ตร.เค้น10ชม.
รองเท้ามัดตัว
ปฏิเสธไฟเผา

รับแล้ว ฆ่าอำพราง เสี่ยร้านข้าวหมูแดง ตร.สืบ 9 คุมตัวลุงเลี้ยงไก่ชน สอบเค้น 10 ช.ม. สารภาพชนวนมาจากเรื่องทวงพระเครื่องที่จำนำไว้ แต่ผู้ตายไม่ให้คืน จึงทะเลาะวิวาทกัน สุดท้ายบีบคอจนตายคามือ ปฏิเสธไม่ได้ขโมยสร้อยทอง 5 บาท ส่วนที่เพลิงไหม้ เกิดจากตอนสู้กันไปโดนเตาไฟล้มลงมา ตร.แจ้งข้อหาเจตนาฆ่า ก่อนคุมตัวดำเนินคดี

สารภาพ – ตร.เค้นสอบนายอำพล วงเทียนทอง จนยอมรับสารภาพลงมือฆ่านายอนันต์ แสงอุไร (รูปเล็ก) เจ้าของร้านข้าวหมูแดงย่านภาษีเจริญ อ้างไปขอไถ่พระเครื่องที่จำนำไว้แต่ผู้ตายไม่ยอมคืน แต่ปฏิเสธฉกสร้อยทองหนัก 5 บาทและเผาอำพราง ที่บก.น.9 เมื่อ 28 ก.ค.

จากกรณีเพลิงไหม้ร้านข้าวหมูแดงแมสเซ็นเจอร์ ย่านภาษีเจริญ ทำให้นายอนันต์ แสงอุไร อายุ 66 ปี เจ้าของร้านถูกเพลิงคลอกเสียชีวิต ต่อมาลูกสาวผู้ตายเข้าร้องตำรวจหลัง ผลชันสูตรแพทย์รายงานเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจมีรอยคล้ายถูกบีบรัดบริเวณ ลำคอ โดยไม่พบเขม่าไฟในปอด เชื่อว่าจะเป็นการฆาตกรรมอำพราง ล่าสุดตำรวจนำตัวชายวัย 58 ปี ผู้ต้องสงสัยเค้นสอบ หลังพบไปมาหาสู่ และเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับผู้ตาย พบรอยข่วนทั่วตัว แต่ยังปฏิเสธ ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ก.ค. ที่ สน.บางขุนเทียน รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังควบคุมตัวนายอำพล หรืออู้ วงเทียนทอง อายุ 58 ปี อาชีพเพาะพันธุ์ไก่ชน มาสอบปากคำเนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่กับผู้ตายคนสุดท้าย โดยพล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.ณกฤช บุญศักดิ์ ผกก.สส. บก.น.9 พร้อมฝ่ายสืบสวน สน. บางขุนเทียน สอบปากคำนานกว่า 10 ช.ม. จนเจ้าตัวยอม เปิดปากรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว เนื่องจากพบหลักฐานว่าวันเกิดเหตุผู้ต้องสงสัยเดินออกมาจากที่เกิดเหตุ แต่รองเท้าข้างขวาหายไป 1 ข้าง และพบรองเท้าของผู้ต้องสงสัยในที่เกิดเหตุจึงยอมรับสารภาพดังกล่าว

นายอำพลให้การว่า ตนรู้จักกับผู้ตายมานานกว่า 20 ปี เนื่องจากเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงตั้งแต่รุ่นพ่อ ในวันก่อเหตุนั่งวินจยย.มาที่บ้านผู้ตายเพื่อมาไถ่พระเครื่องสมเด็จกับพระวัดนาคปรก ที่นำมาจำนำไว้จำนวน 33 องค์ ในราคา 5,000 บาท แต่ขณะพูดคุยผู้ตายกลับใช้คำพูดจาไม่ดี ชวนหาเรื่อง และบอกว่าพระเครื่องทั้งหมดไม่อยู่แล้วและไม่ยอมคืน จึงเกิดการทะเลาะกันทำร้ายร่างกายกัน ตนใช้ของแข็งฟาดและเอามือบีบคอ ผู้ตายสู้แรงตนไม่ไหวล้มลงบริเวณหน้าประตูบ้าน จากนั้นตนก็ลงไปปลุกปล้ำบีบคอจนมีอาการสะอึกแน่นิ่งไป จึงลากผู้ตายเข้าไปในบ้าน จากนั้นตนก็เดินกลับที่พัก ส่วนสร้อยคอทองคำ และจี้พระเครื่อง ไม่ได้เอาไป ทั้งนี้คาดว่าช่วงปลุกปล้ำกันทองอาจจะเกิดขาดตกไป ส่วนเหตุเพลิงไหม้อาจเกิดจากระหว่างที่ต่อสู้ กันเตาถ่านที่อุ่นอาหารล้มกระเด็น ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ ยืนยันว่าไม่ได้จุดไฟเผาเพื่ออำพรางคดี

ต่อมาเวลา 12.00 น. พ.ต.ท.ปรเมศร์ เมฆสั้น รอง ผกก.สส.สน.บางขุนเทียน พ.ต.ท. จารุกิตติ์พัฒน์ สุขยิ่ง สว.สส.สน.บางขุนเทียน นำกำลังฝ่ายสืบสวน พร้อมรถน้ำอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิธรรมประทีปสัมโพธิญาณ มายังบ้านเลขที่ 363/1 ถนนราชพฤกษ์ แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กทม. ที่เกิดเหตุ เพื่อสูบน้ำร่องน้ำทิ้งในพื้นที่บ้าน เพื่อหาสร้อยคอทองคำ 5 บาท พระเลี่ยมทอง ภาชนะใส่น้ำมัน เป็นต้น โดยการค้นหาใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที ก่อนจะยุติลงเนื่องจากยังไม่พบหลักฐานใดๆ เพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดพนักงานสอบ สวนสน.บางขุนเทียน ได้ขออนุมัติศาลอาญาธนบุรีที่จ.422/2563 ลงวันที่ 28 ก.ค. 2563 ออกหมายจับนายอำพล วงเทียนทอง อายุ 58 ปี ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ก่อนนำตัวดำเนินคดีต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน