‘ดีเอสไอ’ขยายผล ล่าแก๊งค้าหมูเถื่อน ออกหมายจับ อีก 2 ราย
พร้อมเข้าค้น 2 จุดย่านวัดเทพนิมิตต์ ดอนเมือง พบเป็นจุดสไลซ์เนื้อหมูใส่กล่องเตรียมส่งขาย อธิบดีดีเอสไอเผยสอบย้อนหลัง พบลอบนำเข้ามากว่า 2,385 ตู้ เลี่ยงภาษีตู้ละ 500,000 บาท รวมแล้วรัฐสูญเงินจากการเรียกเก็บภาษีกว่า 1,192 ล้านบาท เตรียมเรียกเจ้าหน้าที่รัฐให้การ หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงหมูหนีภาษี
จากกรณีคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีกับขบวนการนำเข้าสินค้าประเภทซากสัตว์ (สุกร) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิชอบ คดีพิเศษที่ 59/2566 หลังสืบสวนมาตั้งแต่ปี 2564-ปัจจุบัน มีพยานหลักฐานสามารถออกหมายเรียกและจับกุมผู้นำเข้าสินค้าเนื้อสุกรแช่แข็ง ทั้งในฐานะนิติบุคคลและในฐานะบุคคลธรรมดา รวม 6 ราย ในความผิดฐาน หลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียอากร โดยเจตนาจะฉ้ออากร ที่ต้องเสียสำหรับของนั้นๆ โดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ตามที่เสนอข่าวมาแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 ต.ค. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีดีเอสไอ, พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีหมูเถื่อน พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ร่วมกันเปิดปฏิบัติการนำหมายค้นศาลเข้าตรวจค้นบริษัท เดอะ กู๊ด ช็อป จำกัด THE GOOD SHOP CO., LTD มีความเกี่ยวข้องกับคดี พบเส้นทางการเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องว่า บริษัท เดอะ กู๊ด ช็อป จำกัด รับหน้าที่เป็นผู้จ่ายเงินให้กับบริษัท ชิปปิ้งเอกชนแห่งหนึ่ง เพื่อสั่งซื้อเนื้อสุกรแช่แข็งก่อนนำเข้าประเทศไทยผ่านพิธีการศุลกากร โดยการสำแดงเท็จเป็นผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง โดยเข้าตรวจค้น 2 จุด
จุดแรกอาคารพาณิชย์ 2 คูหา 4 ชั้น เลขที่ 336 อยู่ปากซอยวัดเทพนิมิตต์ ถนนประชาอุทิศ แขวงและเขตดอนเมือง กทม. แสดงชื่อเป็นป้ายร้านจำหน่ายเนื้อวัว เนื้อสัตว์ และเครื่องในประเภทต่างๆ แช่แข็ง ส่วนบริเวณชั้นล่างเปิดเป็นร้านจำหน่ายเบียร์และไวน์ ชั้นบนเปิดเป็นห้องอาหารและสำนักงาน บริเวณด้านอาคารพบว่ามีจุดที่ใช้ในการสไลซ์เนื้อสัตว์แช่แข็ง มีตู้แช่ พบหมูสด 20 กล่อง กล่องละ 10 ก.ก. ขณะเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ไม่พบเจ้าของอาคาร
จุดที่ 2 อาคารพาณิชย์ 1 คูหา 4 ชั้น เลขที่ 30/20 ซอยประชาอุทิศ 13 ฝั่งตรงข้ามซอยวัดเทพนิมิตต์ ห่างจากจุดแรกประมาณ 100 เมตร ลักษณะเป็นอาคารสำนักงาน มีตู้แช่เนื้อสัตว์อยู่ที่ด้านหลังอาคารอีกจำนวนหนึ่ง พบพนักงานจำนวนหนึ่งขอเข้าตรวจค้นเก็บหลักฐาน เป็นเอกสารและเนื้อสัตว์แช่แข็ง เพื่อนำไปตรวจสอบ
พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า จากข้อมูลการสืบสวนสอบสวนพบว่าบริษัทที่ดีเอสไอเข้าตรวจค้นวันนี้มีความเกี่ยวข้องกับตู้คอนเทเนอร์ ประมาณ 21 ตู้ จากทั้งหมด 161 ตู้ นอกเหนือจากการนำเข้าเนื้อหมูจำนวนดังกล่าวแล้ว ยังพบว่ามีขบวนการแอบลักลอบนำเข้าเนื้อหมูเถื่อนเข้ามาที่ท่าเรือแหลมฉบัง ตั้งแต่ปี 2564 อีกรวมแล้วกว่า 2,385 ตู้ โดยบริษัทที่เข้าตรวจค้นวันนี้คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการสั่งเนื้อหมูแช่แข็งรวมกว่า 100 ตู้ดีเอสไอจะตรวจสอบย้อนหลังไปยังข้อมูลของตู้คอนเทเนอร์ทั้งหมดและจะรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานประกอบเข้ากับสำนวนด้วย ส่วนใหญ่ตู้คอนเทเนอร์ดังกล่าวมักมีการสำแดงเท็จเป็นสินค้าแช่แข็งประเภทอื่น แต่ภายในเป็นเนื้อหมูและเนื้อสัตว์เถื่อนที่ลักลอบนำเข้ามา ทั้งนี้ การเข้าตรวจค้นในวันนี้ มาจากการขยายผลที่ดีเอสไอได้จับกุมผู้ต้องหา 6 ราย เป็นกรรมการบริษัทเอกชน ให้การพาดพิงมาถึง
พ.ต.ต.สุริยากล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานและเส้นทางการเงินพบว่ามีความเชื่อมโยงมายังบริษัทแห่งนี้ ดีเอสไอได้ขอศาลออกหมายหมายค้น 2 หมาย เข้ามาตรวจค้นวันนี้ และขอออกหมายจับบุคคล 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว นอกจากจะพบว่าเส้นทางการเงินหลังจากที่นายทุนได้สั่งซื้อ มีการโอนไปยังบริษัทชิปปิ้งเอกชนแล้วยังได้มีการโอนเงินไปยัง เจ้าหน้าที่รัฐอีกส่วนหนึ่ง โดยมีการติดต่อ ขอนำเข้าสำแดงสินค้ากับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานหนึ่ง ผ่านการดำเนินการกับบุคคลเดิมซ้ำๆ จนเชื่อได้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐคนดังกล่าวอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ ซึ่งจะต้องตรวจสอบต่อไปเพื่อให้ได้ความชัดเจนว่ามีบทบาทเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด
เมื่อถามว่า บริษัทนี้จะเป็นพื้นที่กระจายเนื้อหมูเนื้อวัวเถื่อนในดอนเมืองด้วยหรือไม่นั้น อธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า ตนมองว่ามีความเป็นไปได้ เพราะพบว่าภายในบริเวณจุดตรวจค้นมีอุปกรณ์ที่ใช้สไลซ์เนื้อสัตว์แช่แข็งและพบห้องเย็นอยู่ภายในจุดตรวจค้นทั้ง 2 จุดนี้ด้วย นอกจากนี้ ภายในอาคารพาณิชย์จุดแรก ยังพบเนื้อหมูต้องสงสัยจำ 20 กล่อง กล่องละ 10 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก 200 กิโลกรัม จึงได้ให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์นำกลับไปตรวจสอบว่าเป็นเนื้อหมูเถื่อนที่ลักลอบนำเข้าหรือมีที่มาจากประเทศใด หรือมีความเชื่อมโยงกับเนื้อหมูเถื่อนภายในตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกอายัดไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง หรือไม่
พ.ต.ต.สุริยา เผยต่อว่า จากการตรวจสอบย้อนหลัง พบการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูเถื่อนกว่า 2,385 ตู้ทำให้กรมศุลกากรสูญเสียการจัดเก็บรายได้จากภาษีอากรตู้ละ 500,000 บาท รวมแล้วมากกว่า 1,192 ล้านบาท จะมีการเรียกร้องค่าเสียหายกับขบวนการที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง รวมถึงผู้ประกอบการรายใดที่รับซื้อเนื้อหมูเถื่อนจากบริษัทต่างๆ นี้ จะถูกดำเนินคดีในฐานความผิดเดียวกันและอาจต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหายดังกล่าวที่เกิดขึ้นด้วย
ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางการทำลายเนื้อหมูเถื่อนที่เหลืออีก 140 ตู้ ยังอยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบังนั้น พ.ต.ต.สุริยา เผยว่า ก่อนหน้านี้มีการฝังกลบทำลายแล้ว 20 ตู้ เผา 1 ตู้ รวมทำลายของกลางไปแล้ว 21 ตู้ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สระแก้ว ต.คลองไก่เถื่อน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ที่เหลืออีก 140 ตู้ ที่จะต้องทำลายที่เดิม ปรากฏว่าได้รับข้อร้องเรียนจากชาวบ้านถึงเรื่องกลิ่นเหม็นเน่า จึงได้ประชุมกันใหม่ และลงมติกันว่าจะย้าย 140 ตู้ที่เหลือไปฝังกลบทำลายที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ปราจีนบุรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ขณะนี้กรมปศุสัตว์อยู่ระหว่างการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่และพิจารณาเรื่องการฝังกลบทำลายตามขั้นตอน ทั้งนี้ดีเอสไอและคณะกรรมการทำลายเนื้อหมูเถื่อนตั้งเป้าจะทำลายทั้งหมดภายในสิ้นเดือนต.ค.นี้ แต่หากติดปัญหาอาจจะไม่ทันตามกรอบเวลาที่มีอยู่ และต้องขยายกรอบเวลาการทำลายออกไป เพื่อความสบายใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่