ทำเนียบแซ่ดลางร้าย
มะขามยักษ์100ปีล้ม
เพื่อไทยแนะปรับครม.
แค่เปลี่ยนตัวนายกฯ
‘บิ๊กตู่’แจงเดินสายพบสื่อ ได้ข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ เรื่องไหนทำได้จะรีบดำเนินการ พอใจผลงานรัฐบาล 1 ปี ขอร้องอย่าเชื่อ คำบิดเบือนปลุกระดมต้านรัฐบาล เตรียมลง พื้นที่ศรีสะเกษ 16 ก.ค.
ทำเนียบวิจารณ์ลางร้ายรัฐบาล ต้นมะขามยักษ์ 100 ปี ล้มครืนหลังฝนตกหนัก ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ ปัดไม่รู้ข่าวส่อหลุดเก้าอี้รมต. เพื่อไทยแนะให้ปรับ นายกฯ ออกคนแรก
‘ป้อม’ ถกพลังประชารัฐ สั่งลูกพรรคสามัคคี ลั่นไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจทำแล้วเลิก ส.ว.คำนูณ เสนอนายกฯ ปัดฝุ่นร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม มหาดไทยชี้เป็นไปได้ จัดเลือกตั้งท้องถิ่นช่วงเดือนธ.ค.
บิ๊กตู่วอนอย่าต่อต้านรัฐบาล
เวลา 13.30 น. วันที่ 14 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ครม. ถึงความพึงพอใจการบริหารราชการในฐานะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งครบ 1 ปี วันที่ 16 ก.ค.นี้ว่า ถ้าถามว่าพอใจมากน้อยแค่ไหนจะตอบว่ามากหรือน้อยก็ไม่ได้
แต่พอใจที่ได้แก้ปัญหาได้สำเร็จเสร็จสิ้นในบางปัญหา บางอย่างที่ยังไม่สำเร็จก็ไม่พอใจ แต่ผลสำเร็จบางโครงการซึ่งเป็นงานใหญ่ๆ ก็ดูกิจกรรมย่อยว่าทำไปได้แล้วแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างความเป็นธรรม การแก้ปัญหาความยากจน การกระจายรายได้
ถ้ามองในกลุ่มงานข้างล่างหลายอย่างสำเร็จไปแล้ว แต่ถ้าเป็นภาพรวมข้างบนทั้งหมดต้องใช้ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งข้าราชการ ประชาชน ถ้ารัฐบาลทำเพียงฝ่ายเดียวรัฐบาลจะมองว่า จะเอาเงินลงไปที่ไหน อย่างไร ใช้เงินอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ใช้ภาษาไทย – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ทักทายกับเด็กที่ได้รับคัดเลือกใช้ภาษาไทยดีเด่น ระหว่างเข้าพบเพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ งาน 29 กรกฎาคม วันภาษาไทยแห่งชาติ ปี 2563 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 14 ก.ค.
“ผมดูแลทุกจังหวัดด้วยดีมาตลอด ไม่เคยเลือกปฏิบัติ ทั้ง 76 จังหวัดมีเม็ดเงินลงไปให้ทุกจังหวัดมากบ้างน้อยบ้าง แต่ถือว่ามากกว่าที่ผ่านมาเยอะพอสมควร แต่แน่นอนมีว่า 67 ล้านคนไม่ใช่แค่เพียง 4-5 ล้านคน
และถ้ามีปัญหาเดียวผมแก้แป๊บเดียวก็จบและก็แก้ไปเยอะแล้ว แต่ปัญหาใหญ่เชิงโครงสร้างยอมรับว่ายากจึงจำเป็นต้องเดินหน้า ไปทุกปีแล้ว จะสำเร็จถ้าร่วมมือกัน ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่เป็นไปตามคำบิดเบือน การปลุกระดม ต่างๆ ทุกอย่างก็จะเกิดเร็วขึ้น
ถ้าต่อต้านกันทุกวันก็คงทำอะไรไม่ได้ทั้งหมด แล้วจะสำเร็จ ได้อย่างไร ก็ต้องช่วยกันลดแรงกดดันตรงนี้ให้ผมบ้างก็ขอร้องกันเท่านั้น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ยันรับฟังข้อเสนอสื่อ
นายกฯ กล่าวว่า ได้เดินทางและพบปะ กับสื่อทุกสำนักพิมพ์มาแล้วได้รับฟังข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์มากมายหลายประการ สิ่งใดที่ดำเนินการได้จะรีบดำเนินการให้เกิดผล สัมฤทธิ์ให้ตรงกับความต้องการของประชาชน ขอขอบคุณบรรดาสื่อ เจ้าของสื่อและสำนักพิมพ์ทุกคน
ทั้งในส่วนของคอลัมนิสต์ต่างๆ มีโอกาสพบกับหลายคนจากทุกๆ สำนักพิมพ์ ยืนยันนายกฯไม่เคยหยุดนิ่ง ทั้งคิดทั้งเขียนต่างๆ มาตลอด ติดตามประเมินผล วันนี้ได้สั่งการให้มีการประเมินผลข้าราชการให้ดีด้วย ทุกคนต้องทำงานให้เต็มที่ในขณะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน
ช่วงท้ายพล.อ.ประยุทธ์ ทักทายสื่ออย่างอารมณ์ดี พร้อมเปรยว่าผู้สื่อข่าวมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะผู้ชายทำหน้าที่เป็น ช่างภาพให้ผู้หญิงทำหน้าที่จดข่าว แต่ไม่ว่า จะถ่ายภาพหรือจดข่าว ก็ขอให้ตรงกันด้วย
16 กค.ไปศรีสะเกษ
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า วันที่ 16 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่จ.ศรีสะเกษ เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญของรัฐบาล โดยเฉพาะพัฒนาภาคการเกษตร และรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนในพื้นที่
นอกจากนี้ จะติดตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาด โรคโควิด-19 ในสถานศึกษาที่ใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบชีวิตวิถีใหม่ โดยช่วงเช้าเยี่ยมวิถีเกษตรแบบครบวงจร ที่สวนทุเรียนทับทิม อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
ช่วงบ่าย ตรวจเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน บ้านหนองใหญ่ อ.กันทรลักษ์ เยี่ยมชมวิถีโครงการพลังบวร (บ้าน-วัด-โรงเรียน) ที่วัดสำโรงเกียรติ อ.ขุนหาญ เข้ากราบสักการะหลวงพ่อตาตน พระพุทธรูปปางสมาธิสะดุ้งมาร แบบขอม และนมัสการเจ้าอาวาสวัดสำโรงเกียรติ (พระอธิการอุทัย มหาปุญโญ)
นายกฯจะปลูกต้นทุเรียนภูเขาไฟ ผลไม้ขึ้นชื่อของจ.ศรีสะเกษ และเยี่ยมชมนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์โอท็อปและพบปะคณะกรรมการ พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ของ อ.ขุนหาญ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ก่อนกลับกทม.
มะขามยักษ์ล้ม-ลางร้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เกิดเหตุต้นมะขามยักษ์เลียบคลองเปรมประชากร ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งอยู่ตรงข้ามตึกไทยคู่ฟ้า ล้มลง สาเหตุเจากกลางดึก ที่ผ่านมามีฝนตกลงมาต่อเนื่องและค่อนข้างหนัก ทำให้ต้นมะขามซึ่งมีอายุเกือบ 100 ปี
ซึ่งลำต้น ที่ไม่สมบูรณ์ ตรงกลางเป็นโพรง บริเวณรากเน่าเปื่อยไม่มีรากแก้ว ล้มครืน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสถานที่ทำเนียบ จึงประสานกรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อมฯ จัดส่งเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญมาดู ลงความเห็นว่าต้นมะขามมีอายุมาก ไม่สามารถล้อมนำไปทำนุบำรุงหรือกลับมาปลูกได้เช่นเดิม เพราะไม่แข็งแรง
ตรงกลางลำต้นเป็นโพรงเหลือเพียงเปลือกนอก รากเน่าเปื่อยตามอายุ โดยผู้บังคับบัญชาจะเลือกต้นไม้อื่นมาปลูกทดแทน คาดจะเป็น ต้นมะขามเช่นเดิม เนื่องจากตลอดแนวเลียบ คลองมีการปลูกต้นมะขามไว้ทั้งหมดอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ เกิดเสียงวิจารณ์อย่างมากในกลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่ เนื่องจากต้นมะขามยักษ์ ถือเป็นต้นไม้อยู่คู่กับทำเนียบฯ มานานเกือบ 100 ปี โดยเฉพาะคนเก่าคนแก่ที่ใกล้เกษียณอายุราชการ เห็นว่าที่ผ่านมาแม้จะอยู่มานานแต่เหตุการณ์ต้นไม้เก่าแก่ของทำเนียบก็ไม่เคยล้ม
จึงน่าจะเป็นลางที่ไม่ค่อยดี มีบางคน นำมาผูกโยงกับเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งอยู่ระหว่าง การมีปัญหาภายในกันเองโดยเฉพาะภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)
มท.ยันปีนี้เลือกตั้งอปท.แน่
นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการจัดเลือกตั้งท้องถิ่นว่า คาดว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นหนึ่งประเภทภายในปีนี้แน่นอน โดยกระทรวงมหาดไทยต้องหารือกับกกต. จากนั้นกกต. จะกำหนดวันเลือกตั้งและประกาศในราชกิจจา นุเบกษา
ขณะนี้ยังไม่ได้หารือกัน และรอประกาศเรื่องแบ่งเขตเลือกตั้งในราชกิจจาฯให้เรียบร้อยก่อน ขณะนี้ทยอยประกาศเขตเลือกตั้งบางพื้นที่แล้ว เมื่อชัดเจนทุกฝ่ายก็เดินหน้าเตรียมตัว คนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งจะได้รู้ว่า ต้องลงไปทำพื้นที่ใดบ้าง กี่ตำบล กี่อำเภอ
เมื่อถามถึงไทม์ไลน์ที่พรรคก้าวไกลระบุจะอยู่ในช่วงวันที่ 13 ธ.ค.นั้น นายนิพนธ์กล่าวว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นเดือนธ.ค.มีความเป็นไปได้ แต่วันที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ ต้องรอหารือกันก่อน
‘อิทธิพล’ชี้แค่เดาหลุดครม.
นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม และกก.บห.พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวอยู่ในข่ายถูกปรับพ้นครม.ว่า เรื่องปรับครม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค เรียนแล้วว่า นายกฯจะเป็นผู้พิจารณาทั้งตัวบุคคลและเวลาที่เหมาะสม เวลานี้การบริหารจัดการภายในพรรคเป็นไปตามปกติ ขึ้นอยู่กับนายกฯเพียงคนเดียวที่จะพิจารณา
ส่วนที่มีชื่อจะถูกปรับออกนั้นตนไม่ทราบมาก่อน ส่วนชื่อใครจะหลุดนั้นเป็นการคาดเดา ขณะที่ภายในพรรคก็มีคนที่มีความรู้ ความสามารถ ถือเป็นเรื่องปกติ อยู่ที่นายกฯจะดูเรื่องความเหมาะสม
พท.ขอนักบริหารศก.กู้วิกฤต
ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการปรับครม.ว่า ไม่ได้พูดเพื่อกระแทก แดกดัน แต่หากจะปรับให้ปรับที่นายกฯเพียงคนเดียว เพราะเศรษฐกิจ 5 ปีที่ผ่านมาชัดเจนว่า นายกฯบริหารล้มเหลว อย่าไปโทษโควิด-19
เพราะก่อนโควิดก็รู้อยู่แล้วว่าเศรษฐกิจแย่ลงเรื่อยๆ ที่ต้องเปลี่ยนตัวนายกฯเพราะความ เชื่อมั่น เมื่อรู้ว่านายกฯเป็นแบบนี้ ฝีมือแบบนี้ ผลงานแบบนี้ ใครจะกล้ามาลงทุน เมื่อตัว นายกฯ ไม่ได้รับความเชื่อมั่นแล้วการจะไปหารัฐมนตรีมาร่วมก็ลำบาก จะหาทีมเศรษฐกิจเชื่อว่ายังหายาก เข้าใจว่านายกฯกำลังลำบากหาคนมาร่วมในทีมเศรษฐกิจพอสมควร
เพราะเป็นที่ตัวพล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจแบบนี้ นายกฯแบบนี้ ต่อให้เทวดามาเป็นทีมเศรษฐกิจก็ไม่มีทางฟื้นได้
หากนายกฯไม่ลาออก และมีคนมาเป็นทีมเศรษฐกิจจริงๆ ขอให้เปลี่ยนความคิดที่จะเอานักธนาคาร นักเศรษฐศาสตร์มาทำเศรษฐกิจ แต่ต้องเอาคนที่ทำมาหากินเป็นหาเงินและลงทุนเป็นมาทำ และสิ่งที่จะขอแนะนำหากเลือกได้คือ
ขอให้เอานักบริหารเศรษฐกิจ ที่สามารถกระจายรายได้มาทำ เพราะเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในวันนี้ ที่ผ่านมาจะเอาคนมาปั่นตัวเลขจีดีพีให้โตซึ่งไทยเป็นแบบนี้มาตลอด แต่ทุกครั้งที่จีดีพีโตความเหลื่อมล้ำก็ต่าง กันมาก เพราะเขาไม่เก่งเรื่องกระจายรายได้
หน่อยโพสต์สับรบ.การ์ดตก
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พท. โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ บอกคนไทยการ์ดห้ามตก รัฐบาลอ้าง โควิด-19 ใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุมเข้มกับพลเมืองไทย คนไทยเดินทางกลับบ้านต้องกักตัว 14 วัน
แต่วีไอพีต่างชาติไม่ต้องกักตัว แถมเดินทางไปได้ทั่ว รัฐบาลการ์ดตกเสียเองแบบนี้ รัฐบาล จะรับผิดชอบอย่างไร มีสิทธิ์อะไรที่ไปยกเว้นการกักตัว 14 วันให้คนต่างชาติ หรือพ.ร.ก. ฉุกเฉิน มีไว้ควบคุมเฉพาะคนไทยเท่านั้น
การระบาดรอบแรกก็เกิดจากข้อบกพร่องของหน่วยงานรัฐเอง กรณีสนามมวยลุมพินี ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพบก แต่ไม่ปฏิบัติตามมติครม. ฝ่าฝืนจัดแข่งขันชกมวย จนมีการระบาดใหญ่ในกทม. ถึงป่านนี้ยังไม่เห็นความรับผิดชอบของหน่วยงานหรือการลงโทษคนผิด
ต่อมาประกาศปิดเมืองปิดจังหวัด ทำให้เศรษฐกิจทรุดหนักไปทั้งประเทศ โดยไม่มีใครต้องรับผิดชอบ ทุกวันนี้คนไทยการ์ดยังไม่ตกแต่คนทำการ์ดตกคือรัฐบาล ก็ต้องกล้า รับผิดชอบต่อประชาชน หยุดโทษประชาชน หยุดหาเหตุต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
พรก.ฉุกเฉินมีไว้จับคนต้านรบ.
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดจากการปฏิบัติแบบ 2 มาตรฐานของ ศบค.ที่ปล่อยปละละเลยให้แขกพิเศษ ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎการควบคุมตัวเหมือนบุคคลทั่วไป ถือเป็นความสะเพร่าบกพร่องอย่างร้ายแรงที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ และรีบทบทวนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดกับแขกของประเทศให้มีมาตรฐานโดยด่วน
พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันต่ออายุพ.ร.ก. ฉุกเฉิน ทั้งที่ไม่มีการแพร่ระบาดในไทยกว่า 1 เดือน อ้างใช้ควบคุมระหว่างปลดล็อกเฟส 5 หนำซ้ำยังให้โฆษกศบค. ย้ำคนไทยการ์ดอย่าตก ไม่เช่นนั้นอาจมีระบาดรอบ 2 สุดท้ายผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่ง ศบค. และพ.ร.ก.ฉุกเฉินกลับกลายเป็น ศบค.เสียเอง
ตราบใดที่รัฐบาลยังเปิดช่องให้แขกวีไอพีที่เข้ามาไม่ต้องถูกกักตัวเหมือนคนทั่วไป การประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ไม่มีความหมาย ยกเว้นจะเอาไว้ควบคุมคนที่วิจารณ์หรือขับไล่รัฐบาลเท่านั้น
ก้าวไกลจี้นายกฯรับผิดชอบ
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ทวีตระบุ ขณะที่รัฐบาลบอกประชาชนการ์ดอย่าตก แต่พวกคุณกำลังชกหน้าพวกเขา วันนี้ ที่ประชุมกมธ.โควิด-19 ตนและพรรคก้าวไกลเชิญผู้ประกอบการจากจ.ระยองมาพูด พวกเขารายได้เป็นศูนย์มาหลายเดือน ตอนนี้อยู่ๆ จะได้ รับผลกระทบอีกครั้ง รัฐบาลจะรับผิดชอบชีวิตพวกเขาอย่างไร
ขณะที่เพจพรรคก้าวไกล ระบุความเห็นถึงความหละหลวมของมาตรการและระบบการให้อภิสิทธิ์แก่คนบางจำพวกของรัฐบาล ทำให้คนระยองทั้งหมดต้องมาเดือดร้อนตามไปด้วย รัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร 101 คือตัวเลขจำนวนวันที่ระยองไม่มีการระบาดในท้องถิ่น
เพราะการปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันของบุคลากรสาธารณสุข รวมทั้งประชาชนร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด กระทั่งศบอ.แถลงมีทหารอียิปต์ติดโควิด-19 ระหว่างอยู่ที่โรงแรมและเดินเที่ยวห้างในระยอง รัฐบาลเข้มงวดกวดขันกับคนไทยจนตึง แต่หละหลวมกับแขกต่างชาติที่ได้รับอภิสิทธิ์หรือไม่
ถ้าโชคร้ายพบมีการแพร่เชื้อเพิ่มเติม ในระยองจากเหตุการณ์นี้ คงหนีไม่พ้นการล็อกดาวน์ทั้งจังหวัด ก่อนหน้านี้รัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ บอกเสมอว่าจำเป็นต้องใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อมีอำนาจก็ต้องรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจนั้นตามมาด้วย กรณีนี้ก็เช่นกัน นายกฯ จะรับผิดชอบอะไร
สิระซัดสองมาตรฐาน
นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พปชร. ประธานกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ที่ผ่านมาคนไทยให้ความร่วมมืออย่างดี จนผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 มาได้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ความพยายามของประชาชน ความเหน็ดเหนื่อยของบุคลากรสาธารณสุขสูญเปล่า
ถ้ามาตรการของรัฐบาลยังไม่เข้มงวดพอปล่อยให้คนต่างชาติมีสิทธิเข้าประเทศ การกักตัว ที่เหนือกว่าคนไทยในประเทศ อีกไม่นานคงต้องกลับมานับหนึ่งเริ่มต้นแก้โควิดอีกรอบ
ที่ผ่านมาคนไทยได้กลับมาใช้ชีวิต ประกอบ อาชีพกันได้เพียงไม่กี่เดือน เด็กๆ เพิ่งเปิดเรียน ถ้ารัฐบาลยังปล่อยปละละเลยไม่บังคับใช้ กฎเกณฑ์กับคนต่างชาติให้เหมือนกับที่ปฏิบัติกับคนไทย เชื่อว่าไทยจะเผชิญกับโควิด-19 อีกระลอกแน่นอน เหตุการณ์ไม่ควรเกิดขึ้นหากรัฐไม่ทำหน้าที่แบบสองมาตรฐาน
ส.ว.เสนอตรากม.นิรโทษกรรม
เวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมวุฒิสภา รับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติปี 2562 พร้อมรายงานของกมธ.ติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.อภิปรายว่า เมื่อการเมืองมีปัญหาขาดเสถียรภาพ ความสงบ ย่อมไม่ยั่งยืน การปฏิบัติให้บรรลุผลตามยุทธศาสตร์ชาติก็ไม่สำเร็จ จึงเสนอการสร้างปรองดองว่าถึงเวลาที่รัฐบาลต้องเร่งตรากฎหมาย นิรโทษกรรมประชาชนจากความผิดที่เกิดขึ้น หรือเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองช่วง 15 ปีที่ผ่านมา
ตั้งแต่ปี 2548-2563 เพราะความขัดแย้งทำให้สังคมแยกเป็น 2 ขั้ว ผู้มีคดีอยู่ในกระบวนการยุติธรรมนับร้อยคน เชื่อมโยงถึงมวลชนนับล้านคนเพราะเมื่อมีการตัดสินคดีจะเกิดวิวาทะทางออนไลน์
“อย่างนี้นายกฯ จะรวมไทยสร้างชาติ ได้อย่างไร เมื่อคนกลุ่มหนึ่งถูกทิ้งให้ขึ้นศาลทุกสัปดาห์ จะไปต่างประเทศต้องรายงานต่อศาล หลายคนถูกยึดทรัพย์ การนิรโทษกรรมไม่ใช่เรื่องใหม่ สมัยสงครามคอมมิวนิสต์ยังจบได้ ด้วยคำสั่งสำนักนายกฯที่ 66/2523 นิรโทษกรรมให้อภัย
เปิดให้พลังทุกภาคส่วนมาร่วมพัฒนาชาติไทย ถึงเวลาต้องมีกฎหมายนิรโทษกรรม การทำผิดของคนที่มาชุมนุมการเมืองหรือทำผิดทางอาญาที่มีเหตุเกี่ยวเนื่องชุมนุมการเมืองไม่ใช่มีจิตเป็นอาชญากรโดยแท้
แต่ต้องการสังคมที่ดีกว่า ต้องการการเมืองใหม่ การปฏิรูปประเทศ การกระทำทางการเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ทำผิดกฎหมาย จึงต้องนิรโทษกรรมประชาชนทุกกลุ่ม ดังนั้นนายกฯอย่าลังเล” นายคำนูณกล่าว
ให้โอกาสคนหนีคดีด้วย
ส่วนคนหนีคดีจะทำอย่างไรนั้น ในหลักการอธิบายรายละเอียดได้ อาทิ 1.นิรโทษกรรมแก่ผู้ทำผิดเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมการเมืองโดยตรง 2.นิรโทษกรรมเบื้องต้นเฉพาะผู้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว 3.ใครยังไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หรือหนีคดีไปนั้น ถ้ากลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และเมื่อผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณา ที่จะออกแบบตั้งขึ้นมาย่อมได้สิทธินี้
และ 4.อาจตีความนิยามการชุมนุมทางการเมืองผ่าน การออกแบบจากคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นมา
จึงอยากให้นายกฯ แสดงเจตจำนงนำเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน อาจเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญ จะต้องนำไปพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภา
ซึ่งจะสร้างบารมีให้นายกฯเพื่อสร้างระบบประชาธิปไตยที่มั่นคง มีธรรมาภิบาล ถ้านายกฯ รวมใจคนทุกภาคส่วนเข้ามา โดยมีร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเป็นก้าวแรกก็จะก้าวต่อไปได้ ขอฝากความหวังนำจิตสำนึกผู้รักชาติทุกคน ทุกสี ที่เคลื่อนไหวทางการเมืองตลอด 15 ปี เพื่อพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ป้อมหัวโต๊ะพปชร.ครั้งแรก
เวลา 15.00 น. ที่ทำการ พปชร. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุมกก.บห.พรรค ครั้งแรก โดยมีแกนนำและรัฐมนตรี อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายสุพล ฟองงาม รองหัวหน้าพรรค เป็นต้น
ที่ประชุมใช้เวลา 1 ชั่วโมง รับทราบรายงาน การประชุมใหญ่สามัญพรรคครั้งที่ 2 เมื่อ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบส่งนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ และหารือประเด็นการเมือง เช่น ทิศทางการทำงานหลังกลุ่ม 4 กุมาร ลาออก รวมถึงสัดส่วนรมต.พรรค
ลั่นไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ
จากนั้นพล.อ.ประวิตรเข้าประชุมร่วมกับส.ส. กล่าวตอนหนึ่งว่า พปชร.ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจที่ทำแล้วเลิก ต้องการทำงานการเมือง ให้เข้มแข็ง ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ให้ประเทศ เจริญรุ่งเรือง เชื่อว่าหากทุกคนร่วมมือกันทำงานจะทำให้พรรคเข้มแข็งเป็นหนึ่งเดียวกัน ส่วนการตั้งรองหัวหน้าพรรค 10 คนแบ่งตามภาค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิกพรรค
เวลา 17.30 น. ทีมโฆษกพปชร. นำโดย น.ส. พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ และ 3 รองโฆษก น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ น.ส.พิมพ์พร พรพฤติพันธ์ และนายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ร่วมแถลงข่าวเปิดทีมโฆษกพรรคอย่างเป็นทางการ
น.ส.พัชรินทร์กล่าวว่า วันที่ 13 ก.ค. ทีมโฆษกพรรคได้หารือกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองหัวหน้าพรรค ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ถึงทิศทางของพรรคว่าจะนำเสนอและชี้แจง ข้อเท็จจริงต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อประชาชน รวมทั้งชี้แจงผลงานส.ส.พรรคอย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ ส่วนใครจะรับผิดชอบด้านใดจะแบ่งงานกัน อาทิ ด้านการเมือง ด้านประชาสัมพันธ์ผลงานรัฐมนตรีต่างๆ