ก.สาธารณสุข – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. กล่าวว่า การประชุมบอร์ด สปสช.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้เพิ่มเติมรายการ “ยาไรโบไซคลิบ” (Ribociclib) เข้าไปอยู่ในแผนจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จําเป็นตามโครงการพิเศษ เพื่อรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลามในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท ซึ่งจะเป็นการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลามให้เข้าถึงการรักษาเพิ่มขึ้น และมอบหมายให้ สปสช.ติดตามการเข้าถึงยาและการใช้ยาไรโบไซคลิบนี้อย่างใกล้ชิด และรายงานสถานการณ์ต่อบอร์ด สปสช. ผ่านคณะอนุกรรมการกำหนดประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุข และคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดําเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนทุก 6 เดือน

“ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลามเข้าถึงยาไรโบไซคลิบได้ จากเดิมที่ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองยัง เข้าไม่ถึงยานี้ เป็นยาใหม่ราคาแพง ทั้งยังเป็นส่วนที่สนับสนุนนโยบายมะเร็งครบวงจร เพื่อ ยกระดับ 30 บาท Upgrade ภายใต้ Quick win รวมถึงยาที่มีประสิทธิภาพในปีงบประมาณ 2567”

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตามแผนการจัดซื้อยาของ สปสช. ในปีงบประมาณ 2567 ได้มีแผนที่จะจัดซื้อยานิโลตินิบ (nilotinib) ซึ่งเป็นยารักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว จำนวน 14,500 กล่อง รวมงบประมาณราว 301.63 ล้านบาท ต่อมาบริษัทที่จำหน่ายยามะเร็งดังกล่าวนี้ ได้นำเสนอยาไรโบไซคลิบที่เป็นยาใหม่สำหรับการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลามเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเสนอปรับลดราคายานิโลตินิบ และยาไรโบไซคลิบ ประมาณ 50% จากข้อเสนอดังกล่าวนี้ ทำให้ สปสช. จัดซื้อยานิโลตินิบได้จำนวนเท่าเดิม ในราคาที่ลดลงประมาณ 50% ขณะเดียวกันได้จัดซื้อยาไรโบไซคลิบสำหรับดูแลผู้ป่วย 876 คน รวมจำนวน 25,404 กล่อง โดยเมื่อรวมมูลค่าการจัดซื้อยา 2 รายการนี้ เป็นงบประมาณ 252.84 ล้านบาท ซึ่งประหยัดงบประมาณจากวงเงินเดิมที่เตรียมจัดซื้อได้ 48.78 ล้านบาท

“ในขณะที่ใช้งบประมาณภายใต้วงเงินเดิมที่เตรียมไว้ จึงได้เห็นชอบให้ยาไรโบไซคลิบ เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน