จับแม่กับเมียขังสยองนครชัยศรี
ส.ต.อ.เกิดอาการหลอน ยิงพ่อบังเกิดเกล้าตายคาบ้าน อ้างหูแว่วคว้าปืน 9 ม.ม. ยิง ใส่พ่อวัย 71เสียชีวิตคาที่นอน ก่อนจับแม่กับเมียขังเป็นตัวประกัน ตั้งแต่ตี 4 ผกก.นครชัยศรีนำทีมเจรจานานนับชั่วโมงจึงยอมมอบตัว พบประวัติมีอาการป่วยทางจิต เพิ่งย้ายจากสภ.พุทธมลฑล มาเป็น ผบ.หมู่จราจรที่นครชัยศรี เมื่อมี.ค. แต่หยุดกินยารักษาอาการป่วยซึมเศร้าที่รุมเร้ามานานกว่า 2 ปี อ้างว่าก่อนก่อเหตุเกิดหูแว่วได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ยิ่งดื่มเบียร์ก็เครียดโวยวายจำใครไม่ได้จนขาดสติก่อเหตุสลดยิงพ่อตัวเองเสียชีวิตคาบ้าน
เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 23 พ.ย. เกิดเหตุสลด ลูกชายแท้ๆ เกิดคลั่ง-หลอนยิงพ่อบังเกิดเกล้าเสียชีวิตคาบ้าน โดยพ.ต.ท. อนุรักษ์ ดีคล้าย สารวัตรสอบสวน สภ. นครชัยศรี ได้รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต และจับตัวคนในบ้านเป็นตัวประกัน เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 14/10 หมู่ 1 ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จึงรีบรายงาน ผู้บังคับบัญชาทราบ เดินทางไปตรวจสอบระงับเหตุพร้อมกับ พ.ต.อ.พายัพ โสธรางกูล ผกก.สภ.นครชัยศรี พ.ต.ท.อิสรภาพ แก้วชลคราม รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.คเชนท์ นิยมทอง รอง.ผกก.สส. พ.ต.ท.ธีระพันธ์ เรืองเกษมพงษ์ รอง ผกก.สภ.นครชัยศรี ชุดสืบสวน สภ.นครชัยศรี ชุด นปพ.กก.สส.ภ.จว.นครปฐม พิสูจน์หลักฐานภาค 7 แพทย์เวร ร.พ.นครชัยศรี มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม

สตอ.หลอน – จนท.งมอาวุธปืน 9 ม.ม. ที่ส.ต.อ.วันเฉลิม โจยะกุลเจริญ (รูปเล็ก) เกิดอาการหลอนยิงนายสาลี โจยะกุลเจริญ อายุ 71 ปี (รูปเล็กล่าง) บิดาเสียชีวิตคาบ้านที่จ.นครปฐม สาเหตุป่วยซึมเศร้าไม่ได้กินยา เมื่อวันที่ 23 พ.ย.
ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที่เพื่อกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกนอกบริเวณเนื่องจากกลัวว่าจะเกิดอันตราย โดยบ้านที่เกิดเหตุต้องเดินเข้าไปจากถนนเพชรเกษม 100 เมตร บรรยากาศเป็นไปด้วยความระทึก ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ ส.ต.อ.วันเฉลิม โจยะกุลเจริญ ผบ.หมู่ป.สภ.นครชัยศรี อายุ 31 ปี ซึ่งก่อเหตุในบ้านตัวเอง โดยพบว่ามีอาการเครียด ถืออาวุธปืน มี มารดา และภรรยา อยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยเหลือ และนำตัวผู้ที่อาศัยอยู่ภายในบ้านออกมาได้อย่างปลอดภัย
ต่อมา แพทย์จากร.พ.ศูนย์นครปฐม ได้เข้าร่วมชันสูตรภายในบ้านพัก พบศพ นายสาลี โจยะกุลเจริญ อายุ 71 ปี สภาพร่างนอนหงายจมกองเลือดอยู่บนเตียงนอนภายในห้อง มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัด จึงนำร่างผู้เสียชีวิตส่งผ่าต่อที่ร.พ.นครปฐม
นางอรวรรณ สุภาพบุญ ซึ่งเป็นภรรยาของส.ต.อ.วันเฉลิม ผู้ก่อเหตุ เผยว่า ขณะกำลังนอนอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จากนั้นเห็นสามีถืออาวุธปืนเดินเข้ามาภายในห้องนอน และวางปืนไว้ ก่อนที่นางสำเนียง ซึ่งเป็นแม่ได้ลุกขึ้นมา เห็นว่านายสาลีถูกอาวุธปืนยิงจนเสียชีวิตด้วยน้ำมือของลูกชายแท้ๆ ทุกคนในขณะนั้นเกิดความหวาดกลัวตกใจและไม่มีใครกล้าเดินออกมาจากบ้าน จึงรีบโทรศัพท์แจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยเหลือและเกลี้ยกล่อมให้ส.ต.อ.วันเฉลิมสงบสติอารมณ์ โดยมีอาการเหม่อลอยจากโรคซึมเศร้า มีอาการหวาดระแวง พอเจ้าหน้าที่มาถึงใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงเข้าเจรจาพูดคุย ในที่สุดควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ สันนิษฐานว่า ส.ต.อ.วันเฉลิมเกิดอาการหูแว่ว เนื่องจากเคยได้รับการรักษามานานกว่า 2 ปี และเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ก่อเหตุสลดขึ้น ประกอบกับช่วงก่อนเกิดเหตุได้ซื้อเบียร์มานั่งดื่ม จากนั้นอาจเกิดอาการเครียด ก่อนโวยวายและจำใครไม่ได้แล้ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัว ส.ต.อ. วันเฉลิม มาสอบสวน ที่สภ.นครชัยศรี แต่ทางส.ต.อ.วันเฉลิมยังคงพูดจาสับสน ไม่รู้เรื่อง จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุนานกว่าชั่วโมง จนพบปืนกล็อก ขนาด 9 ม.ม. ซึ่งถูกโยนทิ้งไปในป่ากกหลังบ้าน
จากนั้น เวลา 10.30 น. พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รองผบก.จว.นครปฐม เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาเป็นตำรวจสภ.นครชัยศรี ปฏิบัติหน้าที่งานจราจร เพิ่งย้ายมาจาก สภ.พุทธมณฑล เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา และทราบว่ามีอาการป่วยทางจิต รักษาตัวที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ไม่ได้กินยาต่อเนื่อง ซึ่งระหว่างสอบปากคำ ส.ต.อ.วันเฉลิมยังมีอาการสับสน บอกแต่เพียงหูแว่ว ซึ่งได้ให้ทีมแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ประเมินอาการ โดยยังอยู่ในอาการเบลอ คล้ายกับมีอาการหลอนและหูแว่ว
พ.ต.อ.พัลลภกล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้พูดคุยสอบถาม ส.ต.อ.วันเฉลิม ให้การว่า ช่วงเวลา 04.00 น. ได้ยินเสียงแปลกๆ โดยมีเสียงแว่วเข้ามาคล้ายกับเป็นเสียงโทรศัพท์ จึงไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ตอนนี้รึยังคงมีอาการสับสนในบางเวลา สำหรับเรื่องการรักษาตัว ที่ผ่านมา ส.ต.อ.วันเฉลิมไม่ได้กินยาระงับอาการ แต่ช่วงที่ทำงานอยู่สภ.พุทธมณฑล มีการรักษาอยู่เป็นระยะ แต่ขณะนี้ขาดยา อย่างไรก็ตาม เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดความเครียดเกี่ยวกับงาน เนื่องจากผู้บังคับบัญชาได้เรียกตัวให้ไปทำงานอยู่ที่ตู้สายตรวจบางแก้ว ซึ่งใกล้บ้านพัก ดูแลครอบครัวได้ จึงคาดว่าการก่อเหตุมาจากการขาดยารักษาอาการป่วยมากกว่า