‘สงขลา’ท่วม4อ.เหนือ-อีสานวูบเย็นลง5-7องศา
สงขลาอ่วมฝนหนักทั้งจว. 4 อำเภอริมทะเลสาบสงขลาเริ่มท่วม หลังมวลน้ำจาก จ.พัทลุง จ.นครศรีฯ ไหลมาลงทะเลสาบอุตุฯ ประกาศเตือน เฝ้าระวัง 16-19 พ.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม ขณะที่ตอนบน ของประเทศ มวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมา ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางแห่ง จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 5-7 องศา
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพอากาศจ.สงขลา มีท้องฟ้ามืดครึ้ม มีฝนตกหนักสลับกับหนักมากทั้ง 16 อำเภอ พื้นที่ที่อยู่เชิงเขาเช่นอำเภอสะเดา มีน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดซึ่งเทือกเขา กั้นพรมแดนไทย-มาเลเซียไหลหลากเข้าท่วม ที่ลุ่มแล้ว มวลน้ำจาก จ.พัทลุง จ.นครศรีฯ และ จ.สงขลา ลงทะเลสาบสงขลา ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมที่ราบลุ่มในตำบลที่ตั้ง ริมทะเลสาบใน อ.สิงหนคร อ.สทิงพระ อ.ระโนดและ อ.กระแสสินธุ์ ประกอบกับมีลมกระโชกแรงเป็นบางช่วง ส่งผลให้คลื่นในอ่าวไทยค่อนข้างสูง 2-3 เมตร
รายงานจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จ.สงขลา แจ้งว่ามรสุมตะวันออก เฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุม อ่าวไทย และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากโดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย ในช่วงวันที่ 16-19 พฤศจิกายน 2566 จากการวิเคราะห์ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลการพยากรณ์อากาศเชิงตัวเลข คาดว่าจะมีฝนตกหนัก และตกหนักมากได้ บางพื้นที่ อาจจะทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่มตามมา เกิดขึ้นได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เฝ้าระวังจุดเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นประจำ
ทะเลอ่าวไทย คลื่นลมแรง คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยเฉพาะห่างฝั่งบริเวณเกิดฝนฟ้าคะนอง คลื่นทะเลจะสูงมากกว่า 2 เมตรได้ เรือเล็กงดออกจากฝั่งไปก่อน ในระยะนี้ ให้ติดตามฟังข่าวอากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกสงขลาอย่างใกล้ชิด
ขณะที่เมื่อเวลา 05.00 น. วันเดียวกัน (16 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ เรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณ อ่าวไทย ฉบับที่ 4 (290/2566) (มีผลกระทบ ตั้งแต่วันที่ 16-19 พฤศจิกายน 2566) ระบุว่า ในช่วงวันที่ 16-19 พฤศจิกายน 2566 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่เสริม ลงมาปกคลุมประเทศไทย
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบน มีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง บางแห่งในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง โดยมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 5-7 องศาเซลเซียส ภาคเหนืออุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิ จะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส
ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงให้ระวังอันตราย จากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากอากาศแห้งและลมแรง สำหรับเกษตรกรควรระวัง ความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึง หนักมากบางแห่ง มีดังนี้ วันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2566 ภาคใต้ จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
วันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2566 ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ทะเลอันดามันคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือ ด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยง การเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2566 นี้ไว้ด้วย
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านนายนัฐวุฒิ แดนดี ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่าง จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ภาคอีสาน ตอนล่างเป็นหน้าด่านที่รับมวลอากาศเย็นระลอกแรก โดยเฉพาะที่จังหวัดอุบลราชธานี เริ่มมีอากาศหนาวเย็น มีลมพัดแรง และมีหมอกหนาในตอนเช้า โดยอากาศหนาวเย็นระลอกแรกจะเริ่มใน 1-2 วันนี้ อุณหภูมิอีสานตอนล่างจะลดลงอย่างมาก 5-7 องศาเซลเซียส ทำให้มีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 21-22 องศาเซลเซียส ทำให้การปรับตัวไม่ทัน มีโอกาสเจ็บป่วยได้มาก จึงขอให้ประชาชนเตรียมรับกับลมหนาวระลอกแรกนี้ ขณะเดียวกันลมหนาวยังทำให้มีอากาศแห้งแล้ง ผู้จุดไฟผิงไล่ความหนาวเย็นควรระมัดระวังการเกิดเพลิงไหม้บ้านเรือน ส่วนผู้ที่อาศัยอยู่ตามที่ราบเชิงเขา ที่มีลมพัดแรงอุณหภูมิจะลดลงเร็วกว่าปกติ ก็ควรสวมเสื้อผ้าทับกันหลายชั้น เพื่อป้องกัน ไม่ให้เจ็บป่วยจากสภาพอากาศที่เปลี่ยน แปลงอย่างรวดเร็วนี้ด้วย