เงินเทา‘ค้ายา-ขโมยรถ’เค้น‘9เด็กช่าง’ข้ามคืนคดีครูเจี๊ยบจับ2เหลือ3อีกชุดทำแผนฆ่า‘กสด.’ชาวบ้านฮือ-พาหนีวุ่น!
แฉรุ่นพี่‘ผี’พวกศิษย์เก่าถูกไล่ออก -เรียนไม่จบ ชักใยองค์กรมืดเด็กช่าง ระดมเงินสีเทาตั้งเป็นกองทุนอุบาทว์ คาดโยงค้ายาเสพติด-ขโมยรถขาย พฤติกรรมเป็นซุ้มมือปืนไม่ใช่แค่ความคึกคะนอง ตร.แกะรอยวงจรปิดไปถึงกรุงเก่า พบจุดเปลี่ยนสีรถจยย.พาหนะมือปืน สอดคล้องหลักฐานที่เก็บได้จากรังย่านประชาชื่นที่เพิ่งถูกทลาย ตร.เค้น 9 เด็กช่างที่ถูกจู่โจมจับ เตรียมส่งฝากขัง กรมคุ้มครองสิทธิฯ เยียวยาครอบครัวครูเจี๊ยบ 2 แสน ส่วนคดีฆ่าน.ศ.เทคนิคดุสิต คุม 2 ผู้ต้องหาทำแผนฯ ถูกชาวบ้านฮือด่าจนต้องรีบพากลับโรงพัก

องค์กรมืด – ภาพกลุ่มเด็กช่างถอดเสื้อ สะพายเป้หลัง รวมตัวประชุมลักษณะองค์กรอาชญากรรม เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ซึ่งตำรวจพบในมือถือของแก๊งยิงครูเจี๊ยบ และน.ศ.อุเทนถวายเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 23 พ.ย. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระ ทองออย รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์ รอง ผบก.น.5 รรท. ผกก.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ สว.กก.3 บก.สส.บช.น. ร.ต.ท.ภัทรพล ดวงหิรัญ รองสว.กก.3 บก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.3 บก.สส.บช.น. ร่วมกันติดตามและค้นหาตรวจสอบรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุกรณีคนร้ายจำนวน 2 คนใช้อาวุธปืนยิงน.ส.ศิรดา สินประเสริฐ หรือครูเจี๊ยบ ครูสอนคอมพิวเตอร์จากโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ และนายธนสรณ์ หรือหยอด ห้องสวัสดิ์ อายุ 19 ปี เสียชีวิต
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.นิธิ พร้อมร.ต.ท.ภัทรพล นำกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณ ต.โคกช้าง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา แกะรอยกล้องวงจรปิดจากจุดเกิดเหตุบริเวณหน้าธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด สาขาคลองเตย แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปบริเวณดังกล่าว แต่ไม่พบรถจักรยานยนต์ของคนร้าย แต่จุดพ่นสีตกอยู่ ทั้งสีแดงและสีน้ำเงิน จึงตรวจสอบโดยรอบบริเวณดังกล่าวโดยละเอียดเป็นป่า มีหญ้ารกร้าง แต่มีบริเวณหักกิ่งหญ้าและรอยสีติดใบหญ้า และดิน จึงประสานให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บพยานหลักฐานที่พบ เพื่อเป็นพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในการดำเนินคดีกับคนร้าย
การพบจุดพ่นสีดังกล่าวสอดคล้องกับพยานหลักฐานที่ตรวจยึดได้จากกรณี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนบก.สส.บช.น., กก.สส.บก.น.5, กก.สส.บก.น.6 และ สน.ทุ่งมหาเมฆ บุกทลายองค์กรอาชญากรรม การตรวจค้นเซฟเฮาส์ ซอยวงศ์สว่าง 19 ประชาชื่น กรุงเทพฯ จับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 8 คน เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา
สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย ที่ถูกจับกุมจากการปูพรมตรวจค้น 5 จุดทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เมี่อวันที่ 22 พ.ย. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.สส.บช.น. เค้นสอบปากคำตลอดคืน ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหา 6 ราย ประกอบด้วย 1.นายวุฒิพงษ์ ผลคำ อายุ 25 ปี 2.นายสัญปกรณ์ พรรณานนทศักดิ์ อายุ 24 ปี 3.นายสหัสวรรษ ภักดีนอก อายุ 23 ปี 4.นายจิรายุส สุวรรณศุภ อายุ 23 ปี 5.นายธนากร พันทองคำ อายุ 22 ปี และ 6.นายอภิเดช นาคประกอบ อายุ 21 ปี ส่งพนักงานสอบสวนสน.ทุ่งมหาเมฆ ดำเนินคดีร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ 5 คน กระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด ตามที่บัญญัติไว้ในภาค 2 หรือซ่องโจร ในช่วงกลางดึกคืนวันเดียวกัน
ส่วนอีก 2 รายที่เหลือ คือนายวรงชัย กัณฑ์ศรี อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 1072/2566 ลง 22 พ.ย.66 ในข้อหาซ่องโจร คดีฆาตกรรม น.ส.ศิรดา หรือครูเจี๊ยบ และนายธนสรณ์ หรือหยอด ถูกส่งให้พนักงานสอบสวนสน.ทุ่งมหาเมฆไปก่อนหน้าแล้ว และนายพฤฒิพล ราชญาณ หรือ เอย อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.121/2566 ลง 13 ก.พ.66 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร, ร่วมกันยิงปืน (ซึ่งใช้ดินระเบิด) โดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน คดียิงนศ.อุเทน เสียชีวิต หน้าคณะเภสัชฯ จุฬาฯ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ถูกส่งพนักงานสอบสวนสน.ปทุมวัน
พ.ต.อ.ธรรมศักดิ์ สารบุญ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ เผยว่า หลังรับมอบตัวผู้ต้องหารวมกัน 7 ราย จากกก.สส.บช.น. พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการทยอยสอบปากคำ ผู้ต้องหาที่มีการรับตัวไว้ทั้งหมดในคดีนี้ ในจำนวน 7 รายนี้ มี 1 รายคือนายวรงชัย เป็นบุคคลที่อยู่ใน 1 ใน 5 หมายจับของ สน.ทุ่งมหาเมฆ ในคดียิงฆาตกรรมน.ส.ศิรดา หรือครูเจี๊ยบ และนายธนสรณ์ หรือหยอด
ส่วนผู้ต้องหาอีกรายที่อยู่ในจำนวน 5 หมายจับ หลังเจ้าหน้าที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาและผู้ต้องหาหมดสติเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลอยู่ตอนนี้ ยังไม่มีการส่งตัวมาดำเนินการคุมขังที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ขณะที่อีก 3 ราย คือนายเลาะ คนที่ทำหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์วันก่อเหตุ และนายวิน ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นคนลั่นไกสังหาร และอีกรายยังไม่ขอเปิดเผยนามเป็นผู้ที่ทำหน้าที่สนับสนุนการก่อเหตุในครั้งนี้ ทั้งหมดยังคงอยู่ในระหว่างการติดตามตัวของ เจ้าหน้าที่ ขณะที่การฝากขังจะมีการคุมตัวฝากขังต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในวันที่ 24 พ.ย. เพราะตามขั้นตอนต้องดำเนินการสอบปากคำให้แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยก่อน
ต่อมาเวลา 14.00 น. ตำรวจกก.สส.2 บก.สส.บช.น. ควบคุมตัว นายธนภัทร เกตุชาติ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 1073/2566 ลงวันที่ 22 พ.ย. 66 ผู้ต้องหารายที่ 2 ในคดี ฆาตกรรมน.ส.ศิรดา หรือครูเจี๊ยบ และ นายธนสรณ์ หรือหยอด และเป็นรายที่ 9 ในปฏิบัติการกวาดล้างเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดอาการช็อกระหว่าง เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัว บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันซัสโก้ ถ.ติวานนท์ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และถูกส่งรักษาตัวจนอาการเป็นปกติ ส่งให้พนักงานสอบสวนสน.ทุ่งมหาเมฆดำเนินคดี เป็นรายล่าสุด เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ
ขณะเดียวกันเพื่อนกลุ่มผู้ต้องหาขอเข้าเยี่ยม ระบุว่า เชื่อมั่นกลุ่มเพื่อนไม่ได้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จับกลุ่มครั้งนี้เป็นการจับแพะ ขอให้ไปพิสูจน์กันในชั้นศาล จากที่ได้มีการพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนๆ บอกว่า ไม่ได้ทำแต่เป็นแพะ และไม่ได้มีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องคดี เพราะไม่ได้ทำ

หาหลักฐาน – พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและพิสูจน์หลักฐาน ตรวจหาหลักฐานในป่าละเมาะที่อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นจุดที่แก๊งเด็กช่างนำรถจักรยานยนต์มาพ่นสีอำพราง หลังก่อเหตุยิงครูเจี๊ยบและน.ศ.อุเทนถวาย เมื่อวันที่ 23 พ.ย.
ด้านพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดใจในรายการ “อยากมีเรื่องคุย” ข่าวสดออนไลน์ ถึงการกวาดล้างองค์กรเด็กช่างที่ฆาตกรรมน.ส.ศิรดา หรือครูเจี๊ยบ และนายธนสรณ์ หรือหยอด ว่า กลุ่มนี้ยิ่งกว่าองค์กรอาชญากรรม แบ่งหน้าที่การทำงาน การก่อเหตุแต่ละครั้งมีตัวละครกว่า 10 คน และทั้งหมดเป็น พี่น้องสถาบันเดียวกัน ที่สำคัญยังมีเงินมาประกันตัวสู้คดีในคดีก่อนๆ ส่วนเงินของกองทุนกลุ่มนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบพบเป็นการเรี่ยไรเงินจากรุ่นพี่ที่เป็นผี หมายถึงที่เรียนไม่จบ นำเงินสีเทาที่อาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการขโมยรถไปจำหน่ายประเทศเพื่อนบ้าน มาสนับสนุน องค์กรนี้ ทำให้จำนวนเงินในกองทุนนี้ก็มีพอสมควร
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า กลุ่มรุ่นพี่ที่มาสนับสนุนนั้น มีทั้งรุ่นพี่ที่มีเงินและมีอิทธิพล แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพี่ที่เป็นกลุ่มผีเรียนไม่จบและนำความคิดมาปลูกฝังรุ่นน้อง เพื่อให้มีพฤติกรรมเป็นมือถือ โดยกลุ่มพี่ๆ อายุมากสุดแค่ 25 ปี แต่กลุ่มนี้จะไม่นับกันที่อายุ นับกันที่ปีการเรียน รวมถึงประวัติการก่อเหตุ หากใครก่อเหตุยิงคนหรืออริมาจะได้รับการเชิดชูในกลุ่มอวยยศในกลุ่มเป็นพิเศษ โดยจะมีชื่อเรียกโดยเฉพาะ
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวเพิ่มเติมว่า พวกนี้ถูกปลูกฝังมา ในสมุดที่ค้นเจอในเซฟเฮาส์เขียนเลยว่า ถ้าตำรวจสอบให้ตอบว่า ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ทราบ ไม่ให้ความร่วมมือ เราถึงไม่ แปลกใจ ล่าสุดเชิญชุดสืบสวนที่เคยจับพวกนี้มาก่อนเข้ามาร่วมทีม แล้วมาหาข้อมูลเบื้องต้น ก่อนเปิดปฏิบัติการเราถึงใช้เวลา ถ้าเราไม่มีหลักฐานหรือไม่มีพยานชัดเจน หากเราลงมือจะตกเป็นจำเลยของพวกเขา เขาจะเอาทนายมาดำเนินคดีกับชุดสืบสวน วันนี้เราถึงมั่นใจไม่อย่างนั้นเราไม่ลงมือ
ส่วนเงินท่อน้ำเลี้ยงขององค์กรนี้ พบสมุดบัญชีเป็นการเรี่ยไรเงินของคนทั้งองค์กรเอามาบริหารจัดการ เช่น ซื้อปืนในการก่อเหตุ ส่วนพวกที่เคยก่อเหตุในคดีก่อนหน้านี้ยังแฝงตัวอยู่ในองค์กรพวกนี้ แม้กระทั่งคนที่มาเยี่ยมผู้ต้องหามีข้อหาที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ สน.สุทธิสาร ในเมื่อเขาถูกดำเนินคดีแต่ท่านให้ความเมตตาเพราะเห็นเป็นนักศึกษา วันนี้ต้องกระชากหน้ากากว่ากลุ่มพวกนี้ไม่ใช่นักศึกษา พอออกมาก็สร้างความเดือดร้อน ต้องดำเนินคดีทางอาญาให้เด็ดขาด อย่าไปเมตตาคนพวกนี้ อีกข้อหนึ่งที่พบคือเขาจะปกปิดหัวหน้าทีม เป็นกฎของเขาเลย ฉะนั้นแล้วคงต้องใช้เวลาในการหาไอ้โม่งตัวนี้ว่าเป็นใคร
“อย่างนี้คงไม่เรียกความคึกคะนองหรือนักศึกษา แต่เป็นพฤติกรรมของมือปืน ซึ่งตำรวจต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โดยตำรวจมีประวัติและข้อมูลการก่อเหตุไว้แล้ว เพราะมีการก่อเหตุมาตลอด โดยผบ.ตร.กำชับให้จัดการอย่างเด็ดขาด แต่ถ้าตำรวจจับโดยไม่มีหลักฐาน และไม่โดนตัดสินลงโทษ คนกลุ่มนี้ก็จะถูกยกระดับในองค์กรมากขึ้นไปอีก ในยุทธจักรเด็กช่างยังมีองค์กรแบบนี้อีก แต่กลุ่มนี้ถือว่าหนักที่สุดแล้ว เชื่อว่าอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุคดีครูเจี๊ยบน่าจะเป็นสิ่งเทียมอาวุธ จึงอยากให้มีการแก้กฎหมายอาวุธปืน เพื่อให้สิ่งเทียมอาวุธ มีความผิดมากกว่านี้ เพื่อหวังลดการกลับมา” พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าว
วันเดียวกัน นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ในฐานะโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน ผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา กรุงเทพมหานคร อนุมัติให้ความช่วยเหลือแก่ทายาทน.ส.ศิรดา หรือครูเจี๊ยบ เป็นเงิน 200,000 บาท ประกอบด้วย (1) ค่าตอบแทนกรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตาย 100,000 บาท (2) ค่าจัดการศพ 20,000 บาท (3) ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู 40,000 บาท และ(4) ค่าเสียหายอื่น 40,000 บาท (กรณีเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ และเป็นที่สนใจของสาธารณชน) ตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทน ผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่2) พ.ศ. 2559) ให้ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตามหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากล
สำหรับกรณี นายธนสรณ์หรือหยอด ผู้เสียหายอีกคนที่ได้รับบาดเจ็บและ เสียชีวิตในเวลาต่อมานั้น เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมได้ไปแจ้งสิทธิและรับคำขอจากทายาทผู้เสียหายแล้ว และจะนำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการช่วยเหลือเยียวยาต่อไป

ทำแผน – ตร.คุมตัวนายอัครพล ศิริเมฆานนท์ และ นายธนากร จันทร์ดาแดง ทำแผนฯ ยิงน.ศ.วิทยาลัยเทคนิคดุสิตเสียชีวิตในซอยระนอง 2 เขตดุสิต กทม. ก่อนส่งฝากขังศาลอาญา พร้อมคัดค้านประกันตัว เมื่อวันที่ 23 พ.ย.
วันเดียวกัน พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.ไตรเทพ แพทย์รัตน์ ผกก.สน.ดุสิต พ.ต.ท.ชวนินทร์ กิตติชัยวัชร์ รองผกก.สส. ร.ต.ท.ธีระกิตติ์ ธีระบัญชร รอง สว.สอบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน คุมตัวนายอัครพล หรือ ยีนส์ ศิริเมฆานนท์ อายุ 22 ปี และนายอ๊อฟ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้ต้องก่อเหตุยิงนายนายพงศ์ภีระ สุขโคตร อายุ 16 ปี นักศึกษาเทคนิคดุสิต ชั้นปี 2 ภายในซอยระนอง 2 ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางประชาชนที่อาศัยอยู่ในย่านดังกล่าวจำนวนมากมุงดู และตะโกนด่าทอผู้ต้องหา เพราะไม่พอใจที่ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ชุมชนของตนเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยดูแลความปลอดภัยขณะคุมตัวทำแผนฯ ก่อนพาตัวกลับสน.ดุสิตทันที เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมและรอนำตัวส่งศาลอาญา เพื่อขออำนาจศาลฝากขังต่อไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งดำเนินคดี 5 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่น 2.พยายามฆ่าผู้อื่น 3.มีอาวุธ ปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.พาอาวุธปืน ติดตัวไปในตัวเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 5.ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน และพาอาวุธ (อาวุธปืนและมีด) ไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควร