หลังลือตร.คนดังสิ้นใจย้อนตำนานอุ้มฆ่าแม่ลูก

ร.พ.ยืนยัน ‘ชลอ เกิดเทศ’ ยังไม่เสียชีวิต ติดเชื้อในกระแสเลือด อยู่ไอซียู ร.พ.มหาราชโคราช เผยป่วยหลายโรคทั้งโรคชรา เส้นเลือดในสมองตีบ-ความดันโลหิตสูง เข้ารักษาตัวตั้งแต่ก.ย. 2566 เปิดตำนานนายตำรวจดัง ‘ชลอ เกิดเทศ’ พัวพันคดีอุ้มฆ่า 2 แม่ลูกศรีธนะขัณฑ์ และคดีเพชรซาอุ

หึ่งสิ้น‘ชลอ เกิดเทศ’

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีกระแสข่าวว่า พระชลอ เกิดเทศ หรืออดีตพล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตนายตำรวจมือปราบชื่อดัง เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 85 ปี หลังจากเฟซบุ๊ก ‘คุ้มพระลอเรซซิ่งทีม T96’ โพสต์แจ้งข่าวการเสียชีวิต โดยระบุข้อความว่า “ขอให้ป๋าลอ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ เดินทางสู่สุคติ หลับพักผ่อนให้สบายนะครับ ผมลูกบุญธรรมคนนี้ ขอกราบขอบคุณป๋าที่คอยสนับสนุนให้โอกาสผมได้สร้างคุณงามความดีให้กับประเทศชาติและคุ้มพระลอมาตลอด ขอบคุณป๋าที่รักและดูแลลูกคนนี้นะครับ ผมจะทำความดีตามที่ป๋าสอนจะไม่ลืมบุญคุณอันยิ่งใหญ่ที่ให้โอกาสทุกอย่างทุกเรื่องตลอดไปครับ ผมรักป๋าครับ”

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘พระชลอ’อาการวิกฤต อยู่ในห้อง ไอซียู ตึกการไฟฟ้าภูมิภาค ร.พ.มหาราชนครราชสีมา และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา โดยหลังบวชและปฏิบัติธรรมได้สักระยะ อาการป่วยก็เริ่มหนักขึ้นทั้งจากโรคเส้นเลือดในสมองตีบ โรคชราและความดันโลหิตสูง โดยเมื่อกลางเดือนกันยายน 2566 พระชลอมีอาการไข้สูงติดเชื้อในกระแสเลือด จนต้องถูกหามส่งรักษาด่วนที่ ร.พ.มหาราชนครราชสีมา และแพทย์ได้รักษาจนถึงปัจจุบัน ล่าสุดทางร.พ.มหาราชนครราชสีมาระบุว่า พระชลอมีอาการทรุด แต่ยังไม่มรณภาพ ตามที่เป็นข่าว

สิงห์เหนือแห่งคุ้มพระลอ

สำหรับประวัติอดีตพล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ หรือ ‘ป๋าลอ’ เกิด 28 ส.ค. พ.ศ.2481 เป็นชาวกรุงเทพฯ จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ก่อนเข้ารับราชการตำรวจแห่งแรกที่ สน.นางเลิ้ง กทม. จากนั้นย้ายไปอยู่ที่จังหวัดหนองคาย, พระนครศรี อยุธยา, ตาก, ลพบุรี ตามลำดับ ก่อนจะมารับตำแหน่งรอง ผบก.ป. และขึ้นเป็น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก

ที่ผ่านมาพบมีพื้นที่ทำงานทั้งส่วนตัวและราชการอยู่ที่ จ.ตาก จนได้รับฉายา “สิงห์เหนือ เจ้าพ่อแห่งคุ้มพระลอ” มีผลงานปิดคดีดังระดับชาติมาแล้วนับไม่ถ้วน ด้วยสไตล์การทำงานแบบถึงลูกถึงคน นอกจากนี้ยังเข้ามามีบทบาทในวงการฟุตบอลของเมืองไทย จนได้รับการคัดเลือกเป็นนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล ทีมชาติไทยอีกด้วย

ในช่วงคดีเพชรซาอุฯ พล.ต.ท.ชลอได้เข้ามารับหน้าที่ทำคดีดังกล่าว เพื่อตามหา “เพชรบลูไดมอนด์” เพชรเม็ดสำคัญของราชวงศ์ซาอุฯ จนทำให้เกิดคดีฉาวของวงการตำรวจไทยคือ “อุ้มฆ่าแม่ลูกศรีธนะขัณฑ์” เป็นคดีที่ถูกกล่าวขวัญถึงวงการตำรวจและการโจรกรรมเพชรพันล้านจากต่างแดนครั้งยิ่งใหญ่ มีความเสียหายถึงชื่อเสียงของประเทศในขณะนั้น และเป็นเหตุให้ชะตาชีวิตของนายตำรวจคนดังต้องเปลี่ยนจากผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มาเป็นนักโทษประหารเสียเอง พร้อมทั้งถูกถอดยศหลังศาลมีคำพิพากษา ต่อมาได้รับพระราชทานอภัยโทษในปีพ.ศ.2553 เหลือโทษจำคุกตลอดชีวิต และในปีพ.ศ.2554 เหลือโทษจำคุก 50 ปี จนกระทั่งปีพ.ศ.2556 พล.ต.ท.ชลอได้รับการพักโทษและปล่อยตัวออกจากเรือนจำกลางบางขวาง

ต่อมาในปี 2560 ‘ป๋าลอ’ ได้เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดแพร่ธรรมาราม อ.เด่นชัย จ.แพร่ ในวัย 79 ปี โดยพระอาจารย์กัณหา สุกาโม เจ้าอาวาส เป็นผู้เทศนาธรรม หลังจากนั้นพระอาจารย์กัณหาได้ทำพิธีปลงผมให้ เพื่อเข้าพิธีอุปสมบทหมู่ร่วมกับนาคอื่นๆ อีก 30 คน โดยได้นามฉายาว่า “อิสสโร” แปลว่า “ผู้มีอิสระ” โดยวัดแห่งนี้เป็นวัดป่า จึงมีพิธีการบวชที่เรียบง่าย มีค่าใช้จ่ายไม่มากนัก สมกับความตั้งใจของอดีตนายตำรวจดัง ที่จะเข้าสู่พิธีอุปสมบทและต้องการทำบุญสร้างโรงพยาบาล ซึ่งเป็นการทำบุญครั้งใหญ่

ทรุดหนัก – พระชลอ เกิดเทศ ใน วัย 85 ปี อดีตพล.ต.ท. คนดังคดีอุ้มฆ่าแม่ลูกศรีธนะขัณฑ์ คดีเพชรซาอุฯ อาการทรุดหนักในไอซียู ร.พ.มหาราชนครราชสีมา ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด

ย้อน‘ข่าวสด’เปิดโปงคดีดัง

สำหรับคดีดังทั้งอุ้มฆ่า 2 แม่ลูกศรีธนะขัณฑ์ และคดีเพชรซาอุฯ ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตพล.ต.ท.ชลอ และทำให้หลายๆ คนต่างหันมาสนใจอดีตนายตำรวจคนดังผู้นี้

โดยคดีอุ้มฆ่า 2 แม่ลูก ศรีธนะขัณฑ์ เกิดขึ้นเมื่อปี 2537 ที่ทีมข่าวของ “ข่าวสด” เปิดโฉมหน้าแก๊งอุ้มฆ่านายพลสีกากี ที่เอาชีวิตผู้บริสุทธิ์มาฆ่าแล้วพยายามอำพรางให้เป็นตายด้วยอุบัติเหตุรถชน จนกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับประวัติศาสตร์ เขย่าวงการตำรวจครั้งใหญ่

และมีตำรวจยศนายพลเกี่ยวข้องถึง 3 คน โดยที่โดนดำเนินคดีเพราะกระทำผิดชัดแจ้ง 1 พล.ต.ท. และ 1 พ.ต.ท.ที่ร่วมลงมือ นอกนั้นเป็นพลเรือนซึ่งเป็นลูกสมุน แถมต้นเรื่องยังมาจากคดีมหากาพย์เพชร ซาอุฯ ที่ทำให้วงการตำรวจไทยเสียหายข้ามชาติ และกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สูญเสียผลประโยชน์แรงงานไทยไปซาอุฯ อีกมหาศาล

จุดเริ่มตำนานเพชรซาอุฯ

คดีเพชรซาอุฯ เริ่มจากนายเกรียงไกร เตชะโม่ง คนงานไทยที่ได้ไปทำงานในวังเจ้าชายไฟซาล ได้ลงมือขโมยเพชร ทอง อัญมณี ในช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2532 รวมนับร้อยชิ้น โดยเมื่อเข้าทำความสะอาดห้องพักในวัง พบว่าเพชรทองเหล่านี้วางเอาไว้อย่างทิ้งขว้าง จึงค่อยๆ ขโมยด้วยการโยนออกทางหน้าต่างไปตกนอกรั้ว แล้วตอนเย็นเมื่อกลับบ้าน จะไปตามเก็บเพชรทองเหล่านั้น ทยอยทำไปเรื่อยๆ โดยที่คนในวังเองก็ไม่ผิดสังเกต เพราะทรัพย์สินมีเยอะแยะ ก่อนตัดสินใจลาออกเพื่อกลับไทย ด้วยวิธีการนำเพชรทองซ่อนเอาไว้ในลัง แอปเปิ้ล พร้อมกับชั่งน้ำหนักให้พอดีเป๊ะกับลังที่บรรจุผลไม้เต็มตามปกติ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่สนามบิน ขณะที่ฝ่ายวังซาอุฯ เพิ่งมารู้ในภายหลังว่าทรัพย์สินถูกขโมย หลังจากนายเกรียงไกรลาออกไปหลายเดือน

ในปี 2533 จึงประสานมายังตำรวจไทยให้จับคนร้ายที่โจรกรรมเพชร มีการตั้งทีมนำโดย พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ สามารถจับกุมนายเกรียงไกรได้ โดยไปทำนาทำไร่อยู่ที่บ้านเดิมลำปาง ให้การรับสารภาพนำไปตามยึดคืนจากร้านเพชรที่รับซื้อได้แทบทั้งหมด แต่เมื่อนำส่งคืนไปยังซาอุฯ กลับพบว่าเป็นของปลอมส่วนใหญ่ กลายเป็นเรื่องใหญ่สะเทือนความสัมพันธ์ระหว่างชาติ โดยมีข่าวว่า หลัง พล.ต.ท.ชลอ ตามยึดของกลางเพชรซาอุฯ แท้ๆ มาได้ แต่เมื่อมาถึงมือนายตำรวจใหญ่ระดับ พล.ต.อ. ที่เชี่ยวชาญวัตถุโบราณเครื่องประดับ จึงเกิดไอเดียปลอมของกลางส่งคืนไปแทน การตามล่าเพชรซาอุฯ ภาค 2 จึงเกิดขึ้นอีก และเป้าหมายที่ซาอุฯ เน้นย้ำมาคือ บลูไดมอนด์ เพชรเก่าแก่หายาก สีน้ำเงิน มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ถึงคดี 2 แม่ลูกศรีธนะขัณฑ์

พล.ต.ท.ชลอติดตามไปถึงตัวเสี่ยสันติ ศรีธนะขัณฑ์ พ่อค้าเพชรที่ร่วมรับซื้อจากนายเกรียงไกร และเป็นคนสนิทของ พล.ต.อ.ต้นเรื่อง โดยมีข้อมูลว่าเสี่ยสันติรู้ดีที่สุดว่า เพชรบลูไดมอนด์นั้น นำไปขายให้ใครในประเทศไหน แต่เสี่ยสันติก็ปฏิเสธ จึงทำให้เพชรเม็ดสำคัญไม่สามารถตามหาได้สำเร็จ

ความพยายามตามหาเพชรเม็ดสำคัญเกิดอีกครั้งในปี 2537 โดยช่วงนั้นยังมีฐานะเป็นกรมตำรวจ สังกัดกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งจากรัฐมนตรี ถึง พล.ต.อ.รายหนึ่ง ให้ร่วมกันสร้างผลงาน ด้วยการตามเพชร ดังกล่าวมาให้ได้ เพื่อจะฟื้นสัมพันธ์กับซาอุฯ ทำให้ขุมทองแรงงานไทยกลับมา พล.ต.อ. ดังกล่าวมอบหมายให้ พล.ต.ท. 2 นายรับงานนี้ 1 ในนั้นคือ พล.ต.ท.ชลอ

‘ข่าวสด’ยันสีกากีอุ้มฆ่า

ในวันที่ 1 ส.ค. 2557 มีเหตุพบศพ นางดาราวดี ศรีธนะขัณฑ์ และ ด.ช.เสรี ลูกชายในรถเบนซ์สภาพโดนเฉี่ยวชน บนถนนมิตรภาพ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี คล้ายเป็นคดีอุบัติเหตุรถชน หนังสือพิมพ์ในวันรุ่งขึ้น ฉบับวันที่ 2 ส.ค.2537 มี “ข่าวสด” เล่มเดียวที่พาดหัวข่าวแบบเจาะลึกกว่าใครว่า “สีกากีอุ้มฆ่า ลูกเมียสันติเพชรซาอุ”

เบื้องหลังการติดตามข่าวชิ้นนี้ของทีมข่าว “ข่าวสด” ก็คือ เมื่อเห็นชื่อเหยื่อในรถเบนซ์ อดสงสัยไม่ได้ว่าคงไม่ธรรมดา จึงตามเจาะจนได้เบาะแสสำคัญ ว่าลูก-เมียเสี่ยสันติโดนอุ้มหายตัวไปนับเดือนแล้ว โดยทีมอุ้มน่าจะเป็นตำรวจ เพราะใช้วิธีตั้งด่านหน้าปากซอยบ้านพักย่านตลิ่งชัน โดยเสี่ยสันติได้แจ้งตำรวจเอาไว้แล้ว แล้วจู่ๆ ก็มาโผล่เป็นศพ คล้ายอุบัติเหตุ แต่น่าจะเป็นฆ่าอำพราง

เกาะติด 3 ปีจนขึ้นระดับท็อป

ข่าวสดตามขุดคุ้ยข่าวนี้ นำเสนอพาดหัวใหญ่อย่างต่อเนื่องหลายเดือน ทำให้ยอดพิมพ์พุ่งพรวด ทั้งที่เป็นหนังสือพิมพ์ที่มีอายุเพียง 3 ปี แต่กลายเป็นระดับท็อปของหนังสือพิมพ์รายวันในพริบตา และทำให้ ‘ข่าวสด’ ได้รับรางวัลข่าวยอดเยี่ยม จากมูลนิธิอิศรา อมันตกุล จากข่าวคดีประวัติศาสตร์ ‘อุ้มฆ่า 2 แม่ลูกศรีธนะขัณฑ์’ ปี 2537

ทีมข่าวพบข้อมูลสำคัญอีกว่า เรื่องเริ่มจากคำสั่งของรัฐมนตรีมายัง พล.ต.อ. ให้ไปตามหาบลูไดมอนด์ แล้ว พล.ต.อ.ไปใช้นายตำรวจที่มักทำงานแบบคาบลูก คาบดอก คือ พล.ต.ท.ชลอ และ พล.ต.ท. ชื่อดังในยุคนั้นอีกราย

แต่ พล.ต.ท.รายนั้นไหวตัวว่าวิธีของ “ป๋าลอ” น่าจะสุ่มเสี่ยงไป จึงมอบหมายให้ พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ สารวัตรสืบสวนจากปราจีนบุรีมาร่วมงาน (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) จนเป็นที่เข้าใจผิดว่า พ.ต.ท.พันศักดิ์ เป็นลูกน้องของชลอ ทั้งที่เป็นลูกน้องของ พล.ต.ท.อีกราย

เปิดประเด็นโดนอุ้มนับเดือน

พ.ต.ท.พันศักดิ์รับคำสั่งจาก พล.ต.ท.ชลอ ไปดักอุ้มนางดาราวดีกับลูก ขณะขับเบนซ์ออกจากบ้าน เมื่อ 2 กรกฎาคม 2537 หรือ 1 เดือนก่อนจะพบเป็นศพฆ่าอำพรางที่แก่งคอย

แม้ว่าระดับบนของกรมตำรวจได้ออกมาให้ข่าวในขณะนั้น อ้างอิงนายตำรวจ ระดับบิ๊กของนิติเวช ยืนยันว่าตายด้วยอุบัติเหตุรถชน เป็นเหตุให้ไม่มีการขยับเข้ามาคลี่คลายคดีในแง่ฆาตกรรมแต่อย่างใด แต่สุดท้ายกองปราบฯ ในยุค พล.ต.ต.วรรณรัตน์ คชรักษ์ ตัดสินใจเข้ามาทำคดี โดยมี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รอง อ.ตร. เข้ามาควบคุมอำนวยการ

ตรวจสอบการชันสูตรศพของนายตำรวจใหญ่นิติเวชแล้วพบว่ามีพิรุธ เพราะอธิบายการตายแบบเกินหน้าที่ เมื่อนำกองพิสูจน์หลักฐานไปตรวจสภาพรถเบนซ์ก็พบว่า สภาพเฉี่ยวชนจากรถใหญ่ไม่รุนแรง และพบว่า ขณะโดนชนนั้น รถเบนซ์น่าจะเคลื่อนที่ในความเร็วที่ต่ำมาก เหมือนกับการใช้แรงคนเข็นรถให้เคลื่อนที่นั่นเอง ขณะที่ “ข่าวสด” เปิดประเด็นไปแล้วว่า โดนอุ้มไปก่อนนับเดือน น่าจะเอาไปกักขังในสถานที่แห่งหนึ่ง

เพราะระหว่างนั้นเสี่ยสันติพยายามตามหาลูก-เมีย ก่อนจะไปหา พล.ต.ท.ชลอ ที่รู้จักกันสมัยคดีเพชร แล้ว พล.ต.ท.ชลอ แจ้งว่า คนร้ายลักตัวไปเรียกค่าไถ่ ซึ่ง เสี่ยสันติก็รีบจ่ายเงินให้ หลายครั้งหลายล้านบาท เมื่อพบว่าเป็นศพในรถเบนซ์ มีการให้ข้อมูลกับเสี่ยสันติทำนองว่า คนร้ายเรียกค่าไถ่คงปล่อยตัวออกมา แล้วรีบร้อนขับรถกลับบ้านจนเกิดอุบัติเหตุ ดังกล่าว จังหวะนั้น กองปราบฯ ตรวจค้นรถเบนซ์ พบเบาะแสข้าวของท้ายรถที่ซื้อจากมินิมาร์ท ที่ จ.สระแก้ว

เหตุฆ่า‘รบกับผีดีกว่าคน’

ระหว่างนั้นเอง พล.ต.ท.ที่ร่วมพัวพันอีกราย ทำทีส่ง พ.ต.ท.พันศักดิ์ เข้ามาร่วมทีมกองปราบฯ ร่วมคลี่คลายคดี โดยมาพบกับ พ.ต.ท.เมธี กุศลสร้าง รอง ผกก.1 ป. (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) แต่แทนที่จะมาล้วงความลับการคลายคดี กลับถูก พ.ต.ท.เมธี ล้วงตับ โดยคุยกันจนรู้ว่า พ.ต.ท.พันศักดิ์ เคยรับงานอุ้มฆ่า ส.ท.โน้ต น้อยเล็ก มือปืนดัง ด้วยวิธีตั้งด่านตำรวจแล้วอุ้มไปฆ่า

จากนั้น พ.ต.ท.เมธี ไปเช็กเบอร์มือถือของ พ.ต.ท.พันศักดิ์ จนชัดว่า วันที่ 2 กรกฎาคม ไปปรากฏตัวที่จุดอุ้ม 2 แม่ลูก จากนั้นก็โทร.หา พล.ต.ท.ชลอ แล้วเดินทางไปยัง จ.สระแก้ว ทุกอย่างจึงกระจ่างชัดว่า พ.ต.ท.พันศักดิ์ คือคนอุ้ม มี พล.ต.ท.ชลอ สั่งการ แล้วที่กักขังคือรีสอร์ตในสระแก้ว

สาเหตุที่ตัดสินใจฆ่า 2 แม่ลูกนั้น เนื่องจากเสี่ยสันติเริ่มสงสัย พล.ต.ท.ชลอ จึงไปพึ่งรัฐมนตรีให้ช่วย ต่อมาในวันอาสาฬหบูชา 22 กรกฎาคม รัฐมนตรีได้กล่าวกับ พล.ต.ท.ชลอว่า วันนี้วันพระ ทำบุญทำทานปล่อยลูก-เมียเขาเถอะ

พล.ต.ท.ชลอ จึงรู้ว่าเรื่องแดงแล้ว ตัดสินใจด้วยคำสั่งรบกับผีดีกว่ารบกับคน จึงเกิดแผนทุบตีจนตายแล้วเอาไปอำพรางเป็นรถชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน