บิ๊กต่อแถลงค้น3พันจุดยึดมหึมา2พันกระบอก

‘บิ๊กต่อ’ แถลงกวาดล้างปืน ลุยค้นกว่า 3 พันจุด จับ 1,593 ผู้ต้องหา ยึดปืนกว่า 2 พันกระบอก ปิดสื่อออนไลน์ของผู้ค้า 291 สื่อ ขอบคุณทุกหน่วยช่วย ระดมจัดการ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นประชาชน-นักท่องเที่ยว อนุทินสั่งยกเลิกมอบปืนเป็นรางวัลให้กำนัน-ผญบ.

เมื่อวันที่ 12 ต.ค ที่สำนักงานตำรวจ แห่งชาติ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รรท. รอง ผบ.ตร. ดูแลงานสืบสวน พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงผลการกวาดล้าง อาวุธปืน สืบเนื่องด้วยเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุกราดยิงประชาชนในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอีกหลายราย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความรู้สึกของประชาชน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สั่งการให้พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ดำเนินการกวาดล้างจับอาวุธปืนผิดกฎหมายทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาวุธปืนเถื่อน ปืนแปลง หรือแบลงก์กัน

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้เรียกประชุมคณะทำงานและได้มอบหมาย พล.ต.ท.ธนาดูแลงานสืบสวน ดำเนินนโยบายตามมาตรการเชิงรุก โดยกำหนดให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมายและระดมกำลังทั่วประเทศร่วมกันกวาดล้างอาชญากรรม ในห้วงวันที่ 9-11 ต.ค.66 มีเป้าหมายหลักเป็นความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม เครื่องกระสุนปืน และการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย ทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์ อีกทั้งดำเนินมาตรการเชิงรุก เร่งปิดกั้นสื่อสังคมออนไลน์ทุกประเภทที่มีการลักลอบซื้อขาย ดัดแปลงแก้ไข อาวุธปืนผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกกองบัญชาการได้ร่วมกันลงพื้นที่สืบสวนหาเบาะแสผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง

จนนำมาสู่การขออำนาจศาลออกหมายค้น และเข้าตรวจค้นผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการจำหน่าย ดัดแปลง ซื้อขาย และเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนอาวุธสงคราม กว่า 3,224 จุด จับกุมผู้กระทำผิดกว่า 1,593 คน และตรวจยึดอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนผิดกฎหมายจำนวนมาก ตั้งเป้าลดความรุนแรงของอาชญากรรมและการกระทำผิดกฎหมาย

โดยมีผลการระดมกวาดล้าง ห้วงวันที่ 9-11 ต.ค. 66 ที่ผ่านมา มีดังนี้ 1.ตรวจค้น เป้าหมายทั่วประเทศทั้งสิ้น 3,224 จุด 2.จับกุมผู้ต้องหา 1,593 ราย 3.ตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย อาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียน แบลงก์กัน และบีบีกัน 1,789 กระบอก, อาวุธปืน มีหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นของบุคคลอื่น หรือปืนผิดมือ 219 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน 75,973 นัด

นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ทางกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการปิดกั้นสื่อสังคมออนไลน์ที่กระทำความผิดเกี่ยวข้องกับอาวุธปืน อันเป็นช่องทางในการซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมาย โดยมี ผลการดำเนินการ ในการปิดกั้นสื่อสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เฟซบุ๊ก 79 บัญชี, ติ๊กต็อก 14 บัญชี, X-ทวิตเตอร์ 148 บัญชี, ยูทูบ 26 ช่อง, อินสตราแกรม 14 บัญชี รวมทั้งสิ้น 291 รายการ

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า ตร.ให้ความสำคัญในแก้ไขปัญหาอาชญากรรมอย่างจริงจังมาโดยตลอด จึงได้บูรณาการกวาดล้าง ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนพร้อมกันทั่วประเทศอยู่เสมอ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้เป็นจำนวนมาก เชื่อมั่นว่าจะทำให้ความรุนแรงของอาชญากรรมและการกระทำผิดกฎหมายลดลงอย่างแน่นอน อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งต่อพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวต่างชาติ และนักลงทุนจาก ต่างประเทศ อันจะส่งผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจภายในประเทศ

“การระดมกวาดล้างอาวุธปืนทั่วประเทศจนทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดอาวุธปืนจำนวนมากในครั้งนี้ ขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดได้เป็นจำนวนมาก และขอฝากประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชน ซึ่งหากมีเบาะแส/เรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับเรื่องอาชญากรรม หรือเรื่องอื่นๆ สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 191 หรือสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” ผบ.ตร.กล่าว

กวาดล้างปืน – พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. แถลงผลตรวจค้น 3,224 จุดทั่วประเทศ ยึดอาวุธปืน แบลงก์กัน บีบีกัน รวมเกือบ 2,000 กระบอก จับกุมผู้ต้องหา 1,593 คน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 ต.ค.

วันเดียวกัน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการควบคุมอาวุธปืนเถื่อนว่า อาจจะออกกฎเพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ระหว่างดูระเบียบตามพ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ.2490 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เก่ามาก ควรปรับปรุงแก้ไข แต่ต้องไปว่ากันในระบบของรัฐสภา ทางกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการให้กฎหมายมีความครอบคลุมและทันสมัยมากยิ่งขึ้น ส่วนการปราบปรามผู้มีอิทธิพล อยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อจากหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และต้องพิจารณาถึงพฤติกรรมร่วมด้วย คาดว่าจะสามารถส่งรายชื่อได้สิ้นเดือน ต.ค.นี้

เมื่อสอบถามว่ามีความกังวลจังหวัดใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายชาดากล่าวว่า จ.นครปฐม เพราะยิงกันบ่อย แต่ก็มีอีกหลายจังหวัด ส่วนกรณีให้เบอร์ส่วนตัว เพื่อให้ประชาชนติดต่อแจ้งเรื่องได้นั้น วันนึงโทร.มาเป็น 100 สาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องความเดือดร้อนจากพฤติกรรมของบุคคลในพื้นที่ มีทั้งเรื่องสำคัญและไม่สำคัญ เรื่องใดที่สามารถดำเนินการได้เลยก็จะดำเนินการให้ ซึ่งทางอธิบดีกรมการปกครอง (ปค.) ก็จะส่งเรื่องให้กับผู้ว่าฯ และตำรวจดำเนินการจับกุมต่อไป เช่น บ่อนการพนัน สามารถดำเนินการจับกุมได้ทันที เพราะเป็นความผิดเฉพาะหน้า ไม่ต้องรอรวบรวมรายชื่อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านตรวจอาวุธปืน นายอนุทินกล่าวว่า ได้ดำเนินการมาโดยตลอด ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยไม่ออกใบอนุญาตใดๆ อีกต่อไป และให้ผู้ที่เป็นเจ้าของสิ่งเทียมอาวุธปืน บีบีกันและแบลงก์กัน เร่งนำเข้ามาสำแดงและขึ้นรายชื่อไว้กับเจ้าหน้าที่ ย้ำว่าปัจจุบันนี้ไม่สามารถพกพาอาวุธปืนออกนอกเคหสถานได้ หากถูกจับที่ด่านตรวจก็จะถูกตั้งข้อหารุนแรงเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการรายงานตัวเลขการจับกุมให้กับอธิบดีปค. ที่เป็นฝ่ายปฏิบัติงาน ซึ่งตนได้มอบหมายไปแล้ว

เมื่อถามว่าจะยกเลิกรางวัลเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการมอบปืนให้กำนันผู้ใหญ่บ้านที่ปฏิบัติหน้าที่ยอดเยี่ยมในแต่ละปีหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า นี่ไม่ใช่สัญลักษณ์ เรื่องปืนสวัสดิการก็ไม่มีแล้ว ในเมื่อเราต้องการที่จะจำกัดการใช้อาวุธปืนตามมาตรการควบคุมอาวุธปืนที่ได้วางไว้

“วินาทีนี้ท่านชาดาอาจจะคิดว่ายังต้องแจกอยู่ แต่เมื่อมีคำถามนี้จากสื่อมวลชนมาก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องแจก เดี๋ยวจะมอบข้อสั่งการไป” นายอนุทินกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน