เตรียมออกกรีนบอนด์3หมื่นล้านหนุนจีดีพีโตแบบยั่งยืน
เศรษฐา ชู 3 แนวทางเสริมแกร่งตลาดทุนไทย หนุนเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมเดินหน้าออกตราสารหนี้สีเขียวมูลค่าไม่ต่ำ 3 หมื่นล้านบาท หวังดันเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 ธ.ค. ที่ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ถนนราชดำริ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน ในงานสัมมนาแถลงยุทธศาสตร์ ก.ล.ต. ประจำปี 2567 พร้อมกล่าวปาฐกถาหัวข้อ “นโยบายและทิศทางตลาดหุ้นไทย”
นายเศรษฐากล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับความผันผวนของโลกและความเชื่อมั่นจากผู้ลงทุนในประเทศและต่างประเทศทำให้ราคาหุ้นลดลงมาก แต่ปัจจัยพื้นฐานของไทยยังแข็งแกร่งจากมูลค่าหลักทรัพย์ซึ่งติดอันดับที่ 27 ของโลก และยังมีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของอาเซียน ขณะที่มีมูลค่าเสนอขายหุ้น IPO สะสมย้อนหลังกับสภาพคล่องสูงสุดในอาเซียน นับตั้งแต่ ปี 2555
ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งพัฒนาตลาดทุนเพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านดิจิทัล และความยั่งยืน ล่าสุดได้จัดตั้ง “Thailand ESG Fund” กองทุนไทยเพื่อความยั่งยืน ซึ่งสำนักงาน ก.ล.ต. คาดว่าจะมี บลจ. ที่เสนอขายกองทุน ThaiESG รวม 25 กองทุน ระดมทุนได้ไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท
นายเศรษฐากล่าวว่า รัฐบาลมีแนวทาง 3 ข้อที่จะสร้างจุดแข็งให้ตลาดทุนไทย คือ 1.ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดย ผลักดันให้ตลาดทุนไทย เป็น investment destination ของ ภูมิภาค
2.สนับสนุนสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2608 รัฐบาลจะส่งเสริมให้ตลาดทุนไทยมีเงินทุนเพียงพอในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก ขณะที่ภาครัฐบาลจะออกขายตราสารหนี้สีเขียว หรือ Green Bond Market ไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท
และ 3.การสนับสนุนการระดมทุนของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจดิจิทัลเอสเอ็มอี และสตาร์ตอัพ เพื่อให้มีเงินเพียงพอ ในการดำเนินธุรกิจในระดับโลก สำหรับด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ภาครัฐและเอกชนจะร่วมกันจะส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ และใน ส่วน SMEs และ Startups จะมีการพัฒนากลไกช่วยเหลือ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ จัดหาเงินทุน และการเปิดตลาด