ในหลวง-ราชินีวางพวงมาลาพสกนิกรรวมใจทำบุญ-จิตอาสาถวายพระกุศล
พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงวางพวงมาลาพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องใน ‘วันนวมินทร มหาราช’ วันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม นายกฯ เศรษฐานำครม.ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรและถวายพวงมาลาเนื่องในโอกาสครบรอบ ปี วันสวรรคต ‘สัตตมวรรษ’ พร้อมหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประชาชนสวมเสื้อเหลืองร่วมถวายดอกไม้ พวงมาลัย ศิริราชทำบุญเจริญจิตตภาวนา เปิดนิทรรศการภาพถ่าย ‘กษัตริย์ของราษฎร’ ในเวลา 15.52 น. พสกนิกรทั่วไทยร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลจัดกิจกรรมจิตอาสารำลึกพ่อหลวงของแผ่นดิน
ในหลวง-ราชินีเสด็จวางพวงมาลา
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพ มหานคร และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันนวมินทรมหาราช พุทธศักราช 2566 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า สิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จ ในการนี้ด้วย
เวลา 17.28 น. เสด็จพระราชดำเนินถึงอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองทิศ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพวงมาลาส่วนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองทิศ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ เสร็จแล้ว ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันนวมินทรมหาราช พุทธศักราช 2566 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง
เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล
เวลา 17.50 น. เสด็จฯ ถึงพระที่นั่งอมรินทร วินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่ง อมรินทรวินิจฉัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 พระพุทธมหาราช ฉ ปริวัตน์ พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระอัฐิสมเด็จพระมหิตลา ธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยา ณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย กราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระอัฐิสมเด็จ พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นพระนพปฎล มหาเศวตฉัตร ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราช สักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
จากนั้น พระสงฆ์ 89 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว พระพรหมวชิรธีรคุณ เจ้าอาวาสวัดทองนพคุณ ขึ้นนั่งบนธรรมาสน์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปปักที่จงกลธรรมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม เสร็จแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สำหรับพระบรมอัฐิและพระอัฐิทรงธรรม ทรงศีล พระพรหมวชิรธีรคุณ เจ้าอาวาสวัดทองนพคุณ ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง ธรรมจารีกถา จบแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ จากนั้น ทรงทอดผ้าไตร 18 ไตร (เที่ยวแรก) พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์และถวายพระธรรมเทศนา สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรอีกเที่ยวละ 18 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงปฏิบัติเช่นนี้ จนครบ 4 เที่ยว
จากนั้น ทรงกราบ พระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 พระพุทธมหาราช ฉ ปริวัตน์ พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระอัฐิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยา ณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา เสร็จแล้ว ทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามา ธิบดินทร พระอัฐิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่หน้าพระแท่น พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เสด็จพระราช ดำเนินกลับ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราช ดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า สิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ไปทรงวาง พวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันนวมินทร มหาราช พุทธศักราช 2566 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม
13 ต.ค.‘วันนวมินทรมหาราช’
วันเดียวกัน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันนวมินทรมหาราช” ว่า พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมแก่อาณาประชาราษฎร์ ตลอดรัชสมัยของพระองค์ทรงบำเพ็ญ พระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อความวิวัฒน์พัฒนาของชาติบ้านเมือง เป็นคุณประโยชน์อเนกอนันต์ และยังความผาสุกร่มเย็นแก่ผองพสกนิกรชาวไทย พระเกียรติคุณเป็นที่แซ่ซ้องก้องประจักษ์ทั้งแก่ปวงชนชาวไทยและนานาอารยประเทศ
แม้การเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 จะล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบัน พสกนิกรทุกหมู่เหล่ายังล้วนคำนึงถึงด้วยความสำนึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างไม่รู้ลืมเลือน เพื่อให้วันคล้ายวันสวรรคตเป็นวันแห่งการร่วมรำลึกและน้อมสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แห่งพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีคุณูปการอันยิ่งใหญ่ แก่แผ่นดิน ประกอบกับวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2566 เป็นวันแห่งการสวรรคตครบ 7 ปี หรือ “สัตตมวรรษ” รัฐบาลจึงนำความ กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย เกี่ยวกับการกำหนดชื่อวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระอริยวงศา คตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำริประทานชื่อวันดังกล่าวเพื่อประกอบพระบรมราชวินิจฉัยว่า “วันนวมินทรมหาราช” แปลว่า วันที่ระลึกถึงพระมหาราชรัชกาลที่ 9 ผู้ยิ่งใหญ่
การนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนดชื่อวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ว่า “วันนวมินทรมหาราช” ตามที่รัฐบาลได้ขอพระราชทานพระมหากรุณา จึงกำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันนวมินทร มหาราช” บัดนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566 รับทราบการกำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันนวมินทร มหาราช”
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยขอให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วประเทศ ร่วมจัดกิจกรรมเพื่อเทิดพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสพิเศษดังกล่าว
นายกฯนำครม.ทำบุญตักบาตร
เวลา 07.30 น. ที่บริเวณท้องสนามหลวง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง และภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี เป็นประธาน ในพิธีสวดพระพุทธมนต์ โดยมีสมเด็จ พระราชาคณะ พระราชาคณะ และพระสงฆ์จำนวน 10 รูป ประกอบพิธี
จากนั้นนายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วย รองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี องคมนตรี ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระและคู่สมรส ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช รวมทั้งน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี ครอบครัว นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งมาร่วมพิธีในฐานะมูลนิธิไทยคม โดยมีพระสงฆ์ 189 รูป รับบิณฑบาต

วางพวงมาลา – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ถวายความเคารพพร้อมวางพวงมาลา เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2566 ที่พระบรมราชานุสาวรีย์ ภายในอุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กทม. เมื่อวันที่ 13 ต.ค.
วางพวงมาลาพระบรมราชานุสาวรีย์
เวลา 08.30 น. ที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร นายเศรษฐานำคณะรัฐมนตรีวางพวงมาลาเนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2566 โดยนายกรัฐมนตรีและ คณะรัฐมนตรีถวายความเคารพพระบรม ราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร แล้ววางพวงมาลาในนามนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี จากนั้น เวลา 17.00 น. นายกรัฐมนตรีและภริยา เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช พุทธศักราช 2566 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรม มหาราชวัง
ปชช.สวมเสื้อเหลืองรำลึกร.9
วันเดียวกัน สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าถวายสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อุทยานเฉลิมพระเกียรติ ร.9 สนามม้านางเลิ้ง เขตดุสิต กรุงเทพฯ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้าย วันสวรรคต มีประชาชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรต่างๆ ร่วมวางพวงมาลาถวายสักการะจำนวนมาก นับตั้งแต่ เปิดให้เข้าพื้นที่เวลา 06.00 น. โดยประชาชนจำนวนมากสวมเสื้อสีเหลือง นำดอกไม้ มาถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9
โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอาหาร และน้ำดื่มเพื่อมอบให้แก่ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะ เริ่มแจกจ่ายเวลา 10.00 น. เป็นต้นไป อาทิ ข้าวมันไก่ ข้าวเหนียวไก่ย่าง ราดหน้า ข้าวเหนียวมะม่วง
ปีติรับเสด็จในหลวง-พระราชินี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจำนวนมากมาเฝ้าฯ รับเสด็จ ต่างโบกธงพระปรมาภิไธย ว.ป.ร พระนามาภิไธย ส.ท. และส่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชน สร้างความปลื้มปีติเป็นล้นพ้น
นางมะลิวัลย์ คำดี อายุ 74 ปี กล่าวว่า 7 ปีแล้วที่ในหลวง ร.9 ท่านไม่อยู่ คิดถึงมาก ไหว้พระองค์ท่านทุกวัน สำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณ วันนี้ได้มารำลึกถึงพระองค์ท่าน รวมทั้งมารับเสด็จในหลวงและพระราชินี รักทุกพระองค์
ด้านนางกันยากร หนูคง อายุ 50 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจากจ.นครศรีธรรมราช พระองค์ท่าน ทรงสอนเรื่องการเกษตร เศรษฐกิจพอเพียง อยากมากราบพระองค์ท่าน เจ้าหน้าที่ดูแล ดีมาก อำนวยความสะดวกทุกอย่าง มีโรงครัวพระราชทานด้วย
เปิดถวายสักการะ 14-15 ต.ค.
ทั้งนี้ ประชาชนรับชมการแสดงดนตรี จากวงดุริยางค์ 4 เหล่าทัพ โดยแบ่งจุดแสดงเป็น 2 จุด ได้แก่ จุดพักคอยประชาชน โซนโรงครัวพระราชทาน เวลา 10.00-15.00 น. และจุดพักคอยประชาชน สนามหญ้าหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 เวลา 18.00-24.00 น.
สำนักพระราชวังเปิดให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กร และประชาชน วางพวงมาลาและถวายสักการะที่พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 ในวันที่ 14-15 ต.ค. เวลา 08.00-21.00 น.
ศิริราชทำบุญเจริญจิตตภาวนา
วันเดียวกัน โรงพยาบาลศิริราชจัดงาน “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ ปีที่ 7 ในหลวง ผู้ทรงสถิตในดวงใจ” จัดพิธีทำบุญตักบาตร พิธีสวดพระพุทธมนต์และสดับปกรณ์ เจริญจิตตภาวนา 9 นาที ปาฐกถาเทิด พระเกียรติ และพิธีเปิดนิทรรศการภาพถ่าย “กษัตริย์ของราษฎร” The King Loves Thais เวลา 15.52 น. จัดแสดงคุณค่างานศิลปะจากภาพถ่าย ภาพจิตรกรรม ประติมากรรม ดนตรี และบทกวี รวม 999 ผลงาน ระหว่างวันที่ 13-31 ต.ค. บริเวณชั้น 2 และ 3 โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์
พสกนิกรทั่วไทยรำลึกร.9
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พสกนิกรทั่วไทย จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล และวางพวงมาลาพร้อมจัดกิจกรรมน้อมรำลึกพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยที่จ.นครราชสีมา จัดกิจกรรม “รำลึกถึงพ่อหลวงของแผ่นดิน” สดุดีพระเกียรติคุณ พระอัจฉริยภาพด้านดนตรี โครงการเศรษฐกิจพอเพียง จัดนิทรรศการภาพถ่าย ร.9 ในหลวงในดวงใจ และร่วมบริจาคโลหิต
ขณะที่จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลา 999,910 ตัว และปลูกต้นไม้ถวายเป็นพระราชกุศล จ.สมุทรสาคร จัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลน จ.สิงห์บุรี จัดกิจกรรม จิตอาสา ปรับปรุงภูมิทัศน์ ส่วนที่จ.เชียงใหม่ จัดงานศิลปะสตรีตอาร์ต แสดงภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง ร.9 และสมเด็จ พระพันปีหลวง ด้านพิพิธภัณฑ์มิตรชัยบัญชา จ.พิษณุโลก จัดแสดงฟิล์มฉายหนัง ฟิล์มภาพยนตร์ ภาพพระราชกรณียกิจที่หาชมยาก