่อน โดยเงินช่วยเหลือของกองทุนนี้ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเงินเยียวยาของหน่วยงานอื่น เพราะเป็นเงินบริจาคของประชาชน
เอกชนระดมเงินช่วยด้วย
ต่อมา ที่กระทรวงการต่างประเทศ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. พล.ต.ต.อภิชาติ สิริบุญญา รองผบช.รรท.ผบช.ท่องเที่ยว ร่วมแถลงข่าวที่ศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์ ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อประสานข้อมูลจากเหตุการณ์กราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน
น.ส.สุดาวรรณกล่าวว่า ทางภาครัฐและเอกชนจะมอบเงินเยียวยาให้แก่ผู้เสียชีวิต รายละ 6.2 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินเยียวยาจากภาครัฐ รายละ 1.2 ล้านบาท มาจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยรายละ 1 ล้านบาท และจากกระทรวงยุติธรรมรายละ 2 แสนบาท และศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมมอบอีกรายละ 5 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บ 5 รายเมื่อออกจากโรงพยาบาล ภาครัฐจะเยียวยารายละ 5 หมื่นบาท และศูนย์การค้าสยามพารากอนมอบอีกรายละ 3 แสนบาท รวมเป็นรายละ 3.5 แสนบาท นอกจากนี้ บริษัทกิฟฟารีนแสดงความประสงค์มอบเงินสมทบให้ภาครัฐนำไปร่วมดำเนินการเยียวยาอีก 1 ล้านบาท ในรายละเอียดจะได้พิจารณาต่อไป ทั้งนี้ จะเร่งรัดขั้นตอนการจ่ายเงินของภาครัฐโดยเร็ว ส่วนของภาคเอกชนสามารถจ่ายให้ญาติผู้เสียชีวิตได้ทันที

พ่อดช.14 – บิดา ด.ช.วัย 14 ปีที่ก่อเหตุยิงในห้าง เดินทางมาไหว้ขอขมาศพ น.ส.ตะวัน ผู้เสียชีวิตชาวเมียนมา ที่วัดผาสุกมณีจักร จ.นนทบุรี ก่อนเปิดใจเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยินดีรับผิดชอบต่อความสูญเสียอย่างถึง ที่สุด เมื่อวันที่ 6 ต.ค.
พ่อดช.ขอโทษ 3 ภาษา
วันเดียวกัน ศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์ ได้รับการติดต่อจากผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุ ขอให้เผยแพร่ข้อความแสดงความเสียใจต่อกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ต.ค. และคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ความว่า
ผมและครอบครัวรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งและขอโทษอย่างที่สุดกับผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และครอบครัว สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของลูกชายของเราที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนที่ผ่านมา รวมทั้งกับประชาชน นักท่องเที่ยว เจ้าของกิจการ ห้างร้าน และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หรือบริเวณใกล้เคียงที่ต้องอพยพ หรือเดือดร้อน รวมไปถึงเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งของประเทศไทย จีน เมียนมา ลาว และทุกฝ่าย ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ตลอดจนความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นส่วนรวมของประเทศด้วย
ผมและครอบครัวต้องขออภัยที่ไม่ได้สื่อสารต่อสาธารณะให้เร็วกว่านี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมและครอบครัวอยู่ในระหว่างกระบวนการและขั้นตอนทางกฎหมาย ลูกชายเราถูกควบคุมตัวไว้ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนตามคำสั่งศาลคดีเด็กและเยาวชน โดยผมและครอบครัวไม่ได้ยื่นขอประกันตัว เพราะผมและครอบครัวตั้งใจจะให้ความร่วมมือกับทางการอย่างเต็มที่ ในการค้นหาข้อเท็จจริง และให้เกิดความมั่นใจว่า จะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงซ้ำขึ้นอีกจากกรณีเดียวกัน
เราเสียใจและตกใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และน้อมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่เท่าที่เราสามารถจะกระทำได้ ทั้งขอให้คำมั่นว่า เราจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และทุกหน่วยงาน ในการดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งบรรเทาและเยียวยาผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ให้ดีที่สุด
ผมและครอบครัว กราบขอโทษและ ขอขมาต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัว ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบ ร้ายแรงที่สุดจากเหตุการณ์นี้ และทุกคนจากใจด้วยความเคารพครับ
ลงชื่อ ผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุ
รุดขมาศพสาวพม่า
ต่อมาช่วงค่ำวันเดียวกัน บิดาของเด็กชายผู้ก่อเหตุเข้าร่วมงานสวดพระอภิธรรม น.ส.โมมิน หรือน้องตะวัน (ชื่อไทย) ชาว เมียนมา ผู้เสียชีวิต ที่วัดผาสุขมณีจักร ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยเข้าไปแสดงตัวกับนายจ้างของผู้เสียชีวิต พร้อมกล่าวว่ามาร่วมแสดงความเสียใจกับน.ส.ตะวันด้วยความรู้สึกที่ยังตกใจและยังเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก พร้อมรับผิดชอบและให้ช่วยเหลือเยียวยากับความสูญเสียทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ดีที่สุด และต้องขอโทษทาง ห้างสรรพสินค้า ญาติผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้
“ส่วนที่ผ่านมาที่ยังไม่ได้เดินทางมาร่วมงานสวดของน.ส.ตะวันได้นั้นเป็นเพราะติดขัดในเรื่องกฎหมายและยังทำใจกับเหตุการณ์ไม่ได้ ส่วนเรื่องการดำเนินคดีให้เป็นตามกฎหมาย ซึ่งเบื้องต้นทางผมแสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ได้เดินทางไปประกันตัวลูกชายในชั้นศาล ทำให้เข้าถูกควบคุมตัวเข้าสถานพินิจดำเนินคดีตามกฎหมายไปแล้วเพื่อรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนประเด็นในรายละเอียดอื่นๆ เช่น ผมเป็นผู้พาบุตรชายเดินทางไปซ้อมยิงปืน หรือให้เงินบุตรชายไปซื้อปืนนั้น ขอไปให้การในชั้นศาล” บิดาของเด็กชายผู้ก่อเหตุกล่าว
มท.1 ย้ำบีบีกันไม่ใช่ของเล่น
ที่โรงแรมโมเดนา อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนการขึ้นทะเบียนวัสดุเทียมปืน เช่น บีบีกัน และ แบลงก์กัน ว่า บีบีกันไม่ใช่ของเล่น เพราะมีอานุภาพรุนแรงหากโดนในระยะประชิด ดังนั้น อะไรที่เป็นอันตรายต่อชีวิตเราต้องควบคุมไม่ให้ถูกใช้โดยง่าย คนที่เป็นเจ้าของต้องมาขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ อาจจะกำหนดหมายเลขปืนแต่ละกระบอก และอย่างน้อยจะไม่มีการเพิ่มขึ้นของปืนเหล่านี้
นายอนุทินกล่าวว่า มาตรการกำกับดูแลควบคุมการใช้อาวุธปืน กระสุน และสิ่งเทียมอาวุธ มีผลแล้วตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยลงนามข้อสั่งการแล้ว และแจ้งไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย อธิบดีกรมศุลกากร ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ