สืบนครบาลจับเพิ่มอีก 1 ราย เครือข่ายองค์กรอาชญากรรม นักเรียนช่างกลพบรอยแผลเป็น 4 ฟันเฟืองไหล่ซ้าย ชี้มีหลักฐานเอี่ยวคดีฆ่า ‘หยอด-ครูเจี๊ยบ’ ตำรวจสน.ทุ่งมหาเมฆนำตัวไปฝากขังศาลอาญากรุงเทพใต้ พร้อมมือยิงและเพื่อนอีกคน พร้อมคัดค้านการประกันตัว ด้านศาลยกคำร้องไม่ปล่อยตัวชั่วคราวทั้งหมด ระบุปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้
จากกรณีที่ตำรวจศูนย์สืบสวนสอบสวน บช.น. จับกุมนายอนาวิน แก้วเก็บ อายุ 20 ปี และนายกฤติ ล้ำเลิศ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่า นายธนสรณ์ หรือหยอด ห้องสวัสดิ์ อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และกระสุนลูกหลงไปถูกน.ส.ศิรดา หรือครูเจี๊ยบ สินประเสริฐ อายุ 45 ปี ครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ เสียชีวิต ชนวนเหตุจากความแค้นระหว่างสถาบัน เหตุเกิดที่บริเวณหน้าธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) สาขาคลองเตย ถนนสุนทรโกษา แขวงและเขตคลองเตย กทม. เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 พ.ย. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.บช.น ได้จับกุมนายรัชวุฒิ แก้วสว่าง อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 1200/2566 ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2566 ในข้อกล่าวหาสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (ซ่องโจร) โดยจับกุมได้บริเวณถนนศรีอยุธยา แขวงสามเสนใน เขตพญาไท เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่พนักงานสอบสวนมีหลักฐานว่านายรัชวุฒิเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุดังกล่าวร่วมกับผู้ต้องหาอื่นๆ ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ และพบมีรอยแผลเป็นคล้ายรูปฟันเฟืองที่บริเวณต้นแขนซ้าย จำนวน 4 เฟือง เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ด้วย

นอนเรือนจำ – ตำรวจสน.ทุ่งมหาเมฆ นำตัวนายอนาวิน แก้วเก็บ สมาชิกองค์กรมืดช่างกล มือฆ่าครูเจี๊ยบ-น.ศ.อุเทนฯ พร้อมเพื่อนอีก 2 คน ส่งฝากขังศาลอาญากรุงเทพใต้ ก่อนศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ถูกนำตัวส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.
ต่อมา 09.45 น. วันเดียวกัน ร.ต.ท.กฤติ กานต์ สายงาม รองสว.สส.(สอบสวน) สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้นำตัว 3 ผู้ต้องหา ประกอบด้วย นายอนาวิน แก้วเก็บ นายกฤติ ล้ำเลิศ และนายรัชวุฒิ แก้วสว่าง ส่งไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อขอฝากขังผัดแรก โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี โดยมีพล.ต.ต.วิทวัส ชินคำ ผบก.น.5 และ พ.ต.อ.พนม เชื้อทอง ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆควบคุมดูแลสั่งการ ด้วยตนเอง
ระหว่างทางเดินลงมาขึ้นรถควบคุม ผู้ต้องขัง ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายอนาวินว่ามีความกังวลใจหรือไม่ นายอนาวิน ตอบว่า “ไม่กังวลใจ “ ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ช่วงที่ลงไปยิงซ้ำ มีคนสั่งหรือทำเอง นาย อนาวิน กล่าวว่า “ผมเป็นคนลงมือทำเอง ไม่มีใครสั่ง และกล่าวขอโทษครอบครัวที่ทำให้เสียใจที่กระทำผิดไป และขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต
พล.ต.ต.วิทวัส ชินคำ ผบก.น.5 กล่าวว่า ในชั้นพนักงานสอบสวนนายอนาวิน รับสารภาพ และให้การชัดเจนสอดคล้องกับพยานหลักฐาน และสามารถเชื่อมโยงไปถึงข้อมูลอื่นด้วย ซึ่งพนักงานสอบสวนจะขยายผลต่อไป ถึงแม้ว่านายอนาวินจะยืนยันว่าตัวเองเป็นคนลงมือเองไม่มีการ สั่งการจากใคร อย่างไรก็ตามคำรับสารภาพดังกล่าว จะยังไม่ใช่พยานหลักฐานสิ่งเดียวที่นำไปพิสูจน์ในชั้นศาล ยังมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และวัตถุพยานต่างๆ ประกอบอีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการคุมตัว ผู้ต้องหาไปฝากขังครั้งนี้ได้จัดกำลังตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วตามประกบรถส่งตัว ผู้ต้องหาไปด้วย พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่ศาล เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ส่วนนายอับดุลเลาะ ดือลาแม หรือเลาะ ผู้ต้องหาที่เป็นผู้ขับขี่รถจยย.นั้น พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป
ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ยื่นคำร้องต่อศาลขอฝากขังครั้งที่ 1 คดีดำ ฝ.793/2566 นายอนาวิน เก็บแก้ว มือยิงครูเจี๊ยบและน้องหยอด กับพวกรวม 3 คน ตกเป็น ผู้ต้องหา ความผิดต่อชีวิต ซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289, 210, 371, 376 และพ.ร.บ.อาวุธปืน ในคดีที่มีกลุ่มผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงนายธนสรณ์และน.ส.ศิรดา ทำให้เสียชีวิตรวม 2 ราย
โดยศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.2566 – วันที่ 2 ม.ค. 2567 ส่วนที่ผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขังนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีร้ายแรง พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว หากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้ยกคำร้อง
ต่อมาช่วงบ่ายมีรายงานว่า พ.ต.อ. วัชชิรานนท์ นนท์นา ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจน้ำ นำกำลังนักปฏิบัติใต้น้ำ 15 นาย เรือยาง 2 ลำ เครื่องมือค้นหาใต้น้ำ งมหาอาวุธปืน ที่นายอนาวินใช้ก่อเหตุบริเวณวัดตำหนักเหนือ จ.นนทบุรี โดยมี พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า รองผบก.น.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น รอง ผบก.น.5 ร่วมค้นหา มีรายงานว่านาย อนาวินให้การว่า ใช้ค้อนทุบปืนลูกโม่ให้แตก ทำให้อาวุธกระจายเป็น 3 ชิ้น คือ ลูกโม่ 2 ชิ้น ปืน 1 ชิ้น และขับจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ มาโยนทิ้งบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าน้ำวัดตำหนักเหนือ เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ก่อนที่จะกลับบ้านย่านวัดสะพานสูงและหลบหนีไป โดยเจ้าหน้าที่เริ่มงมตั้งแต่เวลาประมาณ 13.30 น. กระทั่งเวลา 17.20 น. ก็ยังไม่พบจึงยุติการค้นหา