น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผนวกกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้คนไทยมีกำลังซื้อน้อยและระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย ส่งผลให้รายได้มีอัตราการเติบโตน้อยกว่าจำนวนการเดินทางท่องเที่ยว โดยเทศกาลลอยกระทงปี 2566 ตรงกับวันจันทร์ที่ 27 พ.ย. 2566 คาดมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2.04 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10% สร้างรายได้ประมาณ 6,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% มีอัตราการเข้าพัก 58%
โดยภาคเหนือ คาดว่ามีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยมากที่สุด 753,860 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11% รายได้รวม 2,537 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% มีอัตราการเข้าพัก 60% กรุงเทพมหานครมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 299,730 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 10% รายได้รวม 1,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% มีอัตราการเข้าพัก 64%
“วันลอยกระทงประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดตัวเองประมาณ 40% และไปจังหวัดใกล้เคียงคิดเป็น 39% โดยพื้นที่ไฮไลต์ที่ ททท. สนับสนุน “เทศกาล สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง ปี 2566” 5 พื้นที่เอกลักษณ์ ได้แก่ สมุทรสงคราม เชียงใหม่ สุโขทัย ตาก และร้อยเอ็ด มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 55-76% เนื่องจากรูปแบบการจัดงานมีเอกลักษณ์ที่งดงามและเป็นประเพณีที่มีการสืบทอดมาอย่างยาวนาน จึงได้รับความสนใจในหมู่นักท่องเที่ยว คาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนคนไทยเดินทางเข้าพื้นที่จัดงานประมาณ 527,070 คน-ครั้ง มีรายได้ 1,765 ล้านบาท”
สำหรับ 5 พื้นที่ที่ ททท. สนับสนุน ได้แก่ งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จ.สุโขทัย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-27 พ.ย.2566, งานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง จ.ตาก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 พ.ย.2566
งานประเพณีเดือนยี่เป็ง จ.เชียงใหม่ จัดระหว่างวันที่ 26-28 พ.ย.2566, ประเพณีลอยกระทงกาบกล้วย เมืองแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม จัดระหว่างวันที่ 18-27 พ.ย.2566 และประเพณีสมมาน้ำคืนเพ็ง เส็งประทีป จ.ร้อยเอ็ด จัดระหว่างวันที่ 26-27 พ.ย.2566