ขีดเส้น15วันขมาหน้าอนุสาวรีย์
ทายาทย่าโมห่วงน้ำผึ้งหยดเดียว
จุดชนวนสร้างความแตกแยกกัน

รุมแจ้งจับ – กำนันและผู้ใหญ่บ้าน จ.นครราชสีมา แจ้งความ สภ.เมืองนครราช สีมา ดำเนินคดีรายการช่องส่องผี พาดพิงดูหมิ่นย่าโมและนางสาวบุญเหลือ พร้อมขีดเส้น 15 วัน ให้มาขอขมาต่อหน้าชาวโคราช เมื่อ 9 ก.คบ๊วกำนัน-ผญ
‘บ๊วย’ถอยอีก อัดคลิปแถลงยันไม่มีเจตนาหมิ่น และเคารพ แต่ต้องการบอกว่า‘ย่าโม’ ต้องการสื่อสารอะไร พร้อมขอโทษชาวโคราช ลุกฮือแล้ว กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านนครราชสีมา ขึ้นโรงพัก แจ้งความดำเนินการรายการช่องส่องผีรับไม่ได้บิดข้อมูลหมิ่น ‘ย่าโม-น.ส. บุญเหลือ’ พร้อมจี้ให้ทำพิธีขอขมาหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีต่อหน้าประชาชน ขีดเส้น ให้ดำเนินการภายใน 15 วัน ไม่เช่นนั้นจะหามาตรการ
กดดันต่อไป ด้านทายาทวีรสตรี ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว
จากกระแสความไม่พอใจอาจารย์เรนนี่ กรณีเป็นพิธีกรรายการช่องส่องผีได้มาบันทึกรายการที่วัดศาลาลอย อ.เมือง จ.นครราชสีมา สถานที่บรรจุอัฐิท้าวสุรนารีหรือย่าโม วีรสตรีที่สร้างวีรกรรมร่วมกับนางสาวบุญเหลือ อวดอ้างมีจิตสัมผัสต่อสิ่งลี้ลับ พบปลัดทองคำ สามีย่าโม และย่าโม รวมทั้งนางสาว
บุญเหลือ ระบุปลัดทองคำบอกแม่บุญเหลือเป็นเมียอีกคน โดยย่าโมเป็นเมียหลวงและแม่บุญเหลือเป็นเมียสอง มิใช่ลูกสาวบุญธรรมแต่อย่างใด ซึ่งเป็น คำกล่าวอ้าง ที่ขัดแย้งกับจดหมายเหตุของชาวโคราชและข้อมูลในหนังสือประวัติศาสตร์ ได้บันทึกไว้
ทั้งนี้ ท้าวสุรนารีและนางสาวบุญเหลือ ถือมีคุณูปการต่อแผ่นดินราชอาณาจักรไทย ซึ่งรัชกาลที่ 3 ทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโมขึ้นเป็นท้าวสุรนารี เมื่อ พ.ศ.2370 ทำให้ชาวโคราชที่ได้รับชมรายการที่เผยแพร่ทั้งช่อง 8 และช่องยูทูบ วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมกับข้อมูลที่บิดเบือน ประวัติศาสตร์ และยังจาบจ้วงอีก
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ก.ค. ที่สภ.เมืองนครราชสีมา นายศักดิ์ชัย ชาติพุดซา กำนันตำบลหนองกระทุ่ม ในฐานะนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดนคร ราชสีมา พร้อมพวกซึ่งเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในเขต อ.เมือง และนายพรเทพ เจริญพงศ์อนันต์ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ที่ปรึกษาทางกฎหมาย นัดรวมตัว เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับ
.ต.ท.อภิชาต ห่ามกระโทก พนักงานสอบสวนเวร กล่าวหารายการช่องส่องผี เผยแพร่ทางโทรทัศน์ช่อง 8 และ ช่อง 31 รวมทั้งช่องยูทูบ ดำเนินรายการโดยนายเชษฐวุฒิ หรือบ๊วย วัชรคุณ นางสุรประภา คำขจร หรือเรนนี่ และนายศราวุฒิ หรือเจมส์ วรพัทธ์ทวีโชติ พิธีกรได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับการลบหลู่ ดูหมิ่น บิดเบือนประวัติศาสตร์ท้าวสุรนารีและนางสาวบุญเหลือ ซึ่งเป็นที่รักและเคารพนับถือ
และศรัทธาของชาวโคราชและชาวไทย ซึ่งเป็นข้อความที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยประการน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำ ผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ขอให้ดำเนินคดีในข้อหา ความผิด พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14(1)
นายศักดิ์ชัยเปิดเผยว่า ตนพร้อมพวกได้มาลงบันทึกประจำวัน และร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตนในฐานะตัวแทนชาวโคราช ไม่ยินยอมต่อการกระทำที่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง ขอให้รายการช่องส่องผีและนางเรนนี่มาทำพิธีขอขมาในการกระทำของตัวเองเบื้องหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีและให้ชาวโคราชร่วมกันรับรู้เป็นสักขีพยาน ซึ่งการแสดงความรับผิดชอบโดยถอดรายการออก
ยังไม่เพียงพอ ชาวโคราชให้เวลา 15 วัน หากยังเพิกเฉยหรือมีท่าทีไม่สนใจ จะมีมาตรการกดดันที่เข้มข้นต่อไป
ด้านนายพรเทพกล่าวว่า สำหรับการจะแจ้ง ข้อกล่าวหาดูหมิ่นนั้น ต้องดูใน 2 ประเด็น หากดูหมิ่นส่วนตัว ผู้ถูกดูหมิ่นก็จะเป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาด้วยตนเอง แต่หากดูหมิ่นผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว ก็ต้องหาทายาท
ของผู้ถูกดูหมิ่นมาเป็นเจ้าทุกข์ในการแจ้งความ ซึ่งกรณีของรายการช่องส่องผีดูหมิ่นย่าโมนั้น จะหาทายาท ของย่าโมมาเป็นเจ้าทุกข์ดูหมิ่นค่อนข้างยาก และข้อหาดูหมิ่นเป็นเรื่องที่ยอมความได้ ดังนั้นจึงได้มาดูในข้อหาอื่นที่น่าจะเป็นไปได้ ซึ่งก็พบว่ารายการนี้ได้มีการนำคลิปดูหมิ่น ย่าโม ปลัดทองคำ และย่าบุญเหลือ มาลงในยูทูบ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปชมย้อนหลังได้ ซึ่งก็จะเข้าข่าย
ความผิด ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นคดีอาญา
ที่ยอมความไม่ได้ และใครก็สามารถแจ้งความได้ด้วย ซึ่งวันนี้สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดนครราชสีมา ก็มาในฐานะลูกหลานของย่าโม แจ้งความในความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายกับรายการช่องส่องผีให้ถึงที่สุด
พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา ผกก.สภ. เมืองนครราชสีมา กล่าวว่า ในส่วนของ สภ. เมืองนครราชสีมา วันนี้ก็รับแจ้งความร้องทุกข์จากสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในช่องส่องผี ข้อหาตามความผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งเบื้องต้นจะได้ลงบันทึก การแจ้งความไว้ก่อน หลังจากนี้จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องในช่องส่องผีมาสอบปากคำต่อไป
ขณะเดียวกัน นางแม้น ด้วงกลาง อายุ 72 ปี ชาวบ้านในอำเภอพิมาย จ.นครราชสีมา ผู้ดูแลศาลย่าโมและย่าเหลือ ตัวแทนชาวบ้านในอำเภอพิมาย ออกมาเรียกร้องให้ผู้ดำเนินรายการทุกคนเข้ามากราบขอขมาคุณย่าโม และคุณย่าเหลือ ภายในอนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ ต.สัมฤทธิ์ อ.พิมาย เพราะแค่ขอโทษและถอนรายการจากช่องทีวีไม่เพียงพอ ซึ่งที่ตั้งของอนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ เป็น
พื้นที่เกิดเหตุจริง โดยชาวบ้านสัมฤทธิ์ได้ร่วมกันสร้างศาลสถิตดวงวิญญาณขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2531 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานอุทิศแด่ดวงวิญญาณของคุณย่าโม คุณย่า บุญเหลือและวีรชนชาวโคราช ที่ได้สร้างวีรกรรมอันหาญกล้า
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรายการช่องส่องผี ว่า คุณย่าโมกับคุณย่าบุญเหลือท่านเสียสละเพื่อชาวโคราชและประเทศไทย แล้วจู่ๆ วันนี้มีคนไปบิดเบือน สิ่งที่ทำให้กับบ้านเมือง ทำให้ชาวโคราชมีความ รู้สึกไม่สบายใจ ว่าพวกคุณรู้ในประวัติศาสตร์ดีขนาดไหน ถึงได้ไปกล่าวอ้างขนาดนั้น จากที่ได้พูดคุยกับชาวโคราชหลายคนทุกคน
มีความโกรธเคือง แต่เรื่องนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งถือว่าเป็นบทเรียนสำหรับรายอื่นๆ ต่อๆ ไป ที่การไปอ้างอิงประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ทำเพื่อให้รายการโด่งดังเพียงอย่างเดียว ไม่ถูกต้อง
นายเทวัญกล่าวว่า ชาวโคราชต้องการให้ดำเนินคดี ตนก็ต้องการให้ดำเนินการทางกฎหมายต่อไป เป็น
เรื่องของเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ ถ้ามีช่องทางทางกฎหมายใดที่จะต้องดำเนินการได้ก็ให้ดำเนินการส่วนเรื่องการขอขมานั้น เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ตำรวจหรือใครจะไปบังคับให้เขามาขอขมาไม่ได้ เป็นเรื่องสามัญสำนึกของคน ว่าควร จะไปขอขมาหรือไม่ ในบางครั้งเรายังเห็นคนทำผิดไปขอขมา แต่นี่คือดวงใจของคนโคราช เป็นที่เคารพบูชา ก็อยู่ที่เขาเราคงไปบังคับไม่ได้ ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณและ
ความเหมาะสม ว่าเขาจะเห็นอย่างไร ในการจะไปขอขมา
“คุณบ๊วยออกมาชี้แจงก็ไม่เห็นมีอะไร เพียงแต่บอกว่าจะไปเปลี่ยนให้รายการไปออกทางเฟซบุ๊ก และยังบอกว่าเขาไม่เคยได้ยินว่าคุณเรนนี่ตายไป 49 วัน ซึ่งอันนั้นผมไม่ทราบว่า ใครจะตาย 49 วันหรือวันเดียว แต่ตายก็คือตาย คงไม่มีที่ตายแล้วฟื้น ส่วนเรื่องถอดรายการออกจากช่องแล้วนั้น ผมไม่ทราบ
แต่ผมก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย” นายเทวัญกล่าว
ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมของกมธ.ว่ากมธ.พิจารณากรณีรายการช่องส่องผี ซึ่งพิธีกรได้เดินทางไปบันทึก เทปรายการที่วัดศาลาลอย จ.นครราชสีมา โดยพบว่าเนื้อหาของรายการไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้ประชาชนเกิดความหลงเชื่อ และงมงาย เช่น การ
คุยกับผี หรือการตายแล้วฟื้น นอกจากนี้ ยังบิดเบือนประวัติศาสตร์ของท้าวสุรนารี หรือ ย่าโม โดยกมธ.ได้รับเรื่องนี้ไว้พิจารณาแล้ว
นายประเสริฐกล่าวว่า ขอเรียกร้อง 4 ประเด็น คือ 1.ขอให้พิธีกรรายการออกมาทำพิธีกล่าวขอโทษต่อหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี 2.กล่าวคำขอโทษต่อชาวนครราชสีมาในที่สาธารณะ 3.แม้จะถอดรายการออกจากช่อง แต่กลับนำรายการมาเผยแพร่ในช่องทางยูทูบแทน ยิ่งเป็นการเผยแพร่ที่ขาดการ
ควบคุม จึงขอให้งดทุกช่องทางของสื่อ 4.กมธ.มีมติเห็นชอบให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง โดยเฉพาะ กสทช. และกองทุนสื่อสร้างสรรค์ ซึ่งมีงบประมาณจำนวนมากที่จะทำให้ประชาชน เข้าใจและรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องได้ โดย ทั้งสองกรณีกมธ.จะดำเนินการพิจารณาในสัปดาห์หน้า เวลา 09.30 น.
ส่วนความเคลื่อนไหวของทีมงานช่องส่องผี นั้น ล่าสุด “บ๊วย”เชษฐวุฒิ หนึ่งในพิธีกรรายการ ได้อัดคลิปเปิดใจและชี้แจงถึงปมร้อนว่า ขอเป็นตัวแทนรายงานช่องส่องผี เรื่องความรับผิดชอบของรายการในเรื่องของย่าโม จนมีกระแสดราม่าตามหลังมาที่อาจไปกระทบจิตใจของชาวนครราชสีมา
หากดูรายการทั้งหมด จะเห็นว่าเราเคารพทุกดวงวิญญาณ เคารพทุกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเทปรายการครั้ง
นั้น เราตั้งใจให้คนเห็นว่า ย่าโมมีจริง ย่าโมอยากสื่อสารอะไร อยากบอกอะไรลูกหลาน ตนก็เป็นลูกหลานคนหนึ่งของย่าโมเช่นกัน ในความรับผิดชอบนี้ เมื่อเจอความสะเทือนใจกับชาวนครราชสีมา ตนในฐานะผู้บริหารรายการ จึงแจ้งความจำนงไปยัง ผู้บริหารของช่อง 8 เพื่อถอนรายการช่องส่องผี ออกจากช่อง 8 เพื่อแสดงความรับผิดชอบ โดยอยากขอโทษชาวนครราชสีมา แต่ยืนยันตนทำรายการด้วย
ความเคารพและเจตนาดี เพื่อให้พี่น้องชาวโคราชเห็นว่ายังมีย่าโมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพปกปักรักษาอยู่
ส่วนเรื่องดราม่าอาจารย์เรนนี่ เท่าที่ทำรายการด้วยกัน 2 ปี ตอนแรกตนก็ไม่เชื่อ แต่เมื่อได้ทำรายการด้วยกัน ก็เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า อาจารย์เรนนี่สื่อสารกับดวงวิญญาณได้จริง หรือแม้กระทั่งดราม่า
อาจารย์เรนนี่ ตายไปแล้ว 49 วันนั้น เท่าที่ตนได้ข้อมูลมาจากอาจารย์เรนนี่ หรือดูเทปย้อนหลัง ยังไม่เคยเห็นอาจารย์เรนนี่พูดว่าตายไปแล้ว 49 วัน ถ้าเป็นไปได้อาจเป็นความเข้าใจผิดในอีพีที่สุสานรถ
รามอินทรา โดยอาจารย์เรนนี่บอกว่าวิญญาณของคนตายที่ไปตาย 3-7 วัน หรือ 49 วันถึงสามารถพูดภาษาผีได้ โดยเตรียมนำคลิปมายืนยันอีกครั้ง
การที่อาจารย์เรนนี่บอกคนตายแล้ว 49 วันถึงสามารถพูดภาษาผีได้ ไม่ได้แปลว่าเคยตายมาแล้ว 49 วัน อาจารย์เรนนี่พูดว่าตายมาแล้ว 1 วันและไปฟื้นที่ห้องดับจิต ดังนั้นประเด็นนี้เป็นข้อมูลเท็จ จึงไม่เป็นธรรมสำหรับตน ซึ่งตนได้แสดงความรับผิดชอบแล้วด้วยการถอนรายการจากช่อง 8 แต่อยากถาม
กลับถึงใคร ที่ทำให้เราต้องถอยกลับไป จะรับผิดชอบอะไร ได้บ้าง
ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ได้มีการประชุมหารือเกี่ยวกับกระแสดราม่าจากช่องส่องผีขึ้น โดยมีนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน พร้อมด้วยนายไชยนันท์ แสงทอง วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา นิติกรจังหวัดนครราชสีมา ตัวแทนครูโรงเรียนสุรนารีวิทยา โรงเรียน บุญเหลือวิทยานุสรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมกว่า 30 คน
นายวิเชียรกล่าวว่า ในกรณีนี้ทางจังหวัดนครราชสีมาก็ได้ติดต่อไปยังลูกหลานที่เป็นทายาทของท้าวสุรนารี หรือย่าโมแล้ว เพื่อให้มาเป็นเจ้าทุกข์เข้าไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เอาผิดช่องส่องผีที่มาลบหลู่ประวัติศาสตร์ ของย่าโม ที่เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวโคราช อย่างยิ่ง แต่เนื่องจากว่าลูกหลานของย่าโมหลายคนก็เป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี เมื่อทราบว่าผู้ดำเนินรายการได้ออกมา
ขอโทษผ่านสื่อแล้ว ก็ไม่อยากไปถือโทษโกรธเคืองอะไรอีก ทุกคนพร้อมให้อภัย ไม่อยากให้เรื่องนี้ กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว มาทำให้เกิดความแตกแยกในสังคมไทยอีก แต่ในความรู้สึกของชาวโคราชส่วนใหญ่ก็ยังไม่ยอมให้อภัยกับเรื่อง ที่เกิดขึ้นนี้ ดังนั้น วันนี้จึงได้เชิญตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยเพื่อหารือว่า จะทำอย่างไรต่อจากนี้ไป
ด้านนายไชยนันท์ แสงทอง วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จากการได้พูดคุย เบื้องต้นกับทายาทคนหนึ่งของท้าวสุรนารี หรือย่าโม ต้องการให้ชาวโคราช และประชาชน เกิดความรักความสามัคคีกัน ในฐานะที่เป็นครอบครัวผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่ต้องการให้เกิดการร้องเรียนเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่
โต ซึ่งเบื้องต้น ทางรายการได้แสดงความเสียใจกับขอโทษแล้ว และได้ถอดรายการออกจากผังของช่องทีวีที่ออกอากาศแล้ว ก็รู้สึกพอใจในระดับหนึ่ง จึงไม่อยากจะเอาเรื่องเอาราว แต่ถ้าทางผู้ดำเนินรายการช่องส่องผีจะมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว หรือจัดรายการในลักษณะที่ช่วยส่งเสริม ประชาสัมพันธ์เมืองย่าโมให้ดีขึ้นก็ยินดี