ส่วนใหญ่กลุ่มLGBTQอีสานใต้วุ่นพบหลายจว.สธ.ชี้จุดสังเกต-ข้อระวังเลี่ยงสัมพันธ์แปลกหน้า
เตือน ‘โรคฝีดาษลิง’ ระบาดหนัก กรมควบคุมโรครายงานมีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า ครึ่งพัน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มหลากหลายทางเพศ เสียชีวิตแล้ว 2 ราย โดยคนล่าสุดเป็น ผู้ป่วยเอชไอวีที่ไปได้รับเชื้อมา แนะกลุ่มเสี่ยงให้งดมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า รวมทั้งให้หลีกเลี่ยงปาร์ตี้ที่มีสารมึนเมาแล้วตามด้วยการมีเพศสัมพันธ์

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. นพ.ทวีชัย วิษณุโยธิน ผอ.สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เปิดเผยว่า จากรายงานของกรมควบคุมโรค ระบุขณะนี้พบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับโรคฝีดาษวานรเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ติดต่อได้ง่ายเพียงแค่สัมผัสบริเวณ ตุ่ม หนอง หรือสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ มีรายงานผู้ป่วยเอชไอวีติดฝีดาษวานร เสียชีวิต 1 ราย ต้องเน้นย้ำกลุ่มเสี่ยงให้งดมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า หรือผู้มีอาการสงสัยฝีดาษวานร รวมทั้งให้หลีกเลี่ยง ปาร์ตี้ที่มีสารมึนเมาและตามด้วยการมีเพศสัมพันธ์ หากมีอาการสงสัยให้รีบไปพบแพทย์ตรวจรักษาทันที เพื่อป้องกันไม่ให้มีอาการป่วยรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ติดเชื้อเอชไอวี

สำหรับสถานการณ์โรคฝีดาษวานร ในประเทศไทย จากข้อมูลล่าสุดวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อ รวม 559 ราย เสียชีวิต 2 ราย เป็นผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่องชาวไทย 503 ราย และชาวต่างชาติ 52 ราย ไม่ระบุสัญชาติ 4 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มหลากหลายทางเพศ 474 ราย และรู้ว่าติดเชื้อเอชไอวีอีก 274 ราย คิดเป็นร้อยละ 44.18 ทั้งนี้ กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ กลุ่มอายุ 30-39 ปี 241 ราย รองลงมาคือกลุ่มอายุ 20-29 ปี 172 ราย และมีรายงานผู้ป่วยเอชไอวีติดฝีดาษวานรเสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 24 ปี เป็นผู้ติดเชื้อ เอชไอวีและขาดยามา 3 ปี

ขณะที่เขตสุขภาพที่ 9 พบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรแล้ว 6 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต เมื่อแยกเป็นรายจังหวัด พบว่า นครราชสีมา 2 ราย, บุรีรัมย์ 2 ราย, ชัยภูมิ 1 ราย และสุรินทร์ 1 ราย

สำหรับอาการของโรคฝีดาษวานรที่พบบ่อยคือมีผื่นและอาการคัน มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองโต หากผู้ป่วยอาการ ไม่รุนแรง ไม่มีโรคอื่นร่วมด้วย จะรักษาตามอาการ แต่หากมีอาการรุนแรงและ มีโรคประจำตัวร่วม เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี จะให้ยาต้านไวรัส Tecovirimat (TPOXX) โดยเร็ว ผลการรักษาส่วนใหญ่จะอาการดีขึ้น แต่มีบางรายที่ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรงทำให้เสียชีวิต กระทรวงสาธารณสุขกระจายยาต้านไวรัสดังกล่าวไปไว้ที่ โรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดที่พบการระบาดแล้ว

โรคฝีดาษวานรสามารถป้องกันได้ ด้วยการหลีกเลี่ยงการมีพฤติกรรมเสี่ยง ที่จะทำให้การติดเชื้อโรคฝีดาษวานร และงดมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า เพื่อป้องกันตัวเองและลดการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น รวมถึงไม่สัมผัสใกล้ชิดแนบเนื้อกับผู้ที่มีผื่น ตุ่ม หรือหนอง แนะนำให้ล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และขอความร่วมมือหน่วยงานสาธารณสุขทุกจังหวัด ได้เฝ้าระวังและติดตามกลุ่มเสี่ยง พร้อมทั้งสื่อสารให้ความรู้วิธีการป้องกันโรค หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำในการปฏิบัติตัวสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน