ศาลตัดสินคดีน้องชมพู่ 31ตค.เข้มปลอดภัย‘เอฟซี-ยูทูบเบอร์’เปิดไทม์ไลน์-เหตุการณ์ดังปี 63

นับถอยหลังคดีน้องชมพู่ ‘ลุงพล-ป้าแต๋น’ ระทึก ศาล มุกดาหารนัดอ่านคำพิพากษา 31 ต.ค.นี้ ตร.ระดมกำลังเตรียมมาตรการคุมเข้มความปลอดภัย รับมือแฟนคลับลุงพล และยูทูบเบอร์ ที่จะมาร่วมฟังคำตัดสิน รวมทั้งนักข่าว ที่มาทำข่าว เปิดไทม์ไลน์คดีดังปี 63 ส่วนคดีครอบครองไม้หวงห้าม และทำร้ายร่างกาย นักข่าว ศาลตัดสินแล้ว

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ศาลจังหวัดมุกดาหารนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่อัยการจังหวัด มุกดาหาร เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล อายุ 45 ปี และนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น อายุ 43 ปี สามีภรรยา เป็นจำเลย ในคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ ด.ญ.อรวรรณ วัย 3 ขวบ เมื่อปี 2563 โดยลุงพลถูกฟ้อง 3 ข้อหา ได้แก่ 1.พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดา-มารดา โดยปราศจากเหตุอันควร 2.ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกิน 9 ปี เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตนโดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย และ 3.กระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อม ในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป ส่วนป้าแต๋นถูกฟ้อง 1 ข้อหา ฐานกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันตัดสินคดี ศาลจังหวัดมุกดาหาร จะแจกคำพิพากษาให้กับสื่อมวลชน ซึ่งคาดว่าจะมีสื่อมาทำข่าวจำนวนมาก พร้อมทั้งได้จัดพื้นที่บริเวณด้านหน้าศาลให้สื่ออยู่ในพื้นที่ทำข่าวเท่านั้น เนื่องจากพื้นที่บริเวณหน้าศาล กำลังมีการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่า วันดังกล่าวจะมีกลุ่มยูทูบเบอร์ FC สายลุงพล เดินทางกันมามากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของการทำข่าว และสื่อที่จะมาทำข่าวต้องได้รับบัตรที่ศาลออกให้ในวันตัดสิน คดีน้องชมพู่เท่านั้น

ด้านพ.ต.อ.เกียรติภูมิ สุวรรณไตรย์ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จราจรรับกลุ่มสื่อมวลชน กลุ่มยูทูบเบอร์ และ FC สายลุงพลทุกสาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่สนใจมาฟังคำตัดสินในวันที่ 31 ต.ค. โดยศาลจังหวัดมุกดาหารแจ้งว่า จะนำคำตัดสินออกมาแจกให้แก่สื่อมวลชนเพื่อข้อมูลข่าวสารจะได้เป็นไปในทางเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับไทม์ไลน์คดีนี้ เริ่มจาก น้องชมพู่ วัย 3 ขวบ หายตัวออกไปจากบ้านในหมู่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 11 พ.ค.63 ก่อนพบเป็นศพช่วงบ่ายวันที่ 14 พ.ค.63 บริเวณภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านพักประมาณ 3 กิโลเมตร สภาพศพไม่สวมเสื้อผ้า เจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐาน เสื้อผ้า รองเท้า และเส้นผม 36 เส้นที่เกิดจากการสับตกอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ

15 พ.ค.63 สภ.กกตูมส่งศพน้องชมพู่ไปชันสูตรที่ร.พ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ผลชันสูตรไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ไม่พบร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศ และไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้ เนื่องจากสภาพศพ เริ่มเน่า จากนั้นครอบครัวส่งศพน้องชมพู่ ไปชันสูตรครั้งที่ 2 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ ผลชันสูตรพบบาดแผลตามร่างกาย และอวัยวะเพศ แต่ตรวจอสุจิในช่องคลอด ไม่ได้ เนื่องจากศพมีสภาพเน่าเปื่อย

20 พ.ค.63 ครอบครัวน้องชมพู่ทำพิธีฌาปนกิจเชิงตะกอนแบบโบราณที่ป่าช้าบ้านกกกอก

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ในขณะนั้นระดมกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถคลี่คลายคดีได้ โดยมีการสอบปากคำบุคคล 384 ปาก นำเข้าสำนวน 124 ปาก ผู้เชี่ยวชาญ 13 ปาก วัตถุพยาน 154 ชิ้น สำนวนการสอบสวน 918 หน้า

เมื่อ 1 มิ.ย. 64 ศาลจังหวัดมุกดาหารอนุมัติหมายจับลุงพลคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่

กระทั่งช่วงเช้ามืดวันที่ 2 มิ.ย. 64 ตำรวจเปิดปฏิบัติการ “ฟ้าสางกลางกกกอก” นำกำลัง เข้าจับกุมลุงพล ที่บ้านกกอกอก แต่ไม่พบตัวลุงพล และป้าแต๋น ตำรวจต้องถอนกำลังกลับ

ต่อมาช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความชื่อดังพาลุงพลเข้ามอบตัว ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นตำรวจคุมตัวลุงพลไปสอบสวนที่สภ.กกตูม พื้นที่เกิดเหตุ โดยลุงพลให้การปฏิเสธทุกข้อหา และถูกคุมตัว ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดมุกดาหาร โดยศาล มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ตีราคาประกัน 1.8 แสนบาท

วันที่ 2 ก.ย.64 ป้าแต๋นเข้ารับทราบข้อหา

วันที่ 7 ก.ย.64 อัยการจังหวัดมุกดาหาร สั่งฟ้องลุงพล 3 ข้อหา คือ1.เจตนาฆ่าโดยเล็งเห็นผล 2.ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกิน 9 ปี เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย 3.กระทำการใดๆ แก่ศพ หรือสภาพแวดล้อมในบริเวณพบศพก่อนชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น และสั่งฟ้องป้าแต๋น 1 ข้อหาฐานกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น โดยจำเลยทั้งสองได้รับการประกันตัวระหว่างต่อสู้คดี

ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานเมื่อวันที่ 8 มี.ค.65 และเริ่มสืบพยานมาตั้งแต่ 30 มี.ค.65 โดยสืบพยานฝ่ายโจทก์ทั้งหมด 47 ปาก และสืบพยานฝ่ายจำเลย 20 ปาก เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 27 ก.ค.66

และศาลจังหวัดมุกดาหารนัดฟังคำพิพากษา ในวันที่ 31 ต.ค. 66 เวลา 10.00 น.

สำหรับลุงพลตกเป็นจำเลยทั้งหมดดังนี้

เริ่มจากคดีทำร้ายร่างกาย โดยผู้สื่อข่าว ช่องดังถูกลุงพลโผเข้าหา ก่อนทุบ หลัง 2 ครั้ง พร้อมผลักไหล่ จากนั้นพยายามจะบีบคอ และกระชากหน้ากากอนามัยออก จนทำให้กลุ่มยูทูบเบอร์ที่ติดตามไลฟ์สดต้องมาดึงลุงพล ออกไป หลังเกิดเหตุมีการแจ้งความดำเนินคดีกับลุงพลในข้อหาทำร้ายร่างกาย

ต่อมา ศาลจังหวัดมุกดาหารได้พิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว พิพากษาว่า ลุงพล จำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 309 วรรคแรก, 391 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษในความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดโดยใช้กำลังประทุษร้าย ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามป.อ.มาตรา 90 จำคุก 2 เดือน ปรับ 10,000 บาท

จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 5,000 บาท พิเคราะห์ ผลการชันสูตรบาดแผลผู้เสียหายแล้ว ไม่ปรากฏ อันตรายร้ายแรง และจำเลยได้ลุแก่โทษ โดยนำเงิน ค่าเสียหายมาวางศาล จึงให้โอกาสแก่จำเลย โดยรอการลงโทษจำคุก มีกำหนด 1 ปี

คดีที่ 2 คือ คดีตัดไม้สร้างวังพญานาค เจ้าหน้าที่ป่าไม้มุกดาหารเข้าแจ้งข้อกล่าวหาลุงพล พร้อมยูทูบเบอร์ 2 คน ข้อหาตัดไม้ ในเขตป่าสงวนดงภูพาน โดยมีหลักฐานเป็นคลิป ยูทูบเบอร์กำลังตัดต้นกระถินป่า 4 ต้น ตรงจุดสร้างพญานาค และปรับพื้นที่ หลังจากมีคลิปการตัดไม้ของลุงพล พร้อมกับมียูทูบเบอร์ เป็นคนช่วยตัดช่วยลากต้นไม้ถูกเผยแพร่ออกมา

คดีที่ 3 คือ คดีครอบครองไม้หวงห้าม

โดยพนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร เป็นโจทก์สั่งฟ้องลุงพล ฐานความผิด ทำไม้หวงห้ามในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต, รับไว้ซ่อนเร้น จำหน่าย หรือช่วยพาเอาไปเสียให้พ้น ซึ่งไม้หรือของป่าที่ตนรู้อยู่แล้ว ว่าเป็นไม้หรือของป่าที่มีผู้ได้

ศาลชั้นต้นพิพากษาลุงพล ให้จำคุก 4 เดือน ปรับเงิน 6,666 บาท ริบไม้ของกลาง โทษจำคุก รอลงอาญา 1 ปี

คดีที่ 4 คดีน้องชมพู่ โดยมีรายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ของสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน จ.มุกดาหาร เก็บวัตถุพยานหลายอย่าง สำคัญสุดคือเส้นผมของน้องชมพู่ที่ถูกหั่นจำนวนหลายเส้น วัตถุพยานดังกล่าวกลายเป็นหลักฐานสำคัญในทันทีที่เจออยู่ในรถของนายไชย์พล และเส้นผมของคนใกล้ชิดไปตกอยู่ในที่เกิดเหตุ พบศพ

ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติ ออกหมายจับ 3 ข้อหาดังกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน