ระยองไปนครปฐม
โยก‘เลย’มาปทุมฯ
‘ชลบุรี’ได้ต่ออายุ

มหาดไทยแต่งตั้งโยกย้ายรองปลัด อธิบดี ผู้ว่าฯ รวม 36 ราย ‘บุญธรรม’ อธิบดีปภ. ผวจ.อุดรฯ เป็นรองปลัด ผวจ.นครพนมขึ้นชั้นอุดรฯ ขณะที่ผวจ.อำนาจเจริญ เป็นผวจ.จันทบุรี ส่วน ผวจ.เลยโยกมาปทุมธานี ผวจ.หนองคายย้ายลงพิษณุโลก ด้าน ‘ระยอง-นครปฐม’ ย้ายสลับกัน เหตุครบวาระ ไม่เกี่ยวโควิด พร้อมต่ออายุผวจ.โคราช กับผวจ.ชลบุรี อีก 1 ปี

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติแต่งตั้งโยกย้ายระดับอธิบดี รองปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการ และผู้ว่าราชการจังหวัด ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอรวม 36 ตำแหน่ง ดังนี้ 1.นายชยาวุธ จันทร ผวจ.ราชบุรี เป็น รองปลัดกระทรวง 2.นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.อุดรธานี เป็นรองปลัดกระทรวง 3.นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผวจ.ตาก เป็นรองปลัดกระทรวง

4.นายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ กรมที่ดิน เป็นผู้ตรวจราชการ 5.นายเสถียร เจริญเหรียญ วิศวกรใหญ่กรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นผู้ตรวจราชการ
6.นายบุญธรรม เลิศสุชีเกษม รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

7.นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 8.นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ตรวจราชการ เป็นผวจ.กาฬสินธุ์ 9.นายสุธี มองแย้ม ผวจ.อำนาจเจริญ เป็นผวจ.จันทบุรี 10.นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผวจ.สุโขทัย เป็นผวจ.ฉะเชิงเทรา 11.นายสมบูรณ์ ศิริเวช ผู้ตรวจราชการ เป็นผวจ.ชัยนาท

12.นายภิญโญ ประกอบผล ผู้ตรวจราชการ เป็นผวจ.ตราด 13.นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ตรวจราชการ เป็นผวจ.นครนายก 14.นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผวจ.ระยอง เป็นผวจ.นครปฐม 15.นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.สุรินทร์ เป็น ผวจ.นครพนม

16.นายไกรศร วิศิษฏ์วงศ์ ผวจ.ปัตตานี เป็นผวจ.นครศรีธรรมราช 17.นายวิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.พิจิตร เป็นผวจ.นครสวรรค์ 18.นายนิพันธ์ บุญหลวง ผู้ตรวจราชการ เป็นผวจ.น่าน 19.นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ.เลย เป็นผวจ.ปทุมธานี

20.นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผวจ.สระแก้ว เป็นผวจ.ปราจีนบุรี 21.นาย ราชิต สุดพุ่ม ผู้ตรวจราชการ เป็นผวจ.ปัตตานี 22.นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ตรวจราชการ เป็นผวจ.พิจิตร 23.นายรณชัย จิตรวิเศษ ผวจ.หนองคาย เป็นผวจ.พิษณุโลก 24.นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ตรวจราชการ เป็นผวจ.เพชรบูรณ์

25.นายชยันต์ ศิริมาศ ผวจ.มุกดาหาร เป็นผวจ.ร้อยเอ็ด
26.นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.นครปฐม เป็นผวจ.ระยอง 27.นายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผวจ.ชัยนาท เป็นผวจ.ราชบุรี 28.นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ตรวจราชการ เป็นผวจ.ลพบุรี

29.นายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นผวจ.เลย 30.นายวันชัย คงเกษม ผวจ.ร้อยเอ็ด เป็นผวจ.สมุทรปราการ 31.นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผวจ.มหาสารคาม เป็นผวจ.สระแก้ว 32.นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ตรวจราชการ เป็นผวจ.สุพรรณบุรี

33.นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน เป็นผวจ.สุรินทร์ 34.นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผวจ.ยโสธร เป็นผวจ.หนองคาย 35.นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ตรวจราชการ เป็นผวจ.อำนาจเจริญ และนายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม เป็นผวจ.อุดรธานี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอให้นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผวจ.นครราชสีมา ต่อไปอีกเป็นเวลา 1 ปี นับเป็นการต่ออายุครั้งที่ 2 และให้นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผวจ.ชลบุรี ต่อไปอีกเป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2563 ถึงวันที่ 30 ก.ย.2564

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ เป็นการแต่งตั้งล่วงหน้าก่อนที่ข้าราชการตำแหน่งบริหารสูง ทั้งรองปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าฯ ผู้ตรวจราชการ จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. รวม 26 คน โดยแต่งตั้งไปแทนที่และโยกย้าย 36 คน

ส่วนใหญ่ผู้ที่ได้ขึ้นตำแหน่งหลักคือผู้ที่จบคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือสิงห์ดำ อาทิ นายบุญธรรม ขึ้นเป็นอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชยาวุธ ผวจ.ราชบุรี เป็นรองปลัดกระทรวง นาย นิรัตน์ ผวจ.อุดรธานี เป็นรองปลัดกระทรวง ในวัย 48 ปี และผลักดันนายสยาม ผวจ.หนุ่มวัย 46 ปี จาก จ.นครพนม ไปนั่งผวจ.อุดรธานี

นอกจากนี้ นายสุธีได้ย้ายจากผวจ.อำนาจเจริญไปเป็นผวจ.จันทบุรี นายอำพน พ้นจากผู้ตรวจฯ ไปเป็นผวจ.นครนายก นายไกรสร ผวจ.สุรินทร์ ไปเป็นผวจ.นครพนม นายณัฐภัทร พ้นจากผู้ตรวจฯ ไปเป็นผวจ.สุพรรณบุรี อีกทั้งยังได้ยึดจังหวัดปริมณฑล

โดยโยกนายชัยวัฒน์ ผวจ.เลย มาเป็นผวจ.ปทุมธานี ย้ายนายวันชัย ผวจ.ร้อยเอ็ด มาเป็นผวจ.สมุทรปราการ ซึ่งผวจ.เก่าของ 2 จังหวัดนี้เป็นสิงห์แดง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขณะที่นายพรพจน์ จากรองปลัดกระทรวง ไปเป็นอธิบดีกรมโยธาฯ โดยนายพรพจน์ จบคณะวิศวะ จุฬาฯ ซึ่งเป็นการวางคนตามสายงานที่เหมาะสม

ขณะที่ฝั่งสิงห์แดง นายชัยชาญขึ้นจากที่ปรึกษา เป็นผู้ตรวจฯ นายทรงพล พ้นจาก ผู้ตรวจฯ เป็นผวจ.กาฬสินธุ์ นายรังสรรค์ พ้นผู้ตรวจฯ เป็นผวจ.พิจิตร นายวรพันธุ์ ผวจ.สระแก้ว เป็นผวจ.ปราจีนบุรี ขณะที่นายสุรศักดิ์ และนายชาญนะ ย้ายสลับจังหวัด ระหว่าง จ.ระยอง กับ จ.นครปฐม เพราะอยู่ในตำแหน่งมา 4 ปี ถือเป็นการครบวาระ ไม่เกี่ยวกับปัญหาโควิด

และอีกส่วนหนึ่ง เป็นสิงห์ทอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และคณะนิติศาสตร์ อาทิ นายภิญโญ พ้นผู้ตรวจฯ เป็นผวจ.ตราด นายนิพันธ์ พ้นผู้ตรวจฯ เป็นผวจ.น่าน นายนิวัฒน์ พ้นผู้ตรวจฯ เป็นผวจ.ลพบุรี นายรณชัย ผวจ.หนองคาย เป็นผวจ.พิษณุโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ มีผู้ตรวจฯ ออกมาเป็นผวจ.ถึง 8 คน และตั้งที่ปรึกษาระดับ 10 ไปเป็นผู้ตรวจฯ 2 ราย ทำให้ผู้ตรวจฯ เหลือว่างอยู่ 7 ตำแหน่ง ขณะที่ตำแหน่งเกษียณยังว่างอยู่อีก 8 จังหวัด ทั้งหนองบัวลำภู สตูล ชุมพร ตรัง อ่างทอง อุตรดิตถ์ ระนอง และแพร่ และยังมีจังหวัดที่ย้ายออกไปขึ้นจังหวัดใหญ่

และยังไม่ได้ตั้งผวจ.ใหม่มาทำหน้าที่ 6 จังหวัด คือ สุโขทัย มุกดาหาร มหาสารคาม ชัยนาท แม่ฮ่องสอน และยโสธร เท่ากับว่ายังมีจังหวัดที่ยังไม่มีผวจ. 14 จังหวัด ผู้ตรวจ 7 ตำแหน่ง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยต้องเปิดให้รองผวจ.สอบวิสัยทัศน์ เพื่อคัดเลือกเป็นผวจ. และผู้ตรวจฯ ต่อไป

ขณะเดียวกัน ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอแต่งตั้งนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท เป็นผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย โดยให้ได้รับค่าตอบแทนคงที่ในอัตราเดือนละ 140,000 บาท

ตามมติคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยในการประชุมครั้งที่ 6/2563 เมื่อวันที่ 23 เม.ย. และครั้งที่ 7/2563 เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ซึ่งกระทรวงการคลังให้ความเห็นชอบแล้ว มีผลตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญาจ้างเป็นต้นไป แต่ไม่ก่อนวันที่ครม.มีมติ และให้นายณกรณ์ลาออกจากการเป็นพนักงานของรัฐวิสาหกิจก่อนลงนามในสัญญาจ้างด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน