มีดจี้คอ-ไล่ลง
ตร.บี้ยังมีพิรุธ

โดนปล้น? – ตร.บางเขนสอบปากคำ นายบัญชา (สงวนนามสกุล) หนุ่มก่อสร้าง หลังถูก 3 คนร้ายลวงซื้อรถเก๋ง ก่อนปล้นเอาเงินสดเกือบครึ่งแสนไป แล้วไล่ลงจากรถที่ ริมถนนเทพรักษ์ แต่ตร.ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากคำให้การยังมีพิรุธ เมื่อวันที่ 4 ก.ค.

3 โจรลวงปล้น หนุ่มก่อสร้างสูญเกือบครึ่งแสน หลอกให้ซื้อรถ พอเห็นเงิน ใช้มีดจี้ไล่ลง เหตุเกิดริมถนนเทพรักษ์ ย่านบางเขน ตร.เจอรถจอดทิ้งในซอยห่างจุดเกิดเหตุ 1.5 ก.ม. นำหนุ่มเจ้าทุกข์เค้นสอบ หลังคำให้การยังมีพิรุธ คนร้ายส่งข้อความมาขู่ห้ามแจ้งความ ส่วนเงินที่เอาไปถือว่าใช้หนี้

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 4 ก.ค. พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ รอง ผกก.สส. สน.บางเขน นำกำลังฝ่ายสืบสวน เข้าตรวจสอบรถยนต์ ยี่ห้อนิสสัน อัลเมร่า สีขาว หมายเลขทะเบียน 6กผ8122 กทม. ที่ถูกจอดทิ้งไว้ภายในชุมชนหมู่บ้านอนันต์สุขสันต์ รุ่น 18 ถนนเทพรักษ์ แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. หลังพบว่าเป็นรถเก๋งที่คนร้ายใชก่อเหตุปล้นทรัพย์ นายบัญชา ศูนย์กลาง อายุ 37 ปี เมื่อกลาง

ดึกคืนที่ผ่านมา เบื้องต้นไม่พบแก๊งคนร้ายดังกล่าว

ทั้งนี้เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.50 น. วันที่ 3 ก.ค. พ.ต.ต.คมสัน คุ้มครอง สารวัตร (สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเหตุคนร้าย 3 คนใช้อาวุธมีดปล้นเงินผู้เสียหาย เหตุเกิดบริเวณริมถนนเทพรักษ์ ห่างจากห้างบิ๊กซี สะพานใหม่ ประมาณ 1.5 ก.ม. แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. จึงรุดตรวจสอบ

พร้อมด้วย พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง ผกก.สน.บางเขน, พ.ต.ท.ยงค์ยุทธ์ ประเสิรฐ์ผล รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.สุริยน รัตนคุณศาสตร์ สว.สส. ,เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน และเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.2

เมื่อไปถึงบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ พบนางวาสนา (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี และนายบัญชา (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี 2 สามีภรรยา ยืนรอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ปากคำ ส่วนคนร้าย 3 คนหลังก่อเหตุใช้รถยนต์ ยี่ห้อนิสสัน อัลเมร่า สีขาว หมายเลขทะเบียน 6กผ8122 กทม. ขับเร่งเครื่องหลบหนี มุ่งหน้าไปทางวัชรพล เจ้าหน้าที่จึงแจ้งวิทยุสกัดจับตามเส้นทางที่หลบหนี

จากการสอบสวนนางวาสนา ให้การว่า มีอาชีพรับจ้างดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุทั่วไป โดยก่อนเกิดเหตุตนมากดเงินสดจำนวน 41,000 บาทจากตู้เอทีเอ็ม ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ พร้อมนัดให้สามีมารับนำเงินสดจำนวนดังกล่าวไปซื้อรถ เมื่อสามีมาถึงได้ลงจากรถเก๋งนิสสันคันดังกล่าวโดยมีวัยรุ่นชาย 2 คน คนแรกสวมเสื้อคลุมแขนยาวสีดำและอีกคนสวมเสื้อคลุมสีเทา เดินตาม

สามีมาด้วยโดยมีชายคนขับนั่งรออยู่ในรถ ตนก็ไม่ได้สงสัยอะไร จึงได้ยื่นเงินจำนวนดังกล่าวให้กับสามี จากนั้นสามีจึงได้เดินกลับไปขึ้นรถเก๋งพร้อมกับผู้ชาย 2 คน และขับออกไป โดยเวลาผ่านไปไม่ถึง 10 นาที สามีก็วิ่งกลับมาหาตนที่หน้าร้านสะดวกซื้อโดยท่าทางตื่นตกใจและพูดบอกว่าโดนคนร้ายใช้มีดจี้ปล้นเงินสดจำนวนดังกล่าวไป

ด้าน นายบัญชา ให้การว่า หลังจากที่ตนได้รับเงินจำนวน 41,000 บาทจากแฟนสาว ก็เดินขึ้นรถเก๋งเพื่อจะไปแคมป์คนงานก่อสร้าง พร้อมกับชาย 2 คน เมื่อรถเก๋งออกเคลื่อนไปประมาณ 10 เมตร วัยรุ่นชาย 2 คนที่นั่งอยู่เบาะด้านหลังได้ใช้อาวุธมีดมาจี้ที่ลำคอ และพูดว่า “อย่าขัดขืนถ้าไม่อยากเจ็บตัว” จากนั้นคนร้ายจึงค้นตัวและลวงหยิบเงินในกระเป๋ากางเกงที่ตนสวมใส่ไป ก่อนจะพูดบอกให้ตน

ลงจากรถเก๋งไป จึงรีบวิ่งไปหาภรรยาและบอกว่าถูกโจรปล้นเงิน

ส่วนคนร้ายทั้ง 3 คนนั้น มีนายกอล์ฟ ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง ที่ตนได้รู้จักเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา เนื่องจากทำงานอยู่ในแคมป์คนงานย่านวัชรพลและเป็นคนขับรถเก๋งคันดังกล่าว ส่วนผู้ชายอีก 2 คนตนไม่ได้รู้จักแต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัว 2 สามีภรรยามาสอบปากคำเพิ่มเติมอีก

ครั้งที่ สน.บางเขน เนื่องจากมีข้อสงสัยหลายอย่าง ของกลุ่มคนร้ายทั้ง 3 คน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ และภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเร่งติดตามตัวจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาภายหลังจากเจ้าหน้าที่พบรถเก๋ง ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายบัญชา ผู้เสียหายมาสอบสวน

เพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเจ้าตัวให้การว่าติดต่อซื้อขายรถยนต์ จำนวนเงิน 4 หมื่นบาท จากน.ส.ส้มโอ ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง ที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก เมื่อถึงเวลานัดหมายจ่ายเงินกัน มีนายกอล์ฟ พร้อมพวก 2 คนขับรถยนต์ นิสสัน สีขาว มาส่งให้ตน หลังจากนั้นแก๊งคนร้ายทั้ง 3 คนจึงลงมือก่อเหตุปล้นเงินสดไป ซึ่งหลังเกิดเหตุนายกอล์ฟได้ติดต่อมาและส่งข้อความทาง เฟซบุ๊ก ว่า “อย่าแจ้ง

ความดำเนินคดี ส่วนเงินสดที่เอาไปนั้นถือว่าเป็นการใช้หนี้”

ด้านพ.ต.ท.อนันต์ วรศาสตร์ รอง ผกก.สส.สน.บางเขน เผยว่าหลังเกิดเหตุได้นำตัว ผู้เสียหายมาสอบสวน ซึ่งยังคงให้การสับสน โดยอ้างว่า ในคืนวันเกิดเหตุได้มากับกลุ่มที่จะซื้อขายรถด้วย โดยขับรถคันดังกล่าวมาให้ภรรยาดู จากนั้นพอได้เงินจากภรรยาแล้วกลับไปขึ้นรถก่อนที่จะถูกจี้ชิงทรัพย์และบังคับ

ให้ลงจากรถ

ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องสอบสวนประเด็นนี้โดยละเอียดอีกครั้ง ว่ารู้จักกับกลุ่มคนร้ายที่มาติดต่อซื้อขายรถกันได้อย่างไร ซึ่งหลังเกิดเหตุได้ประสานฝ่ายสืบสวนออกติดตามตัวกลุ่ม ผู้ต้องสงสัยซึ่งเบื้องต้นทราบว่าเป็นเด็กในย่านสะพานใหม่แต่ยังไม่พบตัว ส่วนรถนิสสันคันก่อเหตุได้ยึดไว้ตรวจสอบว่าเป็นรถ

ขโมยมาหรือไม่ เนื่องจากรถมีการซื้อขายในราคาถูกผิดปกติ คาดว่าจะเป็นที่รถหลุดจำนำแล้วนำมาขายต่อกันเป็นทอดๆ

วันเดียวกัน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว จำนวน 2 ราย ประกอบกับสามารถติดตามรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุได้แล้ว ทั้งนี้เจ้า

หน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการเร่งสืบสวนสอบสวนขยายผล รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป พร้อมดำเนินการด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน