ครอบครัวรับไปทำพิธีสลดพ่อเสีย2ลูกชายกลับบ้านแล้ว1.5พันก.แรงงานเตือนญาติมิจฉาชีพสวมรอยตุ๋น

ส่ง 8 ศพแรงงานไทยชุดแรกที่ถูกฮามาสสังหารกลับถึงไทยวันนี้ หลังนิติเวชอิสราเอลชันสูตรพลิกศพ และพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเรียบร้อยแล้ว ญาติพี่น้องรอรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด คนไทยบินกลับอีก 3 ล็อตใหญ่ ยอดรวมเกือบ 1.5 พันคน ขณะที่คนแจ้งขอกลับไทย 8,389 คน กรมการจัดหางานเตือนภัยแก๊งมิจฉาชีพหลอกตุ๋นเงินครอบครัวเหยื่อสู้รบในอิสราเอล อ้างช่วยติดตามทวงเงินค้างจ่ายจากอิสราเอลให้

ส่ง 8 ศพแรกถึงไทยแล้ว

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถานทูตในกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ได้รับประสานเป็นการภายในจากบริษัทจัดการศพของอิสราเอลว่า สถาบันนิติเวชของอิสราเอลอนุญาตให้นำร่างของคนไทยที่เสียชีวิตจำนวน 8 รายออกจากสถาบัน ซึ่งสถานทูตจะส่งร่างพี่น้องแรงงานไทยชุดแรกดังกล่าวกลับประเทศไทย ด้วยสายการบินเอลอัล เที่ยวบินที่ LY083 ออกจากอิสราเอลในวันที่ 19 ต.ค.66 เวลา 20.00 น. และถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันที่ 20 ต.ค. เวลา 08.50 น.

สำหรับรายชื่อทั้ง 8 ราย ประกอบด้วย 1.นายพงษธร ขุนศรี 2.นายพิชิต นาจันทร์ 3.นายชัยรัตน์ สานุสันต์ 4.นายอานันต์ เพชรแก้ว 5.นายพงษ์พัฒน์ สุชาติ 6.นายอนุชา โสภากุล 7.นายพงษ์เทพ กุสะรัมย์ 8. นาย ธนกฤจฒ์ ปรากฎวงษ์

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตเพื่อประสานรายละเอียดต่อไป กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อญาติพี่น้องและครอบครัวของพี่น้องแรงงานไทยทั้ง 8 คน

อพยพอีก 136 คนถึงไทย

วันเดียวกัน เวลา 14.00 น. ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 (บน.6) เครื่องบิน A340-500 ของกองทัพอากาศเที่ยวบินที่ 2 ที่เดินทางไปอพยพคนไทยในอิสราเอลเมื่อวันที่ 18 ต.ค. เดินทางมาถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 เรียบร้อยแล้วอย่างปลอดภัย ทั้งหมด 136 คน เป็นชาย 132 คน และหญิง 4 คน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยก่อนการเดินทางกลับประเทศไทยนั้น ได้ตรวจร่างกายเพื่อตรวจสอบความพร้อมบินของผู้โดยสารโดยทีมแพทย์ทหารอากาศ และการตรวจความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่องบินโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบนอากาศยาน และมีลูกเรือดูแลอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางการบิน เมื่อเดินทางถึงสนามบินดอนเมือง ผู้โดยสารจะผ่านกระบวนการตรวจร่างกาย การตรวจคนเข้าเมือง การตรวจสอบสิทธิ ก่อนเดินทางไปสถาบันบำราศนราดูรต่อไป

สำหรับการอพยพคนไทยในเที่ยวบินที่ 3 กองทัพอากาศวางแผนนำ A340-500 จำนวน 1 เครื่อง ปฏิบัติภารกิจอีกครั้ง ในวันที่ 21 ต.ค. โดยออกเดินทางในเวลา 09.00 น. ใช้เส้นทางบินเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากตรวจสอบเอกสารตรวจคนเข้าเมืองแล้ว มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาดูแล เช่นกระทรวงแรงงาน ดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น สมาชิกกองทุน เพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ จะชี้แจงสิทธิ์ยื่นขอรับเงินสงเคราะห์จำนวน 15,000 บาท โดยสามารถยื่นได้ที่สำนักงานจัดหางานทุกจังหวัดและสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10

ด้านน.ส.บุณยวีร์ ไขว้พันธุ์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า จะดูแลอย่างครอบคลุม ทั้งกรณีที่แรงงานยังคงต้องการไปทำงานต่างประเทศ แต่ไม่ต้องการกลับไปที่อิสราเอลแล้ว จะมีงานในประเทศอื่นให้พิจารณา เช่นงานภาคเกษตรในประเทศเกาหลี ขณะที่ผู้ที่ต้องการกลับไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลเช่นเดิม ก็สามารถกลับไปทำได้ โดยมีการประสานงานกับบริษัทที่ประเทศอิสราเอลไว้ 12 บริษัท รวมทั้งดูแลจัดหางานในตำแหน่งว่างทั่วประเทศไทย ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 60,000 ตำแหน่ง โดยเฉพาะงานประเภทเกษตร เพื่อรองรับผู้ที่ต้องการทำงานต่อ รวมถึงจะมีการส่งเสริมอาชีพอิสระ ผ่านกองทุนรับงานไปทำที่บ้าน ด้านกระทรวงยุติธรรม จะดูแลแรงงานในการไกล่เกลี่ยระงับหนี้สินจากเจ้าหนี้หรือสถาบันการเงินต่างๆ โดยมีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และกรมบังคับคดี ดูแลส่วนที่เกี่ยวข้อง

แม่รอรับศพลูกชายตายในอิสราเอล

วันเดียวกัน นายไพรัตน์ อินทร์ปัญญา นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ลงพื้นที่มาพบนางสุรางคณา ขุนศรี แม่ของนายพงษธร ขุนศรี แรงงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอล เพื่อพูดคุยรายละเอียดการจัดงานศพนายพงษธร หลังจากกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า สถาบันนิติเวชของอิสราเอลอนุญาตให้นำร่างของคนไทยที่เสียชีวิต 8 รายออกจากสถาบัน ซึ่งสถานทูตจะส่งร่างพี่น้องแรงงานไทยชุดแรกดังกล่าวกลับประเทศไทย ด้วยสายการบิน เอล อัล เที่ยวบินที่ LY083 ออกจากอิสราเอลในวันที่ 19 ต.ค. เวลา 20.00 น. และถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่ 20 ต.ค. เวลา 08.50 น. คาดว่าร่างของนายพงษธรจะมาถึงบ้านเกิดที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ ช่วงเย็นวันที่ 20 ต.ค.

นางสุรางคณากล่าวว่า เมื่อคืนมีเพื่อนบ้านมาอยู่ด้วยกันหลายคน ต่างพูดคุยอย่างมีความหวังว่า การเสียชีวิตของนายพงษธรจะเป็นเรื่องการเข้าใจผิด กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืน ทางสถานกงสุลไทยโทร.มาแจ้งกำหนดการส่งร่างของนายพงษธรกลับมายังประเทศไทย ทำให้ความหวังที่ยังคงมีอยู่ได้หมดไป ตนรู้สึกเสียใจอย่างมาก แต่ก็ยังดีที่ทำใจเอาไว้บ้างแล้วว่า ลูกชายเสียชีวิตไปแล้ว อย่างน้อยตนก็ยังมีโอกาสเห็นหน้าลูกครั้งสุดท้าย แม้จะเป็นร่างที่ไร้วิญญาณก็ตาม หลังจากรับศพมาแล้ว จะทำพิธีเชิญวิญญาณของนายพงศธรกลับบ้านและขอให้ดวงวิญญาณของนายพงษธรไปสู่ภพภูมิที่ดี ไม่ต้องกังวลถึงภาระหนี้สินที่อยู่ข้างหลัง ถ้าหากชาติหน้ามีจริง ขอให้เกิดมาเป็นแม่ลูกกันอีก หรืออย่างน้อยก็ไปเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยและอยู่สบายมากกว่านี้ จะได้ไม่ต้องลำบากดิ้นรนไปทำงานต่างประเทศจนเสียชีวิต

ด้านนายไพรัตน์กล่าวว่า วันนี้มาพูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดงานศพให้กับนาย พงษธร พบว่า แม่ของนายพงษธรมีกำลังใจที่ดี หลังจากพูดคุย ทราบว่าร่างของนายพงษธรจะมาถึงช่วงเย็นของวันพรุ่งนี้ จะมีพิธีรดน้ำศพ และสวดอภิธรรมคืนแรก ก่อนที่จะทำพิธีฌาปนกิจในวันอาทิตย์ที่ 22 ต.ค. โดยทาง จ.นครราชสีมาจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่างๆ ในพิธีศพ

ล็อต9-10ถึงไทยอีก 312

วันเดียวกัน ที่บริเวณชั้น 2 ประตู 10 อาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ สนามบินสุวรรณภูมิ นางนภสร ทุ่งสุกใส ที่ปรึกษาวิชาการแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน เดินทางมาต้อนรับแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในอิสราเอลกลับถึงประเทศไทยเพิ่มอีก 2 เที่ยวบิน เที่ยวแรก LY 083 จำนวน 125 คน และเที่ยวที่สอง LY 081 จำนวน 187 คน รวมทั้งสิ้น 312 คน กลุ่มนี้ถือเป็นแรงงานไทยชุดที่ 9 และ10 ที่เดินทางกลับถึงไทย โดยมีผู้บริหารระดับสูง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองทุนเพื่อช่วยเหลือแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ จัดเจ้าหน้าที่ตั้งโต๊ะให้บริการคำแนะนำเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์จากกองทุน

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า รัฐบาลมีการปรับแผนการอพยพคนไทย โดยตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.ต้นไป จะลำเลียงคนไทยที่ต้องการกลับประเทศไปพักคอยที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ก่อน ซึ่งจะมีเครื่องบินขนาดใหญ่ที่รัฐบาลจะจ้างเหมาลำระหว่างกรุงเทลอาวีฟ มายังดูไบ โดยจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ส่วนกระทรวงแรงงานเตรียมความพร้อมทุกด้านเรียบร้อยแล้ว เพื่อรองรับแรงงานไทยที่จะอพยพเข้าไป อย่างไรก็ดี เชื่อมั่นว่าจะสามารถพาแรงงานไทยกลับบ้านได้ตามที่รัฐบาลกำหนดเป้าหมายไว้ และเร็วขึ้นหลังจากที่หลายหน่วยงานประสานความร่วมมือส่งเจ้าหน้าที่ไปสนับสนุนภารกิจที่สถานเอกอัครราชทูต รวมทั้งการเพิ่มเที่ยวบินรับแรงงานไทย

สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือพี่น้องแรงงานไทยในประเทศอิสราเอล จากรายงานของฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ พบว่าล่าสุดมีแรงงานไทยลงทะเบียนกรอกแบบฟอร์มแจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยกับทางสถานทูต แล้ว 8,389 คน ไม่ประสงค์กลับ 116 คน ถูกจับเป็นตัวประกัน 17 ราย เสียชีวิต 30 ราย บาดเจ็บ 16 ราย ยังไม่สามารถระบุชื่อได้ 1 ราย และขณะนี้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว 1,424 คน

ชีวิตใหม่ – จนท.ทำแผลให้แรงงานไทยในอิสราเอล ที่ถูก กลุ่มฮามาสแทงและฟันจนต้องแกล้งตาย ก่อนได้รับการช่วยเหลือออกจากพื้นที่อันตราย เดินทางถึงประเทศไทยด้วยเครื่องบินกองทัพอากาศ ที่บน.6 ดอนเมือง เมื่อวันที่ 19 ต.ค.

ไฟเขียวให้กลับทำงานได้

นายไพโรจน์ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในประเทศอิสราเอลและเดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งมีความกังวลว่าจะไม่ได้กลับไปทำงานในอิสราเอลอีกว่า ตนได้รับรายงานจากนายกิตติ์ธนา ศรีสุริยะ อัครราชทูตที่ปรึกษา ฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัคร ราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟว่า ฝ่ายแรงงานเข้าพบนายอิยัล ชิโซ อธิบดีสำนักงานประชากรและคนเข้าเมืองอิสราเอล (PIBA) และนางอินบาล มัสชาช์ ผอ.กองบริหารแรงงานต่างชาติ เพื่อหารือในประเด็นการกลับมาทำงานในประเทศอิสราเอล

จากผลการหารือสามารถแยกเป็นกลุ่มดังนี้ กลุ่มแรก คือกลุ่มแรงงานไทยที่ทำงานครบ 5 ปี 3 เดือน และเดินทางกลับไทยเนื่องจากสภาวะสงคราม รวมถึงกลุ่มที่กลับไทยก่อนจะเกิดสภาวะสงคราม 3-4 ปี สามารถกลับเข้าไปทำงานในอิสราเอลได้ ภายใต้เงื่อนไข ซึ่งPIBAจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกระทรวงแรงงานของไทย อีกครั้ง ส่วนกลุ่มที่สอง คือกลุ่มแรงงานไทยที่อยู่ในอิสราเอลโดยไม่มีวีซ่า และยังไม่เกิน 5 ปี 3 เดือน จะต่อวีซ่าให้จนถึงเดือนพ.ย. 2567 รวมถึงกลุ่มที่กำลังจะครบสัญญา 5 ปี 3 เดือน แต่ไม่เกินเดือนเม.ย. 2567 และยังอยู่ในอิสราเอล PIBA จะดำเนินการต่อวีซ่าให้อีก 1 ปี ทั้งนี้อยู่ระหว่างการเตรียมออกประกาศแจ้งข้อมูลรายละเอียดและข้อกำหนดต่างๆ ให้ทราบต่อไป และกระทรวงแรงงานจะแจ้งให้แรงงานไทยรับทราบถึงรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง

พ่อแม่ขอเผาศพลูกทันที

ตามที่กระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่า จะส่งร่างของนายชัยรัตน์ สานุสันต์ ชาวอำเภอน้ำโสม จ.อุดรธานี และนายอนุชา โสภากุล ชาวอำเภอกุมภวาปี จ.อุดรธานี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุไม่สงบกลับมาถึงไทยนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 5 ม.10 บ้านเดียม ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี ครอบครัวของนายอนุชา จัดเตรียมสถนที่รับศพทั้งสองคนมาประกอบพิธีทางศาสนา และเตรียมสถานที่รับศพที่ป่าช้า โดยครั้งแรกที่นายแจ๊คเสียชีวิตจากเหยื่อสงครามที่ประเทศอิสราเอล นายจันทร์และนางสนิท โสภากุล 81 ปี ผู้เป็นปู่และย่า ถึงกับช็อกร้องไห้แทบขาดใจ

นางสมพิศ อินทรวิเศษ อายุ 49 ปี แม่นายอนุชา กล่าวว่า เที่ยงคืนได้รับแจ้งทางการว่า จะส่งศพของลูกชายกลับมาภูมิลำเนา หากศพลูกมาถึงญาติจะทำพิธีเผาศพที่ป่าช้าเลย โดยไม่มีการตั้งศพบำเพ็ญกุศลเนื่องจากเป็นการตายที่ผิดธรรมชาติ ชาวบ้านละแวกนี้เขาถือตามคนโบราณ ตนได้รับการประสานแจ้งกลับมาอีกว่า กรณีผู้เสียชีวิตจะให้เงินเยียวยาแก่ครอบครัวรายละ 40,000 บาท และมีการให้เงินค่าทำศพอีก 40,000 บาท

แม่เศร้าลูกชายดับในอิสราเอล

วันเดียวกัน นายสมพงษ์ บ่อไทย ผู้ใหญ่บ้านบ้านยางพัฒนา ม.7 ต.บ้านยาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยชาวบ้านและญาติพี่น้องลูกหลานทำพิธีผูกแขนเรียกขวัญตามประเพณีพื้นบ้านของคนอีสาน พร้อมทั้งให้กำลังใจนางจันทร์ วิเศษสัตย์ อายุ 75 ปี แม่ของนายจรูญ ชาติดำดี อายุ 40 ปี หลังเจ้าหน้าที่แจ้งว่าลูกชายที่เดินทางไปทำงานสวนผลไม้ที่อิสราเอล ห่างจากจุดสู้รบ 5 ก.ม. ซึ่งไม่สามารถติดต่อได้นานกว่า 1 สัปดาห์ มีรายชื่อเป็นผู้เสียชีวิตจากเหตุสู้รบครั้งนี้ สร้างความเศร้าเสียใจให้กับนางจันทร์และครอบครัวอย่างมาก

นางจันทร์ ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า ตนมีลูกทั้งหมด 4 คน นายจรูญเป็นลูกชายคนสุดท้ายที่อาศัยอยู่ด้วย ส่วนพี่อีก 3 คนต่างก็แยกย้ายไปมีครอบครัวและหาเลี้ยงชีพ ลูกชายเคยมีครอบครัว มีลูก 1 คน โดยต้องไปกู้เงินธนาคารหมู่บ้าน และหยิบยืมญาติพี่น้อง รวมเกือบ 1 แสนบาท ลูกทำงานได้ 2 ปีกว่าก็ส่งเงินมาให้แม่เดือนละ 2 หมื่นบาท ทยอยเอาไปใช้หนี้ครบแล้ว ที่เหลือก็ไว้ใช้จ่าย ส่วนหนึ่งเก็บไว้ให้ลูกตอนกลับมาบ้าน แต่ไม่คาดคิดว่าลูกจะเสียชีวิต

ให้กำลังใจ – นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผวจ.หนองคาย พร้อมคณะเข้าเยี่ยมให้กำลังใจพ่อแม่นายธีรวุทธ อ่อนสิงห์ อายุ 32 ปี หนึ่งในแรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบในอิสราเอล ส่วนน้องชายปลอดภัย และเตรียมอพยพกลับไทย เมื่อวันที่ 19 ต.ค.

ผู้ว่าฯปลอบใจพ่อแม่เหยื่อ

ด้านนายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าฯ หนองคาย พร้อมคณะทำงานศูนย์ช่วยเหลือแรงงานและติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล จ.หนองคาย ไปเยี่ยมนายคารมณ์ อ่อนสิงห์ อายุ 62 ปี และนางทองสี อ่อนสิงห์ อายุ 61 ปี ที่บ้านเลขที่ 76 หมู่ 7 ต.สีกาย อ.เมืองหนองคาย ซึ่งนายธีรวุทธ อ่อนสิงห์ อายุ 32 ปี และนายวีรยุทธ อ่อนสิงห์ อายุ 27 ปี ลูกชายไปทำงานที่อิสราเอล และได้รับแจ้งว่านายธีรวุทธเสียชีวิตที่อิสราเอล

นางทองสีกล่าวว่า มีลูกชาย 3 คน นายธีรวุทธ เป็นคนรอง ส่วนนายวีรยุทธ เป็นคนที่ 3 นายธีรวุทธเดินทางไปทำงานเกษตรที่ประเทศอิสราเอล เป็นปีที่ 6 ส่วนน้องชายตามไปทำงานเกษตรด้วยแต่คนละบริษัท และจะครบ 5 ปีแล้ว สัญญาจ้าง 5 ปี ได้เวลากลับประเทศ ก็เกิดสงครามการสู้รบกันขึ้น ตนติดต่อพูดคุยกับลูกชายตลอด แต่ระยะหลังนายธีรวุทธย้ายออกจากที่พักของน้องชายไปอยู่ลำพัง ติดต่อไม่ได้ มีเพียงพูดคุยกับนายวีรยุทธ ลูกคนเล็กเท่านั้น จนมาทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ว่านายธีรวุทธผูกคอเสียชีวิต ก็เสียใจมาก แต่ไม่มีเงินจะทำเรื่องรับศพกลับ จึงขอให้ทางอิสราเอลจัดการศพให้ ส่วนทางการไทยขอให้ออกเอกสารมรณบัตรให้เท่านั้น หลังจากนั้นพ่อก็บอกให้นายวีรยุทธ ลูกคนเล็กเดินทางกลับบ้านเพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ขณะนี้ซื้อตั๋วเครื่องบินเตรียมเดินทางกลับ คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนนี้จะกลับได้ และจะไม่ให้ลูกกลับไปทำงานที่อิสราเอลอีกแล้ว

ลุ้นชะตากรรมตัวประกัน

วันเดียวกัน ที่บ้านโพธิ์ตาก หมู่ 2 ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม บ้านของนายณัฐพงษ์ ปิ่นตา อายุ 35 ปี หนึ่งใน 17 แรงงานไทยในอิสราเอลที่ถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกัน ผ่านมา 12 วันยังไม่รู้ชะตากรรม โดยน.ส.นริศรา จันทะแสง อายุ 33 ปี ภรรยานายณัฐพงษ์ เผยว่า แต่งงานอยู่กินกับสามีมานาน 10 ปี มีบุตรชายด้วยกัน 1 คนคือน้องไบเบิ้ล อายุ 8 ขวบ หลังเกิดสงครามสู้รบในฉนวนกาซ่าวันที่ 7 ต.ค.66 ยังไม่สามารถติดต่อ และไม่รู้ชะตากรรมนายณัฐพงษ์ หลังทราบจากเพื่อนแรงงานว่าสามีถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกัน วันแรกร้องไห้ทุกวันจนไม่มีน้ำตาจะไหล รู้สึกทรมานจิตใจ ทั้งยังไม่มีข่าวจากหน่วยงานของรัฐ แจ้งให้ทราบว่าจะตายหรือยังมีชีวิตอยู่ พร้อมรับความจริง ทำได้แค่ไปบนบานพระธาตุพนม สวดมนต์ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้พบเจอสามีโดยเร็ว เพราะเป็นเสาหลักครอบครัว ทุกข์ใจกับภาระหนี้สินที่กู้ยืมธ.ก.ส.มากว่า 1 แสนบาทไปทำงานในอิสราเอล หนี้งวดรถ และค่าใช้จ่ายในครอบครัว

ด้านนางไกรษร น้อยเหล็กดี แม่ยายนายณัฐพงษ์ เผยว่า ลูกเขยไปทำงานสวนผลไม้ในอิสราเอล เพื่อนในแคมป์วิดีโอคอลมาคุยกับลูกสาว บอกว่าทำงานอยู่ด้วยกัน 19 คน วิ่งหนีรอด 3 คน ถูกจับไปเป็นตัวประกันวันที่ 7 ต.ค. วันเกิดเหตุยังวิดีโอคอลคุยกันช่วงเวลา 11.00 น. บอกว่าวิ่งหาที่กำบังหลบกลุ่มฮามาส จากนั้นสัญญาณหลุดไป จนขณะนี้ร่วม 2 สัปดาห์แล้วยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมา

ครอบครัว‘กุสะรัมย์’รอรับศพลูก

ส่วนที่บ้านเลขที่ 34/1 ม. 6 บ้านโคกสูง หมู่ 6 ต.โนนธาตุ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ของนายลำเพย กุสะรัมย์ พ่อของนายอภิชาติ กุสะรัมย์ และนายพงษ์เทพ กุสะรัมย์ ซึ่งเสียชีวิตจากการบุกโจมตีของฮามาส และกระทรวงการต่างประเทศยืนยันการนำร่างของผู้เสียชีวิตเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 20 ต.ค. บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติพี่น้องและคนในครอบครัวร่วมกันจัดสถานที่ พร้อมกับอาหารเลี้ยงญาติพี่น้องที่มาช่วยงาน เพื่อรอรับศพนายพงษ์เทพ ส่วนศพนายอภิชาติ ยังต้องตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลอีกครั้ง

ก.แรงงานเตือนภัยมิจฉาชีพตุ๋น

ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีมิจฉาชีพแอบอ้างว่าจะช่วยเหลือติดตามเงินค้างจ่ายในประเทศอิสราเอลได้ โดยมีพฤติการณ์ติดต่อทางแอพพลิเคชั่นไลน์ อ้างเป็นผู้ให้บริการด้านบัญชีธนาคารประเทศอิสราเอล เพื่อตามเงินค้างจ่ายและมอบสิทธิประโยชน์ให้ครอบครัวแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากภัยสงครามประเทศอิสราเอล กรมการจัดหางานขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และอาจถูกหลอกขอข้อมูลส่วนตัวก่อนนำไปใช้ในทางมิชอบ อาจถึงขั้นสูญเงินในบัญชี จึงขอเตือนญาติและครอบครัวแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากภัยสงครามในประเทศอิสราเอล เพื่อป้องกันการถูกหลอก หากต้องการสอบถามสิทธิประโยชน์กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายของประเทศอิสราเอล และติดตามเงินค้างจ่าย ขอให้ติดต่อกับกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานโดยตรง หรือหากพบพฤติการณ์ดังกล่าว ให้ติดต่อสอบถามกับกรมการจัดหางานโดยตรงที่สายด่วน 1694

นายสมชายกล่าวอีกว่า กรณีแรงงานไทยที่อพยพกลับจากอิสราเอลยังไม่ได้รับเงินที่ค้างจ่าย อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำประเทศอิสราเอลได้ประสานสำนักงานประชากรและตรวจคนเข้าเมืองของอิสราเอล (PIBA) ดำเนินการประสานนายจ้างเพื่อจ่ายค่าจ้างส่วนที่ยังค้างจ่ายให้กับแรงงานและครอบครัว เบื้องต้นแรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุน และอยู่ในความคุ้มครอง มั่นใจได้เลยว่ามีสิทธิ์รับสิทธิประโยชน์จากกองทุน กรณีประสบปัญหาต้องเดินทางกลับประเทศไทยเนื่องจากภัยสงคราม รายละ 15,000 บาท อย่างแน่นอน

“หากต้องการขอรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ สามารถติดต่อได้ที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน หรือที่สำนักงานจังหวัดทุกจังหวัด กรณีประสานรับเงินค่าจ้างค้างจ่าย สิทธิประโยชน์ตามความคุ้มครองของประเทศอิสราเอล และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ติดต่อที่สำนักงานแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ชั้น 12 หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1694 กรมการจัดหางาน” นายสมชายกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน